Post on 24/05/2019

“จอห์น ฮาร์วี่ย์ เคลล็อกก์” คิดค้นคอร์นเฟล็กให้กินแทนการช่วยตัวเอง

cornflake

กินอะไรเป็นอาหารเช้า? ถ้าคนไทยไม่พ้นหมูปิ้ง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ แต่สำหรับอเมริกันชนแล้ว อาหารยอดนิยมจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก…คอร์นเฟล็ก เกล็ดข้าวโพด อาหารสำเร็จรูปทำจากธัญพืชที่เติมนมพร้อมรับประทานทันที ซึ่งก่อนมาเป็นอาหารจานด่วนยามเช้า “จอห์น ฮาร์วี่ย์ เคลล็อกก์” (John Harvey Kellogg) คิดค้นคอร์นเฟล็กให้กินแทนการช่วยตัวเองยามเช้า

จอห์น เคลล็อกก์ เติบโตและถูกเลี้ยงดูภายใต้คริสต์ศาสนิกชนนิกายเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส (Seventh-day Adventist) ต่อมาเขาได้เป็นผู้อำนวยการที่ The Battle Creek Sanitarium สถานพยาบาลที่ตั้งอยู่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่ได้ดำเนินตามหลักการด้านสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ทั้งการกินแต่อาหารมังสวิรัติ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ก่อนที่ เขาจะตัดสินใจแยกตัวออกมาในปี 1907

จอห์น ฮาร์วี่ย์ เคลล็อกก์ เป็นหนึ่งในผู้นำของการปฎิรูปด้านสุขภาพ ที่ใช้วิธี “ใช้ชีวิตแบบชีวภาพ” ด้วยการผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความเชื่อทางศาสนา ทั้งการเน้นอาหารสุขภาพ ถือมังสวิรัติ และเชื่อว่าการสังวาสทำให้สุขภาพแย่ แถมยังเป็นบาปอีกด้วย เพราะการมีเพศสัมพันธ์ส่งผลเสียต่อจิตใจอันบริสุทธิ์ แล้วยังทำให้ร่างกายย่ำแย่
.
เขาแต่งงานกับ เอลล่า อีตัน (Ella Eaton) ที่อายุห่างกันหนึ่งปี แต่แยกห้องนอนกัน และไม่เคยมีอะไรกันสักครั้งในชีวิต รวมถึงใช้วิธีรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงดูแทนการให้กำเนิดบุตร โดยเขารับเลี้ยงเด็กไว้มากถึง 42 คน และมีอย่างน้อยเจ็ดคนที่ได้รับการจดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย

“หากการค้าประเวณีเป็นสิ่งชั่วร้าย การช่วยตัวเองถือเป็นกิจกรรมที่เลวทรามกว่านั้นอีกสองเท่า”

ในหนังสือ “Plain Facts for Old and Young: Embracing the Natural History and Hygiene of Organic Life” ที่ จอห์น เคลล็อกก์ เขียนขึ้น ได้บรรยายถึงผลข้างเคียงของการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองว่า เป็นการสร้างมลภาวะให้กับร่างกายตัวเอง ทั้งการทำให้อารมณ์เหวี่ยงหัวร้อนง่าย มีพัฒนาที่บกพร่อง สิวเห่อ เป็นโรคลมบ้าหมู ใจสั่น และโหยหาอาหารรสเผ็ดจัด และอื่น ๆ อีกรวมแล้วกว่า 39 รายการ

นอกจากนี้ จอห์น เคลล็อกก์ ยังมีความเชื่ออีกด้วยว่า เนื้อสัตว์และอาหารเข้มข้นรสจัดจ้านเป็นสิ่งที่เสพแล้วไปช่วยเพิ่มความกำหนัดให้กับผู้บริโภค ซึ่งอาหารที่จะยับยั้งแรงปรารถนาทางกามารมณ์ได้นั้นมีเพียงอาหารพื้น ๆ ที่ทำจากธัญพืชพวกถั่วและซีเรียลเพื่อสุขภาพเท่านั้น
.
เป็นที่มาให้เขาคิดค้นสูตรอาหารเพื่อบริการผู้มาใช้บริการในสถานพยาบาลของเขาให้อิ่มท้องอิ่มบุญเบิกบานใจ โดยส่วนตัวเขาเป็นคนที่ชอบกินถั่วมาก อีกทั้งยังเชื่อว่าถั่วนี่แหละที่จะมากู้โลกจากวิกฤตการณ์อาหารขาดแคลน เขาเลยมีส่วนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้คิดค้น เนยถั่ว (peanut butter) และได้พัฒนาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพหลายอย่างตามแนวทางของ เอเลน ไวท์ (Ellen White) และ ซิลเวสเตอร์ เกรแฮม (Sylvester Graham)

โดยคอนเฟล็กเกิดขึ้นโดยบังเอิญในปี 1877 ระหว่างที่เขา กับ น้องชาย วิลล์ เคลล็อกก์ (Will Kellogg) กำลังหาสูตรผลิตอาหารเพื่อสุขภาพจากธัญพืช ที่อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย แล้วเผลอลืมแป้งที่ผสมไว้ จนมันเริ่มฟองตัว แทนที่จะทิ้งทั้งคู่ลองเอามาบดเป็นแผ่นบาง ๆ ก่อนเอาไปอบให้แห้งอย่างช้า ๆ จนได้แผ่นแป้งบางกรุบกรอบรสชาติดีเยี่ยม พอเอาไปเสิร์ฟให้กับคนไข้ ปรากฎว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก

ตอนแรก จอห์น เคลล็อกก์ พยายามจะตั้งชื่ออาหารชนิดนี้ว่า กรานูล่า (Granula) แต่ติดเรื่องลิขสิทธิ์ที่มีผู้นำชื่อนี้ไปจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว เขาเลยเรียกอาหารที่ใช้เสิร์ฟในสถานพยาบาลของเขาว่า กราโนลา (Granola) แทน การที่มันได้รับความนิยมขายได้มากกว่าปีละห้าพันกิโลกรัม ช่วยให้เคลล็อกก์ รู้ตัวว่ามาถูกทางเขาเลยตั้งบริษัท เซนิตาส ฟูด ขึ้นในปี 1890 โดยมีศรีภรรยา และน้องชายคอยช่วยพัฒนาสูตรเพื่อให้คอร์นเฟล็กมีรสชาติที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเก็บได้นานยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงแรกทำการตลาดโดยอ้างว่ามันเป็นอาหารเช้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พร้อมทาน แถมยังช่วยลดความอยากในการช่วยตัวเอง

ภายหลัง วิลล์ เคลล็อกก์ น้องชายของเขาซึ่งไม่ค่อยสนใจเรื่องสุขภาพเท่าพี่ชาย ได้เติมน้ำตาลเข้าไปในสูตรเพื่อรสชาติที่ถูกปากมากขึ้น เป็นจุดขัดแย้งสำคัญ เพราะ จอห์น เคลล็อกก์ เชื่อว่าน้ำตาลเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้คนมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น ในปี 1906 วิลล์เลยแยกตัวออกมาขายสินค้าของตัวเองภายใต้ชื่อบริษัท เคลล็อกก์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานอาหารเช้าที่เรียกว่าซีเรียลในปัจจุบัน

สมัยที่ วิลล์ เคลล็อกก์ อยู่ช่วยงาน จอห์น ดูแลน้องชายเขาไม่ต่างจากพนักงานคนหนึ่ง เพราะเชื่อในความเขาอาวุโส ฉลาด และมีการศึกษาที่ดีกว่าน้องขาย หลังจากแยกตัวออกมาบริษัทของทั้งสองคนเลยมีการฟ้องร้อง แข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ทั้งคู่ยังต้องขายแข่งกับ ชาร์ลส์ โพสต์ (Charles Post) ผู้ที่ได้สูตรการทำคอร์นเฟล็กไประหว่างที่มาพักใน The Battle Creek Sanitarium และได้ลิ้มรสความอร่อยของเกล็ดข้าวโพดมหัศจรรย์นี้

การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ธุรกิจคอร์นเฟล็กของ จอห์น เคลล็อกก์ ที่ไม่มีหัวทางการค้าไปไม่รอด ตรงกันข้ามกับบริษัท เคลล็อกก์ ของวิลล์ ที่กลับเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ความนิยมของคอร์นเฟล็กขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 1969 จากการที่นักบินอวกาศของยานอพอลโล 11 เอาติดตัวเป็นเสบียงในการเดินทางขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์

ในปี 2006 ชื่อของ จอห์น เคลล็อกก์ เลยได้รับเกียรติบรรจุในหอเกียรติยศนักประดิษฐ์แห่งชาติ ในฐานะผู้คิดค้นคอร์นเฟล็ก ที่ปฏิวัติอาหารมื้อเช้าของอเมริกันชนไปตลอดกาล รวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ อีกมากมาย

ช่วงบั้นปลายก่อนที่ จอห์น เคลล็อกก์ จะเสียชีวิต เขาใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย เพื่อเขียนจดหมายขอโทษให้น้องชายอภัยในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่จดหมายฉบับนั้นกลับไม่ถูกส่งถึงมือน้องชาย เพราะโชคร้ายที่เลขาของเขาซึ่งไม่ชอบหน้าวิลล์อยู่ก่อน และคิดว่าจดหมายที่จอห์นเขียนมีข้อความที่เป็นการดูถูกตัวเอง เธอเลยแอบเอาจดหมายไปซ่อน สองพี่น้องเคลล็อกก์ เลยไม่ได้ปรับความเข้าใจคืนดีกันจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตทั้งคู่

จอห์น เคลล็อกก์ เสียชีวิตในวัย 91 ปี แปดปีต่อมา วิลล์ เคลล็อกก์ ก็จากไปด้วยวัย 91 ปีเช่นกัน การเสียชีวิตในวัยไล่เลี่ยกันของทั้งคู่ อาจเป็นบทพิสูจน์ว่าคอร์นเฟล็กแบบดั้งเดิมหรือแบบที่ใส่น้ำดาล ไม่ได้แตกต่างกันเลยในเรื่องการช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาว

และปัจจุบันมีบทวิจัยที่ว่าคอร์นเฟล็กแบบดั้งเดิมของจอห์น ฮาร์วี่ย์ เคลล็อกก์ ที่เขาอ้างว่าทั้งอร่อยและช่วยหยุดบาปอารมณ์ของผู้บริโภคไปพร้อมกันนั้น ก็ไม่ได้มีผลให้คนอยากช่วยตัวเองน้อยลงอย่างที่เขาต้องการ การค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นเลยได้แค่เมนูอาหารเช้าที่ช่วยให้ท้องอิ่มเพียงอย่างเดียว


ที่มา :

https://www.kelloggs.com
https://www.news.com.au
http://www.adventist.or.th
http://mentalfloss.com
http://www.museumofquackery.com
http://allfreematerial.blogspot.com
http://www.royin.go.th


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

ว่าที่ ร.ต.ศิระ บุญแทน เรียนรัฐศาสตร์เพราะอยากช่วยเหลือผู้คน

“แอน มาโคซินสกี้” ฮีโรสาวที่กอบกู้โลกนี้ด้วยไฟฉายมือหมุน

อุเทน เตชะไพบูลย์ เจ้าสัวเมืองไทย บิดา “ป่อเต็กตึ๊ง”

“บิลลี่ บาร์” 40 ปีแห่งความโดดเดี่ยวของชายชราที่เฝ้าดูโลกร้อน ท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ

สมัย ศรีสมบูรณ์:ช่างซ่อมสู่กำนันยอดเยี่ยมที่ซ่อมได้ตั้งแต่เครื่องยนต์จนถึงเด็กติดยา

ญาโณทัย สมัญญา อาสากู้ภัยที่เสียสละหลายอย่างเพื่อแลกกับการได้ช่วยชีวิตคนอื่น

วัชรวิชญ์ ทองธวัช: คุณพ่อ และภาพยนตร์ Walter Mitty แรงบันดาลใจสู่ปลัดอำเภอ

“ณัชชา รชตวรภรณ์” เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่สร้างความมั่นใจให้ผู้หญิง