Post on 16/01/2021

โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต: โกลจอมบุกยุค 90s สู่ผู้ท้าชิงประธานาธิบดีขวัญใจคนยาก

ฟุตบอลอาจเป็นมากกว่าแค่กีฬายอดนิยมทั่วไป เพราะมันคือชีวิต ความหวัง และลมหายใจของใครหลายคน โดยเฉพาะในละตินอเมริกา ดินแดนที่คลั่งไคล้ฟุตบอลไม่ต่างจากศาสนา และนักเตะชื่อดังก็ถูกยกย่องดั่งวีรบุรุษ หรืออาจเป็นพระเจ้าสำหรับบางคน

โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต อดีตผู้รักษาประตูและกัปตันทีมชาติปารากวัยคือหนึ่งในนั้น เขาคือตำนานแห่งวงการลูกหนังอเมริกาใต้ เป็นฮีโร่ผู้พาประเทศเล็ก ๆ อย่างปารากวัย ผงาดเทียบชั้นมหาอำนาจลูกหนังของภูมิภาคอย่างบราซิล อาร์เจนตินา และอุรุกวัย

ฟุตบอลโลก ฟรองซ์ ’98 ที่ฝรั่งเศส คือเวทีแจ้งเกิดของชิลาเวิร์ต

ปารากวัยภายใต้การนำทัพของชิลาเวิร์ต ออกสตาร์ททัวร์นาเมนต์ได้น่าประทับใจ เขาพาทีมทะลุเข้ารอบ 2 ด้วยการลงเล่นรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด เก็บคลีนชีตได้ 2 นัด และเสียไปประตูเดียว กอดคอไนจีเรียเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เขี่ยทั้งบัลแกเรียและสเปน ทีมตัวเต็งตกรอบแรกไปแบบเหนือความคาดหมาย

ฟอร์มอันยอดเยี่ยมและปฏิกิริยาอันว่องไวของชิลาเวิร์ต ยังสร้างความลำบากใจให้ชาติเจ้าภาพในการโคจรมาเจอกันรอบต่อมา เพราะไม่ว่าแฟน ‘ตราไก่’ จะส่งเสียงเชียร์ดังลั่นเพียงใด ผู้รักษาประตูทีมรองบ่อนจากอเมริกาใต้ก็ไม่หวั่นไหว และไม่ยอมให้ลูกผ่านมือไปตุงตาข่ายได้ง่าย ๆ

ยูริ จอร์เกฟฟ์, เธียร์รี อองรี, ดาวิด เทรเซเกต์ และเหล่านักเตะซูเปอร์สตาร์ของฝรั่งเศส ดาหน้าบุกเข้าใส่ แต่ผู้รักษาประตูปารากวัยก็โชว์ฟอร์มปัดป้องได้หมดจนเกมต้องยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษแบบโกลเดนโกล 

ขณะเหลือเวลาไม่ถึง 6 นาที โลรองต์ บลองก์ กองหลังจอมเก๋าชาติเจ้าภาพเติมขึ้นมายิงประตูชัยเป็นโกลเดนโกลแรกในประวัติศาสตร์เวิลด์คัพ ทำให้ทีมแดนน้ำหอมรอดตัว ไม่ต้องไปวัดดวงดวลจุดโทษกับชิลาเวิร์ต และฝรั่งเศสเฉือนชนะไปหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้ารอบ ก่อนก้าวไปคว้าแชมป์โลกได้ในที่สุด

แม้ปารากวัยจะทำได้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟรองซ์ ’98 แต่ลีลาการเซฟของโฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมคนหนึ่งของโลก และกลายเป็นวีรบุรุษของชาวปารากวัยในทันที

ยิงประตูสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2

จุดเด่นของผู้รักษาประตูผู้นี้ นอกจากจะใช้มือป้องกันประตูได้ยอดเยี่ยม เขายังมีทักษะการใช้เท้ายิงประตูที่เป็นเลิศ

ชิลาเวิร์ตเป็นผู้รักษาประตูที่พังประตูฝ่ายตรงข้ามได้มากที่สุดตลอดกาลอันดับ 2 รองจากโรเจริโอ เซนี จากบราซิล (131 ประตู) โดยตลอดอาชีพมือกาว 22 ปี ชิลาเวิร์ตยิงไปทั้งหมด 67 ประตู ส่วนใหญ่มาจากฟรีคิกและจุดโทษ ในจำนวนนี้ 8 ประตูทำได้ในนามทีมชาติ โดยเฉพาะฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก เขาทำได้ถึง 4 ประตู

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้รักษาประตูคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่เคยทำแฮตทริกยิงไป 3 ประตูจากลูกตั้งเตะให้เบเลซ ซาร์สฟิลด์ สโมสรต้นสังกัดในอาร์เจนตินา เอาชนะทีมเฟอร์โร เมื่อปี ค.ศ. 1999

ชิลาเวิร์ตเล่าถึงที่มาของการเล่นด้วยเท้าได้ดีว่า เป็นเพราะสมัยเด็กเขาเคยเล่นเป็นกองหน้า แต่ต่อมาพี่ชายจับมาเป็นโกล เพราะกลัวน้องเจ็บตัวตอนลงแข่งกับทีมเด็กโตกว่า ทำให้ตั้งแต่นั้นมาจึงยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูมาตลอด

Paraguay goalkeeper Jose Luis Chilavert celebrates their qualification for the second round, at the end of the match (Photo by Tony Marshall/EMPICS via Getty Images)

ใจร้อนจนเกือบโดนฆ่าที่โคลอมเบีย

นอกจากความสามารถเชิงลูกหนังแล้ว ชิลาเวิร์ตยังมีความเป็นผู้นำสูง เขาได้รับเลือกเป็นกัปตันทีมชาติในฟุตบอลโลกถึง 2 สมัยในปี 1998 และ 2002 ซึ่งถือเป็นยุคทองของวงการลูกหนังปารากวัย

อย่างไรก็ตาม ความทุ่มเทเกินร้อย บวกนิสัยใจร้อน พร้อมปะทะทั้งร่างกายและคารมกับคู่แข่ง ทำให้เขาได้ฉายา ‘สุนัขบูลด็อก’ และมักโดนใบแดง ถูกแบนห้ามลงสนามเพราะความเจ้าอารมณ์บ่อยครั้ง

ความหัวร้อนพร้อมชนดะทำให้ชิลาเวิร์ตเคยเกือบโดนลอบสังหาร หลังไปมีเรื่องกับ ฟาอุสติโน อัสปริยา ดาวเตะทีมชาติโคลอมเบีย และสโมสรนิวคาสเซิล ในอังกฤษ ระหว่างทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อปี 1997 

อัสปริยาเล่าว่า หลังจากเขาและชิลาเวิร์ตมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันจนโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทั้งคู่ มือปืนชาวโคลอมเบียได้โทรศัพท์มาหาเขาที่โรงแรม และเสนอตัวช่วยล้างแค้นด้วยการดักฆ่าชิลาเวิร์ต แต่อัสปริยาห้ามไว้ทัน เพราะไม่อยากทำให้ชื่อเสียงประเทศเสื่อมเสีย

สำหรับโคลอมเบีย เคยมีฉายา ‘แดนโคเคน’ เพราะมี ‘ชื่อเสีย’ จากความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งค้ายาเสพติดกับวงการฟุตบอล โดยพ่อค้ายารายใหญ่ในยุค 90s อย่างปาโบล เอสโกบาร์ เป็นแฟนบอลตัวยง และมักนำเงินผิดกฎหมายที่ได้ไปลงทุนกับการแข่งขัน

หนึ่งในเหตุการณ์ช็อกโลกของวงการฟุตบอลอย่างการดักสังหารอันเดรส เอสโกบาร์ กองหลังทีมชาติโคลอมเบีย ผู้ยิงประตูตัวเองจนโคลอมเบียตกรอบฟุตบอลโลกปี 1994 เชื่อว่าเกี่ยวพันกับการระบายความแค้นของแก๊งยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะติดยาแล้วยังติดฟุตบอลจนงอมแงม

วีรกรรมหัวร้อนของโฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ยังทำให้เขาเคยมีปัญหากับนักฟุตบอลระดับตำนานหลายคน รวมถึงดิเอโก มาราโดนา ของอาร์เจนตินา และโรแบร์โต คาร์ลอส กองหลังจอมฟรีคิกทีมชาติบราซิล

ค้านทุ่มงบจัดกีฬา_หนุนใช้เงินแก้ยากจน

อย่างไรก็ตาม แม้ฟุตบอลจะทำให้เขามีชื่อเสียง และถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษของชาติ แต่ชิลาเวิร์ตมีจุดยืนชัดเจน เขาคัดค้านการนำเงินสาธารณะมาลงทุนจัดการแข่งขันกีฬา เพราะต้องการให้นำไปใช้แก้ไขปัญหาการศึกษาและความยากจนของคนในประเทศมากกว่า

ชิลาเวิร์ตไม่เคยปิดบังความคิดทางการเมืองของตนเอง เขามักให้สัมภาษณ์โจมตีรัฐบาล และออกมาต่อต้านการคอร์รัปชัน จนบางคนมักนำไปเปรียบเทียบกับนักปฏิวัติชื่อดังอย่าง เช เกบารา

ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียก ส.ส. ในสภาว่า ‘ปลิงและปรสิต’ และเคยบอยคอตไม่ลงเล่นศึกฟุตบอลโคปาอเมริกาปี 1999 ที่ปารากวัยเป็นเจ้าภาพ เพื่อต่อต้านการแต่งตั้งนายพลเกษียณราชการเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของทัวร์นาเมนต์ เนื่องจากนายทหารคนดังกล่าวเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันการลอบสังหารรองประธานาธิบดี และเคยสั่งฆ่าหมู่ผู้ประท้วงทางการเมืองในอดีต

ปี 2017 ชิลาเวิร์ตเคยให้สัมภาษณ์ต่อต้านความคิดของ อเลฮานโดร โดมิงเกซ ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ ที่เสนอให้อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย จับมือกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมจัดฟุตบอลโลกปี 2030

“โดมิงเกซ! ปารากวัยไม่ต้องการฟุตบอลโลก เราต้องการโรงพยาบาล, โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐาน” อดีตผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติปารากวัยกล่าว

“เราต้องมองโลกความเป็นจริง เราเป็นแค่ประเทศเล็ก ๆ ยังมีอีกหลายพื้นที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ ไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งเหล่านี้คือความจำเป็นเร่งด่วนของประชาชนในบ้านเรา”

วัยเด็กยากจนไม่มีรองเท้าใส่

โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม 1965 ในเมืองลูเก ประเทศปารากวัย มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน บิดาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยฐานะยากจน โดยชิลาเวิร์ตในวัยเด็กไม่มีรองเท้าใส่ ต้องเดินเท้าเปล่าจนถึงอายุ 7 ขวบ และมีหน้าที่รีดนมวัวไปขายเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว

เขาลงสนามนัดแรกในลีกสูงสุดของปารากวัย ขณะมีอายุเพียง 15 ปี โดยชิลาเวิร์ตเล่าว่า ก่อนได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทีมสปอร์ติโว ลูเกโน ในลีกท้องถิ่น เขาต้องเดินเท้าระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรไปทดสอบฝีเท้า เพราะไม่มีเงินค่ารถเมล์ และพ่อก็ไม่สนับสนุน เพราะอยากให้มุ่งมั่นกับการเรียนหนังสือมากกว่า

เส้นทางค้าแข้งของชิลาเวิร์ต เขาเคยย้ายไปเล่นในยุโรปกับรีล ซาราโกซา ของสเปน และสตราส์บูร์ก ในฝรั่งเศส แต่ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับเบเลซ ซาร์สฟิลด์ ในอาร์เจนตินา ลงเล่นที่นั่นไปกว่า 200 นัด พาทีมคว้าแชมป์ลีก 4 สมัย และยิงประตูได้ 36 ลูก สูงพอ ๆ กับสถิติของกองหน้าบางคน

ปี 2004 ชิลาเวิร์ตแขวนถุงมือเลิกอาชีพผู้รักษาประตูแบบถาวรในวัย 39 ปี และหันไปรับงานนักพากย์ – นักวิจารณ์ทางทีวี แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้ความสนใจต่อสู้แก้ไขปัญหาบ้านเมืองของเขาเลือนหายไป

ประกาศชิงตำแหน่งผู้นำปารากวัย

24 ธันวาคม 2020 ขณะที่ทั่วโลกฉลองคริสต์มาสอีฟกันอย่างมีความสุข โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ในวัย 55 ปี ประกาศผ่าน Twitter ว่า เขาพร้อมแล้วในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปารากวัย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะมาถึงในปี 2023

การตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากคนกีฬามาเป็นนักการเมืองครั้งนี้ เขาต้องต่อสู้แย่งชิงเก้าอี้กับมาริโอ อับโด เบนิเตซ ประธานาธิบดีหัวอนุรักษนิยมคนปัจจุบันของปารากวัย จากพรรคโคโลราโด

แม้ชิลาเวิร์ตจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคโคโลราโดที่เป็นรัฐบาล แต่การลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยหน้า เขาบอกว่าจะลงในนามผู้สมัครอิสระ และเชื่อมั่นว่าตนเองได้เปรียบ เพราะชาวปารากวัยส่วนใหญ่เบื่อหน่ายนักการเมืองอาชีพในแบบเก่า

เขาระบุคำขวัญในการหาเสียงครั้งนี้ว่า “Proud to be Paraguayan! (ภูมิใจในความเป็นปารากวัย)” โดยนโยบายหาเสียงคาดว่าจะมุ่งแก้ปัญหาคอร์รัปชัน, ความยากจน และการศึกษาตามที่เคยให้สัมภาษณ์ เนื่องจากปารากวัยที่ไม่มีพรมแดนติดทะเล มีปัญหาชนพื้นเมืองไม่รู้หนังสือ และความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง

หากการเลือกตั้งครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ชิลาเวิร์ตจะเดินตามรอย จอร์จ เวอาห์ อดีตศูนย์หน้าทีมเอซี มิลาน ของอิตาลี ที่หันมาเอาดีการเมือง และชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีประเทศไลบีเรีย ในปี 2017

นอกจากนี้ยังจะเป็นการตอกย้ำพลังอำนาจของเกมกีฬา ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กยากจนคนหนึ่งให้มีชื่อเสียงเงินทอง กลายเป็นวีรบุรุษของชาติ และมีโอกาสก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.90min.com/posts/paraguay-legend-jose-luis-chilavert-announces-run-for-president

https://www.eurosport.com/football/the-debate-why-jose-luis-chilavert-is-the-greatest-goalkeeper-ever_sto7753607/story.shtml

https://www.skysports.com/football/news/29909/11860342/faustino-asprilla-told-hitman-not-to-kill-paraguay-goalkeeper-jose-luis-chilavert

https://www.fifa.com/worldcup/news/chilavert-benaglio-the-best-far-1257581

https://www.washingtonpost.com/archive/sports/2002/05/08/the-trouble-with-chilavert/27a6fb7a-3a7f-4d8b-bee6-9619bdc179e2/

https://www.reuters.com/article/csports-us-soccer-worldcup-paraguay-idCAKCN1BB1Y3-OCASP


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

ซิมง เคียร์: กัปตันเดนมาร์ก ผู้พิสูจน์ความเป็นผู้นำที่วัดด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด

สัมภาษณ์ แอมแปร์-ณัฐวดี อดีตเด็กเนิร์ด สู่จอมทัพดาวรุ่งว่าที่อนาคตทีม “ชบาแก้ว” กับชีวิตที่เรียนรู้จากฟุตบอล

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือศูนย์บาท เด็กช่างฝันจากฟาร์มโคนม ที่เนรมิตความสำเร็จจากการ “สร้างคน”

เฉลิมพงษ์ พันธุ์ภู่ – “เนะ ปิงปองโนแฮนด์” นักตบลูกเด้งผู้ไม่เคยยอมแพ้

นิโคลา เนเลอร์ นักกีฬาศิลปะการบังคับม้ากับความพิการทางสายตาที่ไม่อาจมาขวางกั้นความฝัน

เชราร์ อุลลิเยร์: จากคุณครูสู่สุภาพบุรุษกุนซือผู้วางรากฐานฟุตบอลยุคใหม่ให้ลิเวอร์พูล

แกเร็ธ เบล โปรกอล์ฟในคราบนักฟุตบอลพันล้าน ชายผู้โดนแฟนบอลด่าเพราะไปออกรอบ

โทมัส โบรลิน จากลุ้นบัลลงดอร์ สู่หายนะเพราะการกลั่นแกล้ง