Post on 12/02/2021

เจสัน สเตแธม : เบื้องหลังความกระดูกเหล็ก เพราะเคยเป็นนักกีฬากระโดดน้ำ

‘เจสัน สเตแธม’ (Jason Statham) คือผู้แสดงภาพยนตร์แอ็กชันสุดมันระห่ำ จอมบู๊เล่นจริงเจ็บจริง และทำการแสดงฉากผาดโผนด้วยตัวเองในภาพยนตร์มากกว่า 40 เรื่อง เช่น ภาพยนตร์สร้างชื่อของเขาให้โด่งดังอย่าง The Transporter ที่เขาได้แสดงภาคต่ออีกหลาย ๆ ภาคในบทบาท แฟรงก์ มาร์ติน เขาจึงนับเป็นนักแสดงกระดูกเหล็กคนหนึ่งของวงการหนังแอ็กชัน Hollywood 

หากชีวิตเบื้องหลังของเจสันนั้นไม่ใช่ดวงดาวส่องแสง แต่กลับเป็นท้องฟ้าแสนมืดหม่น

 

ฟุตบอล โดดน้ำ และความเจ็บปวดที่ฝังใจ

เจสัน สเตแธม เติบโตมาท่ามกลางอันธพาลและผู้เชี่ยวชาญในการฉ้อโกง ซึ่งครอบครัวของเขาเรียกได้ว่าจัดอยู่ในฐานะชนชั้นแรงงาน ที่มีแม่เป็นนักเต้นไร้ชื่อเสียง พ่อค้าขายของลอกเลียนแบบข้างถนนและร้องเพลงตามเลานจ์ยามค่ำคืน 

ในช่วงวัยเด็ก เจสันเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาหลายชนิดและศิลปะการป้องกันตัว จนกระทั่งเขาเข้าเรียนที่ Grammar School เขาได้เจอกับวินนี โจนส์ (Vinnie Jones) ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน และได้ชักชวนกันเข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียน 

ในขณะที่วินนี โจนส์เลือกเดินไปในเส้นทางนักกีฬาฟุตบอล จนเขากลายเป็นตำนานแห่งวิมเบิลดัน กับฉายา ‘ไอ้โรคจิต’ หนึ่งในสมาชิกเครซี่แก๊งที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1988 (บทความจาก Main Stand) แต่เจสันกลับเลือกเส้นทางการเล่นกีฬาอีกทางที่เขาชื่นชอบมากกว่า

“บ้าเอ๊ย! ผมอยากทำแบบนั้นได้ว่ะ”

เขาพูดประโยคนี้ออกมาเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังกระโดดน้ำที่สระว่ายน้ำของโรงแรม พร้อมทั้งออกท่าทางตีลังกาเป็นเกลียวหลายตลบ ขณะที่เจสันในวัย 15 ปีไปพักผ่อนช่วงวันหยุดที่ฟลอริดา หลังจากกลับมาจากการพักผ่อน เขาจึงตั้งใจฝึกกีฬากระโดดน้ำอย่างจริงจังในทุก ๆ วัน โดยได้ คิม ไวท์ (Kim White) เป็นโค้ชให้ 

หากมองเทียบกับมุมของนักกีฬากระโดดน้ำ เจสันยังถือว่าเริ่มต้นได้ช้ามากกว่าคนอื่น ๆ เพราะกีฬาประเภทนี้ ส่วนมากจะเริ่มฝึกฝนกันตั้งแต่อายุ 4-5 ขวบ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับตัวเขา และเมื่อโค้ชคิม ไวท์ ได้รับตำแหน่งผู้จัดการโปรแกรมกระโดดน้ำของอังกฤษ ในปี 1985 เจสันในวัย 18 ปีจึงได้รับโอกาสจากโค้ชให้ได้เข้าเรียนในโรงเรียนสอนกระโดดน้ำทีมชาติ 

จุดเด่นของเจสันในการเป็นนักกีฬากระโดดน้ำ คือความแม่นยำและความกล้าที่จะเสี่ยงของเขา จนเรียกได้ว่าเจสันคือตัวท็อปที่น่าเกรงขามระดับประเทศในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ 

5 ปีต่อมา เจสันในวัย 23 ปี กลายเป็นตัวแทนทีมชาติประเทศอังกฤษในการลงแข่งขัน คอมมอนเวลธ์ เกมส์ (Commonwealth Games) ประเทศนิวซีแลนด์ ในปี ค.ศ.  1990 หากผลที่ออกมาของเขากลับไม่เข้าใกล้เหรียญรางวัลสักรายการเดียว และการแข่งขันอีกหลายรายการก็ไม่ได้ออกมาดีตามที่คาด เหตุการณ์นี้กลายเป็นแผลในใจและทำให้เจสันตัดสินใจล้มเลิกการเป็นนักกีฬากระโดดน้ำ เพราะคิดว่ากีฬาชนิดนี้อาจไม่ใช่กีฬาสำหรับเขา 

“แม้จะทำงานหนัก แต่ความล้มเหลวในการคว้าเหรียญทำให้ผมมีวินัยมากขึ้น สอนให้ผมตั้งใจทำงานอย่างหนักและมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จของความพยายามในอนาคต”

 

เส้นทางใหม่ที่ต้องเดิน

เมื่อความหล่อเหลาและหุ่นนักกีฬาของเขาได้เข้าไปเตะตาแมวมองของโมเดลลิงถ่ายแบบอย่าง Sports Promotions เขาจึงถูกชักชวนให้เข้าสังกัด และหลังจากเซ็นสัญญาได้ไม่นาน เขาก็ได้ถ่ายแบบกับเสื้อผ้าแบรนด์ French Connection ที่เป็นแนวไฮสตรีท (Hi-Street) งานชิ้นแรกสำหรับอาชีพนี้ ต่อมาเจสันยังมีผลงานถ่ายแบบให้เราได้เห็นตามแค็ตตาล็อกของแบรนด์ดัง ๆ อีก เช่น Speedo, Adidas และ Timberland แม้เขาจะได้งานถ่ายแบบอีกมากมาย แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเงินที่ได้มันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอยู่ดี เขาจึงตัดสินใจ ‘เดินตามรอยพ่อ’

เจสันเริ่มการทำธุรกิจขายของลอกเลียนแบบข้างถนนกับพ่อของเขา ทั้งเสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องประดับ ซึ่งเขารู้ว่ามันคือสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้อยากทำมันสักเท่าไร เขาจึงเริ่มมองหาช่องทางอื่นเพิ่มเติมเพื่อหารายได้และไปออดิชันเล่นมิวสิกวิดีโอ เจสันผ่านการคัดเลือก แต่ก็ได้เป็นเพียงตัวประกอบเล็ก ๆ เท่านั้น อย่างเพลง  Comin’ On Strong – Shamen (1993), Run to the Sun – Erasure (1994), Dream a Little Dream of Me – The Beautiful South (1995) หากระหว่างนั้นเขาก็ยั    งคงช่วยพ่อขายของที่มุมของริมถนนเฉกเช่นเดิม

 

จากคนขายของปลอมข้างถนน กลายเป็นนักแสดงในบทนักต้มตุ๋นข้างถนน

“ขอบคุณสำหรับถุงเสื้อโง่ ๆ ราคา 10 ปอนด์ที่ขายให้ แล้วคุณสนใจอยากมาเล่นหนังของผมไหม” คำชักชวนของกาย ริตชี  (Guy Ritchie) เมื่อเจอเจสัน

คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครคนหนึ่งจะมีโอกาสได้เจอกับผู้กำกับหนังมาเดินอยู่ข้างถนนท่ามกลางฝูงคนแบบนี้ หากมันเกิดขึ้นกับเจสัน เมื่อเขาได้พบกับกาย ริตชี ที่กำลังหานักแสดงเพื่อมาทำโปรเจกต์หนังเกี่ยวกับนักต้มตุ๋นข้างถนนอยู่ เมื่อเขาได้เจอและได้รับรู้อดีตของเจสัน ทำให้กาย ริตชีคิดว่าคนนี้แหละเหมาะกับตัวละครที่เขากำลังมองหา จากนั้นเจสันได้เล่นหนังเรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels (1998) นี่คงนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของเจสันเลยก็ว่าได้ 

เมื่อภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาประสบความสำเร็จได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เจสันเริ่มเปล่งประกาย เขากลายเป็นดาราแอ็กชันที่มีชื่อเสียงในฮอลลีวูด ซึ่งมีผลงานออกมาให้ชมกันอีกเรื่อย ๆ อย่างเรื่อง The Transporter, The Mechanic, Death Race, Fast & Furious และ The Expendables จนกระทั่งในปี 2021 ค่าตัวของเขาพุ่งทะยานไปถึง 90 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ  2,691,405,000 บาท

 

ทุ่มสุดตัว แม้ต้องเสี่ยงตาย

แน่นอนว่าการแสดงภาพยนตร์แอ็กชัน จะต้องมีฉากโลดโผนน่าหวาดเสียวและอันตราย แต่เจสันเลือกทำการแสดงด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งสตันท์แมน เขาจึงต้องเสี่ยงชีวิตจากการเข้าฉากภาพยนตร์เรื่อง The Expendables ในปี 2010 ขณะถ่ายทำเจสันต้องพุ่งตัวออกมาจากจมูกของเครื่องบิน เขาต้องทนต่อลมที่รุนแรงบนอากาศ หากนั่นยังไม่อันตรายพอ เพราะเมื่อฉากนี้สิ้นสุดลง ลูกเรือสังเกตเห็นว่ามีน้ำมันรั่วไหลออกมาจากเครื่องยนต์ แต่โชคยังดีที่เครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย หรือภาพยนตร์เรื่อง The Expendables 3 ในปี 2014 มีฉากหนึ่งที่เขากำลังขับรถกระบะ จู่ ๆ เบรกของรถก็หยุดทำงาน แต่รถยังคงแล่นต่อไป และในที่สุดรถก็ได้ตกลงทะเลโดยมีเจสันนั่งอยู่ที่เบาะคนขับ โชคดีที่เขาสามารถหนีออกมาได้

นอกจากการแสดงที่ต้องเสี่ยงแล้ว เจสันยังยอมแสดงภาพยนตร์ในบทบาทที่ไม่ค่อยจะถนัดนัก นั่นก็คือ การขับรถ ถึงแม้ในภาพยนตร์ Fast and the Furious ไปจนถึง The Transporter เราจะเห็นเจสันอยู่หลังพวงมาลัยอย่างเท่ระเบิดและดูชำนาญในการขับรถ หากชีวิตจริงนั้น เจสันล้มเหลวในการทดสอบการขับรถถึง 3 ครั้ง จากข้อมูลของ DMV (Department of Motor Vehicles) กว่าจะได้ภาพอย่างที่เราได้ชมกัน เขาต้องไปฝึกฝนกับแชมป์นักขับรถแข่งมืออาชีพอย่างเดมอน ฮิลล์ 

ทั้งฝีมือและความทุ่มเทให้กับการแสดงของ ‘เจสัน สเตแธม’ ทำให้ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาจึงยืนหนึ่งในวงการ ในฐานะนักแสดงภาพยนตร์แอ็กชันจนมาถึงปัจจุบัน

 

เรื่อง: ภัคจีรา ทองทุม

 

ที่มา : https://www.worldation.com/stories/incredible-life-jason-statham/

https://www.theguardian.com/film/2013/jun/21/secret-life-jason-statham

https://www.sportskeeda.com/athletics/jason-statham-international-diver-before-hollywood-star

https://www.aceshowbiz.com/celebrity/jason_statham/biography.html

https://history-biography.com/jason-statham/

https://www.biography.com/actor/jason-statham

https://www.esquire.com/entertainment/movies/a22729555/jason-statham-diving-video/

https://www.ign.com/articles/2003/06/07/an-interview-with-jason-statham

https://wealthygorilla.com/jason-statham-net-worth/

https://www.mainstand.co.th/catalog/1-Feature/809-จุดเปลี่ยนที่ทำให้จอมโหด+“วินนี่+โจนส์”+เป็นสุดยอด+“นักแสดงฮอลลีวู้ด


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

จอน บอน โจวี ร็อกเกอร์ใจบุญ กับธุรกิจแบบ ‘It’s My Life’ ความหลงใหลอาหาร และการเปิดร้านเพื่อคนยากไร้

บงจุนโฮ: ผู้กำกับ Parasite ที่ชวนก้าวข้ามซับไตเติลเพื่อค้นหาเมจิกของภาพยนตร์

ซูเนโอะ: ฮาวายของเด็กอวดรวย ภาพตัวแทนการทำลาย Self-Esteem ของโนบิตะ

Kingdom “ประเทศนี้จบสิ้นแล้ว เราจะตายกันหมด”

Happy Together เมื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข คือการอยู่ร่วมกับความทรงจำ

UNORTHODOX: เอสตี้ เด็กสาวชาวยิวที่ถูกตีกรอบจากชุมชนและความเชื่อทางศาสนา

The Shawshank Redemption จากที่ไม่ถูกเหลียวแลทั้งเงินและกล่อง กลายเป็นหนังยอดเยี่ยมตลอดกาล

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา