Post on 27/04/2021

จอห์น ซีน่า: จากนักมวยปล้ำ สู่นักเขียนนิทานเด็ก และผู้เข้าสู่จักรวาลนักซิ่ง Fast & Furious 9

‘You can’t see me’ กางนิ้วทั้งห้าออก หันฝ่ามือเข้าหาตัวเอง แล้วโบกมือขึ้นลงยียวนคู่ต่อสู้ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น นั่นคือท่าประจำตัวของ ‘จอห์น ซีน่า’ นักมวยปล้ำเจ้าของแชมป์โลก 16 สมัย ดาวเด่นแห่ง WWE ผู้มีทั้งคนรักและเกลียดอยู่รอบสังเวียน

แต่นอกจาก You can’t see me จะเป็นท่าประจำตัวของซีน่าแล้ว มันยังเป็นชื่ออัลบั้มเพลงแรกที่เขาและญาติร่วมกันทำขึ้นมา พร้อมเพลงเปิดตัวก่อนขึ้นสังเวียนที่คุ้นหูอย่าง ‘The Time is Now’ ซึ่งซีน่าเป็นคนร้องแรปด้วยตัวเอง

นอกเหนือจากบทบาทนักมวยปล้ำ ชายผู้มีอายุเลยเลขสี่คนนี้ยังอุทิศตนเพื่อบทบาทอื่นในการจรรโลงสังคม และส่งกำลังใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนทั่วโลก นั่นคือที่มาของการผันตัวเป็นนักเขียนนิทานเด็ก และหนังสือสร้างแรงบันดาลใจเล่มใหม่ที่กำลังจะวางขายในปี 2021 นี้ ซึ่งในปีนี้เป็นปีทองของเขา เพราะจะมีผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่าง ‘The Suicide Squad’ และ ‘Fast & Furious 9’ออกมาเช่นกัน

นั่นคือความก้าวหน้าในชีวิตของนักมวยปล้ำผู้คร่ำหวอดในวงการมาเกือบ 20 ปี แต่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของร่างกายอันบึกบึนของเขา ไม่ได้เกิดจากความชอบในการต่อสู้ หากเป็นเพราะเขาถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน เนื่องจากมีร่างกายที่ผอมบางกว่าคนอื่นจนกลายเป็นเป้าสายตาของเหล่าเด็กเกเร

เพราะครั้งหนึ่งผมเคยถูกรังแก

‘จอห์น เฟลิกซ์ แอนโทนี ซีน่า’ ในวัย 40 ปี เปิดเผยเรื่องราวในวัยเด็กว่า ช่วงที่เขาอายุราว 11 ปี เขาเป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางร่างกายช้ากว่าเพื่อน จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่า ‘แตกต่าง’ จากเด็กในวัยเดียวกัน

“ผมทั้งผอมบาง และน้ำหนักน้อย น่าจะประมาณ 100 ปอนด์ได้ (ราว 45.36 กิโลกรัม) มันทำให้ผมต้องเผชิญหน้ากับการถูกแกล้งที่โรงเรียนเป็นประจำ แต่แทนที่ผมจะยอมพวกเด็กเกเรตลอด ผมตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง มันไม่ใช่การไปเรียนคาราเต้ แต่เป็นการทำให้ร่างกายของผมใหญ่ขึ้น”

ซีน่าในวัย 12 ปี เริ่มต่อสู้กับขีดจำกัดของร่างกายด้วยการสร้างกล้ามเนื้อ โดยเขาขอเครื่องยกน้ำหนักจากครอบครัวเป็นของขวัญวันคริสต์มาส นอกจากนี้ยังออกกำลังเป็นประจำที่บ้าน เมื่อซีน่าได้ลองเข้าไปใช้บริการโรงยิมของโรงเรียนเป็นครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี เขากลับค้นพบว่า ตนเองเป็นเด็กที่แข็งแกร่งกว่าใครเพื่อน จนได้รับฉายาในหนังสือรุ่นว่าเป็น ‘ผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์แบบที่สุด’

และด้วยร่างกายที่เกิดจากความพยายามนี้เอง ทำให้ซีน่าก้าวเข้าสู่การเป็นนักกีฬาของโรงเรียน และเริ่มเพาะกายอย่างจริงจัง ก่อนจะออกเดินทางตามความฝันเข้าสู่สังเวียนนักมวยปล้ำอาชีพ

เริ่มปล้ำด้วยมาดร้ายแต่สุดท้ายกลายเป็นดาวที่เด็กรัก

ซีน่าออกเดินทางจากบ้านเกิดในเมืองเวสต์ นิวเบอร์รี่ รัฐแมสซาชูเซตส์ มายังแคลิฟอร์เนีย ในปี 1999 เพื่อเข้าฝึกเป็นนักมวยปล้ำกับ Ultimate Pro Wrestling’s (UPW) โดยคาแรคเตอร์แรกที่เขาได้รับบนสังเวียนคือ มนุษย์ครึ่งคนครึ่งเหล็ก นามว่า ‘The Prototype’ แต่การฝืนพูดให้เหมือนหุ่นยนต์ ประกอบกับการทำท่าทางให้แข็งทื่อดูจะไม่ใช่แนวทางที่เหมาะกับซีน่านัก

กระทั่งในปี 2002 ซีน่าได้กลายเป็นดาวดวงใหม่ของ World Wrestling Entertainment หรือที่รู้จักกันในนาม WWE บริษัทธุรกิจเกี่ยวกับกีฬาเพื่อความบันเทิง ซึ่งขณะนั้นซีน่าได้รับบทบาทใหม่ในฐานะแรปเปอร์ปากร้ายสุดกวน ผู้มาพร้อมโซ่เส้นใหญ่บนคอ และชุดนักกีฬาย้อนยุค ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแรปเปอร์คนโปรดอย่าง ‘Vanilla Ice’ จนกลายเป็นความพยายามสร้างซีน่าให้เข้าสู่คาแรคเตอร์ของฝ่ายอธรรม

แต่ไม่ว่าซีน่าจะพ่นคำเสียดสี หรือทำตัวร้ายขนาดไหน ความเป็นซีน่ากลับฉายแสงเจิดจรัสกลบความร้ายกาจไปจนหมด เขากลายเป็นฮีโร่ของเด็กและวัยรุ่นมากมาย แม้ซีน่าจะโชว์ความเทพในการปล้ำจนทำให้สังเวียนจืดชืด และมีผู้ชมส่วนหนึ่งที่เริ่มเกลียดเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เขาก็ยังเป็นดาวเด่นที่ไม่อาจมีใครมาล้มได้ ทั้งยังทำผลงานครองแชมป์โลกไปถึง 16 สมัย เรียกได้ว่ามันเป็นช่วงเวลาของซีน่าจริง ๆ

Rap is not now but #TheTimeIsNow

นอกจากความสามารถบนสังเวียนมวยปล้ำแล้ว ตั้งแต่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ WWE ความสามารถในการแรปสดของซีน่าก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เพราะก่อนจะถอดเสื้อโชว์ความล่ำ และขึ้นปล้ำกับคู่ต่อสู้แล้ว ซีน่ามักจะมีซีนแรปสดให้ผู้ชมได้โห่ร้องและโห่ไล่ไปพร้อมกัน

แต่นอกจาก Haters gonna hate, hate, hate, hate, hate ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลีลาการแรปและเสียงดนตรีในหัวใจของซีน่าเป็นผลงานที่มีคุณภาพจริง เพราะเพลงเปิดตัวที่ซีน่าและญาติของเขาอย่าง ‘Tha Trademarc’ ร่วมกันทำขึ้นอย่าง ‘The Time is Now’ จากอัลบั้ม ‘You Can’t See Me’ นั้นเป็นเพลงที่มีจังหวะและทำนองติดหูเป็นอย่างมาก

การเดบิวต์ครั้งแรกในฐานะแรปเปอร์ของซีน่าได้รับความช่วยเหลือจาก Tha Trademarc หรือ มาร์ค เพรดก้า (Marc Predka) ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นทั้งนักร้องและแรปเปอร์ หลังจากปล่อยผลงานออกไป ความนิยมในอัลบั้ม You Can’t See Me ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งติดอันดับที่ 15 ของชาร์ตเพลงบิลบอร์ด 200

หลังจากนั้นซีน่ายังมีโอกาสได้แรปสดกวนโอ๊ยคู่ต่อสู้บนเวที WWE อีกเรื่อย ๆ รวมถึงโผล่มาแจมในมิวสิกวิดีโอเพลง H-U-S-T-L-E ของ Murs แต่เมื่ออายุย่างเข้าเลขสี่แล้ว ซีน่าก็เริ่มออกห่างจากวงการมวยปล้ำและดนตรีมากขึ้น เขาผันตัวไปเป็นดาราเจ้าบทบาทเหมือนรุ่นพี่อย่าง ‘ดเวย์น จอห์นสัน’ หรือ ‘เดอะ ร็อค’ รับทั้งงานจอแก้วและจอเงิน

แต่นอกเหนือจากอาชีพในวงการมายา ซีน่ายังเดินเข้าสู่วงการน้ำหมึก จรดปากกาส่งแรงใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนมากมาย ผ่านนิทานและหนังสือคำคมที่เขาเขียนขึ้นมาเอง

จากสังเวียนสู่นักเขียนผู้ส่งแรงใจให้คนทั่วโลก

‘Elbow Grease’ หนังสือนิทานเด็กเล่มแรก เขียนเรื่องโดย จอห์น ซีน่า มีตัวละครเอกเป็นปีศาจรถบรรทุกคันน้อยนามว่า เอลโบว์ กรีซ ที่มีลักษณะตัวเล็กและอ่อนแอกว่าพี่ชายทั้ง 4 คัน โดยพี่ชายของเอลโบว์คันแรกมีความเร็วดุจปีศาจ คันต่อมามีความแข็งแกร่งไร้เทียมทาน อีกคันก็มีความใจกล้าบ้าบิ่น และพี่ชายคันสุดท้ายมาพร้อมความฉลาดที่เป็นเลิศ

เมื่อย้อนมองน้องชายคนสุดท้อง เอลโบว์นั้นแสนธรรมดา ซีน่าอธิบายว่า เมื่อเราพูดถึงปีศาจรถบรรทุก เรามักจะนึกถึงความใหญ่โต หรือการพุ่งชนสิ่งกีดขวางให้พังทลาย แต่สำหรับเอลโบว์ สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ตัวตนของเขา ความพิเศษของเอลโบว์คือ การยอมรับตัวตนของตนเอง เชื่อมั่นในตนเอง และไม่ยอมแพ้ให้กับตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับและพอใจกับความเป็นตัวเองเสมอไป

นอกจากนิทานสำหรับเด็กอายุ 3 – 7 ปีเล่มนี้จะการันตีความสนุกแล้ว ซีน่ายังแฝงความหมายในการใช้ชีวิต การยอมรับตนเอง และกำลังใจในการเติบโตให้แก่ผู้อ่านอย่างเต็มเปี่ยม จนหนังสือเล่มแรกของเขาพุ่งขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ของรายชื่อหนังสือนิทานเด็กขายดีจาก The New York Times (NYT) วันที่ 28 ตุลาคม 2018 หลังจากวางขายตามท้องตลาดตั้งแต่วันที่ 9 ของเดือนเดียวกัน

แต่เส้นทางน้ำหมึกของซีน่าไม่ได้หยุดลงเพียงผลงานชิ้นเดียว ในวันที่ 6 เมษายน 2021 นี้ ซีน่าวางแผนส่งหนังสือสร้างแรงบันดาลใจอีก 2 เล่ม สู่อ้อมอกของนักอ่าน นั่นก็คือ ‘Do Your Best Every Day to Do Your Best Every Day’ สำหรับผู้อ่านในช่วงอายุ 8 – 12 ปี และ ‘Be A Work In Progress’ สำหรับผู้อ่านทุกช่วงวัย

“คำพูดสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนได้ มันสร้างแรงขับเคลื่อน และทำให้คนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาควรให้ความสำคัญ ผมหวังว่าหนังสือทั้งสองเล่มของผมจะจุดประกายความฝันให้กับเด็กและผู้ใหญ่ ให้พวกเขาเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด”

สำหรับ Do Your Best Every Day to Do Your Best Every Day จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการให้กำลังใจผู้อ่านตัวน้อย ให้พวกเขาเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกใบนี้ให้ดีกว่าเดิม ส่วน Be A Work In Progress ซีน่าเน้นประเด็นเรื่องความกล้าที่จะยอมรับความท้าทาย เพื่อสร้างโอกาสในชีวิต โดยเนื้อหาทั้งหมดรวบรวมมาจากคำคมของซีน่าในทวิตเตอร์

แต่ในปี 2021 นี้ ไม่ได้มีเพียงหนังสือ 2 เล่มนี้เท่านั้นที่จะได้รับพื้นที่สื่อในการเปิดตัว เพราะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์รวมดาวร้ายจากค่าย DC อย่าง ‘The Suicide Squad’ และภาพยนตร์สายซิ่งทะลุนรกอย่าง ‘Fast & Furious 9’ ที่ซีน่าร่วมแสดงก็ได้ฤกษ์ออกฉายในปีนี้เช่นกัน

พาความล่ำสู่ความระห่ำบนจอเงินและจอแก้ว

ซีน่าเริ่มมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงจากภาพยนตร์เรื่อง ‘The Marine’ (2006) ที่เขารับบทเป็นนาวิกโยธินหนุ่ม ผู้มีภารกิจในการช่วยเหลือแฟนสาวให้รอดพ้นเงื้อมมือของเหล่าร้าย จากบทบาทสุดระห่ำนี้ ความเป็นทหารของซีน่าก็ส่งผลไปถึงคาแรคเตอร์ของเขาบนสังเวียนมวยปล้ำด้วย ช่วงหนึ่งเราจึงเห็นเขาทำท่าตะเบ๊ะอย่างทหาร และกลายเป็นฮีโร่ในสายตาของเด็ก ๆ

หลังจากนั้นซีน่าก็ได้รับบทบาทที่หลากหลายทั้งสุข เศร้า เหงา ตลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Daddy’s Home (2015) Ferdinand (2017) หรือ Bumblebee (2018) นั่นทำให้เขาเริ่มออกห่างจากวงการมวยปล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปี 2021 นี้ เขาได้รับบทวายร้ายกล้ามแน่น ผู้เก่งกาจในการใช้อาวุธ และรวยเหมือนแบทแมน นามว่า ‘Peacemaker’ ในภาพยนตร์เรื่อง The Suicide Squad ภาพยนตร์รวมดาวร้าย DC เพื่อทำภารกิจกอบกู้โลก กำกับโดย เจมส์ กันน์ ผู้เคยฝากผลงานกำกับไว้ในเรื่อง Guardians of the Galaxy ภาค 3

สำหรับบทบาทอดีตทหารผู้มีปัญหาทางจิตอย่าง Peacemaker ผู้กำกับกันน์ไม่ได้ต้องการให้เรื่องราวอันน่าสนใจของวายร้ายตัวนี้หยุดลงเพียงจอเงินเท่านั้น แต่จะมีการขยายจักรวาลส่วนตัวของ Peacemaker ต่อไปเป็นซีรีส์ ซึ่งจะออกฉายทาง HBO Max ในปี 2022

และอีกหนึ่งเรื่องที่จะได้เห็นซีน่าทำตัวร้าย ๆ ไม่แพ้กัน คือการรับบทเป็น ‘เจคอบ โทเร็ตโต’ น้องชายที่หายตัวไปของดอม โทเร็ตโต พระเอกจากเรื่อง ‘Fast & Furious 9’ เร็ว แรงทะลุนรก โดยการกลับมาครั้งนี้ของเจคอบก็เพื่อช่วยศัตรูแก้แค้นพี่ชายของตัวเอง นั่นทำให้ทั้งดอมและทีมต้องกลับมาซิ่งฝ่านรกกันอีกครั้ง

เรียกได้ว่าชายหนุ่มวัย 43 ปีคนนี้ ไม่ได้มีความสามารถเพียงการล้มคู่ต่อสู้บนสังเวียนเท่านั้น แต่ความสามารถและความชอบของเขายังหลากหลายและเป็นที่ยอมรับ

ที่สำคัญคือ ซีน่ามีจิตใจอันแข็งแกร่งในการเอาชนะอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เขายอมรับตัวตนที่แม้จะมีคนรักก็ยังมีคนชัง ทำให้เขาอยากที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นบนโลก และแบ่งปันแรงใจเหล่านั้นให้ผู้คนรอบกาย สุดท้ายแม้เขาจะได้รับบทวายร้าย แต่ก็เป็นตัวร้ายที่มีแฟนคลับรัก และเป็นวายร้ายที่ส่งแรงใจให้คนทั่วโลกจากตัวตนที่แท้จริงข้างในเสมอ

เรื่อง : วโรดม เตชศรีสุธี 

อ้างอิง

https://www.penguinrandomhouse.com/books/564705/elbow-grease-by-john-cena-illustrated-by-howard-mcwilliam/#:~:text=About%20Elbow%20Grease-,THE%20%231%20NEW%20YORK%20TIMES%20BESTSELLER!,monster%20truck%20named%20Elbow%20Grease!

https://www.wrestlinginc.com/news/2018/10/john-cena-is-now-a-new-york-times-best-selling-author-646860/#:~:text=John%20Cena%20is%20now%20a%20New%20York%20Times%20%231%20Best,%40nytimes%20%231%20Best%20Seller!

https://www.hollywoodreporter.com/news/john-cena-to-release-two-books-of-uplifting-quotes-adapted-from-twitter-feed-exclusive

https://www.wrestlinginc.com/news/2020/12/john-cena-to-release-new-books-based-on-his-tweets-677559/

https://www.biography.com/news/john-cena-facts

https://www.republicworld.com/sports-news/wwe-news/is-john-cena-a-professional-rapper-john-cena-rap-songs-and-career.html

https://www.biography.com/athlete/john-cena

https://screenrant.com/suicide-squad-2-peacemaker-cena-origins-powers-explained/

https://www.thewrap.com/john-cena-evolution-wwe-doctor-thuganomics-blockers-photos/

https://www.dailymail.co.uk/tvshowbiz/article-5125131/John-Cena-bullied-different-younger.html

https://www.sportskeeda.com/wwe/news-john-cena-gives-update-wwe-return


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม