Post on 17/08/2020

โฮเซ มูฮิกา : อดีตประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก

ด้วยภาพลักษณ์ของคุณปู่ร่างท้วม แสนใจดี มีบ้านเป็นกระท่อมเก่า ๆ อยู่ปลายนา แถมยังขับรถเต่าสีฟ้าไปทำงานตลอด 5 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ คงไม่น่าแปลกใจที่ โฮเซ มูฮิกา (Jose Mujica) ประธานาธิบดีคนที่ 40 ของอุรุกวัย จะได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก”

โฮเซ มูฮิกา อดีตผู้นำวัย 85 ปี เริ่มมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะวิถีชีวิตส่วนตัวที่ค่อนข้างจะแตกต่าง แตกต่างที่ว่าไม่ได้หมายถึงต่างจากคนทั่วไป แต่หมายถึงต่างจากภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศอื่น ๆ ในปี 2010 ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง เขาก็ปฏิเสธที่จะเข้าอยู่ในบ้านพักหรูประจำตำแหน่งใจกลางเมือง และเลือกที่จะอาศัยอยู่กับภรรยาและหมาพิการ 1 ตัว ในกระท่อมเก่า ๆ ปลายนาสุดทางถนนของลูกรังในแถบชานเมืองมอนเตวิเดโอ

มูฮิกาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาใช้ชีวิตแบบนี้มานานแล้ว และมันก็จะเป็นแบบนี้ต่อเพราะมันคือสิ่งที่เขาเลือก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี มูฮิกาจะเก็บเงินเดือนไว้ 10% ส่วนอีก 90% บริจาคให้องค์กรการกุศลต่าง ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า “ผมไม่จำเป็นต้องใช้” เขาบอกว่าตัวเองค่อนก็ข้างแปลกใจที่ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นกับไลฟ์สไตล์ของเขา

“ที่ผมทำก็แค่ใช้ชีวิตเหมือนผู้คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ส่วนน้อยด้วยนะ คนส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตธรรมดาแบบนี้ ผมว่าผู้นำจากอิตาลี หรือสเปน ก็ควรจะลองใช้ชีวิตแบบเดียวกับประชาชนของพวกเขาดู ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามคนรวย ๆ ที่เป็นส่วนน้อยของประเทศ”

เมื่อปี 2010 จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เขามีทรัพย์สินทั้งหมด 215,000 ดอลลาร์ (ราว 6.6 ล้านบาท) ซึ่งประเมินจากบ้าน ที่ดินของภรรยา รถแทร็กเตอร์ และรถเต่า Volkswagen Beetle รุ่นปี 1987 รายการทั้งหมดคือทรัพย์สินที่มูฮิกามี และถือครองมาตลอดชีวิตของเขา

ในปี 2014 รถเต่าของมูฮิกากลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก เพราะมีชีคจากซาอุดีอาระเบียเสนอขอซื้อต่อในราคา 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 33.2 ล้านบาท) แต่มูฮิกากลับปฏิเสธ เพราะเขาไม่ได้ต้องการเงิน และกลัวจะไม่มีรถพา ‘มานูเอลลา’ หมาพิการ 3 ขาออกไปเที่ยว

ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศอุรุกวัย ช่วงปี 1970s มูฮิกาเคยเป็นอดีตหัวหน้านักรบกองโจรทูปามารอส (Tupamaros) กองกำลังติดอาวุธฝ่ายซ้าย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการปฏิวัติในคิวบา เขาเล่าว่า ช่วงที่ประเทศตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบเผด็จการ คุณภาพชีวิตของประชาชนมันย่ำแย่จนเขาทนไม่ไหว หลังจากถูกยิงมาถึง 6 ครั้งและถูกจับได้ มูฮิกาก็ต้องโทษจำคุกเป็นเวลาถึง 14 ปี ตัวตนของชายที่เคยถูกคุมขังอย่างยาวนานในวันนี้ ล้วนหล่อหลอมมาจากประสบการณ์ที่เขาข้ามผ่านมาได้

มูฮิกาได้รับการปล่อยตัวในปี 1985 เมื่อระบอบการปกครองอุรุกวัยกลับสู่การเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง เขากล่าวอย่างขำ ๆ ว่า ตอนได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ พอได้มานั่งบนโซฟา เขาก็รู้สึกได้เลยว่าในชีวิตคนเราได้รับความสบายแค่นี้ก็พอแล้ว และจากอดีตนักรบกองโจรในวันนั้น ก็ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้โดยไม่มีใครคาดคิด

หนึ่งในผลงานเด่น ๆ ช่วงที่เขานั่งตำแหน่งประธานาธิบดี คงหนีไม่พ้นการสนับสนุนให้มีการบริโภคและซื้อขายกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศ “กัญชาคือยาเสพติดที่เป็นปัญหามาตลอด บางคนบอกว่ามันดี แต่ไม่จริงหรอกมันเป็นของแย่ ไม่ว่าจะเป็นกัญชา ยาสูบ หรือแอลกอฮอล์ก็ไม่ดีทั้งนั้น การเสพติดที่ดีมีเพียงอย่างเดียว คือการเสพติดความรัก!” ชายผู้หลงรักและแต่งงานกับภรรยามาตั้งแต่ปี 2005 กล่าว

“ผมไม่สนับสนุนกัญชา แต่มีประชาชนในอุรุกวัยกว่า 150,000 คนเสพติดมันอยู่ ผมคงไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาตกอยู่ใต้อำนาจของพวกพ่อค้ายาได้ และมันคงเป็นอะไรที่ง่ายกว่า ถ้าเราทำให้มันถูกกฎหมายและควบคุมไว้ได้เอง”

นอกจากกฎหมายกัญชาที่ยังคงมีการเถียงกันไปเถียงกันมาในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง (กฎหมายดังกล่าวผ่านการอนุมัติในปี 2017 หลังมูฮิกาลงจากตำแหน่งไปแล้ว อุรุกวัยจึงกลายเป็นประเทศแรกในอเมริกาใต้ ที่การซื้อขายกัญชากลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย) ผลงานอื่น ๆ อย่างการสนับสนุนนโยบายทำแท้งถูกกฎหมาย และการสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อม ก็ทำให้เขาได้รับคำชมจากทั่วโลก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อหรือบุคคลทั่วไปเลย

ประชาชนบางส่วนไม่ชอบใจลักษณะการวางตัวของมูฮิกา เพราะรู้สึกว่าเขาดูไม่เป็นมืออาชีพ มูฮิกาแทบจะไม่ผูกเนคไทเลยด้วยซ้ำ เพราะบอกว่าตนชอบแต่งตัวสบาย ๆ มากกว่า แถมการพัฒนาประเทศในบางแง่มุม เช่น เศรษฐกิจ สาธารณสุข และการศึกษา ก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหนในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง

หลังหมดวาระการเป็นประธานาธิบดีในปี 2015 มูฮิกาก็ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาต่อจนถึงปี 2018 เขายังคงใช้ชีวิตสมถะแบบเดิม และให้ความเห็นต่อประเด็นที่ผู้คนต่างก็ชื่นชมวิถีชีวิตของเขาว่า โลกนี้มันเพี้ยนขึ้นทุกวัน ทำไมคนต้องมาประหลาดใจกับอะไรที่มันเป็นเรื่องปกติด้วย ความหลงใหลพวกนี้มันทำให้ผมกังวลนะ”

“ถึงหลายคนจะบอกว่าผมจน แต่ผมไม่เคยรู้สึกจนเลย สำหรับผม คนจนคือคนที่ต้องดิ้นรนและไขว่คว้าหาสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่มีทางเลือก แต่ผมไม่ใช่ ผมใช้ชีวิตแบบนี้เพราะผมเลือกเอง ถึงใครจะมองผมว่าเป็นคนแก่พิสดาร แต่นี่เป็นวิถีแห่งอิสระของผม”

วันที่ 18 สิงหาคม ปี 2018 มูฮิกาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา โดยให้เหตุผลว่าเขาเหนื่อยและอยากจะพัก เขาปฏิเสธไม่ขอรับเงินบำนาญใด ๆ และหลบไปใช้ชีวิตอย่างสงบ แม้พฤติกรรมดังกล่าวจะสื่อความหมายไปในทางที่ว่าเขาจะเลิกเล่นการเมืองแล้ว แต่หลายฝ่ายก็แสดงความแคลงใจเพราะมีข่าวลือว่า เขาอาจจะลาออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเตรียมลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีในสมัยที่ 2

 

ที่มา
https://www.bbc.com/news/world-latin-america-45195188
https://www.bbc.com/news/world-latin-america-31679475
https://www.theguardian.com/…/-sp-is-this-worlds-most-radic…
https://www.telegraph.co.uk/…/former-uruguay-president-shu…/


Related

ครูปู่-ธีระรัตน์ ชูอำนาจ ไม่มีเสียงกระดิ่งเลิกสอนสำหรับครูอาชีพ

“ถ้าการเมืองดี ผมก็คงไม่ต้องบวชเรียนตั้งแต่แรก” สามเณรผู้เข้าร่วมการชุมนุม 14 ตุลา 63

“บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สายบู๊ ลุยทุกวิกฤต

สตีฟ เออร์วิน : นักอนุรักษ์ผู้มีฉายาเป็น ‘นักล่า’ ชายที่อยากให้โลกเห็นคุณค่าของชีวิตสัตว์

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุโมงค์คนแรกของไทย ที่ตั้งใจคืนรอยยิ้มให้กับคนกรุงเทพด้วยการขุดใต้ดิน

ก็อตฟรีย์ “เซบาบิ” บากูมา ชายขี้เหร่ที่สุดในยูกันดา

วัลยา แห่ง “ความรักของวัลยา” สาวมั่นยุค 2490 ผู้แหวกม่านประเพณีสู่สังคมก้าวหน้า

Fearless Girl : รูปปั้นเด็กสาวกล้าหาญผู้เผชิญหน้ากับกระทิงวอลล์สตรีทที่ส่งพลังความเป็น ‘ผู้นำ’ ให้กับ ‘ผู้หญิง’