Post on 03/06/2021

The People Talk: “นี่คือเวลาแห่งการเยียวยารักษาอเมริกา” สุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ของ ‘โจ ไบเดน’

*20 พฤศจิกายน 2020 เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 78 ปีของโจ ไบเดน

**สุนทรพจน์นี้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2020 ที่เวทีใหญ่ เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ในวาระที่ โจ ไบเดน ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

***The People Talk คือเซ็กชันใหม่ของ The People ที่แปลและเรียบเรียงสุนทรพจน์สำคัญทั่วโลก

ช่วงเวลาเกือบๆ เที่ยงในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2020 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างไม่เป็นทางการได้เดินทางมาถึงบทสรุปแล้วว่า นายโจ ไบเดน ผู้เข้าชิงจากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ กลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 และนับว่าเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกันด้วย (อายุ 78 ปี)

โจ ไบเดน ไม่ใช่ตัวแสดงใหม่แต่อย่างใด เขาคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการเมืองมาตั้งแต่อายุ 29 ปี เป็นนักกิจกรรมตัวยงของพรรคเดโมแครต ได้มีโอกาสลงสนามชิงตำแหน่งวุฒิสภารัฐเดลาแวร์ในปี 1972 จนได้รับชัยชนะ การเป็นสมาชิกวุฒิสภารัฐครั้งนั้น กลายเป็นก้าวสำคัญในสนามการเมืองอเมริกา ในฐานะนักการเมืองไฟแรงที่น่าจับตามองคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ในที่สุดช่วงเวลาที่สุกงอมก็มาถึง ไบเดนในวัย 46 ปี ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก แต่แล้วก็มีเหตุให้เขาต้องถอนตัวไปก่อน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ไบเดนก็ไม่ได้ละความพยายาม เขาเสนอตัวเป็นตัวแทนจากพรรคเดโมแครตอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่สุดท้าย ก็ต้องหลีกทางให้กับ ‘บารัค โอบามา’ นักการเมืองหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองในขณะนั้น ซึ่งไบเดนก็ได้ทำหน้าที่รองประธานาธิบดี ในสมัยของโอบามาถึง 2 ครั้งด้วย

อายุที่เพิ่มขึ้น และงานการเมืองที่ไบเดนเคี่ยวกรำมาหลายสิบปีทำให้หลายคนมองว่า หมดวาระรองประธานาธิบดีครั้งนี้แล้ว เขาคงจะยุติบทบาททางการเมืองลง แต่ก็ไม่เป็นจริงตามนั้น ไบเดนตัดสินใจประกาศชิงตำแหน่งตัวแทนจากพรรคเดโมแครตอีกเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

และในที่สุด ความพยายามของเขาก็ไม่สูญเปล่า โจ ไบเดน ได้รับความไว้วางใจจากอเมริกันชนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46

นี่คือ สุนทรพจน์ฉบับเต็มของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ถึงพี่น้องชาวอเมริกันทุกคน ขณะนี้ ประชาชนของประเทศนี้ได้เปล่งเสียงออกมาแล้ว พวกท่านได้นำชัยชนะมาสู่เรา ชัยชนะอันชัดเจน ชัยชนะอันเด็ดขาด

ชัยชนะของพวกเรา ‘เหล่าประชาชน’

เราได้รับชัยชนะด้วยการลงคะแนนเสียงที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศนี้ ด้วยคะแนน 74 ล้านเสียง

ข้าพเจ้าขอถ่อมตนลงรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่พวกท่านมอบให้ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าขอสาบานตนว่า จะเป็นประธานาธิบดีที่มิมุ่งแสวงหาการแบ่งแยก หากแต่จักนำมาซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ผู้ที่จะมิมองหารัฐสีแดง และรัฐสีน้ำเงิน แต่เป็นสหรัฐอเมริกาเพียงหนึ่ง

และเป็นผู้ที่จะทุ่มเททำงานด้วยทั้งหมดของหัวใจ เพื่อเอาชนะและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนทุกหมู่มวล

เพื่อสิ่งที่อเมริกาเป็น : ประชาชน

และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลของเราจะเป็นไป

ข้าพเจ้าจะใช้ตำแหน่งนี้ เพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณของอเมริกา

เพื่อสร้างกระดูกสันหลังของชาติ – ชนชั้นกลาง

เพื่อทำให้อเมริกาได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอีกครั้ง เพื่อรวมจิตใจของพวกเราไว้ที่บ้านหลังนี้

เป็นเกียรติแก่ชีวิตข้าพเจ้าที่อเมริกันชนหลายล้านเสียงได้ลงคะแนนเลือกวิสัยทัศน์นี้

และตอนนี้ ก็เป็นเวลาที่ข้าพเจ้าจะทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง นี่คืองานแห่งยุคสมัยของพวกเรา

อย่างที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าคือ สามีของจิล

ข้าพเจ้าไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้ได้ หากปราศจากความรักและแรงสนับสนุนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของจิล, ฮันเตอร์, แอชลีย์ รวมถึงเหล่าหลาน ๆ ญาติพี่น้องของข้าพเจ้า คู่แต่งงานของพวกเขาทุกคน และครอบครัวทั้งหมดของเรา

พวกเขาคือ ดวงใจของข้าพเจ้า

จิลเป็นแม่ – แม่ของทหาร – และเป็นผู้ให้การศึกษา

เธออุทิศชีวิตให้กับการศึกษา แต่การสอนมิใช่สิ่งเดียวที่เธอทำ – มันคือ ทั้งหมดของตัวเธอ คือสิ่งที่ตัวเธอเป็น สำหรับนักการศึกษาอเมริกาทั้งประเทศ นี่คือวันที่ยิ่งใหญ่ พวกคุณกำลังจะมีเพื่อนร่วมอาชีพหนึ่งคนที่ได้เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว และจิลจะเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ยิ่งใหญ่

และข้าพเจ้ายังได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับรองประธานาธิบดีที่ยอดเยี่ยมและน่าอัศจรรย์ยิ่ง – คามาลา แฮร์ริส – ผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเป็นทั้งสตรีคนแรก, สตรีผิวสีคนแรก, สตรีชาวเอเชียใต้คนแรก และบุตรสาวของผู้อพยพคนแรก ที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชาติในประเทศนี้

เวลาได้ล่วงเลยมานาน และพวกเราจะระลึกถึงค่ำคืนนี้ ค่ำคืนที่พวกเราทุกคนต่อสู้อย่างหนักเป็นเวลาหลายปี เพื่อทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่อเมริกาได้ตัดแนวโน้มของจักรวาลแห่งศีลธรรม เพื่อหันหน้าเข้าหาความยุติธรรม

คามาลา ดั๊ก – ไม่รู้ว่าพวกคุณจะชอบหรือไม่ – พวกคุณคือ ครอบครัวของข้าพเจ้าแล้ว พวกคุณเข้ามาเป็นครอบครัวไบเดนกิตติมศักดิ์ และไม่มีทางลาออกไปได้หรอกนะ

ถึงเหล่าอาสาสมัครที่ทำงานในหน่วยเลือกตั้งกลาง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโรคครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งท้องถิ่น พวกคุณเหมาะสมที่จะได้รับคำขอบคุณจากประเทศนี้

ถึงคณะทำงานหาเสียงของข้าพเจ้า และเหล่าอาสาสมัครทุกคน ถึงเหล่าผู้ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก และทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจริงได้ ข้าพเจ้าติดค้างทุกอย่างแก่ทุกท่าน

และถึงพวกท่านที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด ข้าพเจ้ามีความภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับแคมเปญที่เราได้สร้างและดำเนินการมา ข้าพเจ้าภูมิใจในพันธมิตรทุกส่วนที่ได้รวมตัวกัน พันธมิตรที่กว้างขวางและหลากหลายที่สุดในประวัติศาสตร์

เดโมแครต รีพับลิกัน และอิสระ
ก้าวหน้า สายกลาง และอนุรักษนิยม
ผู้เยาว์ และผู้ชรา
ชาวเมือง ชาวชานเมือง และชาวชนบท
เกย์ สเตรต ทรานส์เจนเดอร์
ผิวขาว ลาติโน เอเชียน อเมริกันพื้นเมือง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงเวลาตกต่ำที่สุด – ชุมชนชาวอเมริกันผิวดำจะหยัดยืนอีกครั้งเพื่อข้าพเจ้า พวกเขาจะมีข้าพเจ้าคอยสนับสนุนและเป็นที่พึ่งเสมอ และข้าพเจ้าจะมีพวกท่านเช่นกัน

ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวตั้งแต่แรกแล้วว่า ข้าพเจ้าต้องการแคมเปญที่จะสื่อถึงความเป็นอเมริกา และข้าพเจ้าคิดว่าเราทำสำเร็จแล้ว และตอนนี้ ก็เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการให้รัฐบาลเป็นเช่นนั้น

และถึงผู้ที่ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีทรัมป์ ข้าพเจ้าเข้าใจความผิดหวังของท่านในค่ำคืนนี้

ข้าพเจ้าแพ้การเลือกตั้งมาแล้วสองครั้ง
แต่ตอนนี้ ขอให้เราให้โอกาสซึ่งกันและกัน
ถึงเวลาแล้วที่เราจะทิ้งวาทะที่รุนแรงไป
เพื่อลดอุณหภูมิลง
เพื่อให้มองเห็นกันและกันอีกครั้ง
เพื่อฟังกันและกันอีกครั้ง
เพื่อก้าวไปข้างหน้า เราต้องหยุดปฏิบัติต่อฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นศัตรู
เราไม่ใช่ศัตรู พวกเราล้วนเป็นอเมริกันชน

พระคัมภีร์บอกว่า ทุกสิ่งล้วนมีฤดูกาลของมัน – มีเวลาสร้าง, เวลาเก็บเกี่ยว, เวลาเพาะหว่าน, และเวลาเยียวยารักษา

นี่คือเวลาแห่งการเยียวยารักษาในอเมริกา

ตอนนี้ เมื่อการหาเสียงเลือกตั้งสิ้นสุดลง – เจตจำนงของประชาชนคืออะไร? – มติของพวกเราคืออะไร?

ข้าพเจ้าเชื่อว่าคือสิ่งนี้: ชาวอเมริกันได้เรียกร้องให้เรานำพลังของความเหมาะสม พลังของความเป็นธรรม นำพลังของวิทยาศาสตร์ และพลังของความหวังเข้าสู้รบในสงครามอันยิ่งใหญ่ของยุคสมัย

การต่อสู้กับการควบคุมเชื้อไวรัส
การต่อสู้เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรือง
การต่อสู้เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว
การต่อสู้เพื่อให้ได้ความยุติธรรมทางเชื้อชาติ และกำจัดรากเหง้าของการเหยียดผิวและชาติพันธุ์อย่างเป็นระบบในประเทศนี้
การต่อสู้เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ
การต่อสู้เพื่อหวังจะฟื้นคืนสามัญสำนึก ปกป้องประชาธิปไตย เพื่อให้ทุกคนในประเทศนี้ได้รับความยุติธรรม

งานของเราเริ่มต้นด้วยการจัดการเชื้อโควิด-19 ให้อยู่ภายใต้การควบคุม

เราไม่อาจซ่อมแซมเศรษฐกิจ ฟื้นฟูบรรยากาศอันมีชีวิตชีวา หรือชื่นชมช่วงเวลาอันมีค่าในชีวิตได้ – การโอบกอดลูกหลาน, งานวันเกิด, งานมงคลสมรส, งานฉลองจบการศึกษา ทุกช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเราทุกคน เราไม่อาจทำได้ – จนกว่าเราจะควบคุมเชื้อไวรัสได้

ในวันจันทร์ (9 พฤศจิกายน 2020) ที่จะถึงนี้ ข้าพเจ้าจะเสนอชื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ในฐานะที่ปรึกษาช่วงการเปลี่ยนถ่ายอำนาจสำหรับแผนโควิด-19 ของไบเดน-แฮร์ริส และจะเปลี่ยนให้เป็นพิมพ์เขียวการทำงานที่จะเริ่มทันทีในวันที่ 20 มกราคม 2021

แผนนั้นจะตั้งอยู่บนรากฐานของวิทยาศาสตร์ และมันจะสร้างขึ้นจากความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าอกเข้าใจ และความห่วงใย

ข้าพเจ้าจะไม่ยั้งมือ – หรือความทุ่มเทใดๆ – เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์โรคระบาดนี้ให้ดีขึ้น

ข้าพเจ้าลงแข่งขันอย่างภาคภูมิใจในนามเดโมแครต ในตอนนี้ ข้าพเจ้าจะเป็นประธานาธิบดีแห่งอเมริกา ข้าพเจ้าจะทำงานให้หนักที่สุด เพื่อผู้ที่ไม่ได้เลือกข้าพเจ้า เท่าๆ กับผู้ที่เลือกข้าพเจ้าด้วย

ขอให้ยุคแห่งปีศาจร้ายในอเมริกาสิ้นสุดลง – ที่นี่ นับตั้งแต่บัดนี้

การปฏิเสธการทำงานร่วมกันระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกัน มิได้มาจากพลังลึกลับที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

มันเป็นการตัดสินใจ เป็นทางเลือกที่เราสร้าง

และถ้าเราตัดสินใจไม่ร่วมมือกัน เราก็ตัดสินใจที่จะร่วมมือได้เช่นกัน และข้าพเจ้าเชื่อว่า นี่คือส่วนหนึ่งของมติจากชาวอเมริกัน พวกเขาต้องการให้เราร่วมมือทำงานกัน

นั่นคือ ทางเลือกที่ข้าพเจ้าเลือก และข้าพเจ้าของเรียกร้องต่อสภาคองเกรส – ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน – ให้เลือกทางเลือกนี้ร่วมกับข้าพเจ้า

เรื่องราวของชาวอเมริกัน คือการเปิดกว้างทางโอกาสที่ขยายตัวอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

โปรดอย่าได้เข้าใจผิด: มีความฝันมากมายที่ถูกทำให้ล่าช้ามานานเกินไป

เราต้องทำให้คำมั่นสัญญานี้เป็นจริงแก่ทุกคน – ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ชาติพันธุ์ใด ศรัทธาใด อัตลักษณ์ใด หรือมีความขาดพร่องทางร่างกายแบบใด

อเมริกาได้รับการหล่อหลอมด้วยการก้าวข้ามจุดเปลี่ยนผ่านมาเสมอ – ในช่วงเวลาที่เราได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ และสิ่งที่เราต้องการที่จะเป็น

ลินคอล์นในปี 1860 – มาเพื่อช่วยให้ชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เอฟดีอาร์ (แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์) ในปี 1932 – สัญญาว่าจะให้ข้อตกลงใหม่กับประเทศที่ตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก
เจเอฟเค (จอห์น เอฟ. เคนเนดี) ในปี 1960 – ให้พันธสัญญาสู่พรมแดนใหม่

และเมื่อสิบสองปีก่อนหน้านี้ – บารัค โอบามา สร้างประวัติศาสตร์และบอกเราว่า “ใช่ เราทำได้”

เรายืนอยู่ที่จุดเปลี่ยนผ่านนี้อีกครั้ง
เรามีโอกาสที่จะเอาชนะความสิ้นหวังและสร้างชาติให้รุ่งเรืองและมีจุดมุ่งหมาย

เราทำได้ ข้าพเจ้าทราบ
ข้าพเจ้าได้กล่าวมาอย่างยาวนานถึงการต่อสู้เพื่อจิตวิญญาณของอเมริกา
เราต้องฟื้นคืนจิตวิญญาณของอเมริกา

ประเทศของเราได้ก่อร่างมาจากการต่อสู้อันยาวนานระหว่างทูตฝ่ายดีกับแรงกระตุ้นฝ่ายมืด
นี่คือเวลาที่เหล่าทูตสวรรค์ของเราจะได้รับชัยชนะ

คืนนี้ ทั้งโลกกำลังจับตาดูอเมริกา ข้าพเจ้าเชื่อว่า ในจุดที่ดีที่สุดของเรา อเมริกาจะเป็นเหมือนแสงนำทางให้แก่โลก

และเรามิได้นำทางด้วยตัวอย่างของพลังอำนาจ แต่เรานำด้วยพลังอำนาจของการทำตนให้เป็นตัวอย่าง

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า เราสามารถให้คำจำกัดความอเมริกาได้ในหนึ่งคำ นั่นคือ ความเป็นไปได้

ในสหรัฐอเมริกา ทุกคนควรได้รับโอกาสที่จะไปให้ไกลที่สุด เท่าที่ความฝันของเราและพระเจ้าได้ประทานความสามารถมาให้

พระเจ้าคงได้เห็นว่า ข้าพเจ้าเชื่อในความเป็นไปได้ของประเทศนี้

เราจะมองไปข้างหน้าเสมอ

มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาจะมีเสรีภาพ และเป็นธรรมกว่าเดิม มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาสร้างงานด้วยความภาคภูมิและความเคารพนับถือ มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาจะสามารถรักษาโรคร้าย เช่น มะเร็งและอัลไซเมอร์ได้ มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่อเมริกาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่ไม่เคยยอมแพ้ และไม่มีวันยอมแพ้

นี่คือชาติที่ยิ่งใหญ่ และเราทุกคนล้วนเป็นคนดี

นี่คือสหรัฐอเมริกา

และไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ เมื่อเราทำร่วมกัน

ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ข้าพเจ้าคิดถึงบทสวดที่มีความหมายต่อข้าพเจ้าและครอบครัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับโบ ลูกชายที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว บทเพลงนั้นหีบห่อไว้ด้วยศรัทธาที่ข้าพเจ้ามี และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าศรัทธาเช่นนี้จะอยู่ค้ำจุนอเมริกา

และข้าพเจ้าหวังว่า มันจะช่วยปลอบโยนประโลมใจให้แก่ 230,000 ครอบครัว ที่สูญเสียคนที่รักไปจากไวรัสอันโหดร้ายในปีนี้ ข้าพเจ้าขอมอบหัวใจของข้าพเจ้าไปยังทุกท่าน ขอให้เพลงสวดภาวนานี้ช่วยปลอบประโลมหัวใจของท่านเช่นกัน

“และพระองค์ชูเราขึ้นด้วยปีกของอินทรี
แบกรับลมหายใจด้วยรุ่งอรุณ
ให้เปล่งประกายดั่งดวงอาทิตย์
และโอบอุ้มไว้ในอุ้งมือของพระเจ้า”

และตอนนี้ เราได้อยู่ร่วมกัน – บนปีกของพญาอินทรี – เราเริ่มต้นกิจการที่พระผู้เป็นเจ้าและประวัติศาสตร์ได้เรียกร้องให้กระทำ

ด้วยดวงใจที่เต็มเปี่ยม และสองมือที่มั่นคง ด้วยศรัทธาในอเมริกาและในกันและกัน ด้วยความรักที่มีต่อประเทศชาติ และความกระหายในความยุติธรรม ขอให้เราเป็นชาติที่ตระหนักรู้อยู่เสมอว่า เราเป็นไปได้

ชาติที่เป็นหนึ่งเดียว
ชาติที่เข้มแข็ง
ชาติที่ฟื้นฟูเยียวยา
สหรัฐอเมริกา

ขอพระเจ้าอวยพร
และขอให้พระเจ้าปกป้องคุ้มครองพวกเรา

เรียบเรียงโดย พิราภรณ์ วิทูรัตน์


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

“เราไม่มีแพลนบี” สุนทรพจน์ว่าด้วย ‘โลกร้อน’ ของ บารัค โอบามา จากทำเนียบขาวถึงปารีส ในปี 2015

The People Talk: สุนทรพจน์วง ‘BTS’ ที่เชื่อว่าสถานการณ์โควิด-19 ไม่ใช่จุดจบของโลกและคนรุ่นใหม่

The People Talk: เกรต้า ธุนเบิร์ก กัดไม่ปล่อย กล่าวสุนทรพจน์ใหม่ทรงพลังจี้ผู้มีอำนาจเลิกเล่นละคร ชี้คนหนุ่มสาวรู้ทันและตื่นแล้ว

The People Talk: สุนทรพจน์ปลุกใจไม่ให้ยอมแพ้จาก ฮาร์วีย์ มิลค์ ตำนาน LGBTQ คนแรกที่ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ

The People Talk: เคล็ดลับสร้างโลกคนรุ่นใหม่จากใจบิดา Facebook มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

The People talk: สุนทรพจน์ที่ดีที่สุดของสตีฟ จ็อบส์

The People talk: ‘We Choose to Go to the Moon’ เหตุผลที่เราไปยืนบนดวงจันทร์ ของ จอห์น เอฟ เคนเนดี

The People Talk : สุนทรพจน์อำลาตำแหน่งครั้งสุดท้ายของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา