Post on 21/10/2019

สัมภาษณ์ OneRepublic กับอัลบั้มใหม่ที่เหมือน “เมอรีล สตรีป” และ Google Translate ที่ช่วยพวกเขาจากการนั่ง “ตุ๊กตุ๊ก”

       OneRepublic วงป๊อปร็อกชื่อดังจากโคโลราโด เจ้าของเพลงฮิตอย่าง ‘Apologize’, ‘Rescue Me’ หรือ ‘Counting Stars’ เพิ่งจะมาเปิดคอนเสิร์ตครั้งที่สองในบ้านเราเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในงาน “Spotify On Stage”

โดยก่อนหน้านี้ 4-5 วัน OneRepublic ที่นำทีมโดยนักร้องนำของวง ไรอัน เท็ดเดอร์ รวมถึงสมาชิกในวงประกอบด้วย แซ็ค ฟิลกินส์, เบรนท์ คุตซิล, ดรูว์ บราวน์, เอ็ดดี้ ฟิชเชอร์ และ ไบรอัน วิลแลต ก็เพิ่งจะหนีพักเบรกไปพักผ่อนที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการชาร์จพลังและหาแรงบันดาลใจก่อนมาแสดงในงานนี้ด้วย ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะชื่นชอบประเทศไทยเป็นพิเศษ สังเกตได้จากอินสตาแกรมของหนุ่ม ไรอัน ที่ขยันลงภาพความประทับใจในความสวยงามของทะเลภูเก็ต และโดยเฉพาะวัฒนธรรมแบบ Thailand Only ที่มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นอย่างตุ๊กตุ๊กหรือ การล่องเรือชมน้ำดำเฮ้ย ชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยายามเย็น

       เมื่อ OneRepublic สนทนากับสื่อประเทศไทย เกี่ยวกับหลายประเด็นทางดนตรี ทั้งชีวิตระหว่างทัวร์, อัลบั้มใหม่ล่าสุด Human, สตรีมมิ่ง และความสำคัญของ Google Translate ที่ช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ The People จึงไม่พลาดนำบทสนทนาสนุก ๆ ของพวกเขามาถ่ายทอด

พวกคุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง หลังเคยมาทัวร์ในประเทศไทยเมื่อปี 2017

ไรอัน: รารักที่นี่เลยครับ หลังจากที่เราเล่นงานรักบี้ Super Bowl ที่ซิดนีย์และเมลเบิร์น พวกเรามีเวลาพัก 5 วันก่อนที่จะต้องมาที่กรุงเทพฯ เราเลยมาดูแผนที่ว่าจะไปไหนกันดี พวกเราเห็นว่ามีประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ แต่สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเที่ยวประเทศไทย ทุกอย่างสุดยอดมาก สวยงาม เราได้ผ่อนคลายและชิมอาหารที่ดีที่สุดในโลก ได้พบกับผู้คนที่ใจดีที่สุดในโลก ได้ลองต่อยมวยไทยด้วย เราตื่นเต้นมากที่ได้มาที่นี่ พวกเราใช้เวลาพัก 1 สัปดาห์ทำงาน แต่งเพลง อัดเพลง แล้วก็สนุกไปพร้อม ๆ กัน พวกเราตื่นเต้นมากตอนที่เขาขอให้เราแสดงในงานระดับโลกของ Spotify พวกเราดีใจมาก เราไปมาทั่วโลกแล้ว แต่เราชอบที่นี่มากที่สุดตั้งแต่ทัวร์มา การได้มาแสดงที่นี่เลยเหมือนเป็นการฉลองคริสมาสต์สำหรับพวกเรา

อะไรที่พวกคุณต้องพกติดตัวไปด้วยเวลาออกทัวร์

ไรอัน: สายชาร์จ

แซค: ไอแพด, ยานอนหลับ

ไรอัน: ใช่ ผมพก เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นยานอนหลับแบบธรรมชาติ รวมถึงถุงเท้าและกางเกงในจำนวนมาก เพราะถ้าคุณไปถึงโรงแรมแล้วไม่มีเสื้อผ้า คุณก็ต้องส่งซัก และพวกเขาจะคิดเงินคุณ 50,000 บาท ซึ่งนั่นมันแพงมาก

ดรูว์: บางครั้งผมเอาอุปกรณ์ซักผ้าไปด้วย เพราะว่าบางทีเราสามารถซักเองได้ในอ่างล้างมือ ซึ่งนั่นทำให้สะดวกขึ้นมาก ถ้าคุณไปต่างประเทศสัก 2 สัปดาห์

ไรอัน: สิ่งที่สำคัญมากสำหรับผม โดยเฉพาะตอนไปต่างประเทศคือ Google Translate เพราะผมเคยให้คนขับตุ๊กตุ๊กหรือคนขับแท็กซี่ดูแผนที่แล้วบอกว่า ผมอยากไปตรงนี้นะ ไปไชน่าทาวน์ ไปวัด ไปร้านอาหาร พวกเขาจะจ้องแผนที่แบบไม่รู้เลยว่าผมอยากไปที่ไหน แต่ตอนนี้ผมแค่ให้ Google Translate พูดเป็นภาษาไทย เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว สัญญาณอินเทอร์เน็ตยังไม่เร็วพอที่จะใช้ Google Translate ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก ขอบคุณ Google จริง ๆ

