Post on 01/06/2022

คาซูชิกะ โอคุระ ผู้ก่อตั้ง TOTO และปฏิวัติสุนทรียะในห้องน้ำ

“ผมอยากนำเสนอวิถีชีวิตที่ศิวิไลซ์และถูกสุขลักษณะ” 

นี่คือคำพูดของ ‘คาซูชิกะ โอคุระ’ (Kazuchika Okura) ในวันที่ประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีแม้แต่ระบบกำจัดของเสียอย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ

วิสัยทัศน์ของเขาช่างกว้างไกล และคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดีเวลาเข้าห้องน้ำอย่าง “TOTO”

#พื้นฐานความรู้ด้านเซรามิค

เกริ่นก่อนว่า ตลอดประวัติศาสตร์ คนญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการเข้าห้องน้ำแบบ “นั่งส้วมยองๆ” แบบโบราณดั้งเดิม ซึ่งทำมาแต่ช้านาน แม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า ส้วมลักษณะนี้ต่างหากที่สอดคล้องกับลำไส้มนุษย์ แต่กลับไม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มนุษย์ยุคโมเดิร์นอีกต่อไปที่ต้องการความสะดวกสบายในการทำธุระขับถ่าย และเป็นชาวตะวันตกที่มีแนวคิดและเทคโนโลยีด้านสุขภัณฑ์สมัยใหม่ก่อนหน้าใครในโลก 

ซึ่งคาซูชิกะ โอคุระ มีโอกาสได้ไปพบเห็นนวัตกรรมด้านสุขภัณฑ์จากชาติตะวันตกเหล่านี้ รู้สึกประทับใจและวาดฝันอยากให้บ้านเกิดตัวเองก้าวหน้าแบบนี้บ้าง (ก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีระบบระบายน้ำซะอีก!!) 

เขาเชื่อมั่นว่า การยกระดับสุขลักษณะในห้องน้ำ จะเป็นการยกระดับสังคมให้ดีกว่าเดิมได้ เพราะชีวิตคนเราเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ภายในบ้าน

แต่แทนที่จะนำเข้าสินค้าโดยตรงจากตะวันตก เขากลับปูพื้นฐาน “องค์ความรู้” ของเรื่องนี้ โดยการก่อตั้งศูนย์วิจัยสุขภัณฑ์ “เซรามิค” ขึ้นมาในปี 1912 ซึ่งเป็นวัสดุพื้นฐานที่สุดที่ใช้ขึ้นรูปหล่อออกมาเป็นตัวส้วม

2 ปีให้หลังในปี 1914 เขาสามารถพัฒนา “ส้วมที่กดชักโครกได้” เป็นเจ้าแรกในญี่ปุ่น และในปี 1917 โอคุระมองเห็นแล้วว่า เริ่มมีแววสามารถนำองค์ความรู้เซรามิคมาแปรเปลี่ยนเป็นสุขภัณฑ์ดีๆ ให้แก่ผู้บริโภคได้ จึงก่อตั้งบริษัท Toyo Toki K.K. ขึ้นมา

และแล้วในปี 1929 เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ในโตเกียว ทำให้หลายพื้นที่ของเมืองพังพินาศราบเป็นหน้ากอง ซึ่งส่งผลถึงระบบกำจัดของเสียในเมือง ตอนนั้น Toyo Toki ได้เข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ เพราะหลังจากการฟื้นฟูเมืองความต้องการสุขภัณฑ์ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด

เรื่องส้วมเรื่องใหญ่

ปี 1963 ก่อนหน้าที่โตเกียวโอลิมปิกจะเริ่มขึ้นเพียงปีเดียว Toyo Toki ได้พัฒนา “ห้องน้ำสำเร็จรูปแบบครบวงจร” และติดตั้งครั้งแรกที่โรงแรมหรู Hotel New Otani ใจกลางกรุงโตเกียว (และเป็นจุดเริ่มต้นของภาพลักษณ์พรีเมียมในใจผู้บริโภค)ประกอบกับทศวรรษ 1960s เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง ทำให้เกิดความต้องการสุขภัณฑ์ที่ทันสมัย และบริษัทของโอคุระเติบโตตามอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม Toyo Toki อาจเป็นชื่อที่เรียกยากไปหน่อย และฟังดูไม่อินเตอร์ ในปี 1969 จึงย่อให้เหลือแค่ “TOTO” (เป็นโลโก้ที่เราพบเห็นในปัจจุบันได้จากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์)

เมื่อถึงปี 1977 คือจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ส้วมญี่ปุ่น เพราะเป็นปีแรกที่ยอดขายส้วมสไตล์ตะวันตก(แบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน) แซงหน้าส้วมนั่งยองๆ แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม บ่งบอกว่า คนญี่ปุ่นเปิดใจรับส้วมสมัยใหม่แล้ว

ท้าทายชุดความคิดเดิม

และแล้วในปี 1980 TOTO ได้ให้กำเนิดนวัตกรรมที่จะพลิกโฉมหน้าบริษัทและวัฒนธรรมการเข้าส้วม นั่นคือ “WASHLET” หรือ ฝารองนั่งอัตโนมัติ ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกกดปุ่มต่างๆ เพื่อทำธุระได้อย่างรื่นรมย์ เช่น กดฉีดน้ำทำความสะอาด / เป่าแห้ง / ปรับฮีทเตอร์ฝารองนั่งให้อุ่น

เพียง 1 ปีจากเปิดตัว TOTO ส่งมอบนวัตกรรมนี้ไปกว่า 1 แสนยูนิตทันที และแค่ 5 ปีนับจากวันเปิดตัว WASHLET ของ TOTO ก็ขายไปได้มากกว่า 1 ล้านยูนิตแล้ว (ตัวเลขล่าสุดในปี 2019 ขายสะสมไปได้มากกว่า 50 ล้านยูนิตเลยทีเดียว)

WASHLET ถือเป็นนวัตกรรมจาก TOTO ที่ได้อิทธิพลมาจากโอคุระไม่น้อยในแง่นิสัยการตั้งคำถามเพื่อถกเถียงสิ่งที่เป็นอยู่เดิมๆ ที่ว่า…เราจะเปลี่ยนการนั่งทำธุระในห้องน้ำให้เป็น “ประสบการณ์ในตัวมันเอง” ได้อย่างไร?

เฉกเช่นทุกนวัตกรรมอันล้ำหน้า WASHLET เกิดขึ้นพร้อมคำถามที่ท้าทายชุดความคิดเดิมๆ เช่น ทำไมคนเราต้องรีบขี้เสมอไป? ทำไมส้วมต้องเหม็น? ทำไมส้วมต้องเงียบไม่มีเสียงเพลงใดๆ? ทำไมเราต้องทนหนาวก้นในฤดูหนาวเวลาเข้าส้วม? และทำไมคนเราต้องทุลักทุเลทำความสะอาดตัวเอง? โดยเฉพาะคนแก่ที่ร่างกายชราแล้ว การเคลื่อนไหวในพื้นที่คับแคบจำกัดเป็นอันตรายต่อร่างกาย

การปฏิเสธสิ่งเดิมๆ นำไปสู่การตอบรับสิ่งใหม่ๆ และนั่นคือ WASHLET นั่นเอง

พัฒนาไม่สิ้นสุด

ตอนแรก WASHLET เป็นสินค้าแยกเดี่ยวๆ (แค่ตัวฝารองนั่งอัตโนมัติ) แม้ฟังก์ชั่นการใช้งานจะล้ำสมัย แต่ดีไซน์กลับไม่ค่อยเข้ากันกับสภาพแวดล้อม ก่อนที่ในปี 1993 แบรนด์จะเปิดตัวรุ่น ”NEOREST” มีการออกแบบใหม่ที่รวมผสานฝารองนั่งอัตโนมัติให้เป็นส่วนหนึ่งของทั้งโถส้วมอย่างสวยงามหรูหรา (ต้นแบบดีไซน์ที่เราเห็นในปัจจุบัน)

และในปี 1999 ได้เปิดตัว ”CEFIONTECT” เป็นนวัตกรรมสารเคลือบพิเศษบนตัวเซรามิค ซึ่งช่วยลดการเกาะติดของคราบสกปรก นำไปสู่การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าที่น้อยลงเวลาทำความสะอาด (ชักโครกทีเดียวคราบหายเกลี้ยง) โดยปัจจุบันกว่า 80% ของชาวญี่ปุ่น ใช้ฝารองนั่งอัตโนมัติภายในบ้าน (รวมทุกแบรนด์) ซึ่งไม่เกินจริงนักหากจะบอกว่า TOTO คือผู้จุดประกายแนวคิดนี้ เพราะเป็นเจ้าแรกและเป็นส่วนแบ่งตลาดสูงสุด

TOTO อาจมีชื่อเสียงเรื่องส้วม แต่บริษัทไม่ได้ทำแค่ส้วม ปัจจุบันสายผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมถึง “สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ” มากมาย เช่น ก๊อกน้ำ / อ่างล้างหน้า / อ่างอาบน้ำ / ระบบปรับอากาศภายในห้องน้ำ / ชุดห้องครัว เรียกได้ว่า ครอบคลุมระบบ “หน้าบ้าน-หลังบ้าน” แทบทั้งหมดในห้องน้ำก็ว่าได้

อย่าเริ่มที่ความอยากรวย

ที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่วันแรกโอคุระไม่ได้ต้องการแค่ทำธุรกิจเพื่อหวัง “รวย” เท่านั้น โดยเอาตัวเองและบริษัทเป็นศูนย์กลาง หรือกำไรคือจุดมุ่งหมายสูงสุด แต่เขามีแนวคิดที่แคร์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบด้านมาตั้งแต่ต้น ต้องการบาลานซ์ความพึงพอใจของทุกฝ่ายซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ “ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 5” (5 Stakeholder Satisfaction) ได้แก่ 

ลูกค้า – ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ชีวิตในแต่ละเจเนอเรชั่น

ผู้เล่นในตลาด – แข่งขันกันแบบแฟร์ๆ เล่นในเกม ไม่ใช้วิธีสกปรก

ซัพพลายเออร์ – ทำธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ไม่เอารัดเอาเปรียบ

ผู้ถือหุ้น – ได้รับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล

สังคม – ใช้วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม นำเทคโนโลมาใช้เพื่อลดการใช้ทรัพยากร

โอคุระเน้นย้ำเสมอแก่พนักงานว่า “ให้มุ่งมั่นผลิตสินค้าคุณภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า แล้วผลกำไรจะตามมาเอง…ไม่ใช่ไล่ตามผลกำไรแต่แรก”

เราจึงเห็นว่า แบรนด์ TOTO แทบไม่มีเรื่องอื้อฉาวให้ต้องเสียชื่อเสียงและถูกวิพากวิจารณ์จากสังคมนัก แต่กลับมีภาพลักษณ์เป็นสินค้าคุณภาพและน่าเชื่อถือ

โอคุระยังเป็นคนที่หมั่นตั้งคำถามเชิงท้าทายกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อรีวิวสถานการณ์หรือสร้างวิสัยทัศน์ในอนาคต (และแน่นอน เป็นปรัชญาประจำ TOTO ที่พนักงานทุกคนต้องเรียนรู้ นั่นคือ คุณค่าอะไรที่ TOTO มอบให้แก่สังคม? อะไรคือภารกิจของเราตอนนี้กันแน่? และ TOTO ยังเป็นที่ต้องการของคนในสังคมอยู่หรือไม่?

วันนี้ TOTO คือบริษัทผู้ผลิตสุขภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดในโลก 

ปี 2020 ยอดขายทั่วโลกกว่า 192,000 ล้านบาท กำไรกว่า 13,000 ล้านบาท ดำเนินการอยู่ใน 19 ประเทศทั่วโลก พร้อมพนักงานมากึง 33,800 ชีวิต

แม้ผู้ก่อตั้งอย่างคุณคาซูชิกะ โอคุระ จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่วันนี้ TOTO ทำตามฝันของเขาได้สำเร็จ นั่นคือการมีนวัตกรรมส้วมที่ล้ำหน้ากว่าชาวตะวันตก และนำสุนทรียะอันรื่มรมย์มาสู่ห้องน้ำได้สำเร็จ

.

อ้างอิง

https://jp.toto.com/assets/files/TOTO_WILL2030_en.pdf

https://companiesmarketcap.com/toto/marketcap/

https://jp.toto.com/history/en/evolution/

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Toto_Ltd.

https://bidetgenius.com/pages/an-intro-to-the-toto-washlet%20


Related

เจอร์รี บัสส์ : เด็กสู้ชีวิต สู่นักธุรกิจซื้อแอลเอ เลเกอร์ส ปั้นทีมจนยุคหลังมีมูลค่าแซง ‘ปีศาจแดง’ และ ‘หงส์แดง’ พลิกโฉมบาสเกตบอลเอ็นบีเอไปตลอดกาล

แมคโดนัลด์ขายอะไรในอินเดีย ประเทศที่คนส่วนใหญ่ไม่กินเนื้อวัวและเนื้อหมู ตามหลักการศาสนา

ไมค์ ลาซาริดิส : ยุครุ่งโรจน์และร่วงหล่นของโทรศัพท์มือถือ ‘BlackBerry’

เคอร์ติส คาสเซล : เจ้าของแบรนด์ ‘Queera Wang’ ชุดแต่งงานที่ไร้กฎเกณฑ์ทางเพศ

ดราม่าร้อน Voucher ทิพย์ กรณีศึกษาจาก ‘แหลมเกต’ ถึง ‘ดารุมะซูชิ’

After You: คาเฟ่ขนมหวานที่คิวจากทองหล่อยาวไปจนถึงฮ่องกง

เอลิชา เกรฟส์ โอทิส : ชายผู้ยอมเสี่ยงชีวิต โชว์ตัดสายเชือกลิฟต์ เพื่อพิสูจน์ว่าลิฟต์แบรนด์ Otis ปลอดภัย

แจน กุดมันด์-เฮเยอร์ : ชาวเดนมาร์กผู้ผลักดัน Cohousing บ้านบรรเทาความเหงาที่คนทุกวัยได้ดูแลกันและกัน