Post on 18/03/2019

สู้ต่อไป จีบัน: ตายแล้วเกิดใหม่ ตำนานแห่งตำรวจเหล็กสุดดรามา

จีบาน จีบาน ฮิโตะวะดะเระเดะโหม่ววว
จีบาน จีบาน ฮิโตะทสึโนะไทโยววว
คิโด เคจิ จีบาน ♪

หลาย ๆ คนในวัยประมาณ 35-45 ปี จะต้องเคยได้ยินเพลงนี้แน่นอน สารภาพมาซะดี ๆ

สมัยก่อน ภาพยนตร์ตระกูลคนแสดงจริงแนวนี้ ไม่ได้มีแค่ Kamen Rider เท่านั้น แต่มีตระกูล Metal Hero ด้วย คือพวกตำรวจอวกาศ หรือ ตำรวจเหล็ก นั่นเอง น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ภาพยนตร์แนว Metal Heroes ไม่ได้มีการถ่ายทำออกมาแล้ว (น่าจะเพราะ Kamen Rider เองก็เริ่มคล้ายกับ Metal Hero เข้าไปทุกทีจนแยกกันไม่ออกแล้ว)

ในปี ค. ศ. 1987 เป็นปีที่ Robocop ภาคแรกออกฉาย และได้รับเสียงตอบรับดีมาก ทำให้เป็นแรงบันดาลใจให้ญี่ปุ่นเองก็สร้างของตัวเองบ้าง ซึ่งก็คือ ตำรวจเหล็กจีบัน (機動刑事ジバン) ออกฉายในปี ค. ศ. 1989-1990 และโด่งดังอย่างมากทั้งในญี่ปุ่นและในไทย โด่งดังถึงขั้นว่าจากที่ประเทศไทยเคยนิยมพูดว่า “สู้ต่อไปทะเคชิ” ซึ่งเป็นคำพูดให้กำลังใจพระเอกจาก Kamen Rider ภาคแรกสุด กลายเป็น “สู้ต่อไปจีบัน” กันเลยทีเดียวล่ะ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูดทั้ง 2 แบบ ทั้งสู้ต่อไปทะเคชิ และ สู้ต่อไปจีบัน เลย ใครพูดแบบไหนบ้างมาแบ่งปันประสบการณ์กันได้

ตำรวจเหล็กจีบัน มีเนื้อเรื่องที่หนักหน่วงเอาเรื่องสำหรับเด็ก ๆ เพราะเปิดเรื่องมา พระเอกโดนสัตว์ประหลาดฆ่าตายทันที (จัดว่าช็อคมากสำหรับผู้ชมเด็ก ๆ ในยุคนั้น เพราะดำเนินเรื่องตาม Robocop เลยที่ให้พระเอกตายตั้งแต่ต้นเรื่อง) แล้วค่อยได้รับการช่วยเหลือจาก ดร. อิงะระชิ ซึ่งแอบพัฒนา Jiban Project เพื่อไว้ต่อกรกับเหล่าร้าย Biolon ช่วยให้พระเอกของเราคือทะมุระ นะโอะโตะ (田村直人) กลายเป็นไซบอร์ก ในร่างมนุษย์ก็เป็นตำรวจทั่วไป แต่ก็มีภารกิจลับในฐานะ “ตำรวจเหล็กจีบัน” ซึ่งมีหน้าที่ปราบเหล่าร้าย Biolon โดยเฉพาะ

จีบันมีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างหนัก เพราะผสมแนว Robocop เข้ากับแนวสืบสวนของตำรวจ และแนวทางการต่อสู้ชีวิตตามแบบฉบับ Shōnen Manga (แนวทางของ Shōnen Manga อ่านได้ที่ บทความ Son Gokū (孫悟空) แห่ง Dragon Ball เจ้าตำรับ “ไซอิ๋วผสมซูเปอร์แมน”มีฉากต่อสู้ที่รุนแรง เพราะจีบันเป็นตำรวจที่มีอาวุธไฮเทคครบมือ (เหล่าร้ายก็ไฮเทคเช่นกัน) มีอาวุธหนักทั้งดาบ ปืนพก ปืนใหญ่ เครื่องไอพ่นติดหลัง รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เครื่องบิน ก่อนลงมือกำจัดเหล่าร้ายจะมีการร่ายตัวบทกฎหมายพิเศษที่ร่างขึ้นเพื่อเหล่า Biolon โดยเฉพาะ (มาตราอะไรก็ช่าง โทษตายสถานเดียวอยู่ดี ศาลเตี้ยนั่นเอง ฮา ๆ )

ความดรามาของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฉากพระเอกตายตอนแรก แต่ยังมีฉากที่จีบันตายอีกด้วย คือเป็นตำรวจเหล็กสุดแกร่งแล้ว ก็ยังโดนเหล่าร้ายรุมกินโต๊ะจน “ตาย” อีกรอบในร่างตำรวจเหล็ก ถูกทำลายวงจรในตัว, ถูกตัดแขนซ้าย, ถูกแทงทะลุหัวใจ ตายคาที่ เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังคงจำฉากจีบันกระเสือกกระสนอย่างทรมานก่อนตายได้ติดตาแน่ ๆ ต่อมาตัวละครในเรื่องหลายตัวโดยเฉพาะเด็ก ๆ ได้ร่วมกันอธิษฐานของให้จีบันปลอดภัย ทำให้วงจรของจีบันกลับมาทำงานอีกครั้ง ทาง ดร. อิงะระชิเลยอัพเกรดจีบัน ให้กลายเป็น “เพอร์เฟกต์จีบัน” เสียเลย มีเกราะใหม่ และอาวุธใหม่ เก่งกว่าเดิม

จุดนี้มีความคล้ายกับ Gundam มาก ๆ ถ้าใครสังเกตภาษาญี่ปุ่นจะรู้เลยว่า กันดั้มภาคแรก ๆ จะใช้คำว่า 機動戦士ガンダム (Mobile Suit Gundam) ในขณะที่จีบันจะใช้ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่นว่า 機動刑事ジバン (Mobile Cop Jiban) จะเห็นว่ามีการต่อสู้อันดุเดือด ถึงขั้นทำให้จีบันต้องตาย และอัพเกรดร่างใหม่ที่เก่งกว่าเดิมเพื่อมาสู้อีกรอบ พล็อตเหมือน Gundam หลาย ๆ ภาคเลยที่หุ่นระเบิด พระเอกรอดชีวิต แล้วได้หุ่นใหม่กลับมาตบ last boss ประมาณนั้นเลย

ทำไมคนจำนวนมากถึงประทับใจเรื่องจีบันอย่างมาก จนกลายเป็นคำเรียกติดปากในภาษาไทยมาจนทุกวันนี้?

1. เพลงประกอบ – เพลงประกอบติดหูอย่างมาก มาก ๆ ๆ (แนวเดียวกับ Jetman เลย ที่ไม่ว่าใครได้ยินเพลงประกอบ มันจะหลอนหูเป็น earworm สุดขีดมาก) เพลงประกอบร้องโดยนักร้องดังในวงการการ์ตูนคือ คุชิดะ อะกิระ (ร้องเพลง “คินนิคุแมน” นั่นเอง คนร้องเดียวกัน)

2. การต่อสู้อย่างหนัก – จีบันเป็นเรื่องราวแห่งการต่อสู้อย่างกระเสือกกระสนของมนุษย์คนหนึ่ง เป็นการสู้ตายแบบสู้ไม่ถอย จนกระทั่งตายแล้วก็ยังกลับมาเป็นจีบัน จนจีบันตายก็ยังกลับมาเป็นเพอร์เฟกต์จีบัน เป็นการสู้ไม่ถอยตามแบบฉบับญี่ปุ่นของแท้ กัดฟันสู้ สู้ไม่ได้ก็จะสู้ สู้จนตายก็จะกลับชาติมาเกิดเพื่อสู้อีกรอบ ทั้งหดหู่ ทั้งฮึกเหิม ลุ้นเอาใจช่วยไปกับจีบันทุกตอน ยิ่งตอนจีบันตายรอบสองนี่เล่นเอาเด็ก ๆ หลายคนร้องไห้หน้าจอเลยทีเดียว

3. อาวุธไฮเทค – เรื่องนี้อาวุธเท่มากจริง ๆ ในยุคนั้น ตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะ “กุญแจมือตำรวจ” ที่แบบ คิดได้ไงนะ ไม่ต้องเปิดห่วงกุญแจ ใช้กระแทกข้อมือแล้วมันเป็นเลเซอร์แว้บเข้าไปล็อคแขนผู้ร้ายเองได้ เท่สุดยอดมากในยุคนั้น

4. การเคลื่อนไหวแบบหุ่นยนต์ของพระเอก – ตำรวจอวกาศเรื่องอื่นเคลื่อนไหวแบบมนุษย์ปกติ แต่จีบัน แม้ว่าในร่างมนุษย์จะเคลื่อนไหวแบบมนุษย์ก็จริง แต่พอกลายร่างเป็นจีบัน จะเคลื่อนไหวแบบหุ่นยนต์มาก เป็นความเท่ที่ไม่มีตำรวจอวกาศคนไหนในยุคใกล้ ๆ กันเลียนแบบได้เลย

5. การร่ายตัวบทกฎหมายก่อนศาลเตี้ย – อันนี้ก็เท่มาก เด็ก ๆ ยุคนั้นจะแข่งกันท่องว่ามีตัวบทอยู่กี่มาตรากันแน่ เวลาเด็กเล่นต่อสู้กันเองก็จะร่ายกฎหมายก่อนต่อยเพื่อน เพื่อเลียนแบบจีบัน (ฮา)

6. เสียงน้าต๋อย – ยังนึกไม่ออกว่าถ้าไม่ใช่น้าต๋อยพากย์เสียงพระเอกจีบัน จะมีใครที่เหมาะสมกว่านี้อีก?

7. คำว่า “สู้ต่อไปจีบัน” – ไม่ต้องอธิบายแล้วเนอะ หนังมันจบไปตั้งเกือบ 30 ปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูด “สู้ต่อไปจีบัน” กันเป็นปกติในสังคมไทย คงไม่ต้องอธิบายแล้วว่าเรื่องนี้มันฮิตขนาดไหน จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังพูดกันอยู่ ปัจจุบันนี้หลาย ๆ คนไม่รู้จักเรื่องนี้แล้ว แต่ยังรู้จักคำว่าสู้ต่อไปจีบันอยู่เลย จึงนับเป็นตำนานอีกเรื่องในวงการ Pop Culture ของญี่ปุ่นโดยแท้

ผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรหนักหน่วงแค่ไหนในชีวิต อย่าลืม “สู้ต่อไปจีบัน” “สู้ต่อไป นะโอะโตะ”


วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล

ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมมวลชนญี่ปุ่น ศึกษาภาษาและสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากกว่า 20 ปี ทั้งจากมุมมองของชาวญี่ปุ่นเอง, มุมมองของชาวไทย, และมุมมองของชาวตะวันตก