ไรอัน โพสต์ภาพหลังไปเยี่ยมถนนเยาวราช

ซิงเกิลใหม่ของพวกคุณ ‘Wanted’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร

ไรอัน: ผมคิดว่าทุกเพลงในอัลบั้ม “Human” อัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกในปี 2020 เกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์ที่ไม่ซับซ้อนแต่ลึกซึ้ง พวกเราไม่เคยร้องเพลงเกี่ยวกับผู้หญิง แฟน หรือการไปเที่ยวผับเลย ซึ่งเพลงพวกนั้นมีเยอะแล้ว พวกเราจึงพยายามจะสร้างดนตรีที่ต่างออกไปเกี่ยวกับความรู้สึกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง สำหรับ ‘Wanted’ ผมคิดว่าคนในโลกนี้มี 7.5 ล้านคน เรื่องเงิน อาหาร ที่อยู่ เป็นเรื่องที่สำคัญทั้งหมด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราต่างรู้สึกเหมือนกันคือ เราต้องการที่จะเป็นที่ต้องการของใครสักคน

คุณคิดว่าเทคโนโลยีอย่างการสตรีมมิ่งทำให้กระบวนการทำเพลง หรือปล่อยเพลงเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ไรอัน: ทุกอย่างเปลี่ยนไปมากเพราะว่าสมัยก่อนที่ไม่มีสตรีมมิ่ง สิ่งที่คุณทำคือคุณปล่อยซิงเกิลแรก ซิงเกิลที่สอง และตัวอัลบั้ม แล้วหลังจากที่ปล่อยอัลบั้มออกไปแล้ว คุณยังสามารถปล่อยเพลงในอัลบั้มได้อีก 2-3 เพลง โดยที่คนฟังยังรู้สึกเหมือนเพลงนั้นเป็นเพลงใหม่ ถ้าพวกเขาไม่ได้ซื้ออัลบั้ม แต่เมื่อมีสตรีมมิ่ง ทุกคนสามารถฟังเพลงทั้งอัลบั้มในรวดเดียว ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคืออัลบั้มของคุณจะอยู่ใน Spotify ไปตลอดกาล โดยไม่จำเป็นต้องซื้อแผ่นซีดี ทุกคนสามารถเข้าถึงเพลงได้จากทุกมุมโลกขอเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ ส่วนข้อเสียคือคุณไม่สามารถทำเหมือนว่าคุณมีเพลงใหม่อยู่เรื่อย ๆ กลายเป็นว่าเมื่อปล่อยอัลบั้มไปแล้ว ทุกคนฟังหมดแล้ว แฟน ๆ จะอยากได้เพลงใหม่ ๆ ทำให้ศิลปินต้องแต่งเพลงมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

ตั้งแต่ Spotify มี New Music Friday ทำให้สัปดาห์หนึ่งก็จะมีเพลงใหม่ออกมาเป็นจำนวนมาก ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากี่เพลง มันทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้นกว่าสมัยก่อน แต่อีกด้านหนึ่ง สตรีมมิ่งทำให้เราไม่ต้องกังวลกับซิงเกิลแรกเท่าเดิมอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ สำหรับนักร้องที่มีชื่อเสียงอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน, เคที เพอร์รี, โคลด์เพลย์ หรือพวกเรา มักจะมีแรงกดดันมากว่าซิงเกิลแรกควรจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว พวกเราเครียดน้อยลง กลายเป็นเราสามารถปล่อยเพลงทุก 3-4 เดือนแทน และรู้ว่าเพลงของพวกเราจะเข้าถึงแฟนเพลงได้ บางครั้งอาจจะเข้าถึงคนทั่วโลก บางครั้งอาจจะแค่บางส่วนของโลก ซึ่งจะเป็นแบบไหนผมโอเคหมด

ช่วยเล่าเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ให้พวกเราฟังสักหน่อยได้ไหม

ไรอัน: พวกเราทัวร์ไม่หยุดมา 10 ปี หลังจากอัลบั้มที่แล้ว พวกเราจึงตัดสินใจพักไป 2 ปีเลยเพื่อที่จะได้แต่งเพลงอย่างที่เราอยากแต่งไม่ต้องฝืนธรรมชาติเพราะปกติแล้วเมื่อพวกเราทำอัลบั้มปล่อยอัลบั้มออกทัวร์ค่ายเพลงก็จะให้พวกเราแต่งเพลงต่อแต่เพลงที่ดีจริงๆแล้วต้องมาจากเรื่องราวความเป็นมนุษย์ดังนั้นพวกเราจึงต้องกลับบ้านและทำตัวให้เหมือนมนุษย์ทั่วไปบ้างไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ออกทัวร์อยู่ตลอด

อัลบั้มนี้จึงเป็นการรวบรวมเพลงที่พวกเราแต่งตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา พวกเราคิดว่าเพลงในอัลบั้มที่พวกเราได้รวบรวมมา เป็นคอลเลกชันที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา ผมคิดว่าการได้ออกไปใช้ชีวิต ออกไปเที่ยว โดยไม่ได้พยายามฝืนแต่งเพลง ช่วยผมในการทำงานได้มากทีเดียว ผมรู้สึกว่าการแต่งเนื้อเพลงตอนที่ผมไม่ได้อยู่บ้าน อย่างตอนอยู่ที่ประเทศไทย พวกเราแต่งเพลงในภูเก็ต หรือตอนอยู่ยุโรป บราซิล สมองของผมทำงานคนละแบบเลย

หวังว่าพวกคุณจะได้เจอแรงบันดาลใจดี ในประเทศไทย

ไรอัน: แน่นอนครับ อย่างเพลงที่ 2 ของอัลบั้มนี้ผมจะตั้งชื่อเพลงว่าตุ๊กตุ๊ก

มีเพลงที่พวกคุณอยากเล่นในคอนเสิร์ตแต่ว่าไม่เคยมีใครขอเพลงนั้นไหม

ไรอัน: ถ้าถามว่าเรามีเพลงที่อยากเล่นไหม.. หรือว่าเราจะเล่นเพลงที่แฟน ๆ ขอไหม จริง ๆ คนที่มาสัมภาษณ์พวกเราเมื่อวานที่โรงแรมเดอะสยาม เขาขอให้เราร้องเพลง ‘Mercy’ จากอัลบั้มแรกเหมือนกัน ถ้าเป็นเพลงที่พวกเรารู้จักและพวกเรายังจำได้ พวกเราโอเคแน่นอน แต่ถ้าสมมติว่ามีคนมาบอกว่าขอเพลงที่ 9 จากอัลบั้มแรก เมื่อ 12 ปีที่แล้วหน่อยผมคงต้องบอกว่าขอโทษครับ ผมเล่นไม่ได้จริง ๆ

ถ้าเปรียบเทียบอัลบั้มใหม่นี้เป็นคน คนคนนั้นจะเป็นใคร

ไรอัน: ถ้าอัลบั้มนี้เป็นคน.. โอ้โห มีแต่คำถามดี ๆ ในประเทศไทย เมื่อวานผมโดนสัมภาษณ์ไป 4 ชั่วโมงครึ่ง คำถามเมื่อวานก็ดีเหมือนกัน ผมอึ้งมาก พวกคุณควรไปสอนสื่อต่างประเทศให้ไม่ถามคำถามซ้ำซากบ้าง

เบรนท์: เป็นเพื่อนบ้าน

ไรอัน: ไม่เอา คิดถึงนักปรัชญาสิ

ดรูว์: ผมคิดว่าน่าจะเป็น เมอรีล สตรีป เพราะว่าเธอสุดยอดมาก จิตใจดี มีความเป็นมนุษย์ และทุกคนรักเธอ

ไรอัน: ตอนแรกผมกำลังจะเลือกนักปรัชญาสักคนอย่าง มหาตมะ คานธี เพราะว่าสิ่งที่เขาทำขับเคลื่อนด้วยมนุษย์และความรัก

ดรูว์: นั่นเป็นพาดหัวข่าวล่อคนเข้ามาอ่านได้เลยนะ นักร้องนำวง OneRepublic เปรียบอัลบั้มของเขากับคานธี

ไรอัน: โอเคไม่เอาดีกว่าเมอรีลสตรีปแล้วกัน


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ การช่วยเหลือคนอื่นคือความสุขแบบธรรมชาติ

สัมภาษณ์ ศุกลวัฒน์ คณารศ แด่ความเจ็บปวดในวันนั้น ด้วยความสุขในวันนี้

สัมภาษณ์ DABOYWAY กับบทบาทใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และทีมนิวยอร์ก ไจแอนท์

สัมภาษณ์ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ และ ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล ผู้จัดงาน Hotel Art Fair ที่จับงานศิลปะมารวมอยู่ในห้องโรงแรม

สัมภาษณ์แบบเจาะเวลาหาอดีต กับ POLYCAT วงที่ขุดดนตรียุค 80s ให้กลับมา “ดูดี” อีกครั้ง

เจ Penguin Villa หนุ่มเพนกวินที่ไม่กลัวความสูงอีกต่อไป กับอีกบทบาทในฐานะ “เจ้าพ่อเพลงโฆษณา”

“ผมไม่ใช่ผู้ชุบชีวิตลิโด้ แต่คือพวกคุณทุกคน” สัมภาษณ์ เทพอาจ กวินอนันต์ กับแนวคิดการบริหารธุรกิจเฉพาะตัว

สัมภาษณ์ หงส์ และ ปริม The Face เมื่อความสวยมาเผชิญหน้ากับความสยอง Bangkok Dark Tales