Post on 24/04/2019

สัมภาษณ์ ERTH ประภัสสร บุตรพรหม ศิลปินสาวผู้สาดความเกรี้ยวกราดด้วยความหวาน

คนใบหน้าเละเทะ เลือดสาด ตาถลน สมองไหล ดูเผิน ๆ แล้วภาพนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรง แต่มันกลับดูอ่อนลงด้วยสีพาสเทลสดใส นี่คือเอกลักษณ์ภาพวาดของ ERTH นามปากกาของ เอิร์ธ – ประภัสสร บุตรพรหม ศิลปินสาวน่ารักผู้มีนิสัยขี้อาย สวนทางกับผลงานของเธอเป็นอย่างยิ่ง

เพื่อทำความรู้จักเธอมากขึ้น The People จึงชวนเอิร์ธมานั่งคุยถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดเคลือบน้ำตาลในผลงานของเธอ

The People: นิยามความหมายศิลปะของคุณคืออะไร

ERTH: เราไม่ค่อยนิยามคำว่า “ศิลปะ” ขนาดนั้น อะไรก็ตามที่เราทำมันคือศิลปะหมดเลย สมมติวันนี้ไม่อยากวาดรูป เราอยากหาหนังดู เราจะเลือกอะไรดูก็คือศิลปะ มันคืออะไรหลาย ๆ อย่างมารวมกัน เป็นภาพรวมทั้งหมดของอารมณ์เรา พูดง่าย ๆ ว่า ศิลปะสำหรับเราคือการแสดงออกในสิ่งที่ต้องการ แสดงออกของตัวตน สิ่งที่เราอยากจะพูด อยากจะบอก

 

The People: คุณรู้จักกับศิลปะครั้งแรกเมื่อไหร่

ERTH: เราเรียนพิเศษตั้งแต่เด็กประมาณ ป.1 แม่อยากให้เรียนพิเศษอะไรก็ได้ เราก็เลือกรำ ดนตรี แต่ไปไม่รอด (หัวเราะ) เรารู้สึกชอบเรียนศิลปะมากกว่าและอยู่กับมันได้นาน กระทั่งช่วง ป.5-6 เราเตรียมตัวเข้า ม.1 ก็ไม่ได้เรียนศิลปะแล้ว แต่เรียนวิชาการไปเลย ทำให้เราอยากเป็นหมอ (หัวเราะ)

ตอนนั้นเราอยากเป็นสองทางคือ ไม่อยากเป็นหมอก็เรียนมัณฑนศิลป์หรือนิเทศฯ แต่ใจเราอยากเป็นหมอมากกว่า พอ ม.3 สอบไม่ติดอะไรเลยที่เกี่ยวกับวิชาการ ก็เลยไม่เอาทางนี้แล้ว เราจึงไปสอบช่างศิลป์แล้วเรียนศิลปะมาตลอด พอจบช่างศิลป์มาต่อจิตรกรรม พอเรียนจบออกมา หางานทำก็ยากอีก (หัวเราะ)

 

The People: ทำไมช่วงนั้นถึงอยากเป็นหมอ

ERTH: เราชอบเรียนชีวะฯ และก็ชอบร่างกายคน เราว่าร่างกายคนมีเสน่ห์ ร่างกายคนเหมือนระบบ เป็นเหมือนเมืองเมืองหนึ่ง ไล่ตั้งแต่เซลล์ที่เป็นประชากร มีระบบเป็นห้องต่าง ๆ ในร่างกาย เรารู้สึกว่าน่าอัศจรรย์และมหัศจรรย์ดี มันเป็นความคิดตอนเด็กที่ทำให้เราชอบอะไรแหยะ ๆ  แหยง ๆ เช่น เครื่องใน

 

The People: ความชอบร่างกายเละ ๆ ขยะแขยงนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน

ERTH: การชอบดูหนังสยองขวัญเก่า ๆ ค่ะ จำพวก Dead Alive (1992), Saw (2004), House of Wax (2005) หรือ Slither (2006) หนังเหล่านี้จะใช้พร็อพประกอบที่ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เราดูก็รู้ว่าเป็นพร็อพ เราเห็นแล้วสนใจทั้งรูปทรง สี มันมีเสน่ห์สำหรับเรา สิ่งเหล่านั้นมันอยู่ในร่างกายเราทั้งหมด แต่เราเห็นแค่เปลือกนอก

เราดูหนังเหล่านี้แล้วรู้สึกว่ามันสวย อาจเป็นรสนิยมของเรา บางคนชอบหนังภาพสวย บรรยากาศ บทพูดดี ๆ แต่เราชอบความเละแบบนี้ มันมีเสน่ห์

 

The People: การดูหนังสยองขวัญเลือดสาดให้อะไรแก่คุณ

ERTH: ดูแล้วไม่เครียดค่ะ

 

The People: จริงเหรอ บางคนดูแล้วเครียดกว่าเดิมนะ

ERTH: สำหรับเราเหมือนได้ปลดปล่อย เป็นหนังที่ไม่ต้องใช้สมาธิในการดูขนาดนั้น แต่ทำให้เราเหมือนหลุดไปอีกโลก หลุดออกจากโลกแห่งความจริง

The People: คุณเริ่มต้นวาดรูปแนวทางนี้ตั้งแต่ตอนไหน

ERTH: น่าจะประมาณปี 3-4 ที่เริ่มหาสไตล์ตัวเอง แต่ก่อนเราก็วาดสวย ๆ งาม ๆ เช่น ตุ๊กตาหรือผู้หญิง แต่เราไม่มีความสุขในการวาดขนาดนั้น ซึ่งอาจารย์บอกว่าภาพของเราน่ากลัว น่ากลัวจากน้ำหนัก การลงเส้น ทำให้ลายเส้นเหมือนการ์ตูนผีเล่มละ 3 บาทของไทย เรารู้สึกว่าเรามาทางนี้ได้ ก็วาดน่ากลัวไปเลยละกัน ไม่แคร์แล้ว (หัวเราะ) สวยไม่ได้ก็ไม่ต้องสวย เราเลยหันมาวาดภาพแบบที่เราชอบดีกว่า

 

The People: หลายคนมักบอกว่าศิลปะจะสะท้อนตัวตนศิลปิน แล้วผลงานของคุณสะท้อนตัวตนอะไรออกมา

ERTH: น่าจะด้านอารมณ์นะ เราเป็นคนที่โมโหแต่ไม่แสดงออก คนอื่นจะเห็นเราในด้านอารมณ์ดีหรือว่ายิ้ม แต่ถ้าโมโห งานศิลปะจะเป็นเหมือนที่ระบายเวลาเราโมโหหรือว่าเครียด มันช่วยบำบัดตัวเองไปด้วย ถ้าเราหงุดหงิดเราจะมาลงกับงานศิลปะได้

ผลงานน่าจะเป็นอีกมุมหนึ่งของเรา ซึ่งเราโอเคกับมุมนั้นมาก ยอมรับได้ และรู้สึกดีด้วยซ้ำที่เรามีมุมนี้ ทำให้เรามีอีกหนึ่งตัวตนในการระบายออกมา

 

The People: แต่ถ้าดูจากภายนอกหรือการพูดคุย คุณไม่ได้ดูเป็นคนอารมณ์ร้ายขนาดนั้น

ERTH: ใช่ แต่ว่า (หัวเราะ) ก็ร้ายอยู่ การคุยมันอาจตัดสินไม่ได้ทุกอย่างไง

 

The People: คิดว่าอนาคตตัวเองจะเปลี่ยนแนวการวาดของตัวเองไหม

ERTH: ไม่ค่ะ คิดว่าจะทำแนวนี้ต่อไป แต่จะใช้สื่ออื่นมาช่วย เช่น ทำภาพเคลื่อนไหว หรือทำภาพ 3 มิติ

The People: สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ชัดคือความขัดแย้งกันหลาย ๆ อย่างในตัวคุณและผลงาน เช่น ตัวคุณที่เรียบร้อยแต่งานรุนแรง หรืองานมีความรุนแรงแต่ใช้สีพาสเทลสดใส ความแตกต่างนี้ต้องการจะบอกหรือสื่อสารอะไรไหม

ERTH: ต้องการให้คนรู้ว่าเราเป็นผู้หญิง (หัวเราะ) เหมือนเป็นสีหวาน ๆ ที่เคลือบลายเส้นโหด ๆ อยากให้งานมีความเป็นผู้หญิงในนั้น ที่อยากให้มีความเป็นผู้หญิงเพราะอยากพูดว่าผู้หญิงก็ทำได้ ไม่จำเป็นว่าผู้ชายจะต้องวาดรูปโหด ๆ หรือผู้หญิงวาดรูปสวย ๆ อย่างเดียวเสมอไป

 

The People: บางคนใช้ศิลปะในการสะท้อนแนวคิดทางสังคมบางอย่าง แล้วคุณต้องการนำเสนอแนวคิดอะไร

ERTH: ส่วนใหญ่เราพูดถึงเรื่องดาร์กของสังคมมากกว่าเรื่องบวก เราเห็นในมุมไม่ค่อยดี แต่ก็พยายายามเคลือบมันด้วยสิ่งที่สวยงามขึ้น เป็นสังคมไม่ดีแต่ถูกทำให้ดีเหมือนเคลือบน้ำตาล

ยกตัวอย่างงานที่เป็นรูปวินมอเตอร์ไซค์ เรารู้สึกว่าแค่เหตุการณ์เดียวมันบ่งบอกได้ว่า สังคมต้องรีบ ต้องแข่งขันกันตลอดเวลา ซึ่งไม่มีใครห่วงความปลอดภัยของคนอื่น หรือแม้กระทั่งตัวเองก็ไม่ได้ห่วง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดนี้ เราก็ทำให้ดูง่ายขึ้นด้วยสีพาสเทล แต่รูปทรงกับน้ำหนักมันโหดแล้ว

อยากให้คนดูงานเรามองรายละเอียดงาน ภายนอกอาจจะสีสันสวยงาม น่ารัก แต่รายละเอียดข้างในมันโหดนะ มันจึงมองได้หลายมุม ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ มองสวยงามก็ได้ มองโหดร้ายก็ได้ ทุกอย่างแม่งก็แค่หนังกับเปลือก

The People: ในฐานะศิลปินวัยรุ่นคนหนึ่ง คุณอยากเห็นสังคมเราเป็นสังคมแบบไหน

ERTH: แค่อยากให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นก็พอแล้ว เพราะตอนนี้แค่การใช้ชีวิตก็ยากแล้ว โดยเฉพาะพื้นฐานการใช้ชีวิต มันมีเรื่องรายได้ คมนาคม ที่อยู่อาศัย ถ้าสังคมมีตรงนี้ดี ทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นตามไปเอง เราอยากเห็นการพัฒนาตรงนี้

 

The People: แล้ววงการศิลปะละ?

ERTH: อยากให้พัฒนานะ แต่ศิลปะจะพัฒนาได้ต้องเปลี่ยนที่คนทั่วไปและคนที่มีอำนาจก่อน คนต้องเจริญก่อน ศิลปะถึงจะเจริญด้วย ถ้าเราเปิดกว้างเรื่องศิลปะ แต่คนยังใช้ชีวิตไม่สุขสบาย มันก็กลายเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับเขาอยู่ดี ฉะนั้นต้องเริ่มที่พื้นฐานก่อนค่ะ

 

The People: สมมติวันใดวันหนึ่งสังคมโลกมีความสุข ทุกอย่าง happy คุณจะหาวัตถุดิบความเครียด ความโหดร้ายจากไหน

ERTH: คิดว่าเราคงตายก่อนแน่นอน ไม่มีทางที่ทุกอย่างจะ happy เพราะทุกอย่างมีสองด้านเสมอ

The People: การเป็นศิลปินเต็มตัวในประเทศไทยมันยากลำบากแค่ไหน

ERTH: ยาก เพราะคนไทยไม่ได้เปิดรับงานศิลปะหลากหลายสไตล์ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถซัพพอร์ตงานศิลปะได้ เขาจะซัพพอร์ตแนวทางหนึ่งไปเลย แต่คนที่มีกำลังซัพพอร์ตเราจะเป็นวัยรุ่น เด็กกว่า หรือคนเพิ่งเริ่มทำงาน กำลังซัพพอร์ตเขายังไม่เยอะพอทำให้เราอยู่ได้

การเป็นศิลปิน ณ เวลานี้จึงยากและต้องทำงานหนักมาก ๆ อยู่ที่ว่าเราจะอดทนได้ไหม ต้องอดทนมาก ๆ เลย เพราะการทำงานหนักมันไม่ง่ายแน่นอน

 

The People: การเป็นศิลปินให้อยู่รอด ต้องต่อสู้กับอะไร

ERTH: เงิน ยังไงก็หนีไม่พ้น เงินเป็นสื่อกลาง ตัวแทนของมูลค่าค่ะ

 

The People: โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยศิลปินอย่างไรบ้าง

ERTH: ช่วยให้คนรู้จักศิลปิน โซเชียลฯ เป็นสิ่งที่ดีมาก ดีที่เกิดขึ้นมาในยุคเรา (หัวเราะ) เพราะถ้าไม่มีโซเชียล เราต้องใช้เวลาไม่รู้กี่ปีกว่าคนอื่นจะเห็นงานเรา แต่ถ้าเรามีโซเชียลฯ 10 วัน เราก็รู้จักคนหลายคนแล้ว

แต่มันก็ต้องแลกด้วยความเร็ว ทุกอย่างก็ต้องเร็ว เราต้องผลิตออกมาเยอะ ๆ และสม่ำเสมอ คนถึงจะจำเราได้ ถ้าปราณีตต้องปราณีตจริง ๆ งานชิ้นนั้นต้องปังจริงๆ ถึงจะเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคน เพราะคนแค่เลื่อนไทม์ไลน์ผ่านไปเรื่อย ๆ

 

The People: ทำไมศิลปินวัยรุ่นมักนำผลงานไปทำเป็นโปสการ์ด สติกเกอร์ หรือของเล่นจุกจิกมากกว่างานภาพอย่างเดียว

ERTH: เราทำสติกเกอร์ขายมันซื้อง่าย-ขายง่าย ใคร ๆ ก็ซื้อได้ แต่พอเริ่มเป็นเฟรม แคนวาส หรือภาพใส่กรอบ เราจะขายได้เฉพาะคนที่มีพื้นที่ติด มันเริ่มเป็นกลุ่มคนอีกกลุ่ม ฐานคนเสพงานศิลปะของเราเปลี่ยนไปแล้ว

 

The People: หากมีคนมาขอแนะนำคุณระหว่างการทำงานตามความฝัน กับทำงานตามที่สังคมบอก คุณจะแนะนำว่าอย่างไร

ERTH: ต้องเลือกทำในสิ่งที่รักไหม ไม่งั้นเราจะมีความสุขเหรอ? เลือกทำสิ่งที่รัก ทำไปเรื่อย ๆ พอเจออุปสรรคก็แก้ไขตอนนั้น ไม่ต้องวางแผนอะไรเยอะแยะขนาดนั้น เราเกิดมามีชีวิตเดียวนะเว้ย!

ภาพโดย: ชญานิศ มาทอง

 

ติดตามผลงานของ ERTH เอิร์ธ – ประภัสสร บุตรพรหม ได้ที่ Instagram @eartherth


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช : นิทรรศการจิ๋นซี วัดพุทธ ศาลเจ้า ในมุมนักประวัติศาสตร์ศิลปะจีน

WHY “Y” ทำความเข้าใจวัฒนธรรมวายกับ รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม

สัมภาษณ์ “20 ปีนางนาก” ความรักไม่มีวันตายในโลกภาพยนตร์

สัมภาษณ์ปราปต์ บุนปาน: ความทรงจำแฟนบอลสเปอร์ส จากยุคลินิเกอร์ถึงชิง UCL

สัมภาษณ์ กฤตเมธ สีถาน (Bunny Be Fly) การสร้างสรรค์งานศิลปะที่เรียกว่า Drag Artist

สัมภาษณ์ Slot Machine การเดินทาง ‘ผ่าน’ ศาสนา มนุษย์ต่างดาว และเพลงสากลที่ ‘รอ’ วันสำเร็จ

สัมภาษณ์ ประวิทย์ แต่งอักษร และ ไกรวุฒิ จุลพงศธร สำรวจโลกใกล้สูญพันธุ์ของนักวิจารณ์ภาพยนตร์

สัมภาษณ์ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ กับชีวิตรักเดียว “เพื่อชีวิต” ดนตรี การเมือง สตรีมมิ่ง เด็กตีกัน และ ฟุตบอลไทยไปบอลโลก