Post on 04/09/2019

พาทัวร์ teamLab Borderless พิพิธภัณฑ์ที่รวมงานศิลปะกับดิจิทัลเข้าด้วยกัน ที่ไปกี่ครั้งก็ใหม่เสมอ

MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless คือพิพิธภัณฑ์ถาวรแห่งแรกของกลุ่ม teamLab ที่จัดแสดงงานศิลปะจากสื่อดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีงานศิลปะกว่า 50 ชิ้น บนพื้นที่ขนาดกว้างขวางกว่า 10,000 ตารางเมตร โดยเปิดแสดงมาตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2018 และยังคงได้รับความสนใจ มีผู้เข้าชมมากมายอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และวันนี้ทีมงาน The People ได้มีโอกาสไปเยือน Borderless แห่งนี้ถึงเกาะโอไดบะ ในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

*teamLab เป็นการรวมตัวของเหล่าวิศวกร โปรแกรมเมอร์ ดีไซเนอร์ ศิลปิน สถาปนิก นักคณิตศาสตร์ รวมไปถึงนักบินอวกาศ ที่หันมาสนใจในงานศิลปะและดิจิทัล โดยก่อตั้งเมื่อปี 2011

“We are the future” คือคำขวัญของ teamLab ที่เป็นการประกาศตัวว่า พวกข้านี่แหละคืออนาคต ก่อนหน้านี้ teamLab ได้ทำการปฏิวัติวงการศิลปะ ด้วยการผลิตงานศิลปะภายใต้คอนเซ็ปต์สไตล์ Body Immersive หรือการผสานร่างกายรวมเข้ากับงานศิลปะโดยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งช่วยให้งานศิลปะนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่บนผืนผ้าใบอีกต่อไป

ผลงานศิลปะของ Borderless แต่ละชิ้น ถูกจัดวางอย่างอิสระไร้ขอบเขต พวกมันไม่ได้อยู่แค่ในห้องจัดนิทรรศการ แต่กินพื้นที่ยาวไปถึงทางเดิน ผู้เข้าชมสามารถใช้ร่างกายของตัวเองในการสำรวจงานศิลปะเหล่านี้ได้ผ่านการสัมผัสหรือแสดงท่าทางต่าง ๆ ซึ่งมันจะสร้างงานที่แตกต่างและเป็นการเพิ่มไอเดียใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น เรียกได้ว่านิทรรศการแห่งนี้คือ “ศิลปะที่ไม่หยุดนิ่ง” ขนานแท้

Borderless ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะดิจิตัลทั้งหมด 5 โซน

โซนที่ 1: Borderless World

งานศิลปะในโซนนี้จะเป็นอีกสิ่งที่ขับเคลื่อนอย่างอิสระ พวกมันสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เยี่ยมชมได้ อีกทั้งงานศิลปะมีความเข้าใจแนวคิดเรื่องเวลาแบบเดียวกับร่างกายมนุษย์ พวกมันสามารถสื่อสารกันได้ รวมถึงมีอิทธิพลต่อกันและผสมกันได้ Borderless จึงเป็นโลกแห่งศิลปะที่ไร้ขอบเขต

“Forest of Flowers and People: Lost, Immersed and Reborn” เมื่อเข้ามาถึงที่นี่คุณจะได้พบงานศิลปะชุดนี้เป็นอย่างแรก ถ้าเราสัมผัสตรงผลงาน เหล่าใบไม้ต่าง ๆ ก็จะปลิวตามที่เราเคลื่อนไหว

“Universe of Water Particles on a Rock where People Gather”ห้องนี้เปรียบเหมือนจุดศูนย์กลางของ Borderless เพราะเราจะสังเกตได้ว่า ทั้งใบไม้หรือนกหรือแม้กระทั่งสายน้ำที่เราได้สัมผัสหรือตอบโต้ ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ส่งต่อให้เป็นงานศิลปะชิ้นใหม่ในห้องต่อ ๆ ไป ราวกับว่าผลงานเหล่านี้มีชีวิตจริง ๆ

“The Haze” คือห้องที่ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Light Sculpture โดยอาศัยแสงและควันบวกกับเซนเซอร์ที่ไว้จับปฏิกิริยาของทุกอย่างในห้องเพื่อเนรมิตรูปทรงของแสงให้เป็นงานศิลปะรูปแบบใหม่ขึ้นมา

“Black Waves – Continuous” ห้องยอดนิยมของเหล่าผู้มาเยือน ที่มีไฮไลท์อยู่ที่ความสงบและความเป็นธรรมชาติ แม้นี่อาจจะดูเหมือนเป็นเพียงแค่การจำลองคลื่นทะเลธรรมดา แต่ถ้าใครได้มีโอกาสไปสัมผัสสถานที่จริงจะเข้าใจเลยว่า เสียงดนตรีประกอบของ ฮิเดอากิ ทากาฮาชิ ศิลปินที่ดูแลเรื่องซาวนด์ของ teamLab ในหลาย ๆ ผลงาน บวกกับคลื่นที่ซัดต่างกันทุกครั้งที่มีคนไปสัมผัสมัน คือความสงบอย่างแท้จริง

“Wander Through the Crystal World” อีกหนึ่งห้องยอดนิยมของคนชอบถ่ายภาพ ห้องนี้จะเป็นการนำเอาหลอดไฟคริสตัลนับหมื่น ๆ ดวง มาวางเรียงจากบนเพดานสู่พื้นดิน โดยแสงจะเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์การเกิดใหม่ตลอดเวลา

โซนที่ 2: Athletics Forest

Athletics Forest หรือโซนที่แปลเป็นไทยว่า ป่าแห่งการเคลื่อนไหว คือ พื้นที่ครีเอทีฟแห่งใหม่ที่สามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของสมองส่วนฮิปโปแคมปัสและฝึกฝนทักษะการรับรู้มิติสัมพันธ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของแนวคิดที่มุ่งจะทำความเข้าใจโลกผ่านร่างกายและคิดถึงสิ่งต่างๆ แบบ 3 มิติ

โดยจะมีห้องต่าง ๆ เช่น การสัมผัสประสบการณ์ตะลุยปีนผา ไต่หินเรืองแสง เล่นไปในพื้นที่ที่ทำให้เรากระโดดได้สูงและจมลงไปในพื้น ตื่นเต้นกับการโหนบาร์ที่ลอยอยู่ในอากาศ พื้นที่ไร้น้ำหนักที่มีแสงไฟแบบ 3 มิติ หมุนวนไปทั่วห้อง รูปจำลองของโลกที่กลับข้างในออกมาข้างนอก และพื้นที่ 3 มิติขนาดใหญ่ที่มีพื้นต่างระดับ การผจญภัยครั้งนี้จะทำให้ผู้เล่นจดจ่อกับศิลปะ 3 มิติแบบดิจิตอลที่แสดงในงาน ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้สนุกกับประสบการณ์การเคลื่อนไหวร่างกายแบบครีเอทีฟที่พิเศษสุด

โซนที่ 3:  Future Park

มนุษย์เรียนรู้เกี่ยวกับโลกผ่านการสื่อสารกับผู้อื่นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พวกเราคิดด้วยร่างกาย ขณะที่มันกำลังเคลื่อนไหวไปข้างหน้า และสังคมของมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ถูกพัฒนามาจากการมีปฏสัมพันธ์กันระหว่างมนุษย์ ทาง teamLab จึงได้ทำการเปิดให้ผู้เยี่ยมชมเข้ามาสร้างประสบการณ์ในพื้นที่สร้างสรรค์แห่งนี้ เพื่อจะทำให้ผู้เยี่ยมชมมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นในชีวิตประจำวัน

แนวครีเอทีฟที่คุณเคยทำคนเดียวจะสามารถเปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่ต้องทำกับคนรอบข้างได้ในโซนนี้ กิจกรรมตัวอย่างคือโจะมีให้ระบายสีสัตว์ต่าง ๆ และสามารถสแกนมันลงในพื้นที่ต่าง ๆ ของโซนได้อีกด้วย

โซนที่ 4: Forest of Lamps

นี่คือโซนไฮไลท์ของที่นี่และมีความ photogenic อย่างมาก มันคือห้องที่เต็มไปด้วยโคมไฟที่เปลี่ยนสีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันทั้งสวยงามและน่าสนใจในเวลาเดียวกัน เมื่อคุณยืนอยู่ในระยะที่ใกล้กับโคมไฟ มันจะส่องสว่างเป็นสีต่าง ๆ แสงของโคมไฟอันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะจากนั้นโคมไฟถัดไปอีก 2 อัน จะส่องแสงเป็นสีเดียวกัน ก่อนที่โคมไฟที่อยู่ถัดไปอีกจะเริ่มส่องแสงตาม โดยจะส่องแสงต่อกันเป็นลูกคลื่น แสงของโคมไฟจะสว่างขึ้นเพื่อโต้ตอบกับปฏิกิริยาระหว่างผู้เยี่ยมชม หากแสงของโคมไฟสว่างขึ้นจากอีกฟากของห้อง นั่นหมายความว่ามีผู้เยี่ยมชมคนอื่นยืนอยู่ตรงนั้นนั่นเอง ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถรับรู้ได้ว่าใครยืนอยู่ตรงส่วนใดในพื้นที่เดียวกันนี้

“Forest of Resonating Lamps – One Stroke”

โซนที่ 5: Tea House

EN Tea คือ ชาเขียวสูตรใหม่ที่คิดค้นและเพาะพันธ์ุในย่านฮิเซ็น เมื่อผู้เยี่ยมชมรินชาลงในถ้วย พวกเขาสามารถวาดดอกไม้ซึ่งจะเบ่งบานบนน้ำชาได้ ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถมีความสุขไปกับประสบการณ์การดื่มชา EN ได้

“Flowers Bloom in an Infinite Universe inside a Teacup”

teamLab Borderless ถือเป็นนิทรรศการที่แปลกและไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่านี่คือความสำเร็จของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะยุคสมัยใหม่ ที่ไร้ซึ่งความจำเจอย่างสิ้นเชิง ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณอาจจะเคยฝ่าวงล้อมคนมากมายเข้าไปดูรูปโมนาลิซ่า ที่ลูฟวร์ และคงคิดในใจว่า “พอและได้มาดูแล้ว” แต่กลับกันประสบการณ์ที่คุณจะได้กลับไปจากที่นี่ คือความแปลกใหม่ที่ต่างกันไปในทุกสถานการณ์

ถ้าใครไปญี่ปุ่น นอกจากจะไปช็อปปิ้ง กินซูชิแช่ออนเซนกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว แนะนำว่าห้ามพลาดนิทรรศการดี ๆ ของ teamLab ที่นี่เด็ดขาด แต่ก็แว่ว ๆ ว่าเร็ว ๆ นี้กำลังจะมีผู้จัดนำเข้านิทรรศการนี้ถึงบ้านเราเลยทีเดียว แต่จะขนมาโชว์มากน้อยขนาดไหนคงต้องติดตามข่าวกันให้ดี

 

“Wander, Explore and Discover” teamLab Borderless

 

FYI: MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless

ที่อยู่: พาเลทท์ ทาวน์ เมืองโอไดบะ 1-3-8 อาโอมิ แขวงโคโต โตเกียว ญี่ปุ่น

พื้นที่: ประมาณ 10,000 ตารางเมตร

เวลาเปิด: จันทร์พฤหัส 11.00-19.00 ., ศุกร์ และ วันหยุดราชการ 11.00-21.00 ., เสาร์ 10.00-21.00 . // อาทิตย์ และ วันหยุด 10.00-19.00 . ** เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง

บัตรเข้าชม:  ผู้ใหญ่ นักเรียน และ นักศึกษา 3,200 เยน (ประมาณ 900 บาท) เด็กระดับมัธยมต้นลงไป 1,000 เยน (ประมาณ 280 บาท)  และ เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี (แต่แนะนำให้จองบัตรออนไลน์ล่วงหน้า)


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

แซค แอฟรอน หล่อ รวย จิตใจดี ก็ยังไม่พ้น Friend Zone

นิโคไล คอสเตอร์-วัลดาอู ในนามอัศวินผู้หยิ่งยโส จนถึงเรียนรู้ที่จะมอบความรักอย่างถูกต้อง

จอร์ดิ เอล นินโญ โปยา ไม่ใช่นักคณิตศาสตร์โอลิมปิก แต่เป็นดาราหนังโป๊ขวัญใจยกแม่ เฮ้ย! แม่ยก

ดอร่า มาร์เกซ: Dora the Explorer มากกว่า “แบ็คแพ็ค” คือการสอนภาษาเด็กวัยก่อนเรียน

คลินต์ อีสต์วูด ตำนานไอดอลรุ่นปู่ หัวขบถที่ทุกคนหลงรัก

King Princess นักร้องสาวที่สร้างสรรค์เพลงจากความหลงใหลใน “จิ๊มิ”

วิคตอร์ อูโก กับคนค่อมที่เคยปกปักรักษามหาวิหารนอเทรอดาม

วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ นักแต่งเพลงผู้ (แต่ง) อยู่เบื้องหลัง เพลงเกือบทั้งหมดของลุงตู่