Post on 28/02/2020

IZ*ONE ฝ่ามรสุมคัมแบ็ค กับเวลาที่เหลือน้อยลงไปทุกขณะ

หลังปล่อยให้แฟน ๆ รอนานหลายเดือน ในที่สุด IZ*ONE หรือ ไอจือวอน วงไอดอลลูกผสมเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นก็คัมแบ็คอย่างยิ่งใหญ่ ปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรก BLOOM*IZ วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2020 โดยมีเพลง Fiesta เป็นเพลงหลัก และทำยอดขายได้เกิน 3 แสนชุดในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลยสำหรับวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปในปัจจุบัน

ยอดขายที่ออกมาถือเป็นการปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจของเหล่า WIZ*ONE (กลุ่มแฟนคลับที่มีชื่อภาษาไทยว่า วีจือวอน) ที่รอโอกาสในการสนับสนุนวงมาหลายเดือน ตอนแรกอัลบั้มนี้ควรวางจำหน่ายไปตั้งแต่ 11 พฤศจิกายน 2019 ทว่าดันเกิด ‘วิบากกรรม’ ขึ้นเสียก่อน ทำให้แผนการทุกอย่างต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ยอดขายดังกล่าวยังแสดงให้เห็นอีกว่า มีคนรอสนับสนุนวงนี้มากแค่ไหน ต่อให้จะเกิด ‘วิบากกรรม’ ใด ๆ ก็มีคนพร้อมอยู่เคียงข้างพวกเธอเสมอ

IZ*ONE ฟอร์มวงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2018 สมาชิกของวงได้รับการคัดเลือกมาจากไอดอลฝึกหัดที่ค่ายต่าง ๆ ส่งเข้าแข่งขันในรายการ Produce 48 เรียลิตี้โชว์แนวเซอร์ไวเวอร์ ซึ่งดูแลการผลิตโดย MNET (Music Network) ออกอากาศให้ชมกันในเกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศแถบเอเชีย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน รายการนี้ถือเป็นซีซันที่ 3 ของการเฟ้นหาวงไอดอลกรุ๊ปใหม่มาประดับวงการ หลังจาก Produce 2 ซีซันแรกให้กำเนิดวง I.O.I และ Wanna One ขึ้นมาแล้วเป็นปรากฏการณ์สำคัญต่อวงการบันเทิงเกาหลีทั้งคู่

ความพิเศษของ Produce 48 อยู่ที่ไม่เพียงเฟ้นหาไอดอลฝึกหัดชาวเกาหลีเพื่อเดบิวต์วงใหม่ แต่ยังได้รับความร่วมมือจากไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นตระกูล 48 Group ที่นำโดย AKB48 และวงน้องในเครือมาร่วมแข่งขันด้วย โดยวงที่ฟอร์มขึ้นใหม่นี้จะไม่ได้ออกงานในเกาหลีที่เดียว แต่จะตีตลาดญี่ปุ่นไปพร้อมกันด้วย ถึงกระนั้นผู้ผ่านการคัดเลือกเป็น 12 รายชื่อสุดท้ายจะมาจากเสียงโหวตของผู้ชมชาวเกาหลีเป็นหลัก

แม้เกาหลีและญี่ปุ่นจะเฟื่องฟูเรื่องวัฒนธรรมไอดอลเหมือนกัน แต่นิยามและธรรมเนียมปฏิบัติของทั้ง 2 ประเทศแตกต่างกันอยู่หลายประการ ทั้งเรื่องจุดขาย ระบบการทำงานของวง ระบบการเป็นไอดอลฝึกหัด การเปิดรับสมาชิกเข้าวง การจบการศึกษา ช่องทางในการสื่อสารกับแฟน ๆ ระดับความยากง่ายในการพบเจอ ความเป็นส่วนตัวนอกเวลางาน การวัดความนิยม และอื่น ๆ อีกมากมาย 

การนำไอดอลจาก 2 ถิ่นมารวมตัวกัน จึงถือเป็นการเปิดโลกของผู้เข้าแข่งขันและแฟน ๆ ให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ซึ่งกันและกัน ในแง่หนึ่งมันอาจมาพร้อมกับดรามาน่าปวดหัว แต่อีกด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดส่วนผสมที่ลงตัวและหาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว

สำหรับรายชื่อของไอดอลสาวที่ผ่านอุปสรรคนานจนเหลือเป็น 12 ผู้รอดชีวิตของรายการ แบ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ 9 คน และชาวญี่ปุ่นอีก 3 คน ได้แก่ จาง วอนยอง (Jang Wonyoung) เด็กสาววัย 14 ปี ที่ได้รับเสียงโหวตจากผู้ชมในรอบสุดท้ายมากสุด รองลงมาคือ มิยาวากิ ซากุระ (Miyawaki Sakura) ไอดอลตัวท็อปจาก HKT48 วงน้องสาวของ AKB48 ส่วนอันดับรองลงมาประกอบไปด้วย โจ ยูริ (Jo Yuri), ชเว เยนา (Choi Yena), อัน ยูจิน (Ahn Yujin), ยาบุกิ นาโกะ (Yabuki Nako), ควอน อึนบี (Kwon Eunbi), คัง ฮเยวอน (Kang Hyewon), ฮอนดะ ฮิโตมิ (Honda Hitomi), คิม แชวอน (Kim Chaewon), คิม มินจู (Kim Minju) และ อีแชยอน (Lee Chaeyeon)

ถึงจะเดบิวต์กับวงใหม่ แต่ด้วยข้อกำหนดและกติกา วงที่เกิดจากรายการตระกูล Produce ไม่ได้จัดตั้งขึ้นมาถาวร 12 สาวจะมีเวลาทำงานในฐานะ IZ*ONE เพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น และเมื่อถึงวันหมดสัญญา แต่ละคนก็จะแยกย้ายกันไปตามฝันตามเส้นทางของตัวเองต่อไป 

เมื่อมีอายุจำกัด 2 ปีครึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ IZ*ONE จึงพยายามเดินหน้าพบปะแฟน ๆ อย่างสม่ำเสมอ ออกผลงานใหม่กับทั้ง 2 ประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยงานแรกหลังจากฟอร์มวงอย่างเป็นทางการคือการออกมินิอัลบั้ม COLOR*IZ มีเพลงนำคือ La Vie En Rose ถัดจากนั้นไม่กี่เดือนก็ออกซิงเกิลเดบิวต์ฝั่งญี่ปุ่นในเพลงชื่อว่า Suki to Iwasetai 

วงยังปล่อยมินิอัลบั้มฝั่งเกาหลี HEART*IZ ตามมาในเดือนเมษายน และออกซิงเกิลญี่ปุ่น Buenos Aires กับ Vampire ในเดือนมิถุนายนและกันยายนตามลำดับ นอกจากนั้นยังจัดทัวร์คอนเสิร์ต Eyes On Me ตะลอน 5 ประเทศฝั่งเอเชียรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งคอนเสิร์ตในไทยจัดขึ้นที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2019 และเหล่า WIZ*ONE ซื้อบัตรมาดูจนเต็มความจุ

ความปังของ IZ*ONE เหมือนจะดำเนินไปด้วยดี แม้แฟน ๆ จะวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการบริหารวงอยู่บ่อย ๆ ว่า ผู้บริหารไม่ได้ลงเงินไปกับโปรดักชันต่าง ๆ ของวงเท่าที่ควร ไม่ได้ผลักดันและโปรโมทสาว ๆ ผ่านสื่ออย่างคุ้มค่า เมื่อพิจารณาจากเวลาที่เหลือน้อยลงทุกขณะ 

แต่ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเรื่องเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับ ‘วิบากกรรม’ การโดนตรวจสอบทุจริต เมื่อมีคนร้องเรียนว่ารายการตระกูล Produce มีการรตกแต่งผลโหวต และล็อคตัวผู้ชนะในรอบสุดท้ายตั้งแต่ก่อนประกาศผลจริงเสียอีก

มหากาพย์ขุดคุ้ยเริ่มต้นขึ้นกับรายการ Produce X 101 ซึ่งออกอากาศหลัง Produce 48 1 ปี พอสืบสาวราวเรื่องก็เจอว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับ Produce 48 เช่นกัน กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ เพราะนี่คือรายการที่เปิดให้คนดูโหวตเลือกผู้ชนะ นั่นหมายถึงการเอาเงินของประชาชนไปใช้อย่างไม่โปร่งใส อันจุนยอง (Ahn Joon Young) โปรดิวเซอร์ของรายการ ให้การรับสารภาพด้วยว่ากระทำผิดจริง นำสู่การจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายราย ทั้งผู้จัดรายการเอง และผู้บริหารต้นสังกัดของไอดอลฝึกหัดหลายคน

เนื่องจากการขุดคุ้ยเกิดขึ้นในช่วง IZ*ONE เตรียมปล่อยอัลบั้ม BLOOM*IZ พอดี เป็นผลให้ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายออกไปแบบไม่มีกำหนด รายการวาไรตี้ที่เมมเบอร์ไปบันทึกเทปและเตรียมออกอากาศในช่วงนั้นก็เผชิญโรคเลื่อนด้วย หนำซ้ำ Eyes On Me: The Movie ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการทำงานของวงที่เตรียมออกฉายก็ต้องเลื่อนฉายเช่นกัน แถมแอคเคาต์โซเชียลมีเดียของวงทั้ง Twitter, Vlive และ Instagram ก็ยุติการเคลื่อนไหว 

ไม่เพียงแค่นั้น เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้น เมมเบอร์ IZ*ONE ยังหายหน้าหายตาไปจากสาธารณชนหลายเดือน ชนิดแทบไม่มีใครพบเจอตัว ไม่มีการพูดคุยกับสื่อถึงเรื่องดังกล่าว และเนื่องจาก IZ*ONE เปิดให้แฟน ๆ จ่ายเงินสมัคร Private Mail เพื่อรับจดหมายที่เมมเบอร์เขียนขึ้นส่งให้โดยตรง พร้อมแนบรูปถ่ายสุดพิเศษซึ่งไม่ปรากฏในช่องทางอื่นเฉลี่ยวันละ 1 เมล์ แต่ในช่วงเวลาที่เกิดการสอบสวน  12 สาวก็ไม่ได้ส่งเมล์ให้กับแฟน ๆ ทางวงจึงต้องเปิดให้ดำเนินเรื่องขอคืนเงินและยกเลิกบริการนี้ชั่วคราว

หลังสืบสวนไปได้สักพัก สถานการณ์ดูจะเลวร้ายลงไปอีก เมื่อ X1 วงบอยแบนด์ที่เดบิวต์มาจากรายการ Produce X 101 ประกาศยุบวงหลังฟอร์มวงได้ไม่นาน มีการเปิดเผยว่า ต้นสังกัดต่าง ๆ ของไอดอลในวงไม่สามารถตกลงผลประโยชน์ได้ลงตัว และวงยังไม่ได้เซ็นสัญญากับ CJ Entertainment ที่เป็นผู้ดูแลอย่างเป็นทางการพอดี 

ข่าวดังกล่าวสร้างความหวาดวิตกในหมู่ WIZ*ONE ด้วยว่าชะตากรรมของวงที่รักจะลงเอยอย่างไร ก่อนจะโล่งใจเมื่อได้รับการยืนยันจากว่า IZ*ONE จะยังปฏิบัติงานต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา โดย MNET ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวปัญหาสำคัญยังออกแถลงการณ์กล่าวว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นบริษัทจะไม่รับส่วนแบ่งจากการทำกิจกรรมของวงในอนาคตด้วย เพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายต่าง ๆ และแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เคยทำไว้

แต่หลังโล่งใจได้ไม่นานก็เกิดคำถามใหม่ว่า จากการสืบสวนครั้งนี้ควรเปิดเผยหรือไม่ว่า 12 คนที่ต้องได้เดบิวต์กับวงจริง ๆ มีใครบ้าง กลายเป็นประเด็นที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในหมู่แฟน ๆ เพราะถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเมมเบอร์ IZ*ONE ทั้ง 12 คนนี้คือส่วนผสมที่ลงตัว และต้นตอของปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวเมมเบอร์เลย แต่ทุกคนตระหนักเช่นกันว่า ปัญหาความด่างพร้อยดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข และกลัวว่าความกดดันจากกระแสสังคม ซึ่งหลายส่วนไม่ได้เห็นชอบให้วงกลับมาดำเนินงานต่อ จะส่งผลกระทบทางจิตใจและการทำงานของพวกเธอ

ถึงกระนั้น เมื่อ IZ*ONE คัมแบ็คกลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง ทั้ง 12 สาวก็ประกาศศักดาอย่างยิ่งใหญ่และเป็นมืออาชีพสมกับที่ WIZ*ONE รอคอย ความสำเร็จต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นยังสร้างความโล่งใจให้เหล่าเมมเบอร์ด้วย เมื่อเห็นว่ายังมีคนพร้อมสนับสนุนพวกเธอมากมายขนาดนี้ นำโดยยอดขายของ BLOOM*IZ ซึ่งมากกว่ายอดขายของมินิอัลบั้มก่อน ๆ เป็นเท่าตัว อีกทั้งเพลง Fiesta ยังส่งให้วงคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Show, Show Champion และ M!Countdown มาครองได้ 3 ถ้วยติด (นับถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2020) หลังรับถ้วยที่ 3 เยนาเป็นตัวแทนของวงกล่าวความในใจจากความสำเร็จครั้งนี้ ว่า “พวกเราเตรียมตัวหนักมากในการทำอัลบั้มแรก พวกเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ขอขอบคุณโปรดิวเซอร์และทีมงานทุกคน ในอนาคตเราจะมุ่งมั่นทำงานต่อไปเพื่อสร้างความสุขให้กับ WIZ*ONE ทุกคนนะคะ” 

แม้จะยังเหลือเวลาจนถึงเดือนเมษายน ปี 2021 ก่อนที่ IZ*ONE จะแยกจากกันไป ช่วงเวลาดังกล่าวอาจดูเหมือนอีกยาวไกล แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาได้ทุกขณะ แล้วทำให้ช่วงเวลาอันมีค่าที่ IZ*ONE และ WIZ*ONE ควรมีให้กันและกันน้อยลงไปยิ่งกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือเชื้อไวรัสโคโรน่าในเกาหลีใต้ จนมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่า 2,000 คนแล้ว และไม่มากไม่น้อยจะส่งผลกระทบต่อตารางงานของเมมเบอร์ไปอีกนานหลายเดือน

ถึงอุปสรรคขวากหนามจะมากมายแค่ไหน แต่หากเมมเบอร์ยังไม่หมดแรง แฟน ๆ ก็พร้อมส่งกำลังใจและอยู่เคียงข้างต่อไป เมื่อถึงวันที่ต้องแยกทางกันจริง ๆ ก็จะไม่มีใครเสียใจ และไม่มีใครลืมว่าพวกเธอทั้ง 12 สาวเคยทำให้หัวใจพองโตได้เพียงใด

 

เรื่องโดย: ปารณพัฒน์ แอนุ้ย

 

ที่มา: 

http://stage48.net/wiki/index.php/IZONE

http://entertain.naver.com/read?oid=241&aid=0002774723

https://web.archive.org/web/20190514115116/http://produce48.mnet.com/pc/gnameFinal

https://www.eventpop.me/e/5781-izone-eyesonmeinbkk

https://entertain.naver.com/now/read?oid=477&aid=0000213201

https://www.dailynews.co.th/entertainment/750540

https://entertain.naver.com/read?oid=277&aid=0004625293

http://www.hallyukstar.com/2020/01/06/korean-media-asked-mnet-about-izone-future-activities/

http://iz-one.co.kr/en/?fbclid=IwAR2Jh7QIU2ZKn4I3Dkjp-vsmNO4RdtMzqHAjEPELo1g6lxO9dZ5Ts_5vJgk

 

ขอขอบคุณ WIZ*ONE 3 ท่าน ได้แก่ @okami_pui, @nwlps, @@MinN8 ที่ช่วยตรวจทานข้อมูล และ @saltymohae สำหรับข้อมูลเรื่องของถ้วยรางวัลในรายการเพลงเกาหลี


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

การ์ฟีลด์: ต้นตำรับแมวอ้วน จอมขี้เกียจ ที่สอนทุกคนว่า – ไม่เห็นเป็นไร ถ้าเราจะไม่ ‘สมบูรณ์แบบ’

เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ ‘นักเปียโนแจ๊ส’

ยูคิ ไก แห่ง Jetman – ยอดมนุษย์ผู้อาภัพ(รัก)ที่สุดในประวัติศาสตร์ขบวนการเซ็นไต

โซ จีซอบ: พระเอกมาดเซอร์ ทูตสันถวไมตรี สมบัติแห่งชาติเกาหลี ผู้หลงรักดนตรีฮิปฮอป

หนู คลองเตย ผู้เปิดกรุตำนาน “หลวงปู่เค็ม วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด”

เบจิต้า: ความรักของนักรบชาวไซย่า นักล่าผู้เหี้ยมโหดที่กลายเป็นพ่อบ้านแสนดี

ชาร์ลี ไลท์เทนนิง สำรวจชีวิตเลียม กัลลาเกอร์ 10 ปีที่แตกหักจาก Oasis ในสารคดี As It Was

แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์: ผู้พาละคร Cats บุกบรอดเวย์ด้วยแนวทาง Megamusical