Post on 12/11/2019

ยุสตุส ฟอน ลีบิจ นักเคมีผู้ให้กำเนิดนมผงเลี้ยงเด็กทารก

สมัยนี้ความรับรู้ของสังคมโดยทั่วไปเชื่อกันว่า อาหารที่ดีที่สุดสำหรับการเลี้ยงดูทารกคงไม่พ้น “นมแม่” อาหารที่ธรรมชาติออกแบบมาให้ตรงต่อความต้องการของทารกมากที่สุดอยู่แล้ว 

แต่การให้นมแม่กับทารกก็อาจไม่ใช่ทางเลือกสำหรับแม่ทุกคน เพราะแม่บางคนก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถให้นมของตัวเองกับลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องทำงานหาเลี้ยงปากท้อง โรคประจำตัว หรือโรคติดต่อ ทางออกสำหรับแม่ ๆ กลุ่มนี้ย่อมหนีไม่พ้น “นมผง” สำหรับทารก ซึ่งมีขายมานานนับร้อยปีแล้ว

จากข้อมูลของ ฮาร์วีย์ เลเวนส์ไตน์ (Harvey Levenstien) นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ในหนังสือเรื่อง Revolution at the Table: The Transformation of the American Diet ชี้ว่า การใช้อาหารทดแทนนมแม่น่าจะมีมานานนับพันปีแล้ว มีการพบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นขวดให้อาหารเด็กที่ทำจากไม้ (อารมณ์ขวดนมเด็ก) ในลุ่มน้ำไนล์ และยังมีการอ้างถึงอาหารดัดแปลงสำหรับทารกปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเก่า (ก็ต้องเก่าแก่เกินกว่า 2 พันปี)

วิธีการที่เป็นที่นิยมสำหรับชนชั้นสูงแต่เดิมที่ต้องการเลี่ยงการให้นมลูกด้วยตนเองก็คือ การหาหญิงมีลูกอ่อนมาให้นมแทนตัวเอง (แม่นม) แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ร่ำรวยพอก็ต้องอาศัยน้ำนมสัตว์ น้ำผึ้ง เนย ขนมปังบด เนื้อสัตว์สับละเอียด หรืออาหารทดแทนชนิดอื่น ๆ มาให้ทารก 

นมวัวเป็นหนึ่งในอาหารทดแทนนมแม่ที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 19 ที่มีความคิดที่ว่า อาหารที่เหมาะสำหรับเด็กทารกในวัยที่ฟันยังไม่ขึ้นควรจะเป็นน้ำนมเท่านั้น

แต่ในยุคก่อนการมาถึงของกระบวนการฆ่าเชื้อแบบหลุยส์ ปาสเตอร์ (พาสเจอร์ไรซ์) นมวัวย่อมมีความเสี่ยงสูงสำหรับทารกที่ยังมีภูมิต้านทานต่ำ และเมื่อกระบวนการทางเคมีมีความก้าวหน้ามากขึ้น นักเคมีก็พิสูจน์ให้เห็นว่า นมวัวต่างจากนมมนุษย์ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบขับถ่ายของเด็กมีปัญหา จึงมีความพยายามที่จะดัดแปลงนมวัวให้เหมือนนมคนมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนานมผงดัดแปลงสำหรับทารก

นักเคมีเจ้าแรกที่พัฒนานมผงดัดแปลงเพื่อการค้าก็คือ บารอน ยุสตุส ฟอน ลีบิจ (Baron Justus von Liebig) นักเคมีชาวเยอรมันซึ่งออกผลิตภัณฑ์ในชื่อ “อาหารละลายน้ำสำหรับทารกโดยลีบิจ” (Liebig’s Soluble Food for Babies) วางขายในตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก เมื่อปี 1867 โดยอ้างว่ามันคือ ผงที่มีองค์ประกอบทางเคมีเหมือนนมแม่เป๊ะ ๆ ราวกับเป็นฝาแฝด ก่อนที่ผู้ผลิตเจ้าอื่น ๆ จะส่งผลงานของตัวเองเข้าประกวดตามมา ซึ่งบางเจ้าก็เป็นนมผงล้วน ๆ แค่ใส่น้ำก็ใช้ได้เลย ส่วนบางเจ้าต้องผสมกับน้ำนมเจือจางเหมือนผลิตภัณฑ์ต้นแบบของลีบิจ ไม่นานจากนั้น หมอบางรายก็ออกมาอ้างว่า การใช้นมผงสำเร็จรูปเลี้ยงเด็กนั้นดีเสียยิ่งกว่าใช้นมจากแม่นม

ลีบิจ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 1803 ที่เมือง ดาร์มส์ตัดต์ (Darmstadt) เป็นลูกเจ้าของโรงงานผลิตสีและสารเคมี ตอนเด็ก ๆ เขาชอบยืมหนังสือเคมีจากห้องสมุดใกล้บ้านมาอ่านแล้วทำการทดลองตามในห้องทดลองของโรงงานที่บ้าน อายุได้ 16 ปีก็ไปเรียนผสมยา แต่เรียนได้แค่ 6 เดือนก็ไปบอกกับพ่อว่าอยากเอาดีด้วยการเป็นนักเคมีมากกว่าเป็นเภสัชกร ก่อนจบดอกเตอร์ด้านเคมีจาก University of Erlangen ในบาวาเรีย เมื่อปี 1822 (Britannica)

เขาเริ่มทำงานกับมหาวิทยาลัยแห่งกีสเซนและอยู่ยาวเกือบ 3 ทศวรรษ สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้วางรากฐานให้กับการเรียนการสอนด้านเคมี โดยเฉพาะสาขาเคมีอินทรีย์ ที่เขาผลิตผลงานวิจัยออกมามากมาย และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับนานาชาติ ทำให้มีนักเรียนต่างชาติเดินทางมาเรียนกับเขาถึงเยอรมนีจำนวนมาก สถาบันอย่าง ราชวิทยาลัยเคมีแห่งกรุงลอนดอน หรือสถาบันวิทยาศาสตร์ลอเรนซ์แห่งมหาวิทยาฮาร์วาร์ด ก็อาศัยหลักสูตรการเรียนการสอนของเขาเป็นต้นแบบ

หลังจากอยู่กับงานวิชาการมานาน ถึงปี 1840 ลีบิจก็หันมาสนใจเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเคมีอินทรีย์ในการเกษตร และอาหาร เขาพยายามพัฒนาสารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากการตั้งสมมติฐานที่ผิดพลาด ก่อนที่ เจ.เอช. กิลเบิร์ต ลูกศิษย์ชาวอังกฤษของเขาเอง กับจอห์น เบนเน็ต ลอส์ จะได้ค้นพบซูเปอร์ฟอสเฟตซึ่งนำไปสู่การผลิตปุ๋ยเคมีขึ้นในกาลต่อมาไม่นาน

ลีบิจยังสนใจเรื่องเคมีอาหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการปรุงสุกอาหารโดยรักษาสารอาหารให้ครบถ้วนที่สุด เขาพัฒนาเนื้อสัตว์สกัดที่ทำโดยนำน้ำซุปจากเนื้อสัตว์ไขมันต่ำไปผ่านกระบวนการระเหยที่ความดันต่ำ เขาเชื่อว่า สารสกัดที่ได้จะคงรักษาคุณค่าของสารอาหารไว้ได้มากที่สุด มันจึงเหมาะกับการใช้เป็นอาหารให้กับผู้ป่วยที่ต้องอาศัยสารอาหารที่สมบูรณ์เพื่อการฟื้นฟูร่างกาย

จากนั้นลีบิจก็ได้พัฒนาน้ำนมเทียมสำหรับเด็กทารกดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนแล้วข้างต้น ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เสียชีวิตลงในปี 1873 แต่ชื่อของเขาก็ยังคงขายได้อีกพักใหญ่ 

นมผงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐฯ ช่วงยุค 1890s คือผลิตภัณฑ์ของ Mellin’s Food ซึ่งพัฒนาขึ้นในอังกฤษแต่ผลิตในบอสตัน ก็ยังอ้างชื่อของลีบิจ โดยโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาคือ “ของแท้โดยลีบิจ” ชื่อของนักเคมีชื่อดังระดับโลกที่อ้างว่า ผลิตภัณฑ์ของตัวเองมีคุณสมบัติ “เหมือน” น้ำนมแม่ราวกับฝาแฝด (ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริง)

 


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Related

จักรพรรดิไทโช จักรพรรดิยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า

พระบำราศนราดูร รัฐมนตรีปราบโรคระบาด ที่มาชื่อสถาบันบำราศนราดูร

Juana the Mad ควีนผู้ถูกแย่งอำนาจด้วยข้อหาสัญญาวิปลาส

พระองค์วรรณฯ ผู้บัญญัติศัพท์ “ประชาธิปไตย” เเละ “รัฐธรรมนูญ” 

บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ไอเดียทำรองเท้าไนกี้จากเครื่องทำขนมของเมีย จนพัฒนาเป็นรองเท้ามาราธอนที่เร็วที่สุดในโลก

อุจิยามะ กูโด พระสงฆ์นักปฏิรูปต้องโทษประหาร หลังถูกกล่าวหาหมิ่นจักรพรรดิ

ยูจีน สไตแนก ผู้เสนอ บำบัดเกย์ด้วยการปลูกถ่ายอัณฑะ

แคสเซียส เคลย์ นักต่อต้านระบบทาส ที่มาชื่อเดิม มูฮัมหมัด อาลี