Post on 03/07/2020

คาเมนไรเดอร์ ดีเคด: ผู้ถูกสาปแช่งทั้งสิบทิศ มันเป็นความผิดของดีเคด

“โลกนี้แหลกสลายลง เป็นเพราะแก ดีเคด”

“แกมันเป็นปีศาจ”

“แกมันคือผู้ทำลายล้าง”

หากเป็นพวกเราจะรู้สึกยังไงกันบ้าง เมื่อทุกหนแห่งที่เราเดินทางไปเยือน มีคนพร้อมรุมทำร้ายเรา และปรามาสใส่หน้าเราอย่างนี้ ทุกคน ทุกที่ อยู่เรื่อยไป โดยไม่มีเหตุผลใด ๆ รองรับ แค่ยืนหายใจเฉย ๆ ก็ผิดแล้ว

คำว่า “ผู้ถูกสาปแช่งทั้งสิบทิศ” จริง ๆ แล้วนักอ่านจำนวนมากทราบดีว่าหมายถึง “ตั๋งโต๊ะ” ในเรื่องสามก๊ก แต่ผู้เขียนใช้คำนี้สำหรับ คาเมนไรเดอร์ ดีเคด (Kamen Rider Decade) เพราะเห็นว่าเป็นตัวละครที่ถูกสาปแช่งจากทุกดินแดนที่เขาเดินทางไปเยือน ครั้งก่อนได้เคยเขียนเรื่อง Kamen Rider คนแรกในปี ค. ศ. 1971 ไปแล้ว ที่ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า “สู้ต่อไป ทะเคะชิ” คราวนี้จึงจะพูดถึงไรเดอร์ผู้ถูกสาปแช่งทั้งสิบทิศคนนี้ที่ออกอากาศในปี ค. ศ. 2009 บ้าง

ตามที่หลายท่านทราบว่าญี่ปุ่นมีการแบ่งศักราชต่าง ๆ ตามรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิแต่ละพระองค์ดังนี้

ยุคโชวะ (昭和時代) คือรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะ คือ ค. ศ. 1926-1989 (ปีโชวะที่ 1-64)

ยุคเฮเซ (平成時代) คือรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ คือ ค. ศ. 1989-2019 (ปีเฮเซที่ 1-31)

ยุคเรวะ (令和時代) คือรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดินะรุฮิโตะ คือ ค. ศ. 2019-ปัจจุบัน (ปีเรวะที่ 1-ปัจจุบัน)

จึงมีการเรียกไรเดอร์ทุกคนตั้งแต่ปี 1971 (คาเมนไรเดอร์ หมายเลข 1 และ 2) จนถึงสิ้นสุดปี 1988 (คาเมนไรเดอร์ แบล็ค อาร์เอ็กซ์) แบบรวม ๆ ว่า โชวะไรเดอร์ (昭和ライダー) หลังจากนั้นไม่มีการสร้างภาพยนตร์ไรเดอร์ออกอากาศทางโทรทัศน์เป็นเวลานานมาก จนกระทั่งปี 2000 เริ่มมีโครงการจะสร้างภาพยนตร์ชุดไรเดอร์อีกครั้ง จึงเรียกเป็น เฮเซไรเดอร์ (平成ライダー) ทีนี้เมื่อเฮเซไรเดอร์ออกอากาศไปทุกปี ปีละ 1 คน จนครบ 9 คนแล้ว ในปี 2009 จะมีการสร้างเฮเซไรเดอร์คนที่ 10 จึงมีโครงการพิเศษคือจะสร้างไรเดอร์ที่ระลึกครบรอบ 1 ทศวรรษของเฮเซไรเดอร์ จึงได้เป็น คาเมนไรเดอร์ ดีเคด คนนี้ โดยที่ดีเคดจะต่างจากไรเดอร์ทุกคนอย่างมากคือ “เป็นพระเอกที่เป็นผู้ร้าย” นั่นเอง และสามารถขโมยพลังจากรุ่นพี่ไรเดอร์ทุกตัวในประวัติศาสตร์มาใช้เป็นพลังของตัวเองได้ด้วย

เปิดเรื่องที่นางเอก ฮิคะริ นัตสึมิ (光夏海) ฝันเห็นเหตุการณ์ที่ไรเดอร์ทุกคนในประวัติศาสตร์รุมโจมตีไรเดอร์ลึกลับคนหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดไรเดอร์ทุกคนถูกทำลายหมด นัตสึมิเรียกไรเดอร์ที่เหลือคนสุดท้ายนั่นว่า “ดีเคด” และตื่นขึ้น ระหว่างนั้นมีชายหนุ่มชื่อ คะโดะยะ สึคะสะ (門矢士) ที่เป็นคนความจำเสื่อม มาเป็นตากล้องรับจ้างฝีมือห่วยให้ร้านถ่ายรูปของนัตสึมิ แบบกินนอนอยู่ที่ร้านด้วย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ประหลาด โลกบิดเบี้ยวเป็นมิติแปลก ๆ และมีปีศาจจากไรเดอร์ภาคก่อน ๆ โผล่มาผสมปนเปกันไปหมด และตระเวนทำลายบ้านเมืองไปทั่ว

นัตสึมิไปพบเข็มขัดแปลงร่างและกล่องใส่การ์ดโดยบังเอิญ และเจ้าหนุ่มสึคะสะกลับสามารถใช้เข็มขัดแปลงร่างเป็นคาเมนไรเดอร์ ดีเคด และจั่วการ์ดมาใช้ต่อสู้กับปีศาจได้อย่างลงตัวไปหมดราวกับเป็นนักสู้อาชีพ แม้ว่าเจ้าสึคะสะเองจะจำอะไรไม่ได้เลย จากนั้นทั้งสึคะสะและนัตสึมิจึงได้รับข้อมูลจากตัวละครลึกลับอีกตัวคือ คุเระไน วะตะรุ (紅渡) ว่าให้ดีเคดเดินทางไปยังโลกคู่ขนานต่าง ๆ ที่แต่ละโลกจะมีไรเดอร์ดูแลอยู่ และให้ดีเคดทำลายไรเดอร์ทุกตัวของทุกโลกลง แล้วจะยับยั้งหายนะครั้งนี้ได้

ทุกโลกคู่ขนานที่ดีเคดเดินทางไปเยือน จะถูกปรามาสว่าดีเคดคือผู้ทำลายหรือเป็นปีศาจร้าย และถูกรุมกระทืบเสมอ แต่สึคะสะก็ช่วยแก้ปริศนาในแต่ละโลกได้ และกลายเป็นเพื่อนกับไรเดอร์ของทุกโลกได้ แต่ถึงอย่างนั้น ทุก ๆ ครั้งที่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จและกลายเป็นเพื่อนกับไรเดอร์ในแต่ละโลก ก็จะมีชายแก่ลึกลับชื่อ นะรุทะกิ (鳴滝) ปรากฏตัวพร้อมกับรำพึงว่า “โลกใบนี้ก็ถูกแกทำลายลงอีกแล้ว มันเป็นความผิดของแก ดีเคด” อยู่เสมอ

ซีรีย์เรื่องนี้ไม่แคร์คนดูว่าต้องการเหตุผลใด ๆ รองรับ และไม่แคร์ว่าจะมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเนื้อเรื่องที่ตรงไหน เพราะเน้นไปที่ประสบการณ์การท่องโลกคู่ขนานของตัวละคร และเน้นขายของเล่นของไรเดอร์ภาคเก่า ๆ เป็นหลัก ดังนั้น แม้จะดูจนจบเรื่อง และตามไปดูภาคเฉลยต่อในเวอร์ชันภาพยนตร์ คนดูก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนอยู่ดี แค่พอจะเดาเรื่องได้เท่านั้นว่า การที่สึคะสะถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกพร้อมพลังลึกลับที่เดินทางข้ามโลกคู่ขนานได้ ทำให้โลกของไรเดอร์ทั้งหมดบังเกิดมีโลกคู่ขนานของแต่ละโลกขึ้นมา สึคะสะจึงต้องเดินทางทำลายไรเดอร์ในโลกคู่ขนานทั้งหมดทิ้งเสียก่อน เพื่อรีเซ็ตพหุจักรวาลใหม่

แต่การที่สึคะสะตระเวนช่วยไรเดอร์ในโลกคู่ขนานแทนที่จะทำลาย ทำให้พหุจักรวาลป่วนไปหมด เพราะทำให้โลกไรเดอร์ต้นฉบับกับโลกคู่ขนานยุบตัวรวมกันจนบิดเบี้ยวไปหมด ในที่สุดในเวอร์ชั่นโรงภาพยนตร์ สึคะสะจึงหลีกเลี่ยงชะตากรรมของตัวเองไม่ได้ ต้องตระเวนทำลายไรเดอร์ทุกคนในประวัติศาสตร์ตั้งแต่โซวะไรเดอร์ไปจนเฮเซไรเดอร์ทุกคน เพื่อรีเซ็ตจักรวาลใหม่อยู่ดี

เรื่องนี้แม้จะมีเนื้อเรื่องแสนงง แต่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขายของเล่น และในการสร้างคาแรคเตอร์ของพระเอก ให้สุดกวน สุดเกรียน สุดจะผู้ร้าย โดนสาปแช่งจากทุกโลกในพหุจักรวาล ฮีก็หาได้แคร์ไม่ ยังเก่งถึงขั้นที่ทำลายไรเดอร์ได้หมดทุกตัวในพหุจักรวาลได้สำเร็จด้วย แถมยังสร้าง meme อมตะในโลก pop culture ได้ตลอดไป แฟน ๆ ทั้งในญี่ปุ่น ในไทย หรือแม้แต่ในโลกตะวันตก ก็เล่นมุก “มันเป็นความผิดของดีเคด” กันทั่วโลก ตลอดสิบกว่าปีมานี้ meme นี้ก็ไม่เคยเสื่อมคลายลงไป ไม่ว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายอะไรขึ้นกับชีวิตเรา, หรือสังคมที่เราอยู่อาศัย, หรือเกิดเรื่องเลวร้ายบนโลกใบนี้ เราก็จะโทษทันทีว่า “มันเป็นความผิดของดีเคด (おのれディケイド!)”

ขนาดตอนครบรอบ 2 ทศวรรษของเฮเซไรเดอร์ มีการออกอากาศ Kamen Rider ZI-O (仮面ライダージオウ) ในปี 2018 แต่มีคาเมนไรเดอร์ ดีเคด โผล่มาแจมด้วยตั้งแต่ตอนที่ 13 แล้วด้วยพลังแอ็คติ้ง และความเกรียนแตกของดีเคด ผู้ชมก็รู้สึกราวกับว่าดีเคดยึดซีรีย์ ZI-O ไปแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Kamen Rider Decade Part 2 กันไปแล้วด้วยซ้ำ และนี่ก็เช่นกัน “มันเป็นความผิดของดีเคด” แน่ ๆ

Kamen Rider Decade เป็นซีรีย์ที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก เล่นมุก “มันเป็นความผิดของดีเคด” กันแบบสนุก ๆ ได้ แต่อย่าลืมว่า ต้องพึงระวังตัวเองกันด้วยนะว่า ชีวิตจริงอย่าซี้ซั้วเอามุกแบบนี้มาใช้ อย่าซี้ซั้วโทษคนอื่นแบบโบ้ยมั่ว ๆ เช่น เรียนหนังสือไม่รู้เรื่องก็โทษว่า “มันเป็นความผิดของอาจารย์”, ทำงานแล้วไม่ราบรื่นก็โทษว่า “มันเป็นความผิดของหัวหน้างาน”, หรือ ไม่พยายามทำอะไรในชีวิตให้ดีก็ไปโทษว่า “มันเป็นความผิดของโชคชะตา”

เพราะชีวิตจริงไม่ใช่โลกคู่ขนานของไรเดอร์ เราไม่มีดีเคดไว้ให้โบ้ยความผิดความชั่วร้ายทั้งปวงไปที่เขา อย่างในขณะที่ผู้เขียนกำลังเขียนต้นฉบับนี้ ก็มีบริษัท, องค์กร, หน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานไม่เต็มความสามารถ โทรตามเท่าไรก็ไม่มีคนรับเรื่อง และเขาเหล่านั้นก็พร้อมใจกันโทษทันทีว่า “มันเป็นความผิดของโควิด (おのれコヴィッド)” ราวกับพวกเขาเป็นตัวละครในเรื่อง Kamen Rider Decade เลยล่ะ

 


Related

เดวิด โบวี่ เคยวิจารณ์ MTV ระหว่างสัมภาษณ์ เรื่องการเหยียดผิว “ทำไมพวกคุณไม่ชอบเปิด MV ของคนผิวสีอะ”

Rocketman แดนอดีตอันขื่นขมของ เอลตัน จอห์น

“โจโก อันวาร์” เจ้าพ่อหนังสยองขวัญอินโด มัดรวมความหลอน พิธีกรรม ตำนานท้องถิ่น วัฒนธรรมหนังตะลุง เล่าผ่านปมลับหมู่บ้านกลางป่าใน “IMPETIGORE บ้านเกิดปีศาจ”

บิลลี พอร์เตอร์ :นักแสดงผู้ต่อสู้กับ HIV สู่การเสนอชื่อครั้งที่ 4 ในเอมมีอวอร์ดส์

Peter ,Paul & Mary กับ ‘Puff the Magic Dragon’ เพลงน่ารัก ๆ ที่ถูกโยงกับ “กัญชา”

‘I Will Survive’ เพลงชาติเกย์ ที่คนฝรั่งเศส เอาไว้ “เชียร์ฟุตบอล”

MILLI: แรปเปอร์สาว ‘สุดปัง’ แบบไม่มีพัก ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้แค่แต่งเพลงแรป

บาบาดุค ปีศาจที่กลายมาเป็นเกย์ไอคอน