Post on 29/08/2019

สัมภาษณ์แบบเจาะเวลาหาอดีต กับ POLYCAT วงที่ขุดดนตรียุค 80s ให้กลับมา “ดูดี” อีกครั้ง

ถ้าพรของฉันที่จะให้ไป ศักดิ์สิทธิ์กว่าพระอาจารย์ที่ใด จะขอให้เธอได้มีพลังรู้ความในใจ ให้เธอรู้ไว้ ว่ายังมีใครที่รอเสมอ

โอ้โหดูเนื้อเพลง! ประโยคแรกที่หลายคนพูดขึ้นมาหลังได้ฟังเพลงที่ชื่อว่าอาวรณ์จาก POLYCAT นี่คือหนึ่งในประโยคสวย ๆ ที่ผ่านปลายปากกาการแต่งเพลงของ นะ-รัตน จันทร์ประสิทธิ์ นักร้องนำ กับการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านน้ำเสียงหวาน ๆ ที่เจือด้วยกลิ่นอายความเป็นโซล บวกกับเสียงซินธิไซเซอร์แบบ 80s ของ โต้ง-พลากร กันจินะ และเสียงเบสหนึบหนับของ เพียว วาตานาเบะ ทั้งสามกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ POLYCAT เคยสร้างปรากฏการณ์ฝากผลงานติดหูวงการเพลงไทยมากมาย เช่นพบกันใหม่’, ‘มันเป็นใครหรือเพื่อนไม่จริงคำถามที่ทุกคนสงสัยก็คือ POLYCAT ขุดดนตรียุค 80s ที่ขึ้นชื่อว่าล้าหลังไปแล้วให้กลับมาดูดีอีกครั้งได้อย่างไร? The People มีโอกาสได้พูดคุยกับทั้งสามในหลากหลายประเด็นทางดนตรี และแรงบันดาลใจในการคิดวลีฮิตที่มีเบื้องหลังสุดลึก

The People: อะไรที่ทำให้ทั้งสามคนมารวมตัวกัน

เพียว: เริ่มจากพวกเราเป็นวัยรุ่นที่เล่นดนตรีกลางคืน ตอนแรกสมาชิกเริ่มต้นมีประมาณ 7 คนได้ แล้วก็เหลือ 5 คน ก่อนสุดท้ายจะเหลือ 3 คน จุดเริ่มต้นจริง ๆ ของ POLYCAT ในปัจจุบัน ก็คือเราได้ไปร่วมอยู่ในหนังเรื่อง Hangover ภาค 2 ที่มาถ่ายที่ประเทศไทย แล้วก็ได้ cover เพลง ‘I Ran’ ของ A Flock Of Seagulls ซึ่งมันก็เป็นเพลงซินธ์ป็อป ที่ให้แรงบันดาลใจ เราเปลี่ยนจากดนตรีสกามาเป็นซินธ์ป็อป แล้วมีไฟให้อยากทำอัลบั้มด้วย ก็เลยทำเพลงส่งมาที่ค่าย Smallroom

The People: อัลบั้มแรกความเป็นดนตรีซินธ์ป็อปอาจจะไม่ชัดมาก ซินธิไซเซอร์อาจจะยังไม่ได้ทำหน้าที่ของยุค 80s มาก อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาทำซาวนด์แบบนี้เต็มตัว

นะ: น่าจะเป็นช่วงที่เราฟังเพลงเก่าพร้อมกันหมด ช่วงหลังอัลบั้มแรก แล้วก็อินยาวเลย เราก็เลยคุยกันว่างั้นเราก็มาทำ 80s ซินธ์ป็อปที่มันจริง ๆ ดีกว่า จุดเริ่มต้นของซินธิไซเซอร์ก็มาจากยุคนั้น เราก็กลับไปหารากฐานของมันเลยตรง ๆ เลยดีกว่า ตอนนั้นเราคิดแบบนี้

The People: อัลบั้มแรกไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ตอนนั้นมีท้อบ้างไหม

นะ: ไม่เลย ความคาดหวังมันคนละแบบ ต้องบอกก่อน ตอนทำอัลบั้ม 05:57 เหมือนเราก็เป็นวัยรุ่นเล่นดนตรีแล้วก็มีอัลบั้มแค่นั้นเลย เราไม่ได้คิดว่ามันต้องดัง มันต้องได้เงินเยอะแค่มีอัลบั้มได้เล่นก็เพียงพอแล้ว ตอนนั้นมันคือก้าวแรกของเรา ยังไม่ทันที่จะรู้สึกผิดหวังเลยตอนนั้น

นะ นักร้องนำ

The People: ช่วงที่เพลง ‘พบกันใหม่’ ถูกเปิดในคลื่นวิทยุแทบจะทุกสถานีเลย ชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างไรตอนนั้น

เพียว: นี่คือเรื่องจริง ผมแทบจะไม่เคยได้ยินเพลงของตัวเองในวิทยุเลย

นะ: เหมือนกัน

เพียว: เพื่อนก็จะบอกว่า เฮ้ย ! กูได้ยินเพลงมึง เราก็แอบมีเจตนาอยู่บ้างบางทีเวลาเปิดวิทยุ อยากลองฟังหน่อย แต่ก็ไม่เคยเจอเลย ถ้าถามว่าเปลี่ยนแปลงยังไง คือจริง ๆ แล้วเพลง ‘พบกันใหม่’ มันไม่ได้เป็นปรากฏการณ์แบบข้ามคืน มันไม่ใช่แบบนั้น มันค่อนข้างที่จะ slow burn นิดหนึ่ง ค่อย ๆ คลานมาก่อน ดังนั้นเราเลยไม่รู้สึกว่าชีวิตเราเปลี่ยนพรึ่บพรั่บขนาดนั้น คือมันก็จะค่อย ๆ มาจนเราเริ่มชิน แล้วมันก็จะค่อย ๆ ไป ดังนั้นมันจะไม่มีความรู้สึกแบบชีวิตเปลี่ยน

The People: หลายคนมองว่า 80s อาจจะเป็นดนตรียุคพ่อ ดนตรีวินเทจ ตอนนั้นวงเคยคิดไหมว่าบางทีในยุคสมัยที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น มันอาจจะเป็นดนตรีที่ล้าหลังไปแล้ว

โต้ง: มันคือความเชยของยุคนั้น แต่สำหรับเรามันคือสิ่งที่ถูกต้อง สำหรับเรา มันคือเสียงที่ว้าว

นะ: คือต้องบอกจุดยืนของการทำอัลบั้ม 80 Kisses ก่อน พวกเราทำจากข้างในออกมาโดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า ถ้าทำแบบนี้ ใช้ซินธ์แบบนี้ กลัวคนจะคิดว่าเชย มัน out ไปแล้วหนิ เสียงแบบนี้ คอร์ดแบบนี้ โครงสร้างเพลงแบบนี้เขาไม่ใช้กันแล้ว คือเราไม่ได้คิดอย่างนั้น factor รอบนอกที่คนมองเข้ามา เราไม่ได้เก็บมาคิด เราแค่คิดว่าทำอะไรก็ได้ ให้เราฟังมันเองแล้ว เฮ้ย ! เพราะว่ะ แค่นี้พอ ดังนั้นเสียงเชย ๆ คอร์ดที่ out ไปแล้ว แต่เราคิดว่าเราชอบ อะไรที่เราชอบ เราใส่เข้ามาแค่นี้จบ เราก็เริ่มจากตรงนี้

The People: ก่อนหน้านี้มีคนพยายามนำความ 80s มาใส่ในดนตรีสมัยใหม่เยอะ แต่เราเคยคิดไหมว่าอะไรที่ทำให้เราแตกต่าง 

นะ: ถ้าจะให้เราพูดมันก็ไม่ถูกต้อง จริง ๆ แล้วผมว่าเรื่องแบบนี้ต้องให้คนอื่นมองเข้ามา สมมติว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบคุณ เพราะผมหล่อ เพราะผมนิสัยดี คือมันฟังดูเคลม ผมก็เลยไม่กล้าพูดว่าเพราะว่าเมโลดี้ เพราะว่าคำผมสวย ผมไม่กล้าที่จะพูดแบบนั้น ผมว่าต้องมองจากมุมคนอื่นแล้วมาบอกเรา จะเก็ทกว่าที่เราจะพูดว่าอย่างนั้นอย่างนี้เอง

เพราะว่าอะไรเราบอกไม่ได้ แต่ว่าเท่าที่มุมของวงเราจะบอกได้ ผมว่าทุกอย่างมันไปด้วยกัน ทั้งเสียง ทั้งภาพที่ออกมาตอนนั้น ผมว่ามันลงล็อค แล้วคนที่เคยสัมผัส 80s มาแล้วอาจจะเก็ทได้ว่า เฮ้ย ! มัน remind ถึง ส่วนคนที่ไม่เคยสัมผัสอาจจะคิดว่าเป็นของใหม่

The People: รู้สึกอย่างไรที่เราทำให้ดนตรี 80s กลับมาเป็นที่นิยมในประเทศไทย เราอาจจะไม่ใช่วงแรก แต่เป็นวงที่ทำให้กระแสมันแข็งแรง

เพียว: ส่วนตัวผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นแรงกระเพื่อมขนาดนั้น สำหรับความรู้สึกผมนะเราเป็นฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ นี่แหละ

นะ: มันเหมือนกับแก้วแก้วหนึ่ง มีตะกอนแบบ 80s เต็มไปหมด แล้วเราก็กวนมันขึ้นมา แล้วคุณก็ไปค้นพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) ไปจุดประกายให้คนไปค้นสิ่งเก่ามากขึ้น แล้วมันค่อยบูมขึ้นมา ผมว่ามันไม่ได้เป็นเพราะพวกผมหรอก ผมแค่จุดประกาย

เพียว มือเบส

The People: 80 Kisses ผ่านไปแล้ว อัลบั้มหน้ากำลังจะมา หลายคนคาดหวังว่า POLYCAT จะยังทำ 80s อยู่หรือเปล่า หรือจะขึ้นไป 90s มีความเป็นดนตรีนิว แจ็ก สวิง หรือ อาร์แอนด์บีผิวสี

นะ: คือก็ยังอยู่ใน 80s 90s นะ แต่ว่ามันจะมีแนวของอัลบั้มชัดเจนกว่าอัลบั้มที่แล้ว อย่าง 80 Kisses มันจะทุกแนวเลยพบกันใหม่เป็น นิวเวฟซินธ์ป๊อปเป็นเพราะฝนบัลลาร์ดร็อกเพื่อนพระเอกเป็นนิว แจ็ก สวิงมันเป็นใครเป็นฟังก์ หรือว่าเพลงปืนเป็นป็อปแบบพวกบิลบอร์ดชาร์ต คือมันทุกแนวจริง ๆ แต่คราวนี้อัลบั้มใหม่มันจะมีภาพรวมเป็นโซลกับอาร์แอนด์บี ผิวสี ที่อยู่ในช่วง 80s คือผมว่ามันจะมีแนวเรียกเฉพาะครับสำหรับอัลบั้มนี้ ซึ่ง 80 Kisses มันเรียกไม่ได้

The People: เพลงก่อนหน้านี้อย่างอาวรณ์มีกลิ่นอายส่วนผสมแบบ บ็อบบี้ บราวน์ หน่อย นี่ถือเป็นตัวอย่างของเพลงจากอัลบั้มใหม่ได้ไหม

นะ: ถูกต้องเลยครับ

The People: ถ้างั้นคนอาจจะได้ยินเพลงที่มีเมโลดี้เพราะ ตามฉบับของยุคนั้นจาก POLYCAT

นะ: ใช่ครับ รวมถึงเนื้อเพลง คอร์ด และโครงสร้างด้วย อย่างดูดีก็จะเป็นโครงสร้างที่เก่ามาก ที่มีท่อน verse แล้วก็ลงท้ายด้วยคำอะไรสักอย่าง เช่นมันดูดีที่สุดเลยเว้ยแกแล้วก็มี verse แล้วก็ลงท้ายด้วยที่สุดเลยเว้ยแกแล้วมี chorus คือโครงสร้างที่เราหาไม่ได้ เพลงยุคนี้ hook กับ chorus อยู่ในท่อนเดียวกัน คือคำจำมักจะอยู่ในท่อน chorus แต่คราวนี้เราแยกมันออกมา hook กับ chorus เป็นคนละอย่างกัน ในเพลงดูดี’ hook คือมันดูดีที่สุดเลยเว้ยแกแต่ว่าท่อน chorus ก็คือแกลองมองในตาเขาคือมันถูกแยกออกมาอาวรณ์ก็เหมือนกัน

The People: เพลงของ POLYCAT มีความเป็นพระรองตลอดกาล คิดอย่างไรกับคำนี้

นะ: เป็นเรื่องจริงครับ เป็นเรื่องจริงของอัลบั้ม 80 Kisses เลย คอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้คือมีคนพูดเป็นคนเดียว เป็นเรื่องที่มาจาก mindset ของคนคนนี้ที่เราสร้างขึ้นมา ความคิดของคนคนนี้คือ ถ้าเขาไปเจอเรื่องแบบนี้ เขาก็มักจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เขากลั่นกรองมาเป็นแบบนี้ ถ้ามันเป็นใครไปอยู่กับคนอีกบุคลิกหนึ่ง คำนี้เขาอาจจะถ่ายทอดออกมาคนละแบบกับคนที่ผมสร้างขึ้นมาพูดได้ ดังนั้นคาแรกเตอร์เพื่อนพระเอกมันเป็นบุคลิกที่สร้างขึ้นมาในอัลบั้ม 80 Kisses ก็รู้สึกดีใจที่คนสัมผัสได้ถึงมัน

The People: เคยอยากเปลี่ยนภาพจำ แอบรักเพื่อน ของเราไหม อยากเล่าเรื่องที่จริงจังมากขึ้นหรือเปล่า

นะ: ในชุดใหม่ Pillow War จะเป็นเพลงสมหวังเสียส่วนใหญ่ เพราะว่า Pillow War คือการตีหมอนกัน จะพูดถึงความรักที่เริ่มย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน เริ่มเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความ sexy มากขึ้น อย่างที่บอกมันเหมือนกับพวก บอยซ์ทูเมน, บ็อบบี้ บราวน์ มีความเหมือนเพลงแบบนั้นที่เขาพูดกัน

The People: แสดงว่าภาพลักษณ์ที่คนมองว่า POLYCAT คือพระรองตลอดกาล ก็อาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา

นะ: ก็เหมือนกับคนเราบางทีเราก็อาจจะไม่ได้ชอบกินขนาดนั้นก็ได้ อาจจะไม่ได้ชอบกินอาหารอิตาเลียนหรือว่าพิซซ่า แต่คนจะเข้าใจว่ามันชอบกินมาก มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คนมองทุกอย่าง เราก็ไม่ได้วัน ๆ ก็คิดแต่เรื่องแอบชอบเพื่อน ไม่ใช่

เพียว: อัลบั้มนี้ออกปี 2015 แอบชอบเพื่อน อัลบั้มนี้ออกปี 2019 แอบชอบเพื่อน อัลบั้มหน้า 2022 แอบชอบเพื่อนอีกแล้วเหรอ มันก็จะ ฮะ! เอาอีกแล้วเหรอ มันไม่มีคนอื่นให้ชอบอีกเหรอ คอนเซ็ปต์มันก็ต้องเปลี่ยน ๆ ไป

The People: เพลงเก่า ค่อนข้างติดหู มีวลีฮิตเสมอ มันสร้างความกดดันในการทำอัลบั้มใหม่บ้างไหม

นะ: มันสร้างสักอย่างขึ้น แต่ว่าผมไม่ได้เรียกมันว่าความกดดัน สมมติว่ามันเป็นใคร’ อยู่ในระดับนี้อาวรณ์’ เดโมแรกผมรู้สึกว่ามันอยู่ระดับที่น้อยกว่า ความซื่อสัตย์ต่อดนตรีของผมมันปล่อยให้มันอยู่ในระดับนี้ไม่ได้ ผมจะต้องทำอะไรสักอย่าง ใส่รายละเอียดให้เท่ากับ ‘มันเป็นใคร’ ให้ได้หรือไม่ก็สูงกว่า ผมไม่ได้เรียกมันว่าเป็นความกดดัน แต่ว่าในมุมหนึ่งมันก็อาจจะใช่แหละ

The People: การที่ศิลปินเอาประโยคหรือวลีที่มาจากภาษาพูดทั่วไป มาใส่ในเพลง ถ้ามันไม่ดีก็จะดูผิดที่ผิดทางไปเลย ดูเขิน ไปเลย แต่ตอนนั้นทำไมเราหยิบวิธีการแบบนี้มาใส่ในเพลงได้

นะ: ถ้าให้วิเคราะห์คือ อย่างแรกผมทำความเข้าใจก่อนว่า hook กับ chorus มันแยกกัน คือ hook ไม่ใช่ท่อน hook นะครับ hook คือ สิ่งที่จะทำให้คนจำ ผมก็เลยคิดว่างั้นเราก็สามารถใส่อะไรที่มันดู unique มาก ไม่ต้องทั้งท่อน พอคำอะไรที่มันดู unique ทั้งท่อนผมว่ามันอยู่ในเพลงไม่ได้หรอก แบบดูดีที่สุดเลยเว้ยแกเอาไปยัดรวมกับเนื้ออื่นไม่ได้หรอก แต่พอมันเป็นท่อนเดียว มันเลยยังพอไหวอยู่ ความจริงตอนสร้างเพลง ‘ดูดี’ ขึ้นมาดูดีที่สุดเลยเว้ยแก” คือดาบสองคนประมาณหนึ่ง คนที่ไม่เก็ทก็จะไม่ชอบเลย ก็จะมีคนที่แบบอะไรวะ หรือว่าการใช้คำว่าแก” คือถ้าบางคนที่ไม่ได้เรียกเพื่อนว่าแก ไม่เคยใช้คำว่าแกกับใครมาก่อนก็จะอะไรเนี่ย ก่อนหน้านี้ก็มีคนเตือนเรื่องนี้เหมือนกันว่าถ้าคนเก็ทก็เก็ท แต่ถ้าคนไม่ชอบก็จะไม่สนใจเลยนะ

โต้ง: คือไม่มีตรงกลาง

เพียว: เหมือนตอน ‘มันเป็นใคร’ พี่รุ่ง (รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ เจ้าของค่าย Smallroom) ก็ยังแย้งว่า จะเอาชื่อเพลงนี้จริง ๆ เหรอ มันดูฮาร์ดคอร์มากเลยคำว่ามันเป็นใคร

นะ: แต่ถ้าพูดถึงบริบทมันถูกต้อง เพราะว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องเพื่อนกับเพื่อน แล้วก็มันเป็นการแสดง คือ ฉันกับเธอมันดูกลาง ๆ มาก การจะแสดงว่าเราสนิทกับใครสักคนมาประมาณหนึ่งแล้ว คำว่าฉันกับแก คำว่าแก มันดูฟังแล้วรู้เลยว่าคือเพื่อนกันจริง ๆ นอกจากกูกับมึง แน่นอนคำว่าแกมันดูสนิทกันประมาณหนึ่งแล้ว ดังนั้นถ้าเราใช้คำว่าแกลงไปได้ เราจะสื่อให้คนฟังได้เลยว่าเราสนิทกับคนนี้ โดยที่ไม่ต้องบอกว่า เฮ้ย เราคบกันมานานรู้จักกันมานานหลายปี ไม่ต้องเขียนลงไปเลย เราจะเข้าใจกันไปเองเลย

The People: อัลบั้มที่สามจะมีการใส่คำฮิต แบบนี้ลงไปในเพลงอีกบ้างไหม

นะ: มีครับ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่ได้ตั้งใจ จริง ๆ มันเป็นแค่การไม่อยากใช้คำซ้ำกับเพลงทั่วไปเท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าเพลงนี้มันยังขาดคำฮิตว่ะ ไม่ได้เกิดจากกระบวนการคิดแบบนั้น คือถ้าผมจะใส่คำว่าท้องฟ้า ดวงดาว คิดถึงเธอ ก็ได้ แต่ว่ามันมีอีกเป็นล้านเพลงที่ใช้คำนี้ มันเกิดจากไม่อยากใช้คำเหล่านี้ ก็เลยหันมาใช้คำที่เราสร้างขึ้นมาเอง อย่างเช่นถ้าพรของฉันที่จะให้ไป ศักดิ์สิทธิ์กว่าพระอาจารย์ที่ใด จะขอให้เธอมีพลังรู้ความในใจ” ในเพลง ‘อาวรณ์’ คือไม่มีเพลงรักเพลงไหนใช้คำที่มีพระอาจารย์มาแน่ ๆ

เพียว: พระอาจารย์ไม่น่ามาสวด

โต้ง: อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ

The People: แต่ละคนชอบเพลงไหนของตัวเองมากที่สุด

เพียว: ชอบ ‘เพื่อนพระเอก’ เพราะว่าลึก ๆ ผมก็แอบชอบดนตรีนิว แจ็ก อยู่ มันจะเป็นจังหวะที่มีความสวิงเวลาเราเล่นเบส มันจะไม่ straight ซึ่งพอมันไม่ straight  มันก็ค่อนข้างจะถูกจริตผมด้วย

นะ: ผมชอบ ‘อาวรณ์’ เพราะเป็นเพลงที่มีรายละเอียดเยอะมาก อย่างที่บอกมันเกิดขึ้นจริง ๆ คือตอนเดโมแรก มันอยู่ในระดับต่ำกว่า ถ้าเทียบกับ ‘มันเป็นใคร’ คนที่ไม่รู้รายละเอียดอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะบอกว่ามันก็เท่ากันนี่ คือเพลง ‘มันเป็นใคร’ ตอนทำ ไลน์คีย์บอร์ดมันถูก playback ไปที่เทป แล้วก็เอาเทปกลับเข้ามาในคอมพ์ เพื่อที่จะได้ texture ของเสียง synth ที่มันผ่านเทปมา มันจะได้ดู retro มากกว่านั้น แต่ว่า ‘อาวรณ์’ มันไม่เท่าเพราะว่าผมไม่ได้ทำอย่างนั้น ผมขยันไม่เท่า ผมก็เลยต้องใส่รายละเอียดให้กับเพลงนี้มาก ๆ ดังนั้นเสียงทุกอย่าง ยกตัวอย่างคร่าว ๆ แล้วกัน ไอ้เสียง lead เมื่อก่อนมันจะมีเสียงที่ชื่อว่า ซิต้า ที่พวกโซล 70s จะชอบใช้กัน แบบวง The Stylistics, หรือ The Jackson 5 แต่ผมหาไม่ได้ ไม่มีขาย ผมเลยใช้วิธีแบบ 90s ชอบใช้กัน คือตัดเสียงแล้วเอามา tune ขึ้น tune ลง เหมือนกับเพลงฮิปฮอปชอบใช้กัน ผมก็จะตัดมาจากเพลงของ The Stylistics แล้วก็เอามา tune เป็นเสียง lead แล้วก็มี sample อีก 2-3 เพลง ในท่อน intro แล้วก็ท่อน solo จะเป็นเพลง ‘Happy Birthday’ แบบ reharmonization ใหม่ เอามาใส่ chord ใหม่ คือทำดีเทลให้มาสู้ ‘มันเป็นใคร’ ให้ได้ เพราะว่ารู้อยู่แก่ใจว่าเราขยันไม่เท่า ดังนั้น ‘อาวรณ์’ จะเป็นเพลงที่มีรายละเอียดเยอะมาก

โต้ง: ‘เป็นเพราะฝน’ ครับ เพราะเป็นเพลงที่รู้สึกว่าเล่นยากสุด ผมเลยต้องขยันกับเพลงนี้มากตอนนั้น

The People: ด้วยความที่เรา represent ความเก่า มีสินค้าเป็นเทปคาสเซ็ท ในโลกที่อะไรเหล่านี้มันเริ่มตายไปแล้ว พวกคุณมีแนวคิดกับสิ่งนี้อย่างไร

เพียว: จริง ๆ ตอนที่เริ่มทำคาสเซ็ท ตอนนั้นเราออกเพลงใหม่มา 3 เพลง ‘เพื่อนไม่จริง’, ‘เวลาเธอยิ้ม’, ‘พบกันใหม่แล้วเราก็ไปเล่นงานหนึ่งชื่อว่าเห็ดสด จัดโดยฟังใจ เราทำประมาณ 70 กว่าม้วนได้ ไปขายที่งานนั้น ซึ่งในนั้นก็จะมีเพลงปล่อยให้ตัวฉันไปของ moving and cut ที่เราเอามาเล่นไว้ ซึ่งไม่มีใครสามารถหาฟังได้นอกจากคนที่ซื้อเทปม้วนนั้นกลับไป คนก็จะมาโพสต์ถามว่าอยากฟังเพลงนี้มาก ๆ เลย จะสามารถฟังเพลงนี้ได้จากไหน

นะ: แสดงว่าคนที่เคยฟังเพลงนี้นอกจากคนที่ไปไลฟ์ จะมีแค่ 70 กว่าคน

เพียว: แต่คนอีกเยอะแยะที่เข้ามาถามว่าอยากได้เพลงนี้มาก ทำยังไงดี เรารู้สึกว่าสะใจที่เพลงเราเพลงนี้ไม่อยู่บนเน็ตเว้ย หาฟังยาก ตำนานมาก มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ฟัง เราก็เลยรู้สึกว่าคิดยังไงกับการทำแบบนี้ ตอนแรกเราแค่อยากทำให้มัน remind ถึงยุคนั้นจริง ๆ ต่อมาคือสะใจนิดหนึ่งที่ไม่สามารถเอาข้อมูลตรงนี้ออกไปเผยแพร่ที่อื่นได้

นะ: อีกอย่างหนึ่งก็คือ streaming มันเข้ามา เราห้ามมันไม่ได้อยู่แล้ว เหมือนตอน vinyl แล้วก็มี CD เข้ามา สะดวกกว่าเยอะ พกพาง่าย พอมา Walkman แล้วก็มี mp3 เราก็ห้ามมันไม่ได้อยู่แล้ว ผมว่ามันจะทำให้ physical กลายเป็นเปลี่ยนสถานะมากกว่า เปลี่ยนมิติจากเอาไว้ฟังกลายเป็นของสะสม มีค่าเป็นงานศิลปะมากขึ้น ค่ามันถูกเพิ่มไปอีกด้านหนึ่ง

