Post on 22/03/2019

“การฟังเพลงสำคัญกับคุณอย่างไร” เก็บตกโลกดนตรีที่หมุนไปในรอบปีจากงาน JOOX Thailand Music Awards 2019

จบไปแล้วสำหรับงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ของคนดนตรีอย่าง JOOX Thailand Music Awards 2019 หรือ JTMA 2019 โดยงานนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน

       หลายคนอาจจะคิดว่า JOOX เป็นแค่แอปฯ สตรีมมิ่งในการฟังเพลง แต่เป้าหมายหลักของพวกเขาในปีนี้ คือการเป็นพื้นที่ให้กับศิลปินหน้าใหม่ ได้นำเสนอผลงานสู่คนฟังเพลงได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าในรอบปีที่ผ่านมามีศิลปินมากหน้าหลายตาต่างพาเหรดปล่อยผลงานออกมาสู่ตลาดเยอะทีเดียว และสิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยให้เกิดงานประกาศรางวัลสำหรับศิลปินและคนทำเพลง ที่มาจากการโหวตจากคนรักเพลงจริง ๆ อย่าง JTMA 2019 เกิดขึ้น

โดยในปีนี้มีความ exclusive มากกว่าปีก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของงานและโชว์ที่สร้างสรรค์มาโดยเฉพาะงานนี้เท่านั้น เรียกได้ว่าพีคตั้งแต่เริ่มจนจบ ช่วงแรกก่อนเข้าพิธีการศิลปินระดับท็อปของไทย จะรวมตัวกันเดินพรมเขียวด้านล่างก่อนที่จะย้ายขึ้นมาภายในโรงละครด้านบน

JTMA 2019 เปิดตัวด้วย Opening Show ที่เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจของเหล่าศิลปินที่ไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Music Without Boundaries หรือ ดนตรีไร้พรมแดน โชว์นี้จึงนำการผสมผสานดนตรีหลากลายแนวให้เข้ากับความเป็นไทยในแต่ละภาค โดยมีดนตรีฮิปฮอปเป็นตัวชูโรง งานนี้เรียกได้ว่าเหนือใต้ออกตกมากันครบทุกภาค

เริ่มที่ The TOYS และ DABOYWAY กับเพลงที่พูดถึงกรุงเทพเมืองหลวงของเราอย่างเพลง “มหานคร” ก่อนจะลงใต้ไปกับ นนท์ ธนนท์ และ TWOPEE กับเพลง “ปักษ์ใต้บ้านเรา” และกลับขึ้นอีสานไปกับ Tattoo Colour และ VKL กับเพลง “กลับมาทำไม” โชว์ชุดนี้ Polycat และ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ พาทุกคนไปอู้กำเมืองปิดท้ายกับเพลง “หนุ่มดอยเต่า” ผลงานเก่าจากนกแล

“ไม่ว่าคุณจะอยู่ภาคไหนก็ตาม คุณก็สามารถเชื่อมถึงกันได้ด้วยดนตรี” นี่คือหัวใจสำคัญของโชว์สุดพิเศษในครั้งนี้

ปีนี้รูปแบบงานของ JTMA 2019 มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะการดำเนินเรื่องราวของ host ประจำปีนี้อย่าง ป๋อมแป๋ม นิติ ที่มีการ monologue พูดเข้ารางวัลสาขาต่าง ๆ ที่น่าสนใจและมีการฉีกกฏเกณฑ์เดิม ๆ ทิ้งไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นการแซวคนนั้นคนนี้ เดินลงเวทีมาคุยกับผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง และโดยเฉพาะการเล่าเรื่องให้เชื่อมโยงกับสาขาต่อไป งานนี้เราจะไม่ได้เห็นภาพเดิม ๆ ที่แสนน่าเบื่ออย่างการมีพิธีกรสองคนออกมาพูดเป็น pattern หรือยืนประจำโพเดียมไม่ไปไหน ในมุมหนึ่งมันให้ความรู้สึกเหมือนออสการ์ หรือแกรมมี อวอร์ดส เลยทีเดียว

ป๋อมแป๋ม นิติ

       การตัดสินของปีนี้ใช้หลักการเดิมคือการรวมคะแนนจากสามส่วน หนึ่งผลโหวตของแฟนเพลง สองสื่อมวลชน และสามจากคนในวงการดนตรี โดยสาขาแรกของปีนี้เริ่มที่รางวัลเพลงป๊อบแห่งปี และได้ดาราสาวอย่าง แอฟ ทักษอร เป็นผู้ประกาศรางวัล สาวแอฟ เริ่มต้นด้วยการเผยยอดคนฟังในปีที่ผ่านมาของ JOOX ว่ามีสูงถึงสามพันล้านครั้งต่อปี ก่อนจะประกาศผู้ได้รางวัลนี้ก็คือเพลง “ลาลาลอย (100%)” ของ The TOYS งานนี้หนุ่มทอยส์ ก็มาพร้อมสปีชแบบงง ๆ ตามสไตล์

“ผมโตมากับ JOOX เลย ตั้งแต่…เรียกได้ว่าทุก ๆ รางวัลเหมือน… เอาเป็นว่าขอบคุณ JOOX ขอบคุณ What The Duck ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะได้รางวัลเลยไม่ได้เตรียมอะไรมานิดหนึ่ง ขอบคุณทุกคน”

คนในโรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ กรี๊ดกันสุดเสียงเมื่อหนุ่มเจ้าของฉายา “เจ้าชายแห่งวงการลูกทุ่ง” ปรากฏตัว งานนี้หนุ่ม ก๊อท จักรพันธ์ มาพร้อมกับรางวัลที่สองของงานอย่างรางวัลเพลงลูกทุ่งแห่งปี โดยสุดท้ายก็เป็น ลำเพลิน วงศกร กับเพลง “ห่อหมกฮวกไปฝากป้า ft. เต๊ะ ตระกูลตอ” คว้ารางวัลนี้ไปครอง

ก๊อท จักรพันธ์

       สาวลุลา เจ้าของรางวัลเพลงคาราโอเกะแห่งปีเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมาบทเวทีพร้อมกับการประกาศรางวัลที่สามอย่างเพลงคาราโอเกะแห่งปี ลุลา กล่าวว่านี่น่าจะเป็นรางวัลที่ฟังเสียงของประชาชนมากที่สุด เพราะว่าประชาชนมักจะใช้เสียงร้องของพวกเขาร้องสิ่งที่เขาชอบออกมา ก่อนสาวลุลา จะประกาศรายชื่อห้าศิลปินที่ได้เข้าชิง และเผยชื่อผู้ได้รางวัลนี้ไป นั่นก็คือเพลง “จริงๆมันก็ดี (Drunk)” จากสาวไทยลูกครึ่งโปรตุกีสอย่าง จีน่า เดอซูซ่า

       ป๋อมแป๋ม กลับขึ้นบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับ พูดถึงเพลงที่ตกสำรวจในปีนี้ไปอย่างเพลง “ประเทศกูมี” พร้อมกับพูดถึงความเชื่อมโยงของเพลงนี้กับวัฒนธรรมในบ้านเราที่มีอะไรที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่นเขามากมาย ไล่ตั้งแต่อิทธิพลจากชาเขียว ไข่เค็ม จนถึงชานมไข่มุกในปัจจุบัน

“รู้ปะ บ้านเรานี่ประเทศกูมีจริง ๆ ผัดซีอิ๊วไข่มุกยันเย็นตาโฟไข่มุก ยิ่งตอนนี้เราเหมือนเสียเมืองให้กับไข่เค็ม สิงคโปร์มีหนังปลาคลุกไข่เค็ม บ้านเรามีมันฝรั่งคลุกไข่เค็ม” ป๋อมแป๋ม เผยบนเวที

ป๋อมแป๋ม พูดต่อว่าการที่พูดถึงเพลง “ประเทศกูมี” ในครั้งนี้มันเปรียบเหมือนเป็นหลักฐานในข้อหนึ่งที่บ่งบอกว่าในปีที่ผ่านมาวงการเพลงฮิปฮอปเรืองอำนาจมาก ซึ่งถือเป็นการครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการเพลงไทย ที่ดนตรีฮิปฮอปก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ แน่นอนรางวัลต่อไปก็คือเพลงฮิปฮอปแห่งปี งานนี้ได้หนุ่ม YOUNGOHM ขึ้นมาประกาศรางวัล ก่อนสุดท้ายจะเป็นเพลง “เป็นไรไหม? ft. LAZYLOXY” ของ OG-ANIC คว้ารางวัลนี้กลับไปนอนกอด

       วง Klear ขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับการประกาศรางวัลที่ห้าอย่างรางวัลเพลงร็อกแห่งปี “เขาบอกกันว่ามีเป็นพันหมื่นเหตุผลที่ทำให้เพลงร็อกไม่มีวันตายและจริง ๆ แฟนเพลงทุกคน ร่วมถึง JOOX ด้วยเป็นเหตุผลหนึ่งในนั้น” สาวแพทนักร้องนำพูดเกริ่นเข้าห้ารายชื่อที่เข้าชิงรางวัลนี้ ซึ่งสาขานี้ถือว่ามีการแข็งขันที่ดุเดือดทีเดียว และมีกระดูกชิ้นโตอย่างวง Bodyslam หรือ Potato รวมอยู่ด้วย แต่เรียกได้ว่าปีที่ผ่านมากระแสของเพลงฮิปฮอปมาแรงมากจริง ๆ และมันทำให้เพลงอย่าง “รู้ดีว่าไม่ดี” ของ Getsunova คว้ารางวัลนี้ไปครอง

Getsunova

งานนี้ JOOX เล่นใหญ่จริง ! โชว์ไฮไลท์ของงานประจำปีนี้ได้วงอีเล็กทรอนิกส์โซล ระดับโลกอย่าง HONNE มาแสดงเป็นกึ่ง ๆ มินิคอนเสิร์ตของตัวเอง สองหนุ่มดูโอ้จากอังกฤษทั้ง แอนดี้ คลัตเตอร์บัค (ร้องนำ) และ เจมส์ แฮทเชอร์ (คีย์บอร์ด, กีตาร์) ขนเพลงฮิต เช่น “Day One”, “You and Me” หรือ “Location Unknown” มาทำเป็นเมดเลย์ ก่อนจะได้หนุ่มภูมิ วิภูริศ มาร่วมแจมในเพลง “Day One”

โชว์ของทั้งสองศิลปิน เป็นการส่งต่อการประกาศรางวัลต่อไปอย่าง Best Collaboration Song of The Year ซึ่งงานนี้ตกเป็นของเพลง “อยู่ดีๆก็…” ของนักร้องสาว WONDERFRAME ที่มี YOUNGOHM ร่วมแจมด้วย

โดยหนุ่ม YOUNGOHM กล่าวชื่นชมและยกเครดิตให้สาวเฟรมว่า เพลงนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเธอไม่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา “ผมเป็นส่วนเล็ก ๆ ทุกอย่างมันเป็นเพราะเฟรม ถ้าเขาไม่เริ่มก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

WONDERFRAME x YOUNGOHM

       รางวัลที่เจ็ดเป็นรางวัลเพลงอินดี้แห่งปี โดยได้หนุ่มปอย Portrait เจ้าของรางวัลเมื่อปีที่แล้วขึ้นมาประกาศผล และสุดท้ายเป็นเพลง ”อาวรณ์” ของ Polycat คว้ารางวัลนี้ไป สำหรับรางวัลที่แปดศิลปินเกาหลีแห่งปี ได้ทูตการท่องเที่ยวเกาหลีอย่างดีเจปุ๊กโกะ ขึ้นมาประกาศรางวัลและก็เป็นวง GOT7 เบียดคู่แข่งตัวเป้งอย่าง Blackpink และ BTS คว้ารางวัลนี้ไปครอง โดยหนุ่มแบมแบม หนึ่งในสมาชิกก็ยังได้ส่งคลิปวิดีโอมาขอบคุณแฟน ๆ อีกด้วย

รางวัลที่เก้าประจำปีนี้คือรางวัลศิลปินต่างประเทศแห่งปี และเป็นการขับเคี่ยวกันของศิลปินที่ได้รับความนิยมสูงในปี 2018 ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นสาว อาเรียนา แกรนเด, HONNE, ดีเจหนุ่มสุดเท่ อลัน วอร์คเกอร์ หรือสาวฮอต ดัว ลิปา รวมถึงแรปเปอร์ดังอย่าง เดรค แต่จากผลงานเพลงอัลบั้มใหม่ที่ติดหูแฟนเพลงในไทยจำนวนมากในรอบปีที่ผ่านมาทำให้สองหนุ่ม HONNE คว้ารางวัลนี้ไปครอง

“สิ่งนี้มีความหมายกับเรามาก ๆ เรารักประเทศไทย และรักที่จะกลับมาที่นี่ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารที่บางครั้งมันก็เผ็ดสำหรับเราไปหน่อย มันบ้ามาก ๆ ที่เราซึ่งมาจากอีกฟากหนึ่งของโลกได้รางวัลนี้ ขอบคุณมาก ๆ” สองหนุ่มจากลอนดอนขึ้นกล่าวขอบคุณ

HONNE

ก่อนที่จะถึงสามรางวัลท้าย สาววี วิโอเลต และหนุ่ม ๆ วง Getsunova มาพร้อมกับโชว์สุดอลังการงานสร้างในเพลง “ดวงจันทร์กลางวัน” จาก Project The NEXTPLORER งานนี้ยังได้วงเครื่องสายเข้ามาเติมเต็มให้โชว์ดูยิ่งใหญ่ขึ้นอีกด้วย โดยมี “พิซซ่า” ทฤษฎี ณ พัทลุง วาทยกรดังรับหน้าที่เรียบเรียงเสียงประสานและควบคุมวง

วง BNK48 นำโดย เฌอปราง, เจนนิส, มิวสิค, โมบายล์, เจน, อร และเนย ขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับการประกาศรางวัลที่สิบก็คือศิลปินหน้าใหม่แห่งปี และก็เป็นหนุ่ม OG-ANIC คว้ารางวัลที่สองของตัวเองได้สำเร็จ

“ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ผมมายืนตรงนี้” แรปเปอร์หนุ่มจากบุรีรัมย์สปีชอย่างสั้น ๆ

BNK48

        ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสำคัญ JOOX นำเพลงธีมจากละครเลือดข้นคนจางมาทำเป็นคลิป VTR ที่นำภาพจาก MV ต่าง ๆ ของทุกศิลปินในรอบปีมารวมกัน เพื่อต้องการจะสื่ออารมณ์และแสดงถึงความยากลำบากของคนดนตรีที่ต้องทุ่มทั้งแรงกายแรงใจในเพื่อทำเพลงที่ดีออกมาสู่คนฟัง

ในปัจจุบันแม้วิธีการฟังเพลงของคนจะเปลี่ยนแปลงไป รสนิยมของผู้ฟังจะเปลี่ยนแปลงไปหรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แต่หัวใจสำคัญของศิลปินทุกคนก็ยังคงเป็นเพลงที่ดีเสมอ รางวัลใหญ่ของงานอย่างเพลงแห่งปี ได้ศิลปินมากความสามารถอย่าง โอม ชาตรี คงสุวรรณ ขึ้นมาเป็นผู้ประกาศรางวัลนี้

และผู้ที่ได้รางวัลนี้ไปครองก็คือเพลง “ซ่อนกลิ่น” ของ ปาล์มมี แม้ปาล์มมี จะไม่ได้มาร่วมงานด้วย แต่ก็ฝากคลิปขอบคุณรวมถึงให้พี่ใหญ่ของค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส อย่าง นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ขึ้นมารับรางวัลแทน

        อีกหนึ่งพี่ใหญ่ของวงการเพลงอย่าง ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ขึ้นมาประกาศรางวัลสุดท้ายของงานอย่างศิลปินแห่งปี พี่ปุ๊ ในฐานะศิลปินรุ่นพี่กล่าวว่ารู้สึกดีใจและภูมิใจที่ศิลปินยุคนี้มีความสามารถ และยังเผยว่าทุกคนที่ทำงานเพลงสร้างเพลงทุกคนล้วนแต่หวังว่ามันจะต้องออกมาดีที่สุด และการที่มีคนเห็นผลงานและให้รางวัลเป็นเหมือนกำลังใจให้คนทำเพลงมีแรงสู้ต่อไป แต่ก็ปิดท้ายสำหรับคนที่พลาดรางวัลว่า แม้เราจะไม่ได้รางวัลแต่การได้ทำเพลงและมีความสุขคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับคนดนตรี และสุดท้ายศิลปินที่ได้รางวัลใหญ่นี้ไปครองก็คือ The TOYS

The TOYS

“จริง ๆ ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่ารางวัลนี้มันควรเป็นของผมไหม เพราะว่าเอาจริง ๆ ศิลปินทุกคนหรือคนทำงานทุกคน ผม respect ทุกคน แต่ว่าศิลปินเป็นอาชีพสุดท้ายที่ผมอยากเป็น ผมอยู่ในเบื้องหลังวงการเพลงมานานกว่าที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งไม่มีอะไรดันเราออกมาได้เลย ถ้าไม่ใช่ค่ายเพลง ถ้าไม่ใช่ JOOX ถ้าไม่ใช่แฟนคลับและหลาย ๆ ปัจจัย ทุกคนล้วนแต่เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ผมไม่ใช่คนเก่งที่จะได้รางวัลศิลปินแห่งปีแน่ ๆ” หนุ่มทอยส์พูดปิดท้าย

“เพลง” มีบทบาทสำคัญในทุกแง่มุมของชีวิต เราฟังเพลงตั้งแต่เทคโนโลยียังมีจำกัด ตั้งแต่ยุคแผ่นเสียง แผ่นครั่ง ไล่มาจน เทปคาสเซ็ท ซีดี ยันสตรีมมิ่งในปัจจุบัน ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้คนฟังเข้าถึงเพลงได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ยังกลายเป็นพื้นที่สำหรับ “คนทำเพลง” ได้สามารถเผยแพร่งานของตัวเองสู่คนฟังได้ง่ายขึ้น

       เพลงก็เหมือนกับยาวิเศษ ที่บางครั้งก็สร้างทั้งสุขหรือทุกข์ได้ในเวลาเดียวกันและเรื่องราวมันก็มักจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้เสมอเช่นกัน ไปชมกันว่าในมุมมองของ “คนดนตรี” ที่ทุ่มชีวิตให้กับมัน พวกเขามองดนตรีสำคัญกับชีวิตของผู้คนอย่างไร ?

“ผมว่ามันเปลี่ยนชีวิตคนในทุก ๆ ด้านเลย สำหรับผมแต่ก่อนเป็นแค่งานอดิเรก และตอนนี้ได้ใช้มาเป็นอาชีพ แล้วเป็นอะไรที่ผมได้ทำทุกวันและรักมันมาก ๆ มันเป็น source ของ happiness เลยก็ได้” ภูมิ วิภูริศ

“หนูฟังดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ และก็เล่นดนตรีมาโดยตลอด ดนตรีเป็นสิ่งที่เยียวยาหัวใจเวลาเครียด เพราะหนูเป็นคนหนึ่งที่ฟังดนตรีแล้วได้กำลังใจจากเพลงค่อนข้างเยอะ” เฌอปราง BNK48

“ดนตรีก็เป็นอาชีพของพวกเรา เราก็รู้สึกโชคดีมากที่ได้มาทำอาชีพนี้ เพราะมีหลายคนที่อยากทำอาชีพนักดนตรีนักร้องแต่ไม่ได้มีโอกาสเหมือนเรา” Getsunova

“มันคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณผมครับ จิตวิญญาณคือสิ่งทำให้เรามีความสุข ผมก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งมันจะกลายมาเป็นอาชีพอะไร ผมแค่ทำแล้วผมสนุกมีความสุข เงินหรือทุกอย่างมันเป็นแค่กำไร ดนตรีมันคือสิ่งที่ขับเคลื่อนผมได้ทุกวัน” YOUNGOHM

“ดนตรีมันคือทุกอย่างในชีวิต เพราะว่าตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นอย่างเดียวที่ช่วยทำให้เรามีวันพรุ่งนี้ มันช่วยทั้งเรื่องความรู้สึกส่วนตัวและอาชีพที่เราอยากทำฝันของเราด้วย เหมือนทุกอย่างมันมาอยู่รวมกันด้วยคำว่า ดนตรี ตั้งนานแล้ว” จีน่า เดอซูซ่า

“การฟังเพลง” สำคัญกับทุกคนอย่างไร ?

“มันเป็น enjoyment เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ตัวเราเองเวลาเครียดก็ฟัง เวลาอยู่ที่ไหนเราก็ฟังเรียกได้ว่าทุกเวลาเลย เสียงดนตรีทำให้เรา happy ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันทำได้อย่างไร เพราะทุกครั้งที่ฟังมันจะทำให้เราอารมณ์ดีได้อัตโนมัติเลย” เฌอปราง BNK48

“สำคัญมากครับ ถ้าเราไม่ฟังเพลงเราก็เหมือนกับเป็นแก้วที่น้ำเต็ม ถ้าเราลดลงมาตลอดแล้วฟังอะไรใหม่ ๆ หาอะไรใหม่ ๆ ฟังเรื่อย ๆ จะทำให้เราเจอสิ่งใหม่และตื่นเต้นกับดนตรีตลอดเวลา” ภูมิ วิภูริศ

“เวลาที่ผมใส่หูฟังออกไป มันทำให้ผมรู้สึกว่าวันนี้ ‘กูสู้วะ’ วันนี้ผมฟังเพลงแล้วผมสู้” YOUNGOHM

“แต่ละคนก็มีการฟังเพลงที่ต่างกัน บางคนก็ชอบฟังเพลงที่ให้กำลังใจ ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ได้อยู่คนเดียวหรือสู้ต่อไป หนูเชื่อว่าทุกคนมีความต้องการที่จะอยากได้ยินกำลังใจจากคนอื่นหรือโดยเฉพาะจากเพลง ที่ทุกครั้งเราได้ฟังก็จะรู้สึกดีขึ้นเลย ดนตรีไม่เคยทำร้ายใครและมันก็คือสิ่งดีที่สุด” จีน่า เดอซูซ่า

“ผมว่าจริง ๆ เพลงมันก็เหมือนต้นไม้ ถ้าคุณโอเคกับต้นไม้ต้นไหนคุณก็แค่ไปนั่งอยู่แถว ๆ นั้น ถ้ามันเย็นสบายเราก็อยากอยู่นาน ๆ” The TOYS

       คนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกยังต้องมีเพลงโปรดหรือเพลย์ลิสต์ส่วนตัว ขนาดอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างนายบารัค โอบามา หรือ ดาราดังอย่างแอชตัน คุชเชอร์ ก็ยังให้ความสำคัญกับการฟังเพลงและสร้างเพลย์ลิสต์ในสตรีมมิ่ง เพลงเหล่านั้นล้วนแต่เป็นการสร้างตัวตนให้กับเขาเหล่านั้นเช่นกัน มองกลับมาแล้วสำหรับคุณล่ะ การฟังเพลงสำคัญกับคุณอย่างไร ?

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

ไรอัน เรย์โนลด์ส จอมไวรัล ผู้ขยันสร้างสตอรีนอกจอ

มาร์วิน เกย์ นักร้อง Sexual Healing ผู้ตายด้วยน้ำมือพ่อแท้ ๆ

เจ Penguin Villa หนุ่มเพนกวินที่ไม่กลัวความสูงอีกต่อไป กับอีกบทบาทในฐานะ “เจ้าพ่อเพลงโฆษณา”

สัมภาษณ์ เจสัน มราซ อัพเดทชีวิต 5 ปี จากการทำสวนอะโวคาโด ถึงตัวตนในปัจจุบัน

เจนนิเฟอร์ โลเปซ ซูเปอร์สตาร์ลาติน ขวัญใจฮอลลีวูด

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

รวมสถานที่ผีสิงวงการเพลง เรื่องจากบ้านสุดหลอนของ ริก รูบิน ที่ทำเอา ทอม ยอร์ก, แอนโทนี คีดิส และคอรีย์ เทย์เลอร์ หัวฟูมาแล้ว

พาทัวร์ teamLab Borderless พิพิธภัณฑ์ที่รวมงานศิลปะกับดิจิทัลเข้าด้วยกัน ที่ไปกี่ครั้งก็ใหม่เสมอ