Post on 27/12/2018

จอห์น วิลเลียมส์ กับที่มาของดนตรีประกอบแสนติดหูใน “สตาร์ วอร์ส”

        สตาร์ วอร์ส ถือเป็นภาพยนตร์ที่หลายคนตั้งตารอมากที่สุดในช่วงสองสามปีมานี้ นอกจากความสำเร็จในอดีตที่ผ่านมาถ้านึกถึงแฟรนไชส์เรื่องนี้ทีไร หลายคนคงคิดถึงเรื่องราวของเหล่าทหารสตอร์มทรูปเปอร์ ดาบเลเซอร์เท่ ๆ ของเจได หรือ ตัวละครหุ่นยนต์อย่าง อาร์ทูดีทู แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้นไปอีก นั่นก็คือตัวของดนตรีประกอบ

จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) คอมโพสเซอร์ระดับตำนานชาวอเมริกัน วัย 86 ปี ผู้นี้คือผู้รับสัมปทานแต่งเพลงประกอบให้กับหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ ปี 1977 เขามีชื่อเสียงอยู่ในแวดวงดนตรีประกอบภาพยนตร์มามากกว่า 6 ทศวรรษ นอกจากนี้วิลเลียมส์ยังฝากผลงานระดับขึ้นหิ้งไว้กับภาพยนตร์ชั้นนำหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น ซูเปอร์แมน, แฮร์รี พอตเตอร์ และ จูราสสิค พาร์ค รวมถึงผลงานที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตกอย่าง สตาร์ วอร์ส ปี 1977 

เพลงธีมจากหนังเรื่องนี้กลายมาเป็นผลงานอมตะที่ชวนคุ้นหูและน่าจดจำอย่างมาก หลายคนอาจจะสงสัยว่า วิลเลียมส์ได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งมาจากไหน วิลเลียมส์เคยให้สัมภาษณ์กับวิทยุช่องหนึ่ง ในปี 1978 ว่าดนตรีประกอบของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก คีตกวีดนตรีคลาสสิกชื่อดังอย่าง ไชคอฟสกี (Piotr Ilyich Tchaikovsky), สตราวินสกี (Igor Stravinsky), มาห์เลอร์ (Gustav Mahler), โฮลส์ (Gustav Holst) และเอ็ลการ์ (Sir Edward Elgar) จะสังเกตได้ว่านักประพันธ์ดนตรีที่เขาชอบ ส่วนใหญ่จะอยู่ในดนตรีคลาสสิกยุคโรแมนติก 

จอห์น วิลเลียมส์

     

        ย้อนกลับไปเมื่อปี 1977 จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ผู้กำกับโนเนมในขณะนั้น กำลังยุ่งหัวฟูกับโปรเจ็กต์หนังอวกาศเรื่องหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “สตาร์ วอร์ส” ในตอนนั้นเขากำลังมองหานักประพันธ์ดนตรีประกอบที่เข้าใจในดนตรีคลาสสิก แบบ แม็กซ์ สไตเนอร์ (Max Steiner) หรือ เออริช โวล์ฟกัง คอร์นโกลด์ (Erich Wolfgang Korngold) สุดท้ายลูคัส ก็ได้มาพบกับวิลเลียมส์ จากคำแนะนำของเพื่อนซี้ที่ชื่อ สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) นั่นเอง 

เสน่ห์อีกข้อหนึ่งของดนตรีประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นก็คือการใช้วงดนตรีวงเดิมมาโดยตลอดนั่นก็คือ วง ลอนดอน ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (London Symphony Orchestra) แน่นอนสิ่งที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นที่จดจำมาก ก็คือทำนองที่ติดหูนั่นเอง นักดนตรีหลายคนพยายามศึกษาและหาคำตอบว่า วิลเลียมส์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดนตรีแบบไหน เพลงไหน กันแน่

ผมขอหยิบเพลงธีมที่โด่งดังที่สุดของหนัง มาเป็นตัวอย่างอธิบายให้ฟังกันคร่าว ๆ เพลง Main Title ของหนังได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานของ เออริช โวล์ฟกัง คอร์นโกลด์ ที่แต่งให้กับหนังเรื่อง Kings Row ปี 1942 อย่างเพลง “A Soundtrack Suite (1942)”

Main Title (1977)

A Soundtrack Suite (1942)

จะสังเกตได้ว่า วิลเลียมส์ หยิบยกเฟรสซิ่ง (Phrasing) ผลงานของ คอร์นโกล์ด มาใช้เป็นเฟรสซิ่งหลักของเขา เฟรสซิ่งอาจจะเหมือนกันเลย แต่ไม่ใช่ดนตรีเดียวกัน นอกจากนี้ในท่อนกลางของธีม วิลเลียมส์ยังหยิบเฟรสซิ่งที่น่าสนใจจากผลงาน “Marche Slave” ของ ไชคอฟสกี มาพัฒนาให้เข้ากับดนตรีในแบบของเขา

(กรอไปวินาทีที่ 2.35 ของ Marche Slave เปรียบเทียบกับธีมหลักของ สตาร์ วอร์ส วินาทีที่ 1.10)

       เจเจ เอบรามส์ (J. J. Abrams) ผู้กำกับจากภาค 7 เคยให้สัมภาษณ์ว่า วิลเลียมส์ เป็นยอดคอมโพสเซอร์ที่เยี่ยมที่สุดคนหนึ่งที่เขาเคยร่วมงานด้วย ตอนที่วิลเลียมส์ แต่งเพลงธีมหลักของหนังเขาพึ่งมีอายุได้แค่ 11 ปีเท่านั้น เอบรามส์ เสริมอีกว่า วิลเลียมส์คือคนที่แตกต่างกว่าคนอื่นในเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์ในผลงาน “He write the feeling”  นี่คือสิ่งที่เอบรามส์ พูดถึงวิลเลียมส์ 

ความรู้สึกของอารมณ์ต่าง วิลเลียมส์จัดการถ่ายทอดมันลงไปในแทร็คที่โด่งดังไม่แพ้กันอีกผลงานหนึ่ง “Han Solo and the Princess” ผลงานชิ้นนี้วิลเลียมส์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานเพลงครูของ ไชคอฟสกี “Violin Concerto in D”

Han Solo and the Princess (1980)

จะสังเกตได้ว่าทำนอง และอารมณ์ของดนตรี มีการนำผลงานของไชคอฟสกี มาเป็นต้นแบบไม่น้อยเลย หลายคนมองว่าโทนดนตรีของวิลเลียมส์ ได้รับอิทธิพลมาจากไชคอฟสกี

เพลงเปิดตัวดาร์ธ เวเวอร์ก็ถือเป็นเพลงธีมที่ถูกพูดถึงมาโดยตลอด ผลงานชิ้นนี้ของวิลเลียมส์ได้รับอิทธิพลมาจากผลงาน “The Planets – Mars, the Bringer of War” ของ กุสตาฟโฮลส์ ในเรื่องของการพัฒนาของโมทีพ (Motif) ในจังหวะของดนตรี อีกทั้งผลงานในชิ้นนี้ของโฮลส์ ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับดนตรีประกอบในหนังเรื่อง Gladiator ของ ฮันส์ ซิมเมอร์ อีกด้วย (ฟังได้ที่นี่ แล้วกรอไปช่วงวินาทีที่ 2.52)

The Imperial March (1980)

The Planets – Mars, the Bringer of War ลองกรอไปที่วินาทีที่ 4.27 เทียบกับผลงานด้านบน 0.33 

       แน่นอนจอห์น วิลเลียมส์ คือเบอร์หนึ่งของวงการนักประพันธ์ดนตรีประกอบภาพยนตร์ เขามักจะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมอยู่เสมอ นอกจากนี้วิลเลียมส์ยังถือเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเข้าชิงออสการ์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากวอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney)

อัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของวิลเลียมส์ ถือเป็นที่ยอมรับที่สุด นอกจากตัวหนังที่กำลังจะฉายในปี 2019 แล้ว หลายคนก็ตั้งตารอว่าวิลเลียมส์ในวัย 86 ปี จะนำธีมเก่าในตำนานของเขาเหล่านี้มาสร้างสรรค์ให้เข้ากับหนังภาคใหม่ได้อย่างไร ถือเป็นเรื่องท้าทายวิลเลียมส์อย่างมาก

หลายคนมองว่าการนำของคนอื่นมาทำให้เป็นของตัวเองคือนั่นคือการลอก แต่ในบริบทตรงนี้เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วในโลกดนตรี อ้างอิงจากเคสที่เคยเกิดขึ้นในวงการดนตรีป๊อป ดนตรีที่มีเมโลดี้ทำนองหลักซ้ำกัน 4 ตัวขึ้นไปและดำเนินไปในทิศทางเดียวกันจะถือว่าเป็นการลอก แต่ในโลกของดนตรีคลาสสิกมีความซ้ำซ้อนกว่านั้นมาก นี่คือวิธีการที่ฉลาดของวิลเลียมส์ที่รู้จักหยิบฉวยสิ่งที่จำเป็นต้องใช้มาจัดวางให้เหมาะกับความเคลื่อนไหวในโลกภาพยนตร์ ซึ่งแต่ละอย่างที่เขาหยิบมาใช้นั้น มันกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ดนตรีของเขาสมบูรณ์แบบมากขึ้น 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

วิจารณ์ภาพยนตร์ Behind the Curve | รู้จักกับมนุษย์ผู้เชื่อว่าโลกใบนี้ “แบน”

ฟลี มือเบสสุดเก๋าจากวง Red Hot Chili Peppers ร็อคสตาร์ที่ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตต่อสู้กับยาเสพติด

ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ เป็นอัมพาตทั้งตัว แต่ “กะพริบตา” เขียนหนังสือ “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ”

บรัชชี วัน สตริง ชายผู้สร้างความแตกต่างด้วยกีตาร์แค่สายเดียว (มีคลิป)

พอล แม็กคาร์ตนีย์: ความฝันที่แปรเปลี่ยนเป็นบทเพลงฮิตตลอดกาล – Yesterday

ปีเตอร์ เมย์ฮิว “ชิวแบคกา” ชายร่างใหญ่กับหัวใจที่ใหญ่กว่า

“หลบหน่อยหนูป๋าจะเต้น” มิค แจ็กเกอร์ ร็อคสตาร์รุ่นเก๋าที่แดนซ์ “ไม่กลัวตาย” มาตั้งแต่ยุค 60s

คีอานู รีฟส์ ในจอฆ่าไม่เลือก นอกจอเดินตามพระพุทธเจ้า