The People: อนาคตของวงคือการย้อนกลับไปหาเสียงเก่า ๆ แบบนี้ตลอดไปหรือเปล่า

นะ: ใช่ครับ จุดยืนของเราอยู่ที่ sound เก่า เครื่องดนตรีเก่า แต่ว่าทิศทางเราอาจจะเล่นทางอื่นได้หลายทาง อาจจะเป็นแนวใหม่ก็ได้แต่ถูกเล่นมาจากเครื่องดนตรียุคเก่า texture ของเสียงดนตรีมันจะเก่า แต่ว่าอาจจะเป็นแนวสมัยนี้ก็ได้ ไม่ผิดอะไร

The People: เรียกว่าเป็นวงรุ่นใหม่ที่วิ่งสวนทาง วิ่งย้อนทางเพลง ได้ไหม

นะ: ใช่ครับ วิ่งย้อน แต่ว่าเราไม่เชิงย้อนนะ เราย้อนไปจุดหนึ่งแล้วอยู่ที่เดิม เราไม่ได้ย้อนไปอีก กระแสดนตรีมันไปข้างหน้า เราไม่ได้ทวนไปนะ เราจะอยู่ตรงนี้ ตรงที่เราชอบ คลิกกันเมื่อปี 2013-2014 แนวที่เราฟังร่วมกัน ฟิวชั่นแจ๊ส ฟังก์ ที่มีซินธ์ป๊อป อาร์แอนด์บี ส่วนผสมประมาณนี้ไม่ไกลกันมาก

The People: ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แต่ละคนอยากจะย้อนกลับไปทำอะไร

นะ: จะย้อนไปบอกแม่ว่าอย่าเพิ่งขายของเล่น เมื่อก่อนมีของเล่นที่เด็กอเมริกันมีเยอะมาก เหมือนใน Stranger Things เลย ผมจะมีแบบเขา ตู้ pinball แต่ตอนนี้มันถูกขายถูกบริจาคไปหมดแล้ว ย้อนไปบอกว่าอย่าเพิ่งขายนะ เป็นพร็อพได้ดีเลย

เพียว: ย้อนไปเมื่อคืนครับ จะหลับให้เร็วขึ้นครับ

โต้ง: ถ้าย้อนไปได้ก็คงจะไม่หัดกินเหล้าแล้วกันครับ

เพียว : กินเหล้านี่หัดกันด้วย

 

POLYCAT กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกใน “LEO Presents Polycat I Want You Concert” วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม และวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายนนี้ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/polycatband และ www.facebook.com/smallroommusic

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

แทน โฆษิตพิพัฒน์ ลูกไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ชื่อ ‘เฉลิมชัย’ ผู้ขอสร้างนิยามศิลปินในแบบตัวเอง

สัมภาษณ์ เดมี่ จิราพร มอร์ ศิลปะกับเสียง (ที่ไม่ควร) เงียบของคนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

สัมภาษณ์ผู้บริหารโรงภาพยนตร์ House พื้นที่แห่งโอกาสของภาพยนตร์ทางเลือก บนพื้นที่แห่งโอกาสของตัวเอง

ธิดา+สุภาพ: ความทรงจำต่อ Bioscope นิตยสารหนังที่เชื่อในพลังความหลากหลาย

อร BNK48: หนังสือเล่มแรก เที่ยวอิตาลี แฟชั่นนิสตา ความหลงใหลในน้ำหอม

สัมภาษณ์ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์: เปียโน ดนตรี โรแมนติก กับชีวิตใหม่ที่ปล่อยวางจากความสมบูรณ์แบบ

Jazz and the City: สนทนากับ ‘ปอ นอร์ทเกต’ ในเรื่องบาร์แจ๊ซ และสิ่งแวดล้อม

สัมภาษณ์ ชาติชาย เกษนัส ความแตกต่างทางวัฒนธรรมหนังไทย-พม่า และการไม่พัฒนาของหนังไทย