Post on 11/08/2021

DITP-Overseas ติดอาวุธทางข้อมูลการค้าต่างประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการตลาดให้ผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง โดย จิรกานต์ เพชรชาติ

ด้วยปัจจุบันที่คลื่นความไม่แน่นอนทั้งจากสงครามการค้า ภาวะการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสพันธุ์ใหม่ ไปจนถึงสภาพภูมิอากาศที่ผันผวนตลอดเวลา เราจึงจำเป็นต้องมีหูตาที่เพิ่มขึ้น เพื่อจะได้รู้ทิศทางการเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจในยุคที่โลกเชื่อมเข้าหากันเป็นหนึ่งเดียว และเป็นการติดอาวุธทางข้อมูลที่ช่วยสร้างความได้เปรียบกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

หน่วยงานหนึ่งที่รับหน้าที่สำคัญนี้ คือ สำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ (สพต.2) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานที่ดูแลสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 32 แห่ง 27 ประเทศ ใน 6 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกา ลาตินอเมริกา ยุโรป และ CIS ตะวันออกกลาง และ แอฟริกา โดยมีภารกิจศึกษา วิเคราะห์ ทำแผนยุทธศาสตร์ พัฒนาองค์ความรู้ด้านธุรกิจการค้า พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ แล้วจัดทำข้อมูลหาลู่ทางการค้า การลงทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ให้คำแนะนำ ประสานงานกับหน่วยงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย

โดย จิรกานต์ เพชรชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ ได้เล่าให้เราฟังถึงหน้าที่รับผิดชอบว่า

“งานหนึ่งของเราคือการนำข้อมูลการค้าระหว่างประเทศที่ได้รับ มาขยายผลต่อเป็นกิจกรรมส่งเสริมการค้า และการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนการค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และเรายังเป็นตัวกลางนัดหมายเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าในต่างประเทศ รวมถึงจัดอบรมข้อมูลการค้า เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยในการบุกตลาดโลก”

ปรับกลยุทธ์บุกตลาดโลกด้วยออนไลน์

“ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทั้ง เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดโดยใช้ยุทธศาสตร์ ‘ตลาดนำการผลิต’ แผนงานอาหารไทยอาหารโลก รวมทั้งการเร่งรัดการส่งออกในยุค new normal ผ่านแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพทั้งของไทยและระดับโลก เราเลยได้ปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าจากช่องทางปกติเป็นผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น” ผู้อำนวยการดีกรีปริญญาโท การบริหารการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญนี้

ด้วยช่องทางออนไลน์ที่บุกเบิกเอาไว้ล่วงหน้า ช่วยให้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสามารถปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า และการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ จากช่องทางปกติเป็นผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผลการปรับรูปแบบครั้งสำคัญนี้ ทำให้ในปี 2563 กิจกรรมส่งเสริมและผลักดันการส่งออกทางช่องทางออนไลน์สามารถทำรายได้มากถึง 14,679.19 ล้านบาท

ตัวเลขนี้มาจากการที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งดำเนินการตามนโยบายเร่งรัดการส่งออกในยุค new normal นอกจากนี้ กรมยังมีนโยบายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ ‘ตลาดนำการผลิต’ และทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด รวมถึงทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดในการหาตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศผ่านการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบ online business matching (OBM) ซึ่งเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างเซลส์แมนประเทศและเซลส์แมนจังหวัด ช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ผลิตโดยผ่านคนกลางให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น งานแสดงสินค้าออนไลน์เสมือนจริง (Virtual trade show) และ hybrid ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กิจกรรม online business matching ระหว่างผู้ส่งออกไทย และผู้นำเข้าในต่างประเทศ ในสินค้าหลากหลายทั้งเกษตรและอุตสาหกรรม อาทิ เกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์และส่วนประกอบ สุขภาพและความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลการเกษตร ไลฟ์สไตล์ รวมทั้ง เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ รวมถึงกิจกรรมสัมมนาและให้คำปรึกษาด้านการค้าออนไลน์อีกด้วย

“ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดงานแสดงสินค้า THAIFEX – Virtual trade show ส่วนเดือนกันยายนจะมีงานแสดงสินค้าชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2564 หรือ TAPA 2021 และ งานแสดงสินค้าคือ THAIFEX Anuga Asia 2021 ที่กำลังจะจัดขึ้นในรูปแบบ hybrid แต่จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย นอกจากนี้ในเดือนกันยายน จะมีการจับคู่ธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับกลุ่มสินค้าอาหารและไลฟ์สไตล์ รวมถึงงานสัมมนาผ่านระบบออนไลน์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยผู้เชี่ยวชาญใน 6 ภูมิภาคที่กล่าวมาในช่วงเดือนสิงหาคมนี้”

หลายคนอาจสงสัยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศมีวิธีไหนในการรวมรวมข้อมูลการค้าจากหลายภูมิภาคทั่วโลก และแหล่งที่มาของข้อมูลนี้มีความน่าเชื่อถือขนาดไหน ซึ่งทางผู้อำนวยการ สพต.2 ได้ตอบข้อสงสัยว่า ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการที่ สคต. ในต่างประเทศ รับหน้าที่บุกตลาดเชื่อมโยงส่งเสริมการค้าของไทยให้เพิ่มมากขึ้น แล้วยังได้ศึกษาค้นหาลู่ทางการค้าในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์รวมถึงการหาผู้นำเข้ารายสำคัญในต่างประเทศมาซื้อสินค้าไทย ที่เรารู้จักกันในนามเซลล์แมนประเทศ ผ่านการสร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์กรการค้าในประเทศนั้น ๆ ทั้งกลุ่มนักธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า และผู้นำเข้าสินค้า นอกจากนี้ยังมีการสำรวจตลาดและจัดทำเป็นรายงานที่เป็นประโยชน์กับการค้าของไทย และให้คำปรึกษาแนะนำกับผู้ประกอบการไทยที่ได้ติดต่อสอบถาม ไปจนการถ่ายทอดความรู้ในกิจกรรม online export clinic

“เรามีวิธีที่ใช้ในการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทย เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ จากการจัดจัดกิจกรรมทั้ง OBM การสัมมนาออนไลน์ หรือการเชิญผู้ส่งออกไทยเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งได้มีการจัดทำแบบสอบถาม และนำความเห็นมาปรับใช้ในการทำงาน รวมทั้งเก็บข้อมูลจากสายด่วน 1169 ที่ส่งมา หรือในกรณีที่มีนโยบายให้บุกตลาดใหม่ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ยังมีมูลค่าการค้ากับไทยไม่มาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย สตพ.2 ดำเนินการ จัดการเจรจาการค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และ ลาตินอเมริกา ที่จัดขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคม มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 123 ราย และ เรานำรายชื่อผู้ส่งออกไทยส่งต่อให้ สคต. เพื่อนัดหมายเจรจาการค้าซึ่งมีผู้ตอบรับร่วมเจรจาการค้าจำนวน 119 คู่” ผู้อำนวยการได้พูดถึงผลตอบรับอย่างมั่นใจ

Data is new gold

ในโลกยุคดิจิทัลใหม่ที่ข้อมูลมีค่ามากและเป็นสิ่งสำคัญไม่เพียงแค่ปริมาณข้อมูลที่มากพอเท่านั้น แต่ความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน รวมไปถึงการนำข้อมูลการค้ามาปรับใช้ได้จริงกับธุรกิจเพื่อให้เจอกับช่องทางที่ใช่ ผู้ซื้อตัวจริง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย สพต.2 เห็นความสำคัญในเรื่องนี้เลยได้พัฒนาคู่มือการค้าของทั้ง 27 ประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการที่สนใจตลาดใน 6 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกา ลาตินอเมริกา ยุโรป และ CIS ตะวันออกกลาง และ แอฟริกา ได้มีช่องทางในการค้นหาแล้วช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาปัจจัยแวดล้อมของแต่ละตลาดสินค้าที่สนใจ เพื่อช่วยในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

“เราเชื่อว่า ในทุกวันนี้การสื่อสารออนไลน์มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ผู้ประกอบการทุกคนล้วนเผชิญความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ บางรายยังเสาะหาการเข้าถึงข้อมูลด้านการค้า การใช้ช่องทางสื่อสารออนไลน์ให้ข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ ช่วยผู้ประกอบการให้ได้เข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้มองเห็นโอกาสทางการค้าในวิกฤต เพราะวิกฤตในแต่ละประเทศ บางครั้งก็เป็นโอกาสสำหรับตลาดสินค้าบางประเภทได้เช่นกัน เพราะ data is the key to success นอกจากนี้การสื่อสารออนไลน์ยังช่วยเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้ ในช่วงเวลาที่การเดินทางระหว่างประเทศเป็นไปได้ยากลำบากอีกด้วย”

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย ๆ ด้วยการกรอกรายละเอียดสมัครสมาชิกที่ www.ditp-overseas.com เว็บไซค์ที่สำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลการค้าที่ได้รับจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 32 แห่งใน 6 ภูมิภาค ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และมีความต้องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะได้รับข้อมูลข่าวสารกิจกรรมด้านการค้าที่รวดเร็วแล้ว สมาชิกยังมีสิทธิในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทางการค้าจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งกิจกรรมสัมมนาออนไลน์กับผู้เชี่ยวชาญตลาดการค้าในแต่ละประเทศ หรือกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจทั้งออฟไลน์และออนไลน์ นอกจากนี้ ระบบการจัดเก็บรายชื่อ ยังช่วยให้สำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศเข้าถึงข้อมูลธุรกิจ เพื่อนำเสนอต่อผู้ซื้อที่สนใจได้โดยตรงอีกด้วย

โดย www.ditp-overseas.com จะช่วยคัดกรองและเลือกข้อมูลการค้าที่สำคัญและน่าสนใจของแต่ละภูมิภาค มาจัดเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง บทความ วิดีโอโมชันกราฟฟิค ไปจนถึงพอดแคสต์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือผู้ส่งออกไทยหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีความสนใจจะขยายตลาดของตนเอง

ในส่วนของพอดแคสต์ ‘เจาะตลาดการค้ากับ DITP’ นำเสนอเกร็ดความรู้ด้านการค้าทั้ง 6 ภูมิภาค โดยมีจุดเด่นก็คือ การสัมภาษณ์ ผอ.สคต. ที่ประจำการในประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การค้า เกร็ดความรู้ดี ๆ และข้อมูลด้านการค้าแบบเจาะลึกรายตลาด รายธุรกิจ ในการเจาะตลาดของประเทศนั้น ๆ

ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลการค้าเพิ่มเติม หรืออยากเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่รู้จักกันในชื่อ OBM และเข้าฟังสัมมนาที่น่าสนใจผ่านระบบออนไลน์ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook และ Youtube

“สพต.2 วางแผนไว้ว่าจะจัดกิจกรรม OBM ทุก ๆ 4 เดือน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาดให้กับผู้ส่งออกไทย เพราะการเจรจาการค้าในแต่ละครั้งยังไม่ได้ผลการค้าในทันทีเราต้องติดตามและส่งข้อมูลและต่อรองราคา ดังนั้นการเว้นช่วงการจัดจะเหมาะสมกว่าจัดติด ๆ กัน แล้วเรายังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมอื่น ๆ ผ่านระบบออนไลน์ เช่น การจัดสัมมนา และการเผยแพร่ข้อมูลทางการค้ารูปแบบพอดแคสต์ไปได้พร้อมกัน ซึ่งเราภูมิใจที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการส่งออกและพัฒนาการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสวงหาตลาดและโอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้ช่วยให้สินค้าไทยไปบุกตลาดต่างประเทศได้สำเร็จท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้”

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

แลร์รี เอลลิสัน ชายที่ท้าชิงบัลลังก์เจ้าตลาดซอฟต์แวร์จาก Microsoft

แบร์นาร์ด อาร์โนลต์: เส้นทางชีวิต ‘ราชา’ สินค้าแบรนด์เนมของชายผู้ร่ำรวยที่สุดในยุโรป

ซาฮิล ลาวินเจีย: ก่อตั้ง Gumroad สตาร์ทอัพที่ไม่มีประชุมหรือแม้แต่พนักงานประจำ แต่มีมูลค่าหลักร้อยล้านเหรียญ

“ซีพี ออลล์” คว้าที่ 1 ของโลก บริษัทชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืน (DJSI) กลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing

ยาโนะ ฮิโรทาเคะ: กำเนิด Daiso ร้าน 100 เยน เพราะขี้เกียจจำราคาตอนขายของคนเดียว

‘Hyakushokuya’ ร้านอาหารที่ขายเพียง 100 ชุดต่อวัน เพราะตั้งใจลดอาหารเหลือทิ้งและเพื่อให้พนักงานได้พัก

อองรี เนสท์เล่ : ผู้ก่อตั้ง Nestlé แบรนด์ที่เริ่มจากการช่วยชีวิตทารก สู่กาแฟเจ้าแรกบนดวงจันทร์

ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ถูกสบประมาทว่าโง่ และล้มเหลวมาหลายรอบแต่ไม่เคยเข็ด