Post on 04/12/2018

ชนาธิป สรงกระสินธ์ จินตนาการจากการ์ตูน Fantasista สู่ความฝันที่เป็นจริง

       “Fantasista มหัศจรรย์สิงห์นักเตะ” คือการ์ตูนญี่ปุ่นในดวงใจของ ‘เจ’ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลชื่อดังของไทย ซึ่งนอกจากความหลงใหลส่วนตัวในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้แล้ว การ์ตูนเรื่องนี้ยังมีเค้าโครงเรื่องที่คล้ายกับชีวิตจริงของเจ้าเจ อีกด้วย

“Fantasista มหัศจรรย์สิงห์นักเตะ” คือผลงานเขียนของ มิชิเทรุ คุซาบะ เป็นเรื่องราวของ ซากาโมโต้ เทปเป้ พระเอกของเรื่อง นักฟุตบอลร่างเล็กจากเกาะคิวชูที่เต็มไปด้วยทักษะและพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอล เทปเป้ ฝันว่าวันหนึ่งเขาจะต้องเป็นนักฟุตบอลระดับโลกให้ได้ แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้การยอมรับจากเพื่อนร่วมทีมก็ตาม แต่ด้วยความรักในฟุตบอลและความมุ่งมั่นทำให้เขาได้มีโอกาสไปค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ทีมดังจากศึก กัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี และประสบความสำเร็จกลายเป็นนักเตะญี่ปุ่นที่ได้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง

“Fantasista มหัศจรรย์สิงห์นักเตะ”

จุดเริ่มต้นของฟุตบอลและจินตนาการจากการ์ตูน

       ชนาธิป เป็นคนที่หลงใหลในวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอยู่แล้ว และการ์ตูนญี่ปุ่นก็กลายเป็นสิ่งที่เขาชอบไม่แพ้ฟุตบอลเลยทีเดียวโดยเฉพาะการ์ตูนที่เกี่ยวกับฟุตบอล ในวัยเด็กเขามักจะใช้เวลาว่างที่เหลือจากการเล่นฟุตบอลไปเช่าการ์ตูนมาอ่านเสมอ

“พอนั่งรถโรงเรียนไปถึงโรงเรียนผมต้องออกไปเช่าหนังสือก่อนที่จะหยิบหนังสือเรียนอีก ผมจะชอบอ่านพวกนิยายของแจ่มใส การ์ตูนก็ชอบอ่านนารุโตะ แล้วก็การ์ตูนฟุตบอลอย่าง Fantasista มหัศจรรย์สิงห์นักเตะ”

การเปรียบเทียบระหว่าง ชนาธิป กับ เทปเป้ ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงที่เขาย้ายไปคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ใหม่ ๆ ซึ่งนอกจากเขาจะใส่เสื้อและเบอร์แข่ง (เบอร์ 18) เหมือนกับพระเอกของเรื่องแล้ว ที่มาของท่าดีใจหลังทำประตูได้ของชนาธิป ก็มาจากท่าของตัวละครใน Fantasista อย่าง มัลโค คุโอเร่

“อีกคนในเรื่องที่ผมชอบก็คือ มัลโค คุโอเร่ ตัวเอกในเรื่องเขาตัวเล็กเหมือนกับผม คือเขาจะใช้จินตนาการ ในการเล่นบอล ทำให้เห็นภาพล่วงหน้าประมาณสามวินาทีก่อนที่บอลจะมา ผมเลยทำท่าหน้านี้ (ท่าตอนที่ยิงประตูบรินเบนได้) ว่าผมได้วาดจินตนาการลงไปแล้ว บ้าไหม?”

ย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อน มีพ่อค้าขายขนมหวานคนหนึ่งที่รักฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ได้ไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับหลวงพ่อวัดไร่ขิงไว้ว่า หากตนมีลูกชายก็อยากให้เก่งเหมือนยอดนักเตะอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิตหรือไม่ที่ ชนาธิป ดันเกิดในเดือนตุลาคมแถมออกมาตัวเล็กเหมือนกับมาราโดน่าอีกด้วย

“แรงบันดาลใจของผมจริง ๆ แล้ว คงต้องเป็นพ่อผมน่ะแหละ เพราะพ่อผมปลูกฝังผมมา เขาใช้วิธีแบบครูพักลักจำ เริ่มต้นจากการไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอล แต่ไปดูไปศึกษามาจากคนอื่น แล้วเอามาปรับใช้ ตอนนี้ก็เรียนรู้ขึ้นเรื่อย ๆ ให้ตัวเองเอามาสอนต่อได้ ผมว่าพ่อผมเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดสำหรับผม”

เจ กับ คุณพ่อ ผู้เป็นต้นแบบคนสำคัญ

มาราโดน่าคือต้นแบบของทั้งเจ และเทปเป้

       ตั้งแต่เด็ก ชนาธิป ถูกปลูกฝังทักษะการเล่นฟุตบอลมาจากคุณพ่อของเขา ก้องภพ สรงกระสินธ์ ซึ่งเปรียบเหมือนเป็น ซากาโมโต้ โคโตเนะ โค้ชและพี่สาวของเทปเป้ คนที่คอยสอนทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟุตบอลให้กับเทปเป้ แถมในเรื่องโคโตเนะก็มักจะหาวิดีโอการเล่นของมาราโดน่าให้เทปเป้คอยเลียนแบบ เหมือนกับชีวิตจริงของชนาธิปเลย

“เมื่อวานพี่ฉันเปิดวิดีโอของมาราโดน่าให้ดูน่ะ” ประโยคที่เทปเป้ อธิบายถึงที่มาการจับบอลอันน่าทึ่งของเขา

“พออ่านไปแล้ว (Fantasista ) รู้สึกเหมือนว่ามันเป็นตัวเรา ในเรื่องตัวเอกคือ ซากาโมโต้ เทปเป้ ที่มีพี่สาวเป็นคนคอยเคี่ยวเข็ญ คอยสอนมาตั้งแต่เด็ก สำหรับผมก็มีพ่อเป็นคนที่คอยสนับสนุน” ชนาธิป พูดถึงมุมหนึ่งในชีวิตจริงของเขา ที่เหมือนกับใน Fantasista

สไตล์การเล่นของชนาธิป เปี่ยมไปด้วยทักษะอันน่าทึ่ง ราวกับว่า เทปเป้ หลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนยังไงยังงั้น ทั้งเรื่องของการสร้างสรรค์จังหวะให้เพื่อนทำประตู หรือยามที่ทีมเสียบอลทั้งคู่ก็มักจะชอบวิ่งไล่บอลไม่มีเหนื่อยเพื่อช่วยให้ทีมกลับมาครองบอลเสมอ และที่สำคัญทั้งคู่มักจะมีจังหวะลากเลื้อยโซโล่จากกลางสนามไปทำประตูได้เหมือนกันอีกด้วย โดยเฉพาะในรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายของศึกเอซีแอล เมื่อปี 2017 ชนาธิป เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่เส้นวงกลมของสนามหลบสองกองหลังของบริสเบน เข้าไปทำประตูได้ เหมือนกับที่เทปเป้ เคยทำในเกมประเดิมสนามของเขาเช่นกัน

อัลเบอร์โต้ รอสซี แมวมองเอซี มิลาน (ตัวละครสมมติในเรื่อง Fantasista) เคยพูดไว้ว่า “เทปเป้ คือนักเตะที่มีพละกำลังที่ไม่ถดถอยในการวิ่งไล่บอลในแดนกลาง ตั้งแต่ครึ่งแรกยันครึ่งหลังอีก แถมยังรู้จักสร้างสรรค์เกมส์ทั้ง ๆ ที่ทีมตัวเองตกเป็นรองได้อีก”

ด้วยการที่เป็นคนตัวเล็ก ชนาธิป โตมาพร้อมกับคำสบประมาทต่าง ๆ ทั้ง “ไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หรอก” หรือ “ตัวเล็กแบบนี้เล่นฟุตบอลได้ไม่ดีหรอก” แม้จะเป็นคำพูดที่คอยทิ่มแทงใจ แต่เขาก็ใช้มันเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จในปัจจุบัน เขาแสดงให้เราได้เห็นว่าการที่ตัวเล็ก ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นสุดยอดไม่ได้

Fantasista ในชีวิตจริง

       คำว่า Fantasista จริง ๆ แล้วแปลว่าเพลย์เมกเกอร์ หรือ ตัวเปลี่ยนเกม ซึ่งเป็นตำแหน่งถนัดของชนาธิป ย้อนไปในช่วงแรกกับซัปโปโร ชนาธิป ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีมมากนัก ไม่มีใครคอยส่งบอลให้เขาเหมือนสมัยก่อน ตลอดทั้งเกมเขาต้องวิ่งไปทั่วสนาม คอยไล่บอลและหาจังหวะด้วยตัวเอง และทุกครั้งที่เขามีโอกาสชนาธิปก็ไม่เคยปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป เขาเริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเอง จนสุดท้ายชนาธิปกลายเป็นคนที่เพื่อนไว้ใจและอยากจะส่งบอลให้เสมอ ชนาธิปเคยพูดไว้ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นว่า วันหนึ่งเขาจะเป็น Fantasista ให้กับซัปโปโรให้ได้

“จะพยายามครับ จะพยายามเป็นให้ได้ ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีม อยากไปช่วยทีมเขาและสร้างความแตกต่างให้ได้ ผมไปทีมเขาอาจจะอยู่อันดับนี้ ผมอยากไปทำให้ทีมเขาอันดับดีขึ้น”

เจ กับยอดกองกลางของโลก อันเดียส อินเนียสตา

และดูเหมือนตอนนี้ ชนาธิป จะทำฝันของเขาสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว หลังเขาสามารถคว้ารางวัลผู้เล่นอันทรงคุณค่าประจำฤดูกาล 2018 ของซัปโปโร ได้ หลังได้รับคะแนนโหวตจากเพื่อนร่วมทีม

ชนาธิป ใช้เวลาสองฤดูกาลก็กลายเป็นกำลังหลักของทีมและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่น 2018-2019 เขาลงสนามในลีกไป 30 นัด ทำได้ 8 ประตู และ 2 แอสซิสต์ อีกทั้งยังพาต้นสังกัดจบอันดับที่ 4 ของตาราง เรื่องราวของชนาธิป สอนให้เรารู้ว่า ความฝันจากการ์ตูนย่อมเป็นจริงได้ หากคุณไม่หยุดสู้ และตั้งใจมุ่งมั่นต่อความฝันของคุณ

“ความสำเร็จไม่มีทางลัด ไม่มีใครซื้อความฝันได้ เราต้องทำมันด้วยตัวเราเอง”

เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์

 

 

ที่มา : https://www.gmlive.com/ความฝันชนาธิปและความหวังของFantasistaในซัปโปโร
https://www.youtube.com/watch?time_continue=131&v=AYMjENs_Mt0

https://www.instagram.com/p/BS8v7sRBKQn/


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

เจมส์ เคฮิลล์ ผู้ฆ่ายักษ์ : นักสนุกเกอร์มือสมัครเล่น ผู้คว่ำแชมป์โลก 5 สมัย

“คัลลี ฟอน ฟูลโตว์” เกษตรกรที่ตัดไม้เผาถ่านเพื่อช่วยโลก

โมฮาเหม็ด ซาลาห์: ขวัญใจลิเวอร์พูล มุสลิมผู้ทำลายกำแพงศาสนาในอังกฤษ

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จากอดีตช่างประปาสู่การเป็นนักสู้เงินล้าน เจ้าของฉายา “หมาบ้าไอริช”

“ที่หนึ่งไม่ไหว!” 19 ปีของ ลี ชอง เหว่ย นักแบดฯ กับมะเร็งที่พรากโอกาสพิชิตเหรียญทองโอลิมปิก

“โยฮัน ครัฟฟ์”ตำนานนักเตะดัตช์ ผู้เล่นบอลข้างถนนสู่ผู้วางรากให้ “อาแจ็กซ์” คืนชีพ

เมแกน ราปิโน: เสียงเงียบอันทรงพลังของนักฟุตบอลหญิงผู้ไม่ร้องเพลงชาติอเมริกา

ซากุรางิ ฮานามิจิ: ปรัชญาชัยชนะแห่ง Slam Dunk “พื้นฐานคือสิ่งสำคัญ”