Post on 25/06/2021

จอห์น แมคาฟี: บิดาโปรแกรมแอนตี้ไวรัส McAfee สู่ ‘แบดบอย’ ซิลิคอนแวลลีย์ ผู้จบชีวิตในเรือนจำประเทศสเปน

แม้ในโลกเทคโนโลยี จอห์น แมคาฟี อาจเป็นพระเอกเบอร์ต้น ๆ ในฐานะผู้สร้างนวัตกรรมเพื่อปกป้องคอมพิวเตอร์ทั่วโลกจากการโจมตีของเหล่าแฮกเกอร์ด้วยไวรัส และมัลแวร์ ทว่าในโลกความเป็นจริง เขากลับกลายเป็นวายร้าย และอาชญากรข้ามชาติจนวาระสุดท้ายของชีวิต

จอห์น แมคาฟี ผู้ให้กำเนิดซอฟแวร์แอนตี้ไวรัสชื่อดังยี่ห้อ McAfee เสียชีวิตในเรือนจำประเทศสเปน ในวัย 75 ปี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2021 หลังศาลแดนกระทิงดุอ่านคำพิพากษาให้ส่งตัวเขากลับไปรับโทษข้อหาเลี่ยงภาษีที่สหรัฐอเมริกา

ก่อนเสียชีวิต แมคาฟีถือเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในยุคบุกเบิกของซิลิคอน แวลลีย์ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่เขาสร้างมาสามารถโกยเงินมหาศาล และกลายเป็นเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงในชั่วพริบตา ทว่าชีวิตต่อมากลับเป็นหนังคนละม้วน เขาต้องเผชิญแต่ปัญหาและเรื่องอื้อฉาวจนเกิดคำถามตามมาว่า อะไรทำให้อัจฉริยะไอทีผู้นี้ต้องกลายเป็นคนร่อนเร่พเนจร และจบชีวิตตัวเองในเรือนจำท้ายที่สุด

 

กำเนิดแมคาฟี

จอห์น เดวิด แมคาฟี (John David McAfee) เกิดที่เมืองกลอสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 18 กันยายนปี 1945 มารดาของเขาเป็นชาวอังกฤษ ส่วนบิดาเป็นทหารอเมริกันที่ไปประจำการอยู่ที่นั่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังปลดประจำการ แมคาฟีและมารดาอพยพตามหัวหน้าครอบครัวกลับมาสหรัฐฯ และไปใช้ชีวิตกันที่เมืองโรอาโนค ในรัฐเวอร์จิเนีย

แมคาฟีเรียนจบปริญญาตรีสาขาคณิตศาสตร์ที่โรอาโนค คอลเลจ ในปี 1967 เขาทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านไอทีอยู่นาน 20 ปีกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงโครงการยานอวกาศอพอลโลขององค์การนาซ่า ก่อนจะมาก่อตั้งบริษัท McAfee Associates เพื่อผลิตโปรแกรมแอนตี้ไวรัสออกสู่ตลาดเป็นเจ้าแรกในปี 1987

จุดเริ่มต้นของการพัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส มาจากความต้องการต่อสู้กับการโจมตีของไวรัส ‘เบรน’ (Brain) ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากปากีสถาน และเชื่อว่าน่าจะเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวแรกที่เริ่มเล่นงานเครื่องพีซีของคนทั่วโลก

แมคาฟีเริ่มก่อตั้งบริษัทนี้ที่บ้านหลังเล็ก ๆ ของตนเองในเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยตั้งใจสร้างโปรแกรมแอนตี้ไวรัสขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายในเว็บบอร์ดข่าวสารเทคโนโลยี และให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ดาวน์โหลดไปใช้งาน ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนแบรนด์ McAfee กลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางในโลกไอที

บริษัทของเขาสามารถทำเงินจากการเก็บค่าไลเซนส์ในการใช้งานโปรแกรมแอนตี้ไวรัส และเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีรายได้ปีละประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 1990 ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมา เขาตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และทำให้มูลค่าหุ้นในมือเพิ่มเป็น 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนตัดสินใจลาออกจากบริษัทในปี 1994

แม้แมคาฟีจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เขาก่อตั้งแล้ว แต่รากฐานที่เขาวางไว้ยังทำให้ McAfee Associates เติบโตได้ต่อเนื่องจนกระทั่งปี 2010 ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่างอินเทล ตัดสินใจเข้าเทกโอเวอร์บริษัทของเขาด้วยมูลค่า 7,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับบริษัทลงทุนแห่งหนึ่งในอีก 6 ปีต่อมา

 

ชีวิตเข้าสู่ช่วงตกต่ำ

ในขณะที่ McAfee Associates ยังทำผลงานได้ดี แต่จอห์น แมคาฟี ผู้ก่อตั้งกลับเริ่มมีปัญหาชีวิต ทรัพย์สินส่วนตัวของเขาที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงอย่างฮวบฮาบเหลือเพียง 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ‘แฮมเบอร์เกอร์’ ในสหรัฐฯ เมื่อปี 2008

เหตุการณ์ครั้งนั้นบีบให้เขาต้องขายทรัพย์สมบัติส่วนตัวเพื่อสะสมเงินก้อนสุดท้ายย้ายไปใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายและพอเพียงที่ประเทศเบลิซ ในอเมริกากลาง

ปี 2012 ชื่อของจอห์น แมคาฟี กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อเขาถูกจับกุมที่ประเทศกัวเตมาลาในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเพื่อนบ้านในเบลิซ โดยก่อนหน้านั้น รัฐบาลเบลิซเคยส่งเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านของเขามากกว่า 1 ครั้ง เพราะสงสัยว่าอาจซ่องสุมกองกำลังติดอาวุธและพัวพันยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม กัวเตมาลาไม่ได้ส่งตัวแมคาฟีกลับไปที่เบลิซ แต่เนรเทศกลับไปสหรัฐฯ และต่อมาในปี 2015 เขากลายเป็นข่าวดังอีกครั้งจากการถูกตำรวจจับกุมตัวในรัฐเทนเนสซี ข้อหาพกอาวุธปืนและเมาแล้วขับ

แม้จะมีคดีความรุมเร้า แมคาฟียังคงพยายามทำตัวเป็นข่าว โดยเขาประกาศเสนอตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในฐานะตัวแทนพรรคทางเลือกอย่างลิเบอร์ทาเรียน ปาร์ตี้ ในการเลือกตั้งปี 2016 และ 2020 แต่ความพยายามดังกล่าวก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ

 

คดีเลี่ยงภาษีที่เป็นจุดจบ

เดือนตุลาคมปี 2020 แมคาฟีถูกตำรวจสเปนจับกุมตัวระหว่างพยายามเดินทางต่อไปยังตุรกี เนื่องจากมีหมายจับของรัฐบาลสหรัฐฯ ในข้อหาไม่ยื่นภาษีระหว่างปี 2014 – 2018 และหลบเลี่ยงภาษีด้วยการใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นนอมินี

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า แมคาฟีไม่ยื่นภาษีเงินได้เป็นเวลาหลายปี แม้เขาจะมีรายได้หลายล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการเป็นที่ปรึกษา และช่วยโปรโมตเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ขณะเดียวกันก็ได้ค่าจ้างขึ้นพูดตามเวทีเสวนาต่าง ๆ และขายลิขสิทธิ์เรื่องราวชีวิตส่วนตัวเพื่อนำไปสร้างเป็นสารคดี

นอกจากข้อหาดังกล่าวแล้ว เดือนมีนาคม 2021 อัยการของนครนิวยอร์กยังฟ้องแมคาฟีและพวกในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินด้วยการหลอกลวงนักลงทุนซื้อเงินคริปโตฯ เพื่อปั่นราคาก่อนขายทำกำไรได้เงินไปกว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม แมคาฟีตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่พอใจที่เขาเปิดโปงการคอรัปชันในหน่วยงานสรรพากร (Internal Revenue Service) และต่อต้านระบบเงินตราที่ควบคุมโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ

 

เบื้องหลังแบดบอยและเรื่องวุ่น

หากพยายามวิเคราะห์ว่าอะไรคือต้นตอที่ทำให้ชีวิตของอัจฉริยะไอทีต้องมีแต่ปัญหาและเรื่องราวอื้อฉาวถาโถมเข้าใส่ไม่รู้จบ สิ่งแรกที่คนในวงการเทคโนโลยีน่าจะตอบได้ คือ นิสัยส่วนตัวของแมคาฟีแตกต่างจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในซิลิคอน แวลลีย์

ในขณะที่ภาพลักษณ์ของอัจฉริยะไอทีส่วนใหญ่มักเป็นสไตล์เด็กเนิร์ด มาดสุขุม คงแก่เรียนอย่างบิล เกตส์, สตีฟ จ็อบส์ และมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก แต่แมคาฟี แม้จัดเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ทว่ากลับมีนิสัยหัวร้อน โผงผาง ขี้โวยวาย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต

ส่วนหนึ่งที่ทำให้แมคาฟีมีนิสัยไม่เหมือนอัจฉริยะแห่งซิลิคอน แวลลีย์ทั่วไป อาจมาจากปมชีวิตครอบครัวในวัยเด็ก โดยเขาเคยเปิดใจเล่าให้สื่อฟังว่า หลังพ่อของเขาปลดประจำการจากกองทัพได้กลับมาทำงานเป็นช่างรังวัดถนน และพนักงานธนาคาร แต่มีอาการติดเหล้าอย่างหนัก และมักทำร้ายเขาและแม่เป็นประจำ

แม้พ่อจะฆ่าตัวตายไปตั้งแต่แมคาฟีมีอายุ 15 ปี แต่เขาบอกว่า “ผมยังตื่นขึ้นมาพร้อมกับเขาทุกวัน เขาอยู่ข้างผมในทุกความสัมพันธ์ที่มี ทุกความไม่ไว้วางใจกัน เขาคือผู้เจรจาในความไม่ไว้วางใจนั้น”

แรงบันดาลใจที่ทำให้แมคาฟีสร้างโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวแรกขึ้นมาก็เริ่มมาจากการนึกถึงวิธีที่พ่อเคยทำร้ายเขาแบบไม่ทันตั้งตัว คล้ายกับไวรัส ‘เบรน’ ที่จู่โจมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกในขณะนั้น

ก่อนเสียชีวิต 1 สัปดาห์ เขาโพสต์ข้อความสุดท้ายบนทวิตเตอร์จากในห้องขังมีใจความว่า

“สหรัฐฯ เชื่อว่าผมแอบซ่อนเงินคริปโต ผมก็หวังอย่างนั้นแต่มันหายไปหมดแล้วด้วยฝีมือของหลายคนในทีมแมคาฟี (คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อก็ได้) และทรัพย์สินของผมที่เหลือก็ถูกอายัดไว้หมดแล้ว มิตรสหายของผมหายไปเพราะกลัวถูกโยงว่าสมคบคิด ผมไม่มีอะไรเหลือแล้ว แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจ”

จอห์น แมคาฟี ในวัย 75 ปี เสียชีวิตที่เรือนจำในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างรอส่งตัวกลับไปขึ้นศาลที่สหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย และเหตุจูงใจน่าจะมาจากความสิ้นหวังเพราะไม่อยากกลับไปสู้คดีความในสหรัฐฯ เนื่องจากหากพบว่าผิดจริง เขาอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุดนานถึง 30 ปี

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.nytimes.com/2021/06/23/business/john-mcafee-dead.html?action=click&module=Top%20Stories&pgtype=Homepage

https://www.bbc.com/news/world-europe-57589822

https://www.wsj.com/articles/john-mcafee-antivirus-software-creator-found-dead-in-spanish-jail-11624482910

www.youtube.com/watch?v=SIY3JRephxM

 

ภาพ: Cyrus McCrimmon/The Denver Post via Getty Images


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ถูกสบประมาทว่าโง่ และล้มเหลวมาหลายรอบแต่ไม่เคยเข็ด

ไมยา อีโซลา: แหกกฎเจ้านาย เกิดเป็นลายดอกไม้สุดฮิตของ Marimekko

เย่ กั๋วฟู่ ปั้น MINISO ร้านค้าสุดคิวท์ของจีน ที่ได้แรงบันดาลใจจากร้านร้อยเยนของญี่ปุ่น

Nokia จากผู้ค้าไม้ นายหน้าสงครามเย็น สู่มือถือเบอร์ 1

นพ.อิน เว่ยตง: บิดา ‘ซิโนแวค’ และวัคซีนโควิด-19 เจ้าแรกในไทย ผู้ตั้งใจ ‘คืนรอยยิ้ม’ ให้ทุกคน

ทอม คาลินส์กี ผู้เปลี่ยน Sega ให้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเกมยุค 90

ลี ไอเอคอคคา ปั้น “ฟอร์ด มัสแตง” แต่ไปฟื้น “ไครสเลอร์” คู่แข่งจนได้ดี

บุญกิจ ลีเลิศพันธ์ ผู้ปลุกปั้น “ดอกบัวคู่” ยาสีฟันสมุนไพรที่มาก่อนกาล