Post on 13/06/2021

เจดอน ซานโช่: จากนักเตะข้างถนนสู่แข้ง ‘มิลเลเนียล’ คนแรกของ ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษ

“ผมขอจัดตัวเองอยู่ในกลุ่มนักฟุตบอลข้างถนน เพราะทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นบนถนนอย่างชัดเจน”

เจดอน ซานโช่ (Jadon Sancho) นักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในศึกฟุตบอลยูโร 2020 ซึ่งเลื่อนมาเตะในปี 2021 กล่าวถึงชีวิตลูกหนังของตนเองก่อนมีโอกาสลงสนามรับใช้ทีมชาติอังกฤษ

ซานโช่นับเป็นเด็กยุคมิลเลเนียล ซึ่งเกิดในศตวรรษที่ 21 คนแรกที่มีชื่อติดทีม ‘สิงโตคำราม’ ชุดใหญ่ ทำให้เขากลายเป็น ‘วันเดอร์คิด’ ที่หลายสโมสรอยากคว้าตัวไปร่วมทีม โดยเฉพาะ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตามจีบไม่ห่าง และมีโอกาสได้ดาวรุ่งดวงนี้ไปเชยชมมากที่สุด

จุดเด่นของปีกดาวรุ่งจากสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ผู้นี้ คือ ลีลาการเล่นที่ผสมผสานสไตล์การลากเลื้อยแบบเนย์มาร์ และเทคนิคอันน่าตื่นตาของโรนัลดินโญ่ โดยซานโช่ยอมรับว่า เขาโตมาโดยมีโรนัลดินโญ่เป็นแรงบันดาลใจ และอยากให้ใครที่เห็นทักษะลูกหนังของเขาต้องร้อง ‘ว้าว!’ กันทุกคน

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้แข้งวัย 21 ปีผู้นี้มีความโดดเด่น และจัดเป็นนักบอลสายเอ็นเตอร์เทนแห่งวงการลูกหนังยุคใหม่ที่น่าจับตามอง

 

ฟุตบอลต้านอบายมุข

จุดเริ่มต้นความหลงใหลในเกมลูกหนังของ เจดอน ซานโช่ มาจากความต้องการหลีกหนีอบายมุขที่อยู่รอบกายในสถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา

ซานโช่เป็นลูกผู้อพยพชาวตรินิแดด แอนด์ โตเบโก จากแคริบเบียน เขาเกิดในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2000 โดยโตมาในย่านเคนนิงตัน ทางตอนใต้ของเมืองหลวงแดนผู้ดี ซึ่งเป็นย่านเสื่อมโทรมและเต็มไปด้วยอาชญากรรม

“ชีวิตที่นั่นไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผมเพราะมันเต็มไปด้วยคนไม่ดี ผมแค่ต้องการหลีกหนีออกมา ไม่รู้ว่าอะไรอาจเกิดขึ้นกับผมบ้างหากไม่มีบางสิ่งให้ยึดเหนี่ยวคอยนึกถึงตลอดเวลา” ซานโช่กล่าวถึงจุดเริ่มต้นความหลงใหลในเกมลูกหนัง

นอร์แมน ดอว์กินส์ โค้ชคนแรกที่ค้นพบแข้งอัจฉริยะตัวน้อยผู้นี้เล่าว่า เขาไปเจอซานโช่เล่นฟุตบอลอยู่ในสนามเด็กเล่นข้างบ้านตอนอายุ 6 ขวบ โดยขณะนั้นซานโช่มีเด็กคนอื่น ๆ คอยวิ่งตามเหมือนเป็นหัวหน้าแก๊ง และในยามลงสนาม เขามักโชว์ลีลาหลอกล่อคู่ต่อสู้แบบไม่กลัวใคร ไม่เว้นแม้แต่เด็กรุ่นพี่

“ผมต้องการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาตลอด อยากให้คนมองมาที่ผม และพูดว่า ‘โวะ’ (ว้าว) เหมือนตอนที่ผมดูโรนัลดินโญ่ และบอกว่า ‘ว้าว ผมอยากเป็นแบบเขาให้ได้สักวัน” ซานโช่เผยถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ชอบเล่นบอลสไตล์เทคนิคไม่ใช่แค่เบสิคเหมือนเด็กทั่วไป

 

จากวัตฟอร์ดสู่เยอรมัน

หลังจากโชว์ลีลาอยู่ข้างถนนจนเป็นที่เตะตาผู้คนที่ผ่านไปมาจนอายุ 8 ขวบ ซานโช่ได้เซ็นสัญญาเป็นนักบอลเยาวชนครั้งแรกกับสโมสรวัตฟอร์ด โดยเดฟ ก็อดลีย์ โค้ชอะคาเดมีของวัตฟอร์ด กล่าวถึงเหตุผลในการเลือกเด็กวัย 8 ปีคนนี้เข้าสังกัดว่า

“ความประทับใจแรกของผมก็คือ เขามีเทคนิคการเล่นดีกว่าเด็กคนอื่น แต่ยังขาดประสบการณ์ลงเล่นฟุตบอลท้องถิ่น เขายังไม่ได้เล่นเป็นทีม เคยเล่นแต่ฟุตบอลข้างถนนที่ไม่เป็นระบบ”

หลังได้โค้ชมืออาชีพคอยชี้แนะและพัฒนาฝีเท้าจนอายุ 14 ปี วัตฟอร์ดตัดสินใจขายดาวรุ่งดวงนี้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคา 66,000 ปอนด์

อนาคตของซานโช่ กับแมนฯ ซิตี้ ทำท่าจะไปได้ดีจนกระทั่งเป๊ป กวาร์ดิโอลา เข้ามาคุมทีมเรือใบสีฟ้า และพยายามเจรจาขอลดค่าเหนื่อยซานโช่เหลือ 35,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในการต่อสัญญาฉบับใหม่ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ดาวรุ่งอนาคตไกลไม่พอใจ และเลือกย้ายไปซบทีม ‘เสือเหลือง’ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกบุนเดสลีกาเยอรมัน

ซานโช่เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพชุดใหญ่ครั้งแรกกับดอร์ทมุนด์ ในวัย 17 ปี เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2017 โดยเหตุผลหลักที่เลือกมาเยอรมัน เพราะทีม ‘เสือเหลือง’ มีชื่อเสียงเรื่องการปั้นนักเตะเยาวชน และให้ความสำคัญกับเด็กรุ่นใหม่

“มีไม่กี่สโมสรในยุโรปที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนมากเท่ากับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์” ซานโช่กล่าว

 

ดาวรุ่งยุคมิลเลเนียล

หลังเซ็นสัญญาไม่นาน ซานโช่ก็ได้โอกาสลงสนามโชว์ฝีเท้าทันที เขาลงเล่นนัดแรกในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกมนัดปะทะไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2017 และกลายเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่ลงเล่นบุนเดสลีกาให้กับดอร์ทมุนด์

จากนั้นในวันที่ 21 เมษายนปีต่อมา ซานโช่ยิงประตูแรกของตนเอง และเป็นประตูนำร่องให้ ‘เสือเหลือง’ เอาชนะเลเวอร์คูเซ่น 4 – 0 โดยนอกจากจะปลดล็อกประตูแรกได้สำเร็จแล้ว เขายังจ่ายให้เพื่อนพังประตูอีก 2 แอสซิสต์ในเกมนี้ด้วย

การได้มีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องทำให้ซานโช่พัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็ว และได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของบุนเดสลีกาประจำเดือนตุลาคม 2018 โดยในเดือนเดียวกันเขายังกลายเป็นนักเตะยุคมิลเลเนียลที่เกิดในศตวรรษที่ 21 คนแรก ซึ่งยิงในบุนเดสลีกานัดเดียว 2 ประตู ในเกมเจอกับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน

ซานโช่คว้าถ้วยรางวัลใบแรกกับดอร์ทมุนด์ ด้วยการพา ‘เสือเหลือง’ เอาชนะ ‘เสือใต้’ บาเยิร์น มิวนิค 2 – 0 ครองแชมป์เยอรมัน ซูเปอร์คัพ ปี 2019 และต่อมาเมื่อดอร์ทมุนด์เสริมทัพด้วยการคว้าเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ศูนย์หน้าดาวรุ่งชาวนอร์เวย์เข้ามาร่วมทีมช่วงต้นปี 2020 ทำให้ซานโช่ได้คู่ขาคนใหม่ และจบฤดูกาล 2019/20 ด้วยการทำ 17 ประตู 16 แอสซิสต์ นับเป็นสถิติใหม่ของบุนเดสลีกา เนื่องจากตั้งแต่มีการเก็บสถิติมา ยังไม่เคยมีใครทำประตูและแอสซิสต์ได้เกิน 15 ลูกพร้อมกันในฤดูกาลเดียว

ความสำเร็จของซานโช่ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในบุนเดสลีกาเท่านั้น ในนามทีมชาติ เขายังเคยเล่นให้ทีมสิงโตคำรามชุดเล็กมาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, 17 ปี และ 19 ปี โดยในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (ยู – 17) เขาสามารถพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์โลกมาครองได้ในปี 2017 แม้จะลงเล่นแค่รอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากติดสัญญาต้องกลับมารับใช้สโมสรก่อนจบทัวร์นาเมนต์ก็ตาม

ซานโช่มีรายชื่อติดทีมสิงโตคำรามชุดใหญ่ครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี และได้ลงสนามนัดแรกเป็นตัวสำรองในเกมที่อังกฤษดวลแข้งกับโครเอเชีย ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อเดือนตุลาคม 2018 ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่เกิดในศตวรรษที่ 21 คนแรกที่ได้ลงสนามให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่

 

นักบอลสายเอ็นเตอร์เทน

จุดขายที่ทำให้ซานโช่แตกต่างจากนักเตะทั่วไป คือ ความเร็วในการกระชากลากเลื้อย และลีลาการโยกหลอกเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ นอกจากนี้ เขายังมีเทคนิคการครองบอล จ่ายบอล และยิงประตูที่สร้างสรรค์ มีลูกเล่นแพรวพราว ทำให้ปีกดาวรุ่งผู้นี้ได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะที่เอ็นเตอร์เทนแฟนบอลได้ดีไม่แพ้ดาวยิงแซมบ้ารุ่นพี่อย่างโรนัลดินโญ่ และเนย์มาร์

ซานโช่กล่าวว่า เทคนิคและทักษะต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนใคร เขาได้มาจากประสบการณ์เล่นฟุตบอลข้างถนน

“ผมเคยฝึกซ้อมกับเพื่อน ๆ หลายครั้งตอนกลับไปลอนดอน นั่นคือสถานที่ที่เราฝึกทักษะต่าง ๆ เราเล่นบอลข้างละ 5 คนกันบนถนน และนั่นคือที่ที่เรามักใช้ลับฝีเท้ากันเป็นประจำ”

ด้านก็อดลีย์ โค้ชมืออาชีพคนแรกของซานโช่ที่วัตฟอร์ด บอกว่า เด็กคนนี้มีคุณสมบัติ 2 ข้อที่ทำให้เขาไม่เหมือนใคร นั่นคือความมั่นใจในตัวเองสูง และกล้าลองทำสิ่งใหม่โดยไม่กลัวความล้มเหลว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดให้ได้

“ผมคิดว่าบางทีมันอาจเป็นเพราะตอนเด็กมักได้เล่นกับเด็กที่โตกว่า และผมรู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้เล่นกับพวกเขา ผมจะมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ” ซานโช่กล่าวถึงที่มาของความมั่นใจในฝีเท้าของตนเอง

 

คำแนะนำจากรุ่นพี่

นอกจากชอบลับฝีเท้ากับเด็กรุ่นพี่แล้ว ชีวิตนอกสนามของเขายังสนิทกับนักเตะที่อาวุโสกว่าหลายคน โดยเฉพาะราฮีม สเตอร์ลิ่ง และมาร์โก รอยส์

“มาร์โก รอยส์ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง มีอิทธิพลสูงมากกับชีวิตของผม” 

ซานโช่บอกว่า จอมทัพทีม ‘เสือเหลือง’ อย่างมาร์โก รอยส์ สอนให้เขามีวุฒิภาวะมากขึ้นทั้งในและนอกสนาม ส่วนสเตอร์ลิ่ง มีความคล้ายคลึงกับเขามาก เพราะมาจากลอนดอน และเคยเล่นบอลข้างถนนมาเหมือนกัน นอกจากนี้สเตอร์ลิ่งยังประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ประสบการณ์และคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่แมนฯ ซิตี้ จึงเป็นบทเรียนที่เขาต้องรับฟัง

เหตุผลที่ซานโช่ ปฏิเสธการต่อสัญญาใหม่กับแมนฯ ซิตี้ และย้ายไปเล่นที่ดอร์ทมุนด์ ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากคำเตือนของสเตอร์ลิ่ง ซึ่งแนะว่า อย่าเดินบนเส้นทางที่ผิดพลาดแบบเขา โดยเฉพาะการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง ซึ่งสเตอร์ลิ่งบอกว่า กว่าเขาจะ “ลืมตาอ้าปาก” ในอาชีพค้าแข้งได้ต้องรอกระทั่งวัย 21 – 22 ปี หลังย้ายจากลิเวอร์พูลมาอยู่กับซิตี้ และมีค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า (จาก 35,000 เป็น 300,000 ปอนด์/สัปดาห์)

สำหรับอนาคตต่อไปของแข้งวัยมิลเลเนียลผู้นี้ เขามีสัญญาเล่นให้กับดอร์ทมุนด์จนถึงปี 2022 แต่ ‘เสือเหลือง’ รับปากจะยอมปล่อยตัวออกไปหากมีทีมใดตกลงตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ภายในฤดูร้อนปี 2021 หรือหลังจบศึกยูโรในเดือนกรกฎาคม โดยดอร์ทมุนด์ตั้งค่าตัวเขาไว้ที่ 77.5 ล้านปอนด์

แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจทำให้อดีตนักเตะข้างถนนคนหนึ่งกลายเป็นแข้งทองคำแห่งวงการลูกหนังคนใหม่ในทันที แต่เด็กหนุ่มวัย 21 ปีผู้นี้ยังคงยืนยันจะเดินหน้าพัฒนาฝีเท้าต่อไป โดยมีเป้าหมายส่วนตัวที่การคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของโลก หรือบัลลงดอร์ให้ได้ 

ขณะเดียวกันก็ยังไม่ลืมความฝันในวัยเด็กของตัวเอง นั่นคือการสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอล และทำให้คนต้องร้อง ‘ว้าว!’ ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของนักเตะนามว่า เจดอน ซานโช่

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.bvb.de/eng/Teams/First-Team/Jadon-Sancho

https://www.bbc.com/sport/football/57433323

https://www.goal.com/story/en/Sancho-Street-Kicks/index.html

https://www.bundesliga.com/en/news/Bundesliga/jadon-sancho-borussia-dortmund-english-wonderkid-idoliser-of-ronaldinho-510016.jsp

www.youtube.com/watch?v=9fJebQIySik

 

ภาพ: Ryan Pierse – UEFA / Contributor


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

นาโอยะ อิโนอุเอะ “ไอ้ปีศาจ” เจ้าของหมัดทำลายตับยิ่งกว่าแอลกอฮอล์

นิโคลา เนเลอร์ นักกีฬาศิลปะการบังคับม้ากับความพิการทางสายตาที่ไม่อาจมาขวางกั้นความฝัน

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากเด็กล้างจาน สู่นักเตะยอดเยี่ยม PFA ผู้ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ เปิดหัวใจกุนซือเฮฟวี่ เมทัล ทุกอย่างสำเร็จได้อยู่ที่ “ใจ”

“โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน: “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” คือ ไอดอล

จอห์น เดวิด วอชิงตัน จากตัววิ่ง NFL สู่ Tenet หนังฮอลลีวูดสุด “งง” กับวันที่พ้นเงาพ่อ

โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต: โกลจอมบุกยุค 90s สู่ผู้ท้าชิงประธานาธิบดีขวัญใจคนยาก

ไซออน คลาร์ก: ชีวิตไร้ขีดจำกัดของนักมวยปล้ำที่มีร่างกายเพียงครึ่ง