Post on 11/10/2019

แคทธารีน กัน ผู้แฉความลับชนวนสงครามอิรักว่าเป็นคำโกหกของรัฐบาล

หากคุณได้รับข้อมูลว่ารัฐบาลกำลังหลอกประชาชนเพื่อทำสงคราม คุณจะเปิดเผยมันหรือไม่?

ย้อนกลับไปช่วงปี 2003 แคทธารีน กัน (Katharine Gun) เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองอังกฤษ (GCHQ) ได้ข้อมูลลับมาว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองของอังกฤษในการสอดแนมประเทศกลุ่มสหประชาชาติ (UN) เพื่อบีบบังคับสมาชิกให้ยินยอมในการทำสงครามอิรัก โดยมีข้ออ้างว่าอิรักละเมิดสัญญาสันติภาพและมีอาวุธหนักในการครอบครอง ซึ่งทั้งหมดไม่เป็นความจริง

คำถามที่ว่า หากคุณได้รับข้อมูลว่ารัฐบาลกำลังหลอกประชาชนเพื่อทำสงคราม คุณจะเปิดเผยมันหรือไม่?

คำตอบของ แคทธารีน กัน ก็คือ เธอเปิดเผยมัน

“ในเวลานั้น ฉันจดจ่อกับประเด็นการรุกรานอิรักมาก” แคทธารีน กล่าว “ฉันได้ฟังทุกคำพูดของสองผู้นำประเทศอย่าง โทนี แบลร์ (Tony Blair) และ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George H.W. Bush) ทุกถ้อยคำ ซื้อหนังสือที่เร่งรีบตีพิมพ์กันในเวลานั้นอย่าง ‘แผนสงครามของอิรัก’ และ ‘เป้าหมายของอิรัก’ มาอ่าน แต่ฉันเชื่อว่าอิรักไม่ได้กระทำการใด ๆ ที่สมควรแก่การเปิดสงครามเลย พวกเขาใช้หลักฐานเท็จในการเปิดศึกสงคราม ทำให้ฉันต้องคิดว่า ฉันจะต้องนำเรื่องนี้ออกไปเผยแพร่ให้ทุกคนรู้”

หลังจากพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แคทธารีน (ผู้เป็น 1 ใน 100 คน ที่ได้รับอีเมลฉบับนั้น) ตัดสินใจปรินต์สำเนาอีเมลส่งให้กับนักข่าวโดยผ่านคนกลางอีกทีหนึ่ง กระทั่งถึงมือ มาร์ติน ไบรท์ (Martin Bright) นักข่าวของสำนักพิมพ์ The Observer โดยไบรท์และเพื่อนร่วมงานได้ดำเนินการสืบหาความถูกต้องของข้อมูล และตีพิมพ์เรื่องราวนั้นบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2003 โดยพาดหัวข้อข่าวว่า “แผนสกปรกของอเมริกาในการเอาชนะผลโหวตของสงครามอิรัก” (US dirty tricks to win vote on Iraq war)

เดิมทีเธอคิดว่าจะปล่อยข้อมูลนี้ออกไปโดยไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อตัวเองจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นปกติ แต่สำนักงานข่าวกรองอังกฤษเริ่มทำการตรวจสอบกลุ่มคนที่ได้รับอีเมลฉบับนั้นทันที เมื่อแคทธารีนเห็นว่าเพื่อนร่วมงานต้องได้รับผลกรรมของการกระทำของเธอ แคทธารีนจึงสารภาพ โดนไล่ออกจากงาน และถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดกฎหมายความลับราชการ

“ฉันสูญเสียเพื่อนทั้งหมดของฉันไปในทันที ฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย” เธอกล่าว “มันทำให้ฉันรู้สึกผิดที่เป็นคนปล่อยข้อมูล และการล่าแม่มดในองค์กรก็ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งฉันก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่ใช่คนที่ปล่อยข่าว และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นค่ะ” 

นักข่าว มาร์ติน ไบรท์ กล่าวถึงเธอในฐานะผู้กล้าเปิดโปงความลับของรัฐบาลไว้ว่า “คนที่เปิดเผยความลับมักจะมาในหลาย ๆ รูปแบบที่ไม่ธรรมดา ส่วนมากจะเป็นคนชอบสันโดษ เป็นคนแปลก ๆ แต่แคทธารีนนั้นเป็นคนที่มีสติดี เธอรู้ตัวว่าทำไมเธอถึงทำ และเธอทำไปทำไม นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอไม่เหมือนใคร”

กระทั่ง แดเนียล เอลส์เบิร์ก (Daniel Ellsberg) ผู้เคยแฉเอกสารลับเพนตากอนเกี่ยวกับคำลวงเรื่องสงครามเวียดนามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ 4 คน (ประเด็นนี้เคยสร้างเป็นหนังชิงออสการ์ The Post (2017)) ว่า “มันเป็นการแฉความลับที่สำคัญและกล้าหาญที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก ไม่เคยมีใครแม้กระทั่งตัวผมกล้าทำอย่างแคทธารีน เธอบอกความจริงออกไป แม้จะทำให้ชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตราย”

แม้คำลวงของรัฐบาลจะเปิดเผยออกไปแล้ว น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถหยุดยั้งการรุกรานอิรักได้ สงครามอิรักกินระยะเวลากว่า 3 สัปดาห์ มีการวิเคราะห์ว่าสงครามคร่าชีวิตคนไปกว่า 500,000 คน หรือมากกว่านั้น

ชีวิตของเธอที่ต้องตกอยู่กับความหวาดระแวงนานถึง 1 ปี กว่าการสอบสวนคดีจะเริ่มขึ้น แคทธารีนได้รับความช่วยเหลือจากทนายฝีมือดี เบน เอมเมอร์สัน (Ben Emmerson) ในที่สุดคดีของเธอก็ได้รับการยกฟ้อง สร้างความเคลือบแคลงใจต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาลจากประชาชน

และเมื่อสงครามสงบ ความจริงก็ปรากฏ แผนการค้นหาอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงคว้าน้ำเหลว เพราะอาวุธที่ว่าไม่มีจริง แต่ผลของสงครามเกิดขึ้นจริง ความสูญเสียเกิดขึ้นจริง ทำให้สองประเทศต้องขายหน้าไปทั่วโลก

เรื่องราวของแคทธารีนกลายมาเป็นหนังสือ The Spy Who Tried to Stop a War: Katharine Gun and the Secret Plot to Sanction the Iraq Invasion ก่อนจะดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ Official Secrets (2019) โดยผู้กำกับ กาวิน ฮูด (Gavin Hood) เจ้าของผลงาน Ender’s Game (2013) และ Eye in the Sky (2015)

เคียรา ไนท์ลีย์ ผู้รับบท แคทธารีน กัน ใน Official Secrets (2019)

 

ทีมงานค้นคว้าข้อมูลด้านต่าง ๆ ในเวลาหนึ่งปีเต็ม ผู้กำกับเองก็เดินทางไปสัมภาษณ์ มาร์ติน ไบรท์ และเพื่อนนักข่าวในสำนักพิมพ์ The Observer เพื่อจำลองเหตุการณ์ออกมาให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด และแต่งเติมเรื่องราวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เพื่อความสมบูรณ์ของบทภาพยนตร์ คุณก็จะต้องปรับเปลี่ยนใส่สิ่งที่เพิ่มความน่าสนใจลงไป บีบอัดและเลือกช่วงเวลาที่ควรให้ความสำคัญ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ต้องยืนอยู่บนฐานความถูกต้อง”

แน่นอนว่าระยะเวลาผ่านไปนานหลายปีแล้ว แต่สงครามอิรักได้ทิ้งบาดแผลมากมายให้กับโลก สำหรับแคทธารีน ความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นเธอผ่านมันมาได้ และกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า 

“สงครามอิรักทิ้งรอยแผลให้กับเรามากมาย ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ผลกระทบจากการเปิดสงครามในครั้งนั้นได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงสหรัฐฯ และอังกฤษ แต่ไม่เคยมีใครที่ออกมารับผิดชอบผลของการกระทำในสงครามครั้งนั้น สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงแต่ประเทศอิรักที่ยังคงต้องแบกรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

“ผู้คนหลายล้านชีวิตต้องเผชิญหน้ากับผลกระทบของสงคราม แม้กระทั่งปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงต้องเผชิญกับผลลัพธ์จากสถานการณ์นั้นอยู่ ผู้คนทั่วไปต่างรู้สึกหวาดกลัว ทหารที่ผ่านศึกสงครามต่างมีอาการหวาดกลัว” เธอบอก และเพิ่มเติมว่า

 “ใจของฉันแทบสลายเมื่อฉันได้เห็นภาพของคนที่ได้รับผลกระทบของสงครามในครั้งนั้น พวกเขาทำไปเพื่ออะไร พวกเขารุกรานอิรักกันไปทำไม ฉันคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนหันกลับมาเผชิญหน้ากับคำถามนี้อีกครั้ง” 

การกระทำของเธอแม้จะทำให้ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับคดีร้ายแรง แต่นั่นก็แลกมาด้วยการเปิดโปงความจริงของรัฐบาลที่หลอกลวงคนทั้งโลก ทั้งหมดก็เพื่อการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม และฉีกหน้ากากคนลวงโลกออกจากรัฐบาลตัวเอง

 

ที่มา

https://www.esquire.com/entertainment/a28868776/katharine-gun-official-secrets-true-story/

https://www.vanityfair.com/hollywood/2019/08/keira-knightley-official-secrets-katharine-gun-interview/amp

https://themomentum.co/iraqi-war-colin-powell/


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

ชาร์ลี ไลท์เทนนิง สำรวจชีวิตเลียม กัลลาเกอร์ 10 ปีที่แตกหักจาก Oasis ในสารคดี As It Was

อุลตร้าแมน ยอดมนุษย์ผู้กำราบปีศาจร้ายในหัวใจเด็กและผู้ใหญ่มาตลอด 5 ทศวรรษ

ไมเคิล แจ็กสัน 10 ปีแห่งการจากไป ของ ‘King of Pop’ ผู้มีหัวใจเยาว์วัยตลอดกาล

เกียบัน: ตำรวจอวกาศผู้บัญญัติคำศัพท์ไทย “บรรยากาศมาคุ”

จีจี้และบุลม่า ตำนานศรีภรรยาแห่งดรากอนบอล-เมียเผด็จการ VS เมียประชาธิปไตย

กาลครั้งหนึ่งจนถึงปัจจุบันในฮอลลีวูด เส้นทางอันยาวไกลของชายชื่อ แบรด พิตต์

เทะสึกะ โอะซะมุ ตำนานแห่งปรมาจารย์ ต้นกำเนิด “เจ้าหนูปรมาณู” ทั้งชีวิตอุทิศเพื่อการ์ตูน

แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์ จากใบหน้าอันเรียบเฉย สู่การเป็นมีมระดับชาติ