Post on 26/07/2021

เจมส์ JZB Studio: ยูทูบเบอร์พากย์นรกผู้คว้าทุกโอกาส เพื่อเป็นนักพากย์ที่พาวงการพากย์ไทยไปให้ไกลกว่าเดิม 

“จอห์น ถ้านั่ง ๆ อยู่ยุงลายมาจะทำยังไง?”

“ก็ตอบไลน์ยุงดิ”

 

“แล้วนายรู้ไหม ห้างอะไรอากาศเย็น?”

“ห้างอะไร?”

“เซ็นทรัลชิดลม”

 

เชื่อว่าใครหลายคนคงรู้สึกคุ้นเคย และมีโอกาสขำจนท้องแข็งไปกับมุกสุดกวนในเพลย์ลิสต์ ‘มุขเกรียนหนัง’ วิดีโออันโด่งดังช่วงปี 2016 ของยูทูบเบอร์ไฟแรง ‘เจมส์ – JZB Studio’ ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามบนยูทูบกว่า 3.85 ล้านคน

จากการพากย์มุกตลกระหว่างพ่อมดน้อย ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ และ ‘รอน วีสลีย์’ ที่ได้สนทนากันเป็นครั้งแรกบนรถไฟ เจมส์ได้ฝึกฝนตัวเองมาตลอด 5 ปีผ่านการให้เสียงมุขเกรียนหนัง ‘10 อันดับ’ ‘พากย์นรก’ และ ‘มหากาพย์ภาพยนตร์’ คลิปวิดีโอสุดฮิตที่ช่วยให้อาชีพในฝันอย่างนักพากย์ของเขาอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

แน่นอนว่าความสำเร็จของเจมส์ในการพากย์ภาพยนตร์แอนิเมะอย่าง ‘My Hero Academia: Heroes Rising’ ในบท ‘คามินาริ’ และ ‘Detective Conan The Movie 24’ (The Scarlet Bullet) นั้นไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เจมส์ต้องฝ่าฝันอุปสรรคที่เกิดจากตัวเขาเอง ทั้งยังต้องฝึกฝนทักษะในการใช้เสียงตลอดเวลา กว่าที่เด็กผู้ชายพูดน้อยคนหนึ่งจะกลายมาเป็นนักพากย์ที่ส่งต่อความสนุกสนานในทุกวันนี้

เพราะครูคนนั้นชมว่าเสียงผมเป็นพระเอกได้

จุดเริ่มต้นความฝันในวงการนักพากย์ของ ‘เทพทัต ว่องมงคลฤ​ทธิ์’ หรือ เจมส์ JZB เกิดขึ้นเมื่อครั้งเขาศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เจมส์เล่าว่า แต่เดิมเขามีความชอบในการดูภาพยนตร์พากย์ไทย ทั้งพ่อของเขายังซื้อภาพยนตร์เหล่านั้นมาสะสม ทำให้ตอนเด็ก เจมส์รู้สึกผูกพันกับทีมพากย์อย่าง ทีมอินทรี และทีมพันธมิตรมาก เมื่อมีเวลาเล่นกับเพื่อน เขาจึงเลือกจะเล่นพากย์เสียง (Dubbing) กับเพื่อน

จนวันหนึ่งขณะที่เจมส์กำลังพรีเซนต์งานอยู่ที่หน้าห้องเรียน อาจารย์ของเขาก็เอ่ยขึ้นว่า “เสียงเธอเป็นระดับพระเอกหนังได้นะ” เพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ความฝันและแรงบันดาลใจในการใช้เสียงเพื่อพากย์ภาพยนตร์ของเจมส์ก็ปะทุขึ้น

“เรามีความฝันมาตลอดทั้งชีวิตว่า เราอยากมีเสียงเราในการ์ตูนให้คนได้ฟัง แล้วพอไปเจออาจารย์พูดแบบนั้น เราก็เลยมีความรู้สึกว่า เฮ้ย! เราต้องทําอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการ Voice Dubbing เราอยากเป็นนักพากย์นะ นั่นแหละคือจุดเปลี่ยนของการมาเริ่มต้นทำอาชีพสายพากย์”

หลังจากนั้นเจมส์ก็พัฒนาฝีมือการพากย์ของเขามาเรื่อย ๆ กระทั่งได้เข้าเรียนคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการประชาสัมพันธ์ เจมส์จึงมีโอกาสศึกษาเรื่อง Voice Dubbing และ Voice Acting ก่อนจะเปิดช่องยูทูบของตนเองในปี 2016 เพื่อฝึกฝนทักษะการพากย์ และแชร์ผลงานให้คนทั่วไปได้เข้ามาติชม

JZB Studio พรีเซนต์มุขเกรียนหนัง

ก่อนที่ JZB Studio จะถือกำเนิดขึ้น หลายคนคงจะคุ้นเคยกับประโยคเปิดว่า “WMK Studio พรีเซนต์…” ซึ่งเจมส์อธิบายที่มาของชื่อสตูดิโอเดิมว่ามาจากนามสกุลว่องมงคลฤ​ทธิ์ แต่หลังจากมีฐานผู้ติดตามในยูทูบมากขึ้น เขาจึงคิดว่าชื่อนี้ยังไม่เหมาะ และเปลี่ยนเป็น JZB ที่มีทั้งความเท่ เรียกง่าย และคนจำติดหูมากกว่า

“JZB มาจาก JamesZaBang (เจมส์ ซ่า แบง) ตอนนั้นผมตั้งชื่อ user ช่องว่า JamesZaBang ที่ไม่มีความหมายหรืออะไรเลย เราแค่เด็กอยากเกรียน พอมาคิด ๆ ดู ถ้าเกิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วคนมาเรียกเราว่า JamesZaBang มันยาวเกินไป เราเลยตัดเหลือเป็น JZB เพราะรู้สึกว่ามันเรียกง่ายแล้วมันก็เท่ด้วย”

หลังจากนั้นช่องยูทูบของเจมส์ก็ประสบความสำเร็จและมีคนดูอย่าล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปมุขเกรียนหนัง, 10 อันดับ, มหากาพย์ภาพยนตร์ และพากย์นรก ซึ่งเจมส์ให้เหตุผลถึงความโด่งดังของมุขเกรียนหนังว่า

“เสน่ห์ของเกรียนหนังคือมันอาจจะเป็นมุกเก่าก็จริง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมพยายามทำให้มันแตกต่างก็คือ เราใช้การ dubbing ให้มันดูแปลกขึ้น เวลาเราไปดูหนังสักซีนหนึ่ง เรารู้สึกว่าซีนนี้มันเป็นซีนเศร้า แต่ JZB จะไม่ทำอย่างนั้น JZB จะเอาซีนเศร้านี่แหละมาขยี้ให้มันฮา ผมรู้สึกว่ามุขเกรียนหนังมันเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการ create มุกขึ้นมาใหม่”

แต่เมื่อถามถึงคลิปที่เจมส์ชอบมากที่สุด เจมส์กล่าวว่า เขารู้สึกชอบพากย์นรกมากกว่ามุขเกรียนหนัง เนื่องจากเขาสามารถพากย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่มุขเกรียนหนังจะต้องมีกระบวนการในการคิดมุก เพื่อให้คนดูรู้สึกตลกไปพร้อมกัน ส่วนวิธีการเลือกภาพยนตร์มาทำคลิป เจมส์มักจะเลือกตามกระแสมากกว่า

เมื่อช่อง JZB Studio เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จุดประสงค์ในการทำช่องเพื่อเผยแพร่ผลงานของเจมส์ก็เริ่มมีแรงบันดาลใจอื่นเข้ามาสนับสนุน

“ตอนแรกเป็นความรู้สึกอยากจะทำ ยังไม่มีความคิดว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใคร ผมไม่คิดว่าผมจะดังด้วยซ้ำ แต่พอทำมาแล้วมันเริ่มมีชื่อเสียง ก็ไปเจอคอมเมนต์หนึ่งเขาบอกว่า ‘สักวันหนึ่งผมจะเป็นนักพากย์แบบพี่ให้ได้’ เราก็เลยมีความรู้สึกว่าบางทีเราก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครได้เหมือนกัน เผื่อบางคนเขายังไม่มีความมั่นใจในการใช้เสียงของตัวเอง ก็เลยคิดว่าตอนนี้มันก็เหมือนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนด้วย”

หลังจากทำยูทูบมาเป็นเวลา 4 ปี เจมส์ก็มีโอกาสเดินทางเข้าสู่วงการนักพากย์อาชีพ ผ่านการพากย์เสียง คามินาริ ตัวละครในแอนิเมะเรื่อง My Hero Academia: Heroes Rising (2019)

สู่วงการนักพากย์ของจริง

“ผมรู้จักกับพี่นักพากย์ผู้มีพระคุณกับผมมากคนหนึ่ง ผมรู้จักกับเขาตอนที่เริ่มฝึกพากย์ แล้วมีวันหนึ่งพี่คนนี้เขาเข้ามาถามผมว่า เจมส์อยากเป็นนักพากย์จริง ๆ ไหม เราก็บอกว่า ผมอยาก ก็เลยมีช่วงหนึ่งได้ไปฝึกกับเขา ฝึกแบบติวเข้มข้น แล้ววันหนึ่งเขาก็โทรศัพท์มาหาผม เจมส์พี่มีหนังให้พากย์ อยากพากย์ไหม ผมก็ถาม จริงเหรอพี่ เราก็รับปากเลย พากย์ครับ ก็เลยได้มีโอกาสเข้าไปพากย์หนัง ได้เจอผู้ใหญ่ในวงการมากขึ้น”

เมื่อถามถึงความรู้สึกเมื่อได้ยืนหน้าไมค์โครโฟนที่ใช้ในการพากย์ของจริงเป็นครั้งแรก เจมส์ตอบด้วยรอยยิ้มว่าเขาตื่นเต้นมาก 

“สิ่งที่คุณพูดออกไปมันจะไม่ได้อยู่แค่ใน YouTube แล้ว แต่มันจะอยู่บนจอภาพยนตร์ที่หลายคนจะรับชม เสียงของคุณมันจะเข้าไปถึงคนในประเทศไทยแทบทุกจังหวัด และที่มันตื่นเต้นมากกว่านั้นคือ ผมไปเจอตำนานอย่าง ‘น้าต๋อยเซมเบ้’ (นิรันดร์ บุณยรัตพันธุ์) เราดูน้าต๋อยมาตั้งแต่เด็ก พอเราได้มาร่วมงานกับน้าต๋อย มันเป็นความสุขที่เรารู้สึกว่ามัน complete สิ่งที่เราพยายามสร้างมาหลายปีจาก YouTube มันไม่ได้สูญเปล่า”

สำหรับการพากย์ตัวละครคามินาริ เจมส์กล่าวว่าเขาไม่ได้รู้สึกกังวลมากนัก เพราะคามินาริเป็นตัวละครที่มีคาแรกเตอร์แบบเดียวกับตัวเขาอยู่ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับผู้กำกับที่แคสต์ตัวละครตัวนี้มาให้

“ผู้กำกับเป็นคนแคสต์ตัวนี้ให้ผม เพราะว่าตัวนี้มันใกล้เคียงกับผมที่สุด เพราะงั้นตอนผมพากย์คามินาริผมแทบจะไม่ได้ปรุงแต่งอะไรเยอะ ผมใช้เสียงตัวเองพูดเลยมากกว่า ตอนแรกก็กังวลครับว่าจะมีคนไม่โอเคหรือเปล่ากับการที่ YouTuber มาพากย์เสียง แต่ด้วยความที่เรามั่นใจ เราใช้เสียงมาค่อนข้างเยอะพอสมควร พอเจอคามินาริที่มันเส้นเสียงใกล้เคียงกับเรา เราเลยมีความรู้สึกว่าไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่”

หลังจากนั้นเจมส์ก็ได้เผยเคล็ดลับในการพากย์เสียงคามินาริให้ฟังว่า เขาต้องเปิด Netflix ดู เพื่อศึกษาคาแรกเตอร์ของคามินาริ ไม่ว่าจะเป็นนิสัย การพูด การแสดงออก ความขี้เล่น หรือปมปัญหา เพราะการพากย์เสียงนั้นไม่ต่างจากการแสดงทั่วไป เขาจึงต้องทำการบ้านในการศึกษาตัวละครให้เข้าใจมากขึ้น

“การพากย์มันก็คือการแสดงออก แต่ว่าเราใช้เสียงเป็นการแสดง เราทำยังไงก็ได้ให้ตัวละครตัวนั้นรู้สึกว่า เขากำลังพูดภาษาไทยอยู่จริง ๆ หลักการพากย์ก็คือ ต้นฉบับมาแบบไหน คุณก็ต้องพากย์ให้คนดูรู้สึกว่าคน ๆ นี้พูดไทยนะ ตัวละครตัวนี้พูดไทย”

หลังจากภาพยนตร์ที่เจมส์พากย์เรื่องแรกออกฉาย เขาก็มีโอกาสได้ทำงานในฐานะนักพากย์อีกในเรื่อง ‘Detective Conan The Movie 24’ (The Scarlet Bullet) โดยเจมส์กล่าวว่า เขาชอบการพากย์เสียงในภาพยนตร์โคนันมาก เพราะเป็นเรื่องแรกที่เขาได้บทเด่น ทำให้ได้ใช้ศักยภาพในการพากย์อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากวงการพากย์ไทยมีการแคสต์คนพากย์ โดยอาศัยความใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด ทำให้มีหลายครั้งที่เจมส์แคสต์บทตัวเอกไม่ผ่าน

อุปสรรคในการพากย์ของหนุ่มเสียงสูง

“พื้นฐานผมจริง ๆ ผมไม่ใช่คนเสียงหล่อ ผมเป็นคนเสียงแหลม แหลมแบบแหลมปรี๊ดเลย พอเสียงผมมันเป็นอย่างนี้ เวลาผมไปทำงานจริง ผมจะโดนจับไปเล่นแต่ตัวตลก มันเลยค่อนข้างเป็นอุปสรรคเวลาที่ผมไปแคสต์งาน พวกบทพระเอก ผมจะแคสต์ไม่เคยติดเลย มีมาแคสต์ติดจริง ๆ ก็ช่วงที่ไปทำงานกับพี่นักพากย์ทีม True”

เจมส์อธิบายให้ฟังถึงอุปสรรคในการเป็นหนุ่มเสียงสูง แต่ถึงอย่างนั้น รุ่นพี่นักพากย์คนหนึ่งก็ปลอบใจเขาว่า เนื่องจากระบบการแคสต์นักพากย์ต้องคำนึงถึงความใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด หากวันนี้เสียงของเราไม่เข้ากับตัวละครเหล่านั้น ก็มิได้หมายความว่าในอนาคตจะไม่มีตัวละครที่เสียงใกล้เคียงกับเรา

“วันนี้เสียงผมอาจจะไม่ใกล้เคียงต้นฉบับ แต่วันหน้าอาจจะมีตัวละครที่เสียงเหมือนผมก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมเลยคิดว่ามันเป็นอุปสรรคสำหรับผมที่ผมแคสต์ไม่ค่อยติด เพราะบางทีผมยังไม่เจอตัวที่มันใช่ แต่ผมก็พยายามสู้ต่อไป คือไม่ยอมแพ้ครับ ฝึกไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งก็ได้มาเจอตัวละครที่มันเสียงใกล้เคียงกับเรา”

นอกจากนี้ เจมส์ยังฝากเคล็ดลับในการพากย์เสียงตัวละครเอาไว้ 2 ประการคือ ให้ฝึก Voice Dubbing 3 โทนได้แก่ โทนเสียงสูง เสียงกลาง และเสียงต่ำให้คล่อง และฝึกพากย์โดยคำนึงถึงความใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด ส่วน 3 สิ่งสำคัญที่นักพากย์ควรมี เจมส์เริ่มต้นจากให้ทุกคน ‘มั่นใจในตัวเอง’

“อันดับแรกคือมั่นใจในตัวเองก่อน บางคนยังรู้สึกว่าเสียงแหลม พูดเหน่อ จะสามารถพากย์เสียงได้หรือเปล่า อย่างที่พี่บอกไปว่าทุกวันนี้วงการพากย์มันเป็นการแคสต์ คือเราอาจจะไม่ได้ตัวนี้เพราะเสียงเราไม่เหมือนเขา แต่ตัวหน้าเราอาจจะได้ก็ได้ เพราะฉะนั้น ฝึกฝนไว้ โอกาสคนเรามันไม่แน่ไม่นอน”

“อันดับที่สองก็คือ ต้องอ่านหนังสือบ่อย ๆ อ่านหนังสือแล้วออกควบกล้ำให้ถูกต้อง ร เรือ ล ลิง ต้องชัดเจน เพราะอย่างตัวพี่ก็มีปัญหาด้าน ล ลิง เหมือนกัน เวลาไปพากย์ก็เลยมีความรู้สึกว่า มันเป็นอุปสรรคอยู่และต้องฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา แม้แต่นักพากย์หลายท่านก็ยังบอกเลยว่าฝึกฝน คือไม่เคยเจอนักพากย์รุ่นพี่คนไหนบอกว่าตัวเองเก่ง ส่วนใหญ่จะบอกว่าฝึก”

“ส่วนอันที่สาม พยายามฝึกพากย์ อันนี้เป็นเทคนิคผม คือผมจะเปิดดู Netflix แล้วผมจะพยายามพากย์ตามต้นฉบับ ฝึกแบบนี้บ่อย ๆ ก็รู้สึกว่ามันช่วยได้เยอะ ถ้าเกิดว่าชอบแนวนี้จริง ๆ นะ พยายามฝึกตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังไงมันก็เก่งแน่นอน”

สุดท้าย เจมส์ได้ฝากความฝันครั้งใหม่ของเขาเกี่ยวกับการอนุรักษ์พากย์ไทย และทำให้วงการพากย์ไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ชมภาพยนตร์หลายส่วนเลือกรับชมแบบ Soundtrack พร้อมคำบรรยายภาษาไทย แต่ขณะเดียวกันผู้ชมที่ชื่นชอบการฟังพากย์ไทยก็ยังมีอยู่

“บางคนเขาเลือกดูซับไทย แต่บางคนที่เขาเลือกดูพากย์ไทยมันก็ยังมี ผมมองว่าอาชีพนักพากย์เป็นอาชีพที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นยังไง ทุกวันนี้หนังบางเรื่องที่ออกมาแล้วไม่ทำพากย์ไทยก็มี เป็นซับอย่างเดียวเลย ผมมองว่าพากย์ไทยเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ ถ้าเราเจองานพากย์ที่ดีเราก็ควรที่จะชื่นชม ถ้าเราเจองานพากย์ที่ไม่ดี เราก็ควรที่จะบอกให้เขาแก้ไขในสิ่งที่มันผิดพลาด ผมมองว่าอาชีพพากย์ไทยมันสามารถอยู่กับคนไทยได้อีกนาน”

เจมส์เปรียบเทียบวงการพากย์ของประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นให้ฟัง พร้อมยืนยันว่าเขาอยากจะเห็นวงการพากย์ไทยเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม

“ผมอยากให้วงการพากย์ไทยมันดังแล้วก็ไกลกว่านี้ อันนี้คือผมอยากพูดเลย ผมรู้สึกว่าอย่างญี่ปุ่น นักพากย์ที่ญี่ปุ่นเขาเป็นซูเปอร์สตาร์เลยนะ อย่างคนพากย์เสียงนารูโตะ เขาจะเป็นเหมือนซูเปอร์สตาร์ แต่ว่าที่บ้านเรายังไม่ขนาดนั้น บางคนยังไม่รู้เลยว่าคนพากย์คนนี้เป็นใคร เขาดังอะไรขนาดนั้นไหม คือผมรู้สึกว่าผมอยากทำให้พากย์ไทยมันเทียบเท่ากับของญี่ปุ่น พากย์ไทยมันอาจจะไม่ต้องดังเท่าญี่ปุ่น แต่อยากให้คนรู้จักการพากย์ไทยมากขึ้น รู้จักว่าคนนี้เป็นคนพากย์ไทยนะ”

แต่ความฝันครั้งนี้ของเจมส์จะสำเร็จไม่ได้เลยหากวงการพากย์ไทยขาดคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อยากจะฝึกฝนการใช้เสียงของตนเอง และร่วมกันเติมเต็ม และพัฒนาวงการพากย์ไทยให้ไปไกลยิ่งขึ้น

“เพราะงั้นก็อยากฝากน้อง ๆ ที่อยากเป็นนักพากย์ พยายามฝึกฝนตัวเอง อย่าเพิ่งยอมแพ้ ลองอัดเสียงที่บ้านดู แล้วก็ลองเทียบดูว่า เสียงตรงนี้ จังหวะอย่างนี้ โอเคไหม ถ้าไม่โอเคก็เริ่มใหม่ วันนี้โอกาสยังไม่เข้ามาหาคุณ แต่ถ้าเกิดคุณฝึกตั้งแต่ตอนนี้ไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่ง ผมเชื่อว่ามันจะต้องมีใครสักคนหนึ่งเห็นโอกาสของคุณ แล้วดึงคุณไปพากย์แน่นอน”

เรื่อง วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ

JZB Studio https://www.facebook.com/JZBstudio 

JZB Studio https://www.youtube.com/c/jamezabang/featured 


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

เทพบาร์: บาร์วัฒนธรรมที่อนุรักษ์ความเป็นไทยแบบไม่ทิ้งไว้บนหิ้ง

ต๋อง ศิษย์ฉ่อย : วันที่พายุสนุกเกอร์ ‘ไทยทอร์นาโด’ ยังไม่อ่อนแรง

รู้จักเจ้าของ ‘ร้านเล่า’ ร้านหนังสือเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นในเชียงใหม่

‘แทนไท ประเสริฐกุล’ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ผู้เสิร์ฟความรู้คู่ความฮา

ติ๊ก ชิโร่: มือกลองที่เริ่มจากของในห้องครัว สู่ศิลปินที่รักดนตรีมามากกว่า 35 ปี อย่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

จารุพร กำธรนพคุณ: เบื้องหลัง‘ทริอาช’ ซีรีส์การแพทย์ที่ยกระดับซีรีส์ไทยไกลอีกก้าว

ไผท ผดุงถิ่น : BUILK One Group วันที่สีองค์กรไม่ได้มีแต่ ‘สีเหลือง’ อย่างเดียว

จ๋าย ไททศมิตร: เรื่องราวชีวิตของชายที่เตือนตัวเองเสมอว่า ‘จงเป็นมนุษย์’