Post on 21/07/2021

แม่ เมนูนี้ทำไง: เพจทำอาหารเพื่อสานความสัมพันธ์กับแม่ เพราะเชื่อว่า ‘กับข้าว’ ทำให้เราคุยกันมากขึ้น

“ฮัลโหล แม่…”

ประโยคแสนคุ้นหูของใครหลาย ๆ คนที่มักใช้ทักทายกับแม่เมื่อโทรฯ มา และเป็นคำพูดเปิดคลิปของเพจที่มีกระแสร้อนแรงในขณะนี้อย่างเพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ เพจทำอาหารที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจไปกับความรักของแม่ลูกผ่านเมนูอาหารอันแสนคุ้นเคย 

The People ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณเค-คณิน พรรคติวงษ์ เจ้าของเพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ อดีตครีเอทีฟ (creative) บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ที่ทำงานไปสักพักกลับพบว่าตัวเองอยากเป็นผู้กำกับ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและเดินหน้ากับบทบาทใหม่ในฐานะฟรีแลนซ์ (Freelance) 

“ตอนแรกตั้งใจทำแฟนเพจเฟซบุ๊กเพื่อจัดเก็บผลงานที่ทำหน้าที่เหมือนพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) มีงานอะไรก็ส่งลงไป”

หลังจากที่คุณเคตัดสินใจเปิดเพจ คุณแม่ก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้คุณเคได้กลับมานั่งคิดทบทวนกับตนเองว่า

“พอแม่เราจะตาย เรารู้ทันทีว่าสิ่งที่เราทำไปจะไม่มีความหมาย ทุกอย่างจะหายไป”

คุณเคจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องของคุณแม่โดยเขียนเรื่องราวลงในแฟนเพจ ด้วยความตั้งใจคืออยากจะคุยกับคุณแม่ให้มากขึ้น คุณเคเลยตัดสินใจนำ ‘กับข้าว’ มาเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร จึงเป็นที่มาของเพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’

 

รสมือแม่

เริ่มต้นจากคนทำอาหารไม่เป็น ไม่เคยทำอาหาร เมนูที่เด็ดที่สุดคือ ไข่เจียว การถ่ายทำเป็นทีมงานเล็ก ๆ มีเพียงคุณเคกับแฟน 2 คน โดยแฟนเป็นคนช่วยคุมกล้อง ช่วยดูเมนู วิธีการทำ เพราะแฟนของเขาเป็นคนที่ทำกับข้าวอยู่แล้ว ทำให้รู้วิธีการปรุงอาหาร วิธีผัด ส่วนคุณเคเป็นคนดูภาพรวมและดูแลในด้านการตัดต่อ

สำหรับการคิดเมนู ส่วนใหญ่คุณเคจะคุยกับคุณแม่ตอนที่โทรฯ หาหรืออาจจะมีการโทรฯ ไปปรึกษากับคุณแม่บ้าง ว่าเมนูนี้คุณแม่ทำเป็นหรือเปล่า? โดยส่วนใหญ่จะเลือกเมนูในวัยเด็กที่คุณแม่เคยทำให้รับประทาน ส่วนเรื่องรสชาติ คุณเคเล่าว่าอาจจะสู้รสมือแม่ไม่ได้ แต่ก็มีความใกล้เคียง เพราะพยายามเลียนแบบให้ใกล้เคียงรสมือแม่ให้มากที่สุด ส่วนเมนูที่รับประทานไม่ได้ก็มีบ้าง 

 

เมนูอาหาร เชื่อมความสัมพันธ์

ปกติแล้วนาน ๆ ทีคุณเคจะมีโอกาสพูดคุยกับคุณแม่ โดยคุณแม่จะโทรฯ มาหาเขาเมื่อมีธุระหรือจดหมายจ่าหน้าซองถึงเขามาส่งที่บ้านเท่านั้น ดังนั้นเดือนหรือสองเดือนถึงจะได้คุยกันสักครั้ง และด้วยความแตกต่างเรื่องช่วงวัยและเจเนอเรชัน (Generation)  ทำให้ความสนใจของทั้งสองแตกต่างกันไปด้วย

“เราทำงานเองไม่ต้องยืมเงินแม่แล้ว ทำให้ไม่ต้องคุยกัน แต่ ‘กับข้าว’ ทำให้เราคุยกันมากขึ้น”

คุณเคยังกล่าวอีกว่า เคล็ดลับของเขาคือจะพยายามไม่คุยกับคุณแม่จนเยอะเกินไป เพราะอาจจะทำให้รู้สึกเบื่อไปเสียก่อน ดังนั้นเขาจึงพยายามพูดคุยกันแค่อาทิตย์ละครั้ง

นอกจากนี้ การที่คุณแม่เป็นคนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ทำให้คุณเคสนิทกับคุณยายมากกว่า ซึ่งคุณยายจะทำสวนอยู่ข้างบ้านที่ต่างจังหวัด คุณเคจึงได้มีโอกาสไปวิ่งเล่นกับคุณยายอยู่บ่อยครั้ง เขาพูดเสริมด้วยน้ำเสียงติดตลกไว้ว่า คุณยายเป็นคนขี้บ่น และใช้งานเขาบ่อยที่สุด 

“ยายเป็นคนปากร้ายใจดี เป็นคนขี้เล่น จึงทำให้สนิทกับยายและทะเลาะกันบ่อย”

หากมีโอกาสได้กลับบ้าน คุณเคก็อยากจะกลับไปทำเมนู ‘หมูผัดปลาอินทรีเค็ม’ ให้คุณแม่และคุณยายได้รับประทาน เพราะที่บ้านชอบรับประทานอาหารประเภทผัด ๆ และเมนูที่ทำง่าย เขากล่าวเสริมว่าถ้าไปทำเมนูนี้ที่ต่างจังหวัดคงสะดวกกว่านี้ เพราะตอนที่ถ่ายคลิปหมูผัดปลาอินทรีเค็มเป็นเมนูที่กังวลมาก เขากลัวว่ากลิ่นจะโชยไปรบกวนห้องข้าง ๆ ได้ เมนูนี้จึงไม่เหมาะกับการทำในคอนโดฯ ที่กรุงเทพฯ

 

ความสัมพันธ์ที่หลายคนอาจหลงลืม

ในยุคที่ช่องว่างระหว่างวัยกลายเป็นปัญหาหลักของสังคม ทำให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น เราจึงอยากให้คุณเคฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อาจหลงลืมคนข้างหลัง เขาได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตให้คุ้มค่า จากการที่เขาได้เห็นคุณแม่ที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤตหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เขาเล็งเห็นความสำคัญของเวลาที่เสียไปจากการทุ่มเทในการทำงาน

“ถ้าแม่ไม่ได้อยู่ดู ถ้าไม่ได้สนิทกับแม่ สิ่งที่เราทุ่มเทไปก็ไร้คุณค่า”

คุณเคกล่าวต่อว่าชีวิตของคนเราควรบาลานซ์ (balance) ให้สมดุล ใช้เวลากับปัจจุบันให้คุ้มค่าที่สุด ถ้าเอาชีวิตไปทุ่มเทกับการทำงานทั้งหมด ทุกอย่างอาจจะพังลงไปได้ ชีวิตก็คงไม่คุ้มค่า ยิ่งมีโรคระบาด เราควรจะใช้ชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตให้รอดไปได้ให้มากที่สุดเสียก่อน

“เวลาเราจะตาย เราก็น่าจะเหลือแค่คนรอบตัว เราก็ควรจะทำดีกับคนใกล้ ๆ ตัวเอาไว้ให้ได้มากที่สุด คนอื่น ๆ รอบ ๆ ก็น่าจะแค่เข้ามาแล้วก็ไป แต่คนในครอบครัวอย่างพ่อแม่และยายเป็นสิ่งที่เราสลัดกันออกไปไม่ได้  ถึงเราจะเคยทะเลาะหรือเคยเกลียดกันมากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายเราก็ต้องวนมาเจอกันอยู่ดี”

การเจียดเวลาแค่ 5 นาทีต่อวันเพื่อโทรฯ ไปคุยกับคนที่บ้าน แม้เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่คุ้มค่าและน่าจะช่วยเติมเต็มช่วงเวลาระหว่างวันให้มีค่ามากขึ้น 

“แค่ลูกโทรฯ มาคุยแค่ 5 นาทีมันก็คุ้มค่าแล้วสำหรับคนเป็นพ่อแม่” 

 

เรื่อง: สรายุทธ ปลิวปลอด (The People Junior)

 

ภาพ

https://fb.watch/v/18vX5zpSI/

https://fb.watch/v/3G260aS1u/


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า จากคนไร้ศาสนา สู่ กวีร็อกแอนด์โรลล์ กับชีวิตที่ “ไม่มีกำแพงขวางกั้น”

สัมภาษณ์ วิน นิมมานวรวุฒิ กับเรื่องราวสุดโรแมนติกร้ายของชายที่เป็น male feminist

“ผมไม่ใช่ผู้ชุบชีวิตลิโด้ แต่คือพวกคุณทุกคน” สัมภาษณ์ เทพอาจ กวินอนันต์ กับแนวคิดการบริหารธุรกิจเฉพาะตัว

สัมภาษณ์ ชาติชาย เกษนัส ความแตกต่างทางวัฒนธรรมหนังไทย-พม่า และการไม่พัฒนาของหนังไทย

ปอ-ญาณกร อภิราชกมล เมื่อหัวใจของเทศกาลดนตรีไม่ได้อยู่ที่เสียงเพลง

สัมภาษณ์ปิยบุตร แสงกนกกุล: หนังสือ ความหวัง ความฝัน ปลายอุโมงค์ของ 2021

มัจฉา โมซิมันน์: นางแบบ นักแสดง นักธุรกิจ และนักร้องอาชีพวัย 21 ปีที่มีแรงผลักดันจากความฝันในวัยเด็ก 

อุรชา ตีระวานิชสันติ์ นักครอสฟิตตัวแทนประเทศไทย อดีตนิสิตแพทย์ที่ทิ้งมีด มายกเหล็กเพื่อฝัน