Post on 09/05/2022

เคนนี จี กับคอนเสิร์ตครั้งที่ 7 ในไทย นักดนตรีที่แฟนเพลงทั่วโลกรัก แต่สายแจซดั้งเดิมมักวิจารณ์เชิงลบ บางคนถึงขั้น “เกลียด”

ในบรรดาศิลปินที่มีโอกาสมาแสดงในไทยบ่อยครั้ง แฟนเพลงอาจนึกถึงชื่อ ‘เคนนี จี’ (Kenny G) นักดนตรีสายเครื่องเป่า เจ้าของบทเพลงฮิตและอัลบั้มขายดีติดอันดับโลก ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา เขาแวะเวียนมาเล่นดนตรีในไทยบ่อยครั้ง

ภาพที่คนทั่วโลกนึกถึงเมื่อเอ่ยชื่อเคนนี จี หนีไม่พ้นชายหนุ่มร่างเพรียวพร้อมทรงผมเอกลักษณ์แบบหยิกฟู ตามมาด้วยเสียงแซ็กโซโฟนโทนเสียงสูงแต่ยังเต็มไปด้วยความไพเราะนุ่มนวลจากเมโลดีที่สวยงาม ประกอบกับท่วงทำนองฟังง่ายติดหูถูกใจแฟนเพลงทั่วไป บทเพลงของเคนนี จี ไปปรากฏอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ มากมายตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่เขาผลิตงานออกมา จนถึงวันนี้ก็ยังวนเวียนอยู่รอบตัวให้ได้ยินอยู่เสมอ ต้องกล่าวด้วยว่า ไม่ใช่แค่ในไทย แต่เป็นระดับนานาชาติ

หลังจากช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดเริ่มคลี่คลายลงบ้าง เคนนี จี มีโอกาสมาแสดงในไทยอีกครั้งในงาน International Jazz & Blues Festival 2022 จัดขึ้นที่หัวหิน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ค่ำคืนแห่งเสียงเพลงแจซและบลูส์เริ่มต้นขึ้นโดยวงชาวไทยโดยปราศจากวี่แววของฟ้าฝน บรรยากาศและสภาพอากาศชวนดื่มด่ำกับเสียงเพลงของอีกหนึ่งเจ้าพ่อสมูธแจซ (Smooth Jazz) ซึ่งมีโอกาสมาเปิดการแสดงในไทยอีกครั้ง แต่นี่เป็นเพียงแค่บทโหมโรงเท่านั้น เมื่อถึงเวลาเริ่มโชว์ที่ทุกคนรอคอย มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในความทรงจำของแฟนเพลง

ก่อนหน้าสิ่งไม่คาดฝันจะหลั่งไหลเข้ามาในโชว์นี้ เคนนี จี เปิดตัวด้วยมาดหล่อเท่ เสียงโซปราโนแซ็กโซโฟน (Soprano Saxophone) ดังขึ้นหลังจากอินโทรเพลงโปรยทางให้พระเอกของรายการ เสียงที่ดังผ่านลำโพงขึ้นมาไม่ได้มาจากศิลปินที่เดินจากริมเวทีมาที่กลางเวทีเหมือนการแสดงอื่น เคนนี จี กลับปรากฏตัวขึ้นโดยยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่นั่งชมด้านล่างเวทีใจกลางมวลหมู่ผู้ชมที่นั่งจดจ้องบนเวทีรอคอยศิลปินเดินออกมาพร้อมกับเครื่องเป่าตัวเก่ง แค่นี้ก็เรียกเสียงเฮดังกระหึ่มบริเวณทรูอารีนา ที่หัวหิน แล้ว

หลังได้เฮกับพระเอกในงานที่ทุกคนรอคอย ผู้ชมเริ่มพบว่าเม็ดฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า จากเม็ดเล็ก ๆ ค่อย ๆ เพิ่มระดับมากขึ้น ยังดีที่ผู้ชมส่วนใหญ่ได้รับเสื้อกันฝนจากเจ้าหน้าที่มาแล้ว ภาพเสื้อกันฝนหลากสีเริ่มปรากฏขึ้นเป็นหย่อม สำหรับคนที่ไม่มีเสื้อกันฝนเริ่มทยอยไปหลบในเต็นท์ด้านข้างกันบ้าง

พอจะบอกได้ว่า บรรยากาศฟังดนตรีสมูธแจซจากแซ็กโซโฟนของเคนนี จี ในครั้งนี้เริ่มกลายเป็นคอนเสิร์ตกลางสายฝนไปโดยปริยาย (ฝนหยุดตกในช่วงท้ายโชว์ซึ่งจะเล่าถึงในเนื้อหาต่อไป) ละอองฝนอาจทำให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนจุดที่จับจองกันไว้บ้าง นั่นไม่ได้ทำให้คอนเสิร์ตจืดชืดลงแต่อย่างใด เสียงแซ็กโทนเสียงสูงที่มาพร้อมเมโลดีและท่วงทำนองไพเราะเสนาะหูตรึงแฟนเพลงเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ตามมาด้วยลูกเล่นทีเด็ดสำหรับสายเครื่องเป่าที่มักโชว์พลังเป่าเสียงลากยาวต่อเนื่องแบบไม่มีหยุดพัก

ลูกเล่นนี้น่าจะเป็นลายเซ็นสำคัญเป็นพิเศษสำหรับโชว์ของเคนนี จี จากที่กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World Records) บันทึกว่าในเวลานั้น (ราวปี 1997) เคนนี จี เป็นเจ้าของสถิติเล่นโน้ตด้วยแซ็กโซโฟนโดยลากเสียงยาวนานที่สุดในโลก โน้ตที่เคนนี จี เป่าลากเสียงถูกบันทึกว่ายาวต่อเนื่อง 45 นาที 47 วินาที

ผู้เขียนไม่ได้พิมพ์เลขผิด ย้ำว่าเป่าโน้ตเดียวลากยาวต่อเนื่อง 45 นาที 47 วินาที (ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า circular breathing) ซึ่งภายหลังมีนักเป่าหลายรายอ้างว่าลากเสียงโน้ตยาวกว่าสถิติของเคนนี จี จนเป็นข้อถกเถียงกันมา แต่ในบทความจะไม่ได้อธิบายถึงประเด็นนี้

กลับมาที่เรื่องโชว์ในไทยครั้งนี้ เคนนี จี ลากเสียงโน้ตยาวเป็นระยะเวลาหนึ่งพอให้ได้เฮกัน ไม่ถึงกับยาวไปหลายสิบนาที

สำหรับประสบการณ์ในโชว์ ปฏิเสธได้ยากว่า ฝนส่งผลต่อโชว์และบรรยากาศในระดับหนึ่งทีเดียว แม้แต่เคนนี จี ยังเอ่ยปากบนเวทีว่า “ขอโทษสำหรับฝนด้วย” ซึ่งผู้ชมทราบดีว่าไม่ใช่ความผิดของนักดนตรีชื่อก้องโลกรายนี้เลย ไม่ใช่แค่นี้ ช่วงท้ายคอนเสิร์ต เคนนี จี จะยังเอ่ยถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เชื่อว่าอาจเกิดขึ้นเพราะสาเหตุจากฝนด้วย

บทเพลงช่วงแรกที่เคนนี จี หยิบยกมาเล่นมีทั้งที่เป็นเพลงดังในสไตล์สมูธแจซ เล่นเนียนไพเราะเพราะพริ้งสมกับเป็นเจ้าพ่อของสายนี้ และมีทั้งที่เป็นกรูฟแบบฟังก์ หรือผสมลาติน ขยับจังหวะขึ้นมาสลับกับเพลงช้า แถมมีหยิบเพลงที่เป็นสไตล์แจซคลับย้อนยุคมานำเสนอด้วย

หลังเคนนี จี เปิดตัวด้วยเซอร์ไพรส์เล็กน้อย และเป่าเพลงดังที่ทุกคนคุ้นหูให้แฟนเพลงได้หายคิดถึงกันแล้ว เคนนี จี ทักทายผู้ชมด้วยประโยคภาษาไทย ข้อมูลจากปากคำของนักดนตรีมากประสบการณ์บอกว่า โชว์ครั้งนี้เป็นการแสดงในไทยครั้งที่ 7 ของตัวเขาเองแล้ว

เช่นเดียวกับโชว์ส่วนใหญ่ของเคนนี จี เขาไม่ได้นำเพลง Going Home ไปไว้เป็นเพลงปิดท้ายโชว์เหมือนกับที่ในจีนเปิดเพลงนี้เพื่อเป็นสัญญาณให้คนในบริเวณทราบว่าพื้นที่นั้นกำลังจะปิดลงในวันนั้น คอนเสิร์ตที่หัวหินปี 2022 เคนนี จี เล่นเพลง Going Home อยู่ช่วงกลางโชว์ท่ามกลางสายฝน ก่อนจะสลับมาเป็นเพลงจังหวะลาติน และเริ่มมาโซโล่เดี่ยว ซึ่งเป็นอีกช่วงที่บ่งชี้ว่า ‘ฝน’ มีผลต่อบรรยากาศอยู่บ้าง

เคนนี จี อาจเป็นที่จดจำว่าเป็นเจ้าของเพลงสมูธแจซอันไพเราะ เล่นโน้ตนุ่มนวล เมื่อมาถึงการโชว์ด้านเทคนิคทักษะด้านดนตรี โชว์โซโล่เดี่ยวแซ็กโซโฟนของเคนนี จี แสดงให้เห็นว่าในด้านทักษะก็ไม่ได้เป็นรองใครเหมือนกัน เคนนี จี ร่ายโน้ตนับล้านตัวรัวอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแล้ว การโซโล่เดี่ยวมักเป็นไปอย่างราบรื่นแล้วต่อด้วยการบรรเลงพร้อมวงต่อ สำหรับโชว์ครั้งที่ 7 ในไทยของเคนนี จี ที่เลข 7 ควรเป็นเลขนำโชคตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่แล้วกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ขณะที่เคนนี จี รัวโน้ตอย่างเมามัน เขากลับชะงัก แล้วเอ่ยขึ้นว่ามีอะไรไปติดอยู่ในอุปกรณ์เครื่องเป่าของเขา เคนนี จี สันนิษฐานว่าอาจเพราะฝนก็เป็นได้

เคนนี จี ขอให้พิธีกรช่วยขึ้นมาพูดบนเวทีขณะที่เขาไปแก้ไขปัญหาสุดวิสัยกับเครื่องดนตรีคู่ชีพของเขาก่อน จังหวะที่พิธีกรขึ้นมาพูด ฝนเริ่มหยุดแล้ว หลังจากฝนหยุด นักดนตรีสนับสนุนกลับขึ้นมาเล่นแจมกันเพื่อรอพระเอกของโชว์กลับมา

เคนนี จี หายไปไม่นานก็กลับขึ้นมาโปรยบทเพลงดังของเขาต่อในช่วงท้าย ซึ่งในช่วงนี้เอง เคนนี จี หยิบเพลงอมตะมาเล่นด้วยอย่าง My Heart Will Go On แล้วกลับมาโซโล่เดี่ยวต่อจากที่ค้างไว้

เพลงสุดท้ายของโชว์ เคนนี จี ปิดท้ายด้วยบทเพลงอมตะของโลกอย่าง Somewhere Over The Rainbow ในบรรยากาศค่ำคืน อากาศเย็นสบายหลังฝนหยุดตก เสียงโซปราโน แซ็กโซโฟนของเคนนี จี ที่บรรเลงเพลง Somewhere Over The Rainbow คู่กับเปียโน ช่างเป็นเสมือนคำอำลาและปิดฉากโชว์ครั้งที่ 7 ของเขาในไทยได้อย่างน่าชื่นใจ

โชว์ของเคนนี จี และเสียงดนตรีของเขาทำให้แฟนเพลงหายคิดถึงได้มากทีเดียว แม้จะมีเหตุติดขัดเล็กน้อย โดยรวมแล้ว ผู้ชมส่วนใหญ่พอใจกับงานนี้ หากเป็นแฟนเพลงตัวยงแล้วน่าจะยินดีกับโอกาสใกล้ชิดกับศิลปินระดับโลกเมื่อเคนนี จี มาตั้งโต๊ะแจกลายเซ็นให้แฟนเพลงที่ซื้อของที่ระลึกซึ่งทีมงานนำมาจำหน่ายเป็นโปสเตอร์และซีดีรวมฮิต

ผู้เขียนมีโอกาสถามไถ่เคนนี จี เกี่ยวกับเหตุการณ์สุดวิสัยบนเวทีขณะยื่นซีดีให้นักดนตรีวัย 65 ปี เซ็นลงบนปกเคนนี จี ตอบอย่างเป็นกันเองพร้อมกับเซ็นซีดีไปด้วยว่า แซ็กโซโฟนของเขากลับมาใช้งานได้แล้วในเบื้องต้น แต่ยังต้องไปซ่อมแซมปรับปรุงเพิ่มเติมต่ออีก

เชื่อว่า สำหรับแฟนเพลงของเคนนี จี ทุกคนเอาใจช่วยให้อุปกรณ์ของเขากลับมามีสภาพสมบูรณ์อย่างแน่นอน เคนนี จี เป็นที่รักของแฟนเพลงตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีนับตั้งแต่อัลบั้มแรกของเขาประสบความสำเร็จช่วงปลายยุค 80s จนถึงวันนี้ อัลบั้มของเขาทำยอดขายทั่วโลกได้มากกว่า 75 ล้านชุด อย่างไรก็ตาม เหรียญอีกด้านสำหรับความสำเร็จของเคนนี จี เขาต้องรับมือกับเสียงวิจารณ์ที่มีต่องานดนตรีมาโดยตลอด

สารคดี Listening to Kenny G ใน HBO เคนนี จี พูดถึงเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น และรู้ดีว่ามีคน ‘เกลียด’ งานของเขา แต่ก็ไม่ได้ถือสาคำกล่าวเหล่านี้ เคนนี จี ให้สัมภาษณ์กับ NPR แห่งสหรัฐฯ ว่า คนที่วิจารณ์ดนตรีของเขาอาจคิดว่าดนตรีของเคนนี จี จะไปส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของดนตรีแจซดั้งเดิม (traditional jazz) ซึ่งในความคิดของเคนนี จี คิดว่าดนตรีของเขาไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งใด ๆ

“พวกเขามีสิทธิ์จะแสดงท่าทีปกป้องถ้านั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการทำ ผมมีอย่างอื่นที่ต้องทำ ซึ่งก็คือการผลิตงานและฝึกซ้อม” เคนนี จี กล่าวขณะให้สัมภาษณ์กับ NPR

หากอ้างอิงจากรายงานเมื่อปี 2014 ของ New York Times สื่อเก่าแก่ในสหรัฐฯ ดนตรีของเคนนี จี ไม่ได้เป็นเพียงดนตรีที่ไพเราะซึ่งแฟนเพลงฟังในเวลาส่วนตัวหรือฟังขณะทำกิจกรรมใดก็ตาม ดนตรีของเคนนี จี ถูกนำมาใช้ในแง่มุมทางสังคมด้วย

ดังที่กล่าวข้างต้น ในประเทศจีน เพลง Going Home ถูกใช้เป็นเพลงเปิดในพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ โรงเรียน และศูนย์กีฬา เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบว่า นี่คือเวลาที่ปิดทำการในวันนั้นแล้ว หรือเรียกว่าได้ว่า เป็นเพลงสำหรับสื่อความหมายเพื่อ ‘เคลียร์พื้นที่’ นั่นเอง

เพลง Going Home เป็นอีกผลงานของเคนนี จี เมื่อปี 1989 ซึ่งประสบความสำเร็จกลายเป็นเพลงฮิตมาจนถึงวันนี้ แต่สำหรับในจีน ผู้คนทั่วไปได้ยินเพลงนี้มาหลายสิบปี แต่ไม่ค่อยมีใครทราบว่า เพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลง ‘เคลียร์พื้นที่’ ตั้งแต่เมื่อใด

เคนนี จี ทราบดีว่าเพลงของเขาได้รับความนิยมและเป็นเพลงเชิงสัญลักษณ์ในทางวัฒนธรรมที่จีน เขากลับต้องยอมรับความจริงส่วนหนึ่งว่า ถึงแม้ว่าเขาหวังว่าจะได้รับส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์จากการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญา แต่ก็ต้องยอมจำนนกับข้อเท็จจริงในแง่วิถีของแต่ละพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อเขาได้ยินเพลง Going Home ดังขึ้นในที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง มันทำให้เขารู้สึกว่า ดนตรีไม่มีกำแพงทางภาษา

และเช่นเดียวกับในไทย เคนนี จี เปิดแสดงที่จีนหลายครั้ง เขาบอกด้วยว่า จะเล่นเพลง Going Home เป็นเพลงสุดท้าย เพราะไม่อยากให้ผู้ชมกลับบ้านก่อนเวลา

เคนนี จี ยอมรับในความคิดเห็นและความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมตามแต่ละบริบทพื้นที่ เช่นเดียวกับเสียงวิจารณ์ที่มีต่อดนตรีของเขา นักดนตรีดังเชื่อว่ามีคนทั่วโลกที่รู้สึกว่าต้องปกป้องบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ และมีผู้คนที่คิดว่าจะต้องพิทักษ์ดนตรีแจซแบบดั้งเดิมและสไตล์ของดนตรีแจซดั้งเดิมไว้ ขณะที่เขาเล่นดนตรีในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

ช่วงกลางยุค 80s โลกยังไม่มีเทคโนโลยีสื่อสารทันสมัยแบบทุกวันนี้ เคนนี จี เล่าว่า ไม่มีช่องทางที่ทำให้ผู้คนได้รู้ว่ามีดนตรีแบบไหนบ้างได้มากนัก และเขาก็ผลิตดนตรีในสไตล์ของเขาขึ้นมาจากพื้นที่เล็ก ๆ ของตัวเอง แค่เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ข้างในตัวเขา

“ผมแค่เล่นเครื่องดนตรีในแบบที่ผมเล่น ผมเล่นต่างจากที่คนอื่นเล่น ผมเขียนเพลงที่แตกต่าง ผมทำในสิ่งที่ผมต้องทำ และทุกคนก็มีสิทธิ์จะพูดในสิ่งที่พวกเขาต้องการ”

แม้ตัวของเคนนี จี จะมองว่าดนตรีของเขาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งใด สำหรับแฟนเพลงจำนวนไม่น้อย เชื่อว่า หลายคนมีดนตรีของเคนนี จี ฝังอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของความทรงจำ บทเพลงที่แตกต่าง(จากแจซดั้งเดิม)ของเขาถูกนำมาใช้ในสื่อ ผู้คนเลือกเปิดเพลงของเคนนี จี ในพื้นที่ต่าง ๆ ตามจุดประสงค์ของแต่ละคน

งานเพลงที่ไพเราะเรียบง่ายแบบสมูธแจซสไตล์เคนนี จี แตกต่างจาก ‘แจซ’ ในรูปแบบที่บางคนมอง บางคนมองว่าดนตรีของเคนนี จี มีโครงหลักอิงกับแนวป็อปเสียด้วยซ้ำ กาลเวลากลับเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ดนตรีของเคนนี จี กลับมีบทบาท มีฟังก์ชัน และมีพื้นที่ในความทรงจำของคนทั่วโลกผ่านตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างการแสดงครั้งที่ 7 ในไทยของเคนนี จี แฟนเพลงหลากหลายกลุ่มทั้งที่เป็นชาวต่างชาติ วัยรุ่นชาวไทย และครอบครัว ล้วนซึมซับกับงานของนักแซ็กโซโฟนซึ่งแตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิมได้

ในอนาคตอันใกล้และระยะไกลออกไป ลักษณะของดนตรีที่เรียบง่ายผสมรายละเอียดในสไตล์แบบเคนนี จี จะยังมีพื้นที่อยู่ในวงการดนตรีได้หรือไม่ และจะสานต่อจากการแสดงหมายเลข 7 ในปี 2022 ไปสู่เลขอื่น ๆ ได้ไกลแค่ไหน คงเป็นคำถามที่ยากเกินไปที่จะให้คำตอบในเวลานี้

หากประเมินจากสภาพและบริบทในปัจจุบัน แฟนเพลงจำนวนมากทั่วโลกยังสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ การแสดงครั้งที่ 7 ของเขาในไทยเป็นตัวอย่างและหลักฐานอย่างหนึ่งที่พิสูจน์ได้ดีทีเดียว

อ้างอิง :

https://www.npr.org/…/kenny-g-documentary-listening-to…

https://www.nytimes.com/…/china-says-goodbye-in-the-key…

 

ภาพ : ททท.


นักผจญภัยในเมืองที่หลงเสน่ห์เรื่องราวทุกชนิด ใช้ชีวิตอยู่กับยุทธจักรแห่งการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน

Related

วิลล์ สมิธ: 30 ปีฮอลลีวูด ปรัชญาความสำเร็จและล้มเหลวผ่านการถูกพ่อใช้สร้าง ‘กำแพง’ ในวัยเด็ก

Céline Dion – My Heart Will Go On: เพลงที่เกือบไม่ได้อยู่ในหนัง ‘Titanic’

โนบิ โนบิสุเกะ: ตัวแทนคุณพ่อแห่งชนชั้นกลางของญี่ปุ่นในยุคโชวะ

The Rolling Stones: เบื้องหลังโลโก้โด่งดังเหนือกาลเวลา คือปากและลิ้นของพระแม่กาลี

พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร: ศิลปินที่ทