Post on 03/06/2021

The People Talk: “นี่คือเวลาแห่งการเยียวยารักษาอเมริกา” สุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ของ ‘โจ ไบเดน’

*20 พฤศจิกายน 2020 เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 78 ปีของโจ ไบเดน

**สุนทรพจน์นี้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2020 ที่เวทีใหญ่ เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ในวาระที่ โจ ไบเดน ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

***The People Talk คือเซ็กชันใหม่ของ The People ที่แปลและเรียบเรียงสุนทรพจน์สำคัญทั่วโลก

ช่วงเวลาเกือบๆ เที่ยงในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2020 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างไม่เป็นทางการได้เดินทางมาถึงบทสรุปแล้วว่า นายโจ ไบเดน ผู้เข้าชิงจากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ กลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 และนับว่าเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกันด้วย (อายุ 78 ปี)

โจ ไบเดน ไม่ใช่ตัวแสดงใหม่แต่อย่างใด เขาคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการเมืองมาตั้งแต่อายุ 29 ปี เป็นนักกิจกรรมตัวยงของพรรคเดโมแครต ได้มีโอกาสลงสนามชิงตำแหน่งวุฒิสภารัฐเดลาแวร์ในปี 1972 จนได้รับชัยชนะ การเป็นสมาชิกวุฒิสภารัฐครั้งนั้น กลายเป็นก้าวสำคัญในสนามการเมืองอเมริกา ในฐานะนักการเมืองไฟแรงที่น่าจับตามองคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ในที่สุดช่วงเวลาที่สุกงอมก็มาถึง ไบเดนในวัย 46 ปี ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก แต่แล้วก็มีเหตุให้เขาต้องถอนตัวไปก่อน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ไบเดนก็ไม่ได้ละความพยายาม เขาเสนอตัวเป็นตัวแทนจากพรรคเดโมแครตอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่สุดท้าย ก็ต้องหลีกทางให้กับ ‘บารัค โอบามา’ นักการเมืองหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองในขณะนั้น ซึ่งไบเดนก็ได้ทำหน้าที่รองประธานาธิบดี ในสมัยของโอบามาถึง 2 ครั้งด้วย

อายุที่เพิ่มขึ้น และงานการเมืองที่ไบเดนเคี่ยวกรำมาหลายสิบปีทำให้หลายคนมองว่า หมดวาระรองประธานาธิบดีครั้งนี้แล้ว เขาคงจะยุติบทบาททางการเมืองลง แต่ก็ไม่เป็นจริงตามนั้น ไบเดนตัดสินใจประกาศชิงตำแหน่งตัวแทนจากพรรคเดโมแครตอีกเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

และในที่สุด ความพยายามของเขาก็ไม่สูญเปล่า โจ ไบเดน ได้รับความไว้วางใจจากอเมริกันชนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46

นี่คือ สุนทรพจน์ฉบับเต็มของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ถึงพี่น้องชาวอเมริกันทุกคน ขณะนี้ ประชาชนของประเทศนี้ได้เปล่งเสียงออกมาแล้ว พวกท่านได้นำชัยชนะมาสู่เรา ชัยชนะอันชัดเจน ชัยชนะอันเด็ดขาด

ชัยชนะของพวกเรา ‘เหล่าประชาชน’

เราได้รับชัยชนะด้วยการลงคะแนนเสียงที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศนี้ ด้วยคะแนน 74 ล้านเสียง

ข้าพเจ้าขอถ่อมตนลงรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่พวกท่านมอบให้ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าขอสาบานตนว่า จะเป็นประธานาธิบดีที่มิมุ่งแสวงหาการแบ่งแยก หากแต่จักนำมาซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ผู้ที่จะมิมองหารัฐสีแดง และรัฐสีน้ำเงิน แต่เป็นสหรัฐอเมริกาเพียงหนึ่ง

และเป็นผู้ที่จะทุ่มเททำงานด้วยทั้งหมดของหัวใจ เพื่อเอาชนะและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนทุกหมู่มวล

เพื่อสิ่งที่อเมริกาเป็น : ประชาชน

และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลของเราจะเป็นไป

ข้าพเจ้าจะใช้ตำแหน่งนี้ เพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณของอเมริกา

เพื่อสร้างกระดูกสันหลังของชาติ – ชนชั้นกลาง

เพื่อทำให้อเมริกาได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอีกครั้ง เพื่อรวมจิตใจของพวกเราไว้ที่บ้านหลังนี้

เป็นเกียรติแก่ชีวิตข้าพเจ้าที่อเมริกันชนหลายล้านเสียงได้ลงคะแนนเลือกวิสัยทัศน์นี้

และตอนนี้ ก็เป็นเวลาที่ข้าพเจ้าจะทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง นี่คืองานแห่งยุคสมัยของพวกเรา

อย่างที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าคือ สามีของจิล

ข้าพเจ้าไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้ได้ หากปราศจากความรักและแรงสนับสนุนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของจิล, ฮันเตอร์, แอชลีย์ รวมถึงเหล่าหลาน ๆ ญาติพี่น้องของข้าพเจ้า คู่แต่งงานของพวกเขาทุกคน และครอบครัวทั้งหมดของเรา

พวกเขาคือ ดวงใจของข้าพเจ้า

จิลเป็นแม่ – แม่ของทหาร – และเป็นผู้ให้การศึกษา

เธออุทิศชีวิตให้กับการศึกษา แต่การสอนมิใช่สิ่งเดียวที่เธอทำ – มันคือ ทั้งหมดของตัวเธอ คือสิ่งที่ตัวเธอเป็น สำหรับนักการศึกษาอเมริกาทั้งประเทศ นี่คือวันที่ยิ่งใหญ่ พวกคุณกำลังจะมีเพื่อนร่วมอาชีพหนึ่งคนที่ได้เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว และจิลจะเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ยิ่งใหญ่

และข้าพเจ้ายังได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับรองประธานาธิบดีที่ยอดเยี่ยมและน่าอัศจรรย์ยิ่ง – คามาลา แฮร์ริส – ผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเป็นทั้งสตรีคนแรก, สตรีผิวสีคนแรก, สตรีชาวเอเชียใต้คนแรก และบุตรสาวของผู้อพยพคนแรก ที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชาติในประเทศนี้

เวลาได้ล่วงเลยมานาน และพวกเราจะระลึกถึงค่ำคืนนี้ ค่ำคืนที่พวกเราทุกคนต่อสู้อย่างหนักเป็นเวลาหลายปี เพื่อทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่อเมริกาได้ตัดแนวโน้มของจักรวาลแห่งศีลธรรม เพื่อหันหน้าเข้าหาความยุติธรรม

คามาลา ดั๊ก – ไม่รู้ว่าพวกคุณจะชอบหรือไม่ – พวกคุณคือ ครอบครัวของข้าพเจ้าแล้ว พวกคุณเข้ามาเป็นครอบครัวไบเดนกิตติมศักดิ์ และไม่มีทางลาออกไปได้หรอกนะ

ถึงเหล่าอาสาสมัครที่ทำงานในหน่วยเลือกตั้งกลาง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโรคครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งท้องถิ่น พวกคุณเหมาะสมที่จะได้รับคำขอบคุณจากประเทศนี้

ถึงคณะทำงานหาเสียงของข้าพเจ้า และเหล่าอาสาสมัครทุกคน ถึงเหล่าผู้ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก และทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจริงได้ ข้าพเจ้าติดค้างทุกอย่างแก่ทุกท่าน

และถึงพวกท่านที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด ข้าพเจ้ามีความภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับแคมเปญที่เราได้สร้างและดำเนินการมา ข้าพเจ้าภูมิใจในพันธมิตรทุกส่วนที่ได้รวมตัวกัน พันธมิตรที่กว้างขวางและหลากหลายที่สุดในประวัติศาสตร์

เดโมแครต รีพับลิกัน และอิสระ
ก้าวหน้า สายกลาง และอนุรักษนิยม
ผู้เยาว์ และผู้ชรา
ชาวเมือง ชาวชานเมือง และชาวชนบท
เกย์ สเตรต ทรานส์เจนเดอร์
ผิวขาว ลาติโน เอเชียน อเมริกันพื้นเมือง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงเวลาตกต่ำที่สุด – ชุมชนชาวอเมริกันผิวดำจะหยัดยืนอีกครั้งเพื่อข้าพเจ้า พวกเขาจะมีข้าพเจ้าคอยสนับสนุนและเป็นที่พึ่งเสมอ และข้าพเจ้าจะมีพวกท่านเช่นกัน

ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวตั้งแต่แรกแล้วว่า ข้าพเจ้าต้องการแคมเปญที่จะสื่อถึงความเป็นอเมริกา และข้าพเจ้าคิดว่าเราทำสำเร็จแล้ว และตอนนี้ ก็เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการให้รัฐบาลเป็นเช่นนั้น

และถึงผู้ที่ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีทรัมป์ ข้าพเจ้าเข้าใจความผิดหวังของท่านในค่ำคืนนี้

ข้าพเจ้าแพ้การเลือกตั้งมาแล้วสองครั้ง
แต่ตอนนี้ ขอให้เราให้โอกาสซึ่งกันและกัน
ถึงเวลาแล้วที่เราจะทิ้งวาทะที่รุนแรงไป
เพื่อลดอุณหภูมิลง
เพื่อให้มองเห็นกันและกันอีกครั้ง
เพื่อฟังกันและกันอีกครั้ง
เพื่อก้าวไปข้างหน้า เราต้องหยุดปฏิบัติต่อฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นศัตรู
เราไม่ใช่ศัตรู พวกเราล้วนเป็นอเมริกันชน

พระคัมภีร์บอกว่า ทุกสิ่งล้วนมีฤดูกาลของมัน – มีเวลาสร้าง, เวลาเก็บเกี่ยว, เวลาเพาะหว่าน, และเวลาเยียวยารักษา

นี่คือเวลาแห่งการเยียวยารักษาในอเมริกา

ตอนนี้ เมื่อการหาเสียงเลือกตั้งสิ้นสุดลง – เจตจำนงของประชาชนคืออะไร? – มติของพวกเราคืออะไร?

ข้าพเจ้าเชื่อว่าคือสิ่งนี้: ชาวอเมริกันได้เรียกร้องให้เรานำพลังของความเหมาะสม พลังของความเป็นธรรม นำพลังของวิทยาศาสตร์ และพลังของความหวังเข้าสู้รบในสงครามอันยิ่งใหญ่ของยุคสมัย

การต่อสู้กับการควบคุมเชื้อไวรัส
การต่อสู้เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรือง
การต่อสู้เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว
การต่อสู้เพื่อให้ได้ความยุติธรรมทางเชื้อชาติ และกำจัดรากเหง้าของการเหยียดผิวและชาติพันธุ์อย่างเป็นระบบในประเทศนี้
การต่อสู้เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ
การต่อสู้เพื่อหวังจะฟื้นคืนสามัญสำนึก ปกป้องประชาธิปไตย เพื่อให้ทุกคนในประเทศนี้ได้รับความยุติธรรม

งานของเราเริ่มต้นด้วยการจัดการเชื้อโควิด-19 ให้อยู่ภายใต้การควบคุม

เราไม่อาจซ่อมแซมเศรษฐกิจ ฟื้นฟูบรรยากาศอันมีชีวิตชีวา หรือชื่นชมช่วงเวลาอันมีค่าในชีวิตได้ – การโอบกอดลูกหลาน, งานวันเกิด, งานมงคลสมรส, งานฉลองจบการศึกษา ทุกช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเราทุกคน เราไม่อาจทำได้ – จนกว่าเราจะควบคุมเชื้อไวรัสได้

ในวันจันทร์ (9 พฤศจิกายน 2020) ที่จะถึงนี้ ข้าพเจ้าจะเสนอชื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ในฐานะที่ปรึกษาช่วงการเปลี่ยนถ่ายอำนาจสำหรับแผนโควิด-19 ของไบเดน-แฮร์ริส และจะเปลี่ยนให้เป็นพิมพ์เขียวการทำงานที่จะเริ่มทันทีในวันที่ 20 มกราคม 2021

แผนนั้นจะตั้งอยู่บนรากฐานของวิทยาศาสตร์ และมันจะสร้างขึ้นจากความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าอกเข้าใจ และความห่วงใย

ข้าพเจ้าจะไม่ยั้งมือ – หรือความทุ่มเทใดๆ – เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์โรคระบาดนี้ให้ดีขึ้น

ข้าพเจ้าลงแข่งขันอย่างภาคภูมิใจในนามเดโมแครต ในตอนนี้ ข้าพเจ้าจะเป็นประธานาธิบดีแห่งอเมริกา ข้าพเจ้าจะทำงานให้หนักที่สุด เพื่อผู้ที่ไม่ได้เลือกข้าพเจ้า เท่าๆ กับผู้ที่เลือกข้าพเจ้าด้วย

ขอให้ยุคแห่งปีศาจร้ายในอเมริกาสิ้นสุดลง – ที่นี่ นับตั้งแต่บัดนี้

การปฏิเสธการทำงานร่วมกันระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกัน มิได้มาจากพลังลึกลับที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

มันเป็นการตัดสินใจ เป็นทางเลือกที่เราสร้าง

และถ้าเราตัดสินใจไม่ร่วมมือกัน เราก็ตัดสินใจที่จะร่วมมือได้เช่นกัน และข้าพเจ้าเชื่อว่า นี่คือส่วนหนึ่งของมติจากชาวอเมริกัน พวกเขาต้องการให้เราร่วมมือทำงานกัน

นั่นคือ ทางเลือกที่ข้าพเจ้าเลือก และข้าพเจ้าของเรียกร้องต่อสภาคองเกรส – ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน – ให้เลือกทางเลือกนี้ร่วมกับข้าพเจ้า

เรื่องราวของชาวอเมริกัน คือการเปิดกว้างทางโอกาสที่ขยายตัวอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

โปรดอย่าได้เข้าใจผิด: มีความฝันมากมายที่ถูกทำให้ล่าช้ามานานเกินไป

เราต้องทำให้คำมั่นสัญญานี้เป็นจริงแก่ทุกคน – ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ชาติพันธุ์ใด ศรัทธาใด อัตลักษณ์ใด หรือมีความขาดพร่องทางร่างกายแบบใด

อเมริกาได้รับการหล่อหลอมด้วยการก้าวข้ามจุดเปลี่ยนผ่านมาเสมอ – ในช่วงเวลาที่เราได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ และสิ่งที่เราต้องการที่จะเป็น

ลินคอล์นในปี 1860 – มาเพื่อช่วยให้ชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เอฟดีอาร์ (แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์) ในปี 1932 – สัญญาว่าจะให้ข้อตกลงใหม่กับประเทศที่ตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก
เจเอฟเค (จอห์น เอฟ. เคนเนดี) ในปี 1960 – ให้พันธสัญญาสู่พรมแดนใหม่

และเมื่อสิบสองปีก่อนหน้านี้ – บารัค โอบามา สร้างประวัติศาสตร์และบอกเราว่า “ใช่ เราทำได้”

เรายืนอยู่ที่จุดเปลี่ยนผ่านนี้อีกครั้ง
เรามีโอกาสที่จะเอาชนะความสิ้นหวังและสร้างชาติให้รุ่งเรืองและมีจุดมุ่งหมาย

เราทำได้ ข้าพเจ้าทราบ
ข้าพเจ้าได้กล่าวมาอย่างยาวนานถึงการต่อสู้เพื่อจิตวิญญาณของอเมริกา
เราต้องฟื้นคืนจิตวิญญาณของอเมริกา

ประเทศของเราได้ก่อร่างมาจากการต่อสู้อันยาวนานระหว่างทูตฝ่ายดีกับแรงกระตุ้นฝ่ายมืด
นี่คือเวลาที่เหล่าทูตสวรรค์ของเราจะได้รับชัยชนะ

คืนนี้ ทั้งโลกกำลังจับตาดูอเมริกา ข้าพเจ้าเชื่อว่า ในจุดที่ดีที่สุดของเรา อเมริกาจะเป็นเหมือนแสงนำทางให้แก่โลก

และเรามิได้นำทางด้วยตัวอย่างของพลังอำนาจ แต่เรานำด้วยพลังอำนาจของการทำตนให้เป็นตัวอย่าง

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า เราสามารถให้คำจำกัดความอเมริกาได้ในหนึ่งคำ นั่นคือ ความเป็นไปได้

ในสหรัฐอเมริกา ทุกคนควรได้รับโอกาสที่จะไปให้ไกลที่สุด เท่าที่ความฝันของเราและพระเจ้าได้ประทานความสามารถมาให้

พระเจ้าคงได้เห็นว่า ข้าพเจ้าเชื่อในความเป็นไปได้ของประเทศนี้

เราจะมองไปข้างหน้าเสมอ

มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาจะมีเสรีภาพ และเป็นธรรมกว่าเดิม มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาสร้างงานด้วยความภาคภูมิและความเคารพนับถือ มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาจะสามารถรักษาโรคร้าย เช่น มะเร็งและอัลไซเมอร์ได้ มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่ไม่เคยยอมแพ้ และไม่มีวันยอมแพ้

นี่คือชาติที่ยิ่งใหญ่ และเราทุกคนล้วนเป็นคนดี

นี่คือสหรัฐอเมริกา

และไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ เมื่อเราทำร่วมกัน

ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ข้าพเจ้าคิดถึงบทสวดที่มีความหมายต่อข้าพเจ้าและครอบครัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับโบ ลูกชายที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว บทเพลงนั้นหีบห่อไว้ด้วยศรัทธาที่ข้าพเจ้ามี และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าศรัทธาเช่นนี้จะอยู่ค้ำจุนอเมริกา

และข้าพเจ้าหวังว่า มันจะช่วยปลอบโยนประโลมใจให้แก่ 230,000 ครอบครัว ที่สูญเสียคนที่รักไปจากไวรัสอันโหดร้ายในปีนี้ ข้าพเจ้าขอมอบหัวใจของข้าพเจ้าไปยังทุกท่าน ขอให้เพลงสวดภาวนานี้ช่วยปลอบประโลมหัวใจของท่านเช่นกัน

“และพระองค์ชูเราขึ้นด้วยปีกของอินทรี
แบกรับลมหายใจด้วยรุ่งอรุณ
ให้เปล่งประกายดั่งดวงอาทิตย์
และโอบอุ้มไว้ในอุ้งมือของพระเจ้า”

และตอนนี้ เราได้อยู่ร่วมกัน – บนปีกของพญาอินทรี – เราเริ่มต้นกิจการที่พระผู้เป็นเจ้าและประวัติศาสตร์ได้เรียกร้องให้กระทำ

ด้วยดวงใจที่เต็มเปี่ยม และสองมือที่มั่นคง ด้วยศรัทธาในอเมริกาและในกันและกัน ด้วยความรักที่มีต่อประเทศชาติ และความกระหายในความยุติธรรม ขอให้เราเป็นชาติที่ตระหนักรู้อยู่เสมอว่า เราเป็นไปได้

ชาติที่เป็นหนึ่งเดียว
ชาติที่เข้มแข็ง
ชาติที่ฟื้นฟูเยียวยา
สหรัฐอเมริกา

ขอพระเจ้าอวยพร
และขอให้พระเจ้าปกป้องคุ้มครองพวกเรา

เรียบเรียงโดย พิราภรณ์ วิทูรัตน์


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

The People Talk : สุนทรพจน์เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนี

The People Talk: “Nobody ever has to say ‘Me too’ again” สุนทรพจน์เรียกร้องสิทธิสตรีสุดกินใจของ โอปราห์ วินฟรีย์

บิลล์ เกตส์: สุนทรพจน์วันรับปริญญาที่ดีที่สุดของศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดที่เรียนไม่จบ

The People Talk : สุนทรพจน์อำลาตำแหน่งครั้งสุดท้ายของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

The People Talk: ‘เทคโนโลยีที่ก้าวหน้านั้นไม่ต่างจากเวทมนตร์’ สุนทรพจน์เบื้องหลังไอเดียของ อีลอน มัสก์

The People talk: เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม สุนทรพจน์เพื่อเด็ก จากเด็กสาวผู้กล้า มาลาลา ยูซาฟไซ

The People Talk: ‘อุดมการณ์ที่พร้อมแลกด้วยชีวิต’ สุนทรพจน์ของเนลสัน แมนเดลา นักสู้ผู้เรียกร้องความเท่าเทียม

The People Talk: เคล็ดลับสร้างโลกคนรุ่นใหม่จากใจบิดา Facebook มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก