Post on 08/05/2019

สัมภาษณ์ โรแม็ง กาฟรัส ผู้กำกับนิวเวฟยุคใหม่ของฝรั่งเศส ลูกแหง่ อิลลูมินาติ เสื้อบอลไทย และแฟนหนังอภิชาติพงศ์

โรแม็ง กาฟรัส เป็นผู้กำกับชาวฝรั่งเศส เขาลูกชาย คอสตา กาฟรัส ผู้กำกับชื่อดังดีกรีเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Z (1969) เป็นที่รู้จักจากการกำกับมิวสิกวิดีโอ โดยเฉพาะ Born Free ของ M.I.A. ที่สร้างชื่อเสียงสุดฉาวจากฉากรุนแรง และเคยได้รางวัลถ่ายภาพและกำกับยอดเยี่ยมจาก MTV Music Awards ด้วยเพลง Bag Girls ของ M.I.A. เช่นกัน

ด้วยสายเลือดผู้กำกับเข้มข้น เขาเริ่มต้นก่อตั้งกลุ่ม “คูร์ทราจเม” (Kourtrajmé) จับกล้องทำหนังสั้น และวิดีโออาร์ตกับเพื่อนสนิท คิม ชาปิรอง จนได้รับยกย่องเป็นการเคลื่อนไหวสำคัญของวงการหนังอินดีฝรั่งเศสยุค 90 กาฟรัสประเดิมภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Our Day Will Come (2010) ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ กาฟรัสกลับมาพร้อมภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่สองที่ใช้เวลาห่างกันถึง 8 ปี The World Is Yours (2018) เปิดตัวฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ไม่ต่างกัน

ล่าสุด โรแม็ง กาฟรัส เดินทางมายังประเทศไทย The People จึงมีโอกาสได้นั่งคุยกับเขา และพบว่ากาฟรัสเป็นแฟนหนัง เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

และนี่คือบทสนทนาในวันนั้น

The People: คุณเกิดมาในครอบครัวผู้กำกับภาพยนตร์ ชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างไรบ้าง

กาฟรัส: ชีวิตวัยเด็กของผมมีความสุขมาก เพราะที่บ้านไม่ว่าจะเป็นพี่ น้อง คุณแม่ หรือคุณพ่อทุกคนล้วนอยู่ในธุรกิจภาพยนตร์ ช่วงเวลาก่อนคุณพ่อจะสร้างหนังสักเรื่อง ในบ้านจะกลายเป็นโปรดักชันเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยคอสตูม นักแสดง เหมือนรายล้อมไปด้วยบรรยากาศของภาพยนตร์ แม้กระทั่งบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ถือเป็นเรื่องดี ที่ชีวิตวัยเด็กของผมรายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น

ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็นประธานาธิปดีนะ แต่เรียนหนังสือไม่เก่ง ก็เลยมาเป็นผู้กำกับดีกว่า

 

The People: คุณพ่อ คอสตา กาฟรัส เป็นผู้กำกับเก่งคนหนึ่ง คุณได้เรียนรู้อะไรจากเขาบ้าง

กาฟรัส: ผมเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวอย่างทุ่มเท่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการทำหนังสักเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่เฉพาะตอนถ่ายทำอย่างเดียว การเตรียมตัวเป็นช่วงเวลาที่คุณจะเลือกสิ่งดีที่สุดสำหรับภาพยนตร์ เพราะทุกอย่างที่คิดไม่สามารถนำมาใส่ในหนังได้หมด เราต้องท้าทายสมองให้คิดตลอดเวลา มีความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งรายล้อมไปด้วยคนที่จริงจังกับการทำหนัง ผมจึงต้องรักและทุ่มเทกับการคราฟต์หนังสักเรื่องหนึ่ง

 

The People: คุณห่างหายจากการทำหนังไปนาน อะไรคือแรงบันดาลใจกลับมาทำหนังเรื่องนี้

กาฟรัส: ผมชอบเรียนรู้การทำงานหลาย ๆ อย่าง เช่น มิวสิกวิดีโอ หนังสั้น วิดีโออาร์ต หรือทำงานโฆษณา มันเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการ์ณจากการทำงานอย่างอื่น ซึ่งผมก็ชอบทำงานเหล่านั้นด้วย อีกทั้งการทำหนังต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ผมจึงต้องทำงานเก็บเงินมาสร้างหนังที่ตัวเองอยากทำ

ผมทำงานหลายอย่างในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา รอจนถึงเวลาที่จะได้ทำหนังเรื่องนี้ และในอนาคตคิดว่า ช่วงเวลาเว้นห่างตรงนี้จะสั้นลง

 

The People: จากภาพยนตร์เรื่องแรก Our Day Will Come ที่ดูจริงจัง ทำไม The World Is Yours ถึงเปลี่ยนโทนเป็นคอเมดีมากขึ้น

กาฟรัส: ส่วนตัวผมคิดว่าหนังเรื่องแรกตลกเหมือนกันนะ เป็นตลกร้าย แต่ The World Is Yours มีความสว่างสดใสมากกว่า ไม่รู้ว่าคนดูคิดแบบนั้นไหม

เรื่องแรกผมทำตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นการปล่อยของโดยไม่ได้คิดถึงคนดูเท่าไหร่ ผมทำเพื่อตอบสนองสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่เรื่องนี้ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ผมอยากให้คนดูมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น บางฉากอยากให้คุณหัวเราะ บางฉากอยากให้คุณร้องไห้ บางฉากอยากให้คุณเครียดเล็กน้อย เรื่องนี้จึงแตกต่างจากเรื่องแรกตรงที่ผมแคร์คนดูมากขึ้น

 

The People: หนังเล่นประเด็นแก๊งสเตอร์ ยาเสพติด และความรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องจริงจังในโลกความเป็นจริง ทำไมคุณมองมันเป็นเรื่องตลกได้

กาฟรัส: หนังแก๊งสเตอร์มีวิธีการสร้างหนังได้หลากหลายรูปแบบ เราจะเจอตัวละครซีเรียสจริงจัง แต่ในเวลาเดียวกันเราก็เห็นตัวละครที่ตลก ทำพลาด หรือทำอะไรไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ซึ่งโลกแห่งความจริงก็มีคนแบบนั้นอยู่ในสังคม พอผมใส่ความเหนือจริงเข้าไป มันก็จะดูเป็นคอเมดี มีเซนส์ของคอเมดีปะปนอยู่ เหมือนหนังตลกอิตาลีช่วงปี 70s ที่สะท้อนประเด็นทางสังคม แต่ก็นำเสนอเป็นหนังคอเมดี แม้หนังจะพูดเรื่องประเด็นหนัก ๆ แต่โทนหนังก็ยังสดใสได้

The People: The World Is Yours มีประเด็นความสัมพันธ์แม่ ลูกอยู่ด้วย ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องนี้

กาฟรัส: หนังเป็นประเด็นอาชญากรรมในกลุ่มเล็ก ๆ ไม่ได้มีสเกลใหญ่มาก ผมจึงไม่ได้สนใจเรื่องราวหัวหน้าแก๊ง แต่เป็นเรื่องราวเหล่าโจรกระจอกมากกว่า หนังจึงใช้ความสัมพันธ์ของตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

จุดหนึ่งความสัมพันธ์แม่ – ลูกในหนัง สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่กับผมจริง ๆ ฉะนั้นบทพูดบางฉาก บางตอน หรือบางสถานการณ์ที่ตัวละครกระทำจะคล้ายกับความสัมพันธ์จริง ผมคงไม่กล้าพูดแบบนี้ในบทสัมภาษณ์ภาษาฝรั่งเศสหรอก เพราะแม่คงฆ่าผมแน่ ๆ (หัวเราะ)

 

The People: ซึ่งความสัมพันธ์แมลูกค่อนข้างเป็นลูกแหง่?

กาฟรัส: ใช่ครับ (หัวเราะ) ผมก็เป็นลูกแหง่มากด้วย ผมคิดว่าคนฝรั่งเศสโดยเฉพาะคนรุ่นผมส่วนใหญ่เติบโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยว ถึงแม้พวกเราจะดูแข็งกร้าว แต่ก็มีความเป็นลูกแหง่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหนังจึงทำงานกับอื่นทั่วโลก ไม่ใช่แค่เฉพาะคนฝรั่งเศส เพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่ – ลูกเป็นสิ่งที่ทุกคนเชื่อมโยงถึงได้

และถ้ามองเฉพาะประเภทหนังอาชญากรรมหรือฟิล์มนัวร์ฝรั่งเศส หนังจะมีคอนเซปต์ตายตัวเสมอ ผมจึงอยากนำเสนออะไรใหม่ ๆ เช่น คนอาจจะคุ้นชินว่าบทบาทแม่ที่ดีของตัวร้าย แต่เรื่องนี้คุณแม่ต่างหากที่จะเป็นคนงัดข้อกับลูกตัวเอง มันจึงเป็นความแตกต่างจากหนังแก๊งสเตอร์เรื่องอื่น

 

The People: ในหนังมีตัวละครที่เชื่อเรื่อง อิลลูมินาติ (Illuminati) ทำไมคุณถึงเอาแนวคิดนี้เข้ามาใส่ในหนัง

กาฟรัส: ผมไม่รู้ว่าประเทศไทยเชื่อแนวคิดอิลลูมินาติขนานไหน แต่ในยุโรปหรืออเมริกามีหลายคนที่เชื่อเรื่องพวกนี้จนเป็นกระแส และมองเห็นสัญลักษณ์สามเหลี่ยมพวกนี้ตลอดเวลา ผมจึงออกแบบคาแรคเตอร์ “อองรี” (รับบทโดย วินเซนต์ แคสเซล) ติดคุกมานาน 10 ปี ทำให้เขาไม่รู้เรื่องราวภายนอก ไม่รู้ว่าออกมาแล้วจะมีชีวิตเพื่ออะไร กระทั่งพบคลิปอิลลูมินาติในอินเทอร์เน็ต มันสะท้อนให้เห็นสังคมปัจจุบันที่เรามีอินเทอร์เน็ต สามารถหาข้อมูลอะไรแล้วพร้อมที่จะเชื่อ ซึ่งแง่มุมนี้น่าสนใจ สามารถทำเป็นคอเมดีได้

 

The People: ส่วนตัวคุณเชื่อแนวคิดนี้ไหม

กาฟรัส: ไม่นะครับ มองเป็นเรื่องสนุกมากกว่า ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่พร้อมที่จะเชื่อเรื่องราวอะไรก็ตาม แถมอินเทอร์เน็ตก็มีส่วนสร้างเรื่องพวกนี้จนกลายเป็นตำนาน แล้วคนก็เข้าไปดูจนกลายเป็นเรื่องจริงจัง

The People: ตัวละครผู้หญิงในหนังค่อนข้างแข็งแกร่ง คุณตั้งใจแฝงนัยยะความเท่าเทียมทางเพศด้วยไหม

กาฟรัส: ไม่ตั้งใจขนาดนั้นนะ แต่อยากสะท้อนความเป็นจริงในสังคมมากกว่า เพราะอย่างที่บอก คนรุ่นผมเติบโตมากับคุณแม่ที่เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง เด็กผู้ชายจะติดแม่และดูเปราะบางกว่า ผู้หญิงก็จะดูแข็งแกร่งกว่า ผมจึงอยากสะท้อนว่าสังคมฝรั่งเศสตอนนี้ว่าเป็นไปในทิศทางนั้น แม้แต่ในครอบครัวผมเอง คนในครอบครัวก็จะกลัวแม่และพี่สาว แม้กระทั่งคุณพ่อก็จะกลัวแม่เหมือนกัน

 

The People: เราสังเกตได้ว่าในหนังของคุณ ตัวละครวัยรุ่นมักใส่ชุดฟุตบอลไทย?

กาฟรัส: การใส่เสื้อฟุตบอลไทยเป็นเทรนด์ขนาดใหญ่ที่ฝรั่งเศสครับ โดยเฉพาะเด็กหรือวัยรุ่นที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทยอย่าง พัทยา พอกลับประเทศเขาก็จะนำเทรนด์เสื้อฟุตบอลไทยกลับไปด้วย ถ้าคุณไปปารีสคุณจะเห็นคนใส่ชุดฟุตบอลไทยเยอะมากนะ

 

The People: คนฝรั่งเศสมองประเทศไทยอย่างไรบ้าง

กาฟรัส: ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่มองประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน สถานที่ใช้เวลาในวันหยุด โดยกำเนิดผมมาจากประเทศกรีซ ซึ่งคนฝรั่งเศสจะมองกรีกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกัน ผมเดาว่าคนส่วนใหญ่ก็จะมองประเทศไทยแบบนั้นเหมือนกัน

แต่ส่วนตัวผมมองที่วัฒนธรรมภาพยนตร์ ผมชอบหนังของ อภิชาติพงศ์ (วีระเศรษฐกุล) ผมรู้จักประเทศไทยผ่านหนังของเขา ตอนอายุประมาณ 17 ปี ผมดูหนังเยอะมาก ดูหนังเกรดบีจากไทยและฮ่องกงด้วย ได้ดูหนังอินดีของอภิชาติพงศ์ และหนังฟอร์มยักษอย่าง องค์บาก (พ.ศ. 2546) ผมเติบโตมากับหนังพวกนี้เหมือนกัน

 

The People: คุณดูหนังอภิชาติพงศ์ด้วย!?

กาฟรัส: ครับ ผมเป็นแฟนหนังอภิชาติพงศ์โคตร ๆ เลย หนังมีความน่าสนใจในการเล่าเรื่อง ซึ่งปกติหนังฝั่งยุโรปมักมีเรื่องราวอิงจากตำนานเทพเจ้ากรีก แต่หนังของอภิชาติพงศ์แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นที่เคยดูมาก ผมชอบดูหนังที่ต้องทำความเข้าใจในการดูมัน ในขณะเดียวกัน หนังก็ส่งอารมณ์ร่วมบางอย่าง การดูหนังของอภิชาติพงศ์จึงแตกต่างจากเรื่องอื่น ที่สำคัญทำให้ผมเข้าใจสถาปัตยกรรมในการเล่าเรื่องของศาสตร์ภาพยนต์

 

The People: แต่ในประเทศไทย น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ดูหนังของอภิชาติพงศ์ กลับกลายเป็นว่าหนังได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ?

กาฟรัส: ก็เหมือนอุตสาหกรรมหนังในฝรั่งเศสที่มีผู้กำกับจำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่มีชื่อเสียงในวงกว้างระดับโลก แต่ละปีมีหนังฝรั่งเศส 300 เรื่องต่อปี อาจมีเพียง 5 เรื่องเท่านั้นที่ออกฉายนอกประเทศ ผมไม่รู้ว่าแต่ละปีมีหนังไทยทำกี่เรื่องนะ แต่น้อยคนที่จะโดดเด่นและสามารถเติบได้ในต่างประเทศ

The People: ย้อนกลับมาที่ The World Is Yours อุปสรรคการสร้างเรื่องนี้คืออะไร

กาฟรัส: หนังเรื่องนี้เป็นการทำระดับเมนสตรีมครั้งแรก มันยากไปหมด แต่หลัก ๆ น่าจะเป็นเรื่องเงิน เช่น อยากได้เพลงหนึ่งมาประกอบหนัง แต่เพลงมันแพงมาก ผมก็ต้องทำโฆษณาสองเรื่องเพื่อมาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทำเพลงในหนัง และการห่างหายจากการทำหนังขนาดยาวมานาน ทำให้ผมต้องเวิร์กช็อปอย่างหนักก่อนถ่ายทำ เรียกทุกคนมาซ้อมทำงานด้วยกันก่อนถ่ายทำจริง

 

The People: เสน่ห์ความตลกร้ายคืออะไรในสายตาคุณ

กาฟรัส: มันเป็นเรื่องของเซนส์นะ ผมรักตัวละครที่วินเซนต์แสดงมาก ตัวหนังก็ไม่ได้ไปล้อเลียนหรือหัวเราะเยาะเขา มันเป็นเหมือนเรารักใครแล้วเอาเขามาล้อ และเป็นการล้อที่เกิดจากความรัก ฉะนั้นคุณต้องรักตัวละครนั้นก่อน มีจุดที่ผมอยากเข้าไปกอดวินเซนต์แล้วบอก “ไม่เป็นไรนะ” เหมือนกัน เพราะเขาก็ทำอะไรผิดพลาดตลอดเลย

 

The People: สุดท้ายคุณดูฟุตบอลไหม และเชียร์ทีมอะไร

กาฟรัส: ดูครับ ผมเชียร์ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง (Paris Saint-Germain)


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Photographer

ช่างภาพนิ่งและเคลื่อนไหว

Related

สัมภาษณ์ อาภาพัชร์ ใจอินทร์ กลินน์ ภัณฑารักษ์ผู้เปลี่ยนความเสียดายเป็นงานศิลปะ

ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า จากคนไร้ศาสนา สู่ กวีร็อกแอนด์โรลล์ กับชีวิตที่ “ไม่มีกำแพงขวางกั้น”

“สารคดี = ความจริง เป็นการหลอกตัวเอง” สัมภาษณ์ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี

“ดนตรีไม่ใช่ภาษาสากล” ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร นักแต่งเพลงคลาสสิก ดีเอ็นเอไทย

พิษณุ ศัตรูลี้ CEO สยามบอร์ดเกม ผู้นำเข้าและแปลบอร์ดเกมมากที่สุดในเมืองไทย

สัมภาษณ์ สุธิราช วงศ์เทวัญ เส้นทางชีวิตลิเกกว่าจะเป็นพระเอกในหัวใจทุกคน

สัมภาษณ์ คริสซี่-ปริม สองนักแสดง โปรเม อัจฉริยะ/ต้อง/สร้าง กับความฝันที่เดิมพันด้วยครอบครัว

อร BNK48: หนังสือเล่มแรก เที่ยวอิตาลี แฟชั่นนิสตา ความหลงใหลในน้ำหอม