Post on 26/11/2018

สัมภาษณ์ อีสานร่วมสมัย กับสามนักแสดงนำ ไทบ้าน เดอะซีรีส์

เวลาพูดถึงภาพยนตร์อีสาน หลายคนมักนึกถึงภาพความลำบากของตัวละครที่ใช้ชีวิตริมทุ่งนาห่างไกลความเจริญ ทำงานตรากตรำแทบตายกว่าจะได้ข้าวกินสักมื้อหนึ่ง หนำซ้ำความรักก็มักไม่สมหวัง เพราะสาวเจ้ากลับเลือกแต่งงานกับชายหนุ่มฐานะดี กลายเป็นภาพจำที่คนทั่วไปเห็นในภาพยนตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทว่าอีสานใน “ไทบ้าน เดอะซีรีส์” มันไม่ใช่อีสานแบบเดิมที่เรารู้จัก หนังนำเสนอภาพอีสานร่วมสมัยที่ตัวละครใช้ชีวิตอยู่กับความศิวิไลซ์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี ซึ่งหลอมรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเป็นที่เรียบร้อย และนั่นก็ทำให้ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จเหนือภาพยนตร์อีสานเรื่องอื่นๆ

The People จึงชวน ด้งเด้ง – ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร (จาลอด), นะโม – ธันวาพร นาสมบัติ (ครูแก้ว) และ ฟิฟิล์ม – สิริอมร อ่อนคูณ (หมอปลาวาฬ) สามนักแสดงนำหลักผู้เกิดและเติบโตในภาคอีสานเต็มตัว มาคุยกับเราถึงความเป็น “อีสาน” ม่วนๆ สไตล์ที่ราบสูงเรื่องนี้

 

 

The People: เรามักเห็นภาพความลำบากในหนังอีสานสมัยก่อน คุณเคยสัมผัสความลำบากแบบนั้นไหม

ธันวาพร: เคยค่ะ ตอนเด็กๆ ลำบากนะคะ พวกหนูก็เป็นเด็กบ้านนอก วิ่งเล่นตามถนนดินแดงเหมือนกัน

ณัฐวุฒิ: ถามว่าสมัยก่อนลำบากไหม มันก็ลำบากครับ แต่ความเป็นพ่อเป็นแม่เขาคงไม่อยากเห็นลูกตัวเองลำบากหรอก เขาก็จะเลี้ยงดูประคับประคองลูกเป็นอย่างดี เราก็เห็นความลำบากของพ่อแม่ตั้งแต่เรายังเป็นเด็กเหมือนกัน

สิริอมร: ถึงใครไม่เคยเห็น พ่อแม่ก็จะเล่าให้ฟังค่ะ

 

The People: รู้สึกอย่างไรที่ไทบ้านฯ นำความร่วมสมัยมาใส่ในภาพยนตร์อีสาน

ณัฐวุฒิ: ก็ดีนะครับ มันเปิดโลกกว้างขึ้นให้คนอื่นเห็นว่าคนอีสานไม่ได้อยู่แค่ทุ่งนา ทำนา หรือทำสวนเพียงอย่างเดียว

ธันวาพร: ไทบ้านฯ เป็นหนังอีสานที่ไม่ได้ใส่ผ้าถุง เป็นหนังอีสานปัจจุบัน เด็กวัยรุ่นในหนังก็ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นปัจจุบันเลย

ณัฐวุฒิ: เรียล! เป็นปัจจุบันไปเลย

 

The People: คุณคิดว่าคนอีสานปี 2018-19 เป็นอย่างไร

ณัฐวุฒิ: เป็นคนอีสาน 4.0 ครับ มันก็ทันๆ กันหมดแล้ว เดี๋ยวนี้แม่เล่น Facebook เก่งกว่าผมอีก

ธันวาพร: เขาก็ดู YouTube เล่น Facebook เล่น Line เหมือนคนกรุงเทพฯ แต่ตอนเล่น Facebook ต้องระวังนะ

ณัฐวุฒิ: ทำไมครับ

ธันวาพร: เพราะมีแม่เป็นเพื่อน (หัวเราะ)

 

 

The People: ทำไมคนอีสานถึงเฮฮาตลอดเวลา

ณัฐวุฒิ: คนอีสานขี้เล่นครับ อะเลิร์ทตลอดเวลา คนภาคอื่นอาจคิดว่าคนอีสานเสียงดัง เพราะว่าเขามีความสนุกสนานในตัวอยู่แล้ว เขามีนิสัยแบบนี้แหละครับ แต่เขาไม่ได้คิดอะไรมาก เป็นคนมักม่วน ชอบความสนุก

 

The People: วัฒนธรรมอีสานมักเป็นกิจกรรมหมู่คณะ จึงทำให้เรากลมเกลียวมากกว่าหรือเปล่า

ณัฐวุฒิ: ช่วยเยอะเลยครับ เช่น การร่วมกันทำบุญใหญ่ ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน หรือแห่บวชนาค มันเป็นการรับบุญร่วมกัน แต่ก่อนเป็นรถเข็นกลองยาว ตอนนี้เป็นรถแห่กลองยาวแทน แต่ยังมีเครื่องดนตรีปกติ

สิริอมร: ผู้เฒ่าเด็กน้อยก็เต้นแห่กันไป

ธันวาพร: อีสานมีหมอลำด้วยเนอะ คนเต็มหน้าฮ้านเลย งานแต่งงานบวชทีไร ได้เจอเพื่อนๆ ก็สนุกดี

 

The People: อะไรคือเสน่ห์ของคนอีสานที่กรุงเทพไม่มี

ณัฐวุฒิ: ความเรียบง่ายครับ บรรยากาศ ความสงบ วัฒนธรรมและความเป็นอยู่

ธันวาพร: เวลาทำกับข้าว เราจะแบ่งบ้านข้างๆ

สิริอมร: กินข้าวด้วยกัน อยู่เป็นครอบครัว เรียกว่าเป็นญาติทั้งหมู่บ้านค่ะ เวลาไปเจอกักต่างจังหวัดหรือต่างภาค ก็จะคุยกันและสนิทกันง่าย แบบ “คนอีสานด้วยกันนิ”​ เพราะเราจะตบมุกกันได้ มองตาก็รู้ใจแล้ว

ณัฐวุฒิ: มันสนิทใจกันเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เช่น เมื่อวานผมนั่งแท็กซี่ไปสอบที่มหาวิทยาลัย ตอนแรกก็พูดภาษากลางกันกับคนขับ ผมก็นั่งเล็งแกอยู่ว่าเป็นคนอีสานใช่ไหม แล้วแกก็พูดกลางตกคำอีสาน ผมเลยท้วงเลย “เป็นคนไส” ก็เลยรู้ว่าเป็นคนร้อยเอ็ด เป็นคนบ้านเดียวกัน ทีนี้ก็คุยกันยาวเลย และค่ามิเตอร์แท็กซี่เศษเกิน 8 บาท แกก็ลดให้ ไม่เอาเงิน

สิริอมร: คนอีสานใจดี และจริงใจด้วยนะคะ (ยิ้ม)

 

 

The People: อะไรคือเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ที่อีสานไม่มี

ณัฐวุฒิ: เมืองศิวิไลซ์ แสงสี ตึก รถไฟฟ้า ของกินมากมาย มีคนหลายแบบ กรุงเทพฯ มีทุกอย่าง

ธันวาพร: เหมือนที่เขาบอกว่า “กรุงเทพฯ ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว”

 

The People: จริงเหรอ

ทุกคน: (หัวเราะ)

 

The People: ชอบบรรยากาศบ้านหรือเมืองมากกว่ากัน

ธันวาพร: ต้องชอบบ้านอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าเราไม่ได้อยู่บ้านตลอด บางทีก็ต้องมาทำงาน เราก็ต้องปรับตัว

ณัฐวุฒิ: เราเลือกไม่ได้ครับ เราอยากอยู่บ้านแต่ว่าชีวิตก็อาจไม่ก้าวหน้าก็ได้นะ ต้องเดินทางเข้ามาในเมือว แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็อยากกลับบ้านอยู่ดี

สิริอมร: หนูว่าเป็นกันทุกคนค่ะ คนกรุงเทพฯ เองก็เหมือนกัน พอมาอยู่ต่างจังหวัดก็อยากกลับเมือง ถึงแม้ต่างจังหวัดจะสวยงามกว่า แต่เขาก็อยากกลับบ้านอยู่ดี ยังไงทุกคนก็เลือกบ้านค่ะ

 

The People: ความสำเร็จของภาพยนตร์ไทบ้านฯ ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

ณัฐวุฒิ: ที่เปลี่ยนไปแล้วผมมีความสุขก็คือ การที่คนอื่นเห็นเราแล้วเขามีความสุข ผมเห็นรอยยิ้มของเขา นั่นแหละคือความสุขของผมครับ

ทุกคน: (ปรบมือ)

ณัฐวุฒิ: ตอบหล่อเนอะ เขียบ!

 


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

สัมภาษณ์ โรแม็ง กาฟรัส ผู้กำกับนิวเวฟยุคใหม่ของฝรั่งเศส ลูกแหง่ อิลลูมินาติ เสื้อบอลไทย และแฟนหนังอภิชาติพงศ์

สัมภาษณ์ พีระพงศ์ จรูญเอก ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือนออกตามหาฝัน ปั้น “ออริจิ้น” จุดกำเนิดอสังหาฯ หมื่นล้าน

สัมภาษณ์ จตุพร ผิวขาว บริหารแบรนด์โรงแรม ‘One Origin’ ให้เป็นบ้านหลังที่ 2 ของทุกคน

“เนวิน ชิดชอบ” คนพันธุ์บุรีรัมย์ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนตัวเองจากอดีตนักการเมืองที่ถูกยี้ สู่นักพัฒนาเมืองที่ถูกรัก

จำลองโลกใหม่ หลีกหนีความจริง ยึดเหนี่ยวจิตใจ สัมภาษณ์ ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต เมื่อมวยปล้ำเป็นมากกว่ากีฬาเพื่อความบันเทิง

สัมภาษณ์ ชานน สันตินธรกุล “ความฝันของผมอยู่ที่ฮอลลีวูด”

สัมภาษณ์ ธนา ต่อสหะกุล ปั้น ‘พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น’ บริการหลังการขายอสังหาฯ ครบวงจร

ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ แม่ทัพหญิงแห่งบ้านจัดสรร ‘Britania’ ผู้เชื่อว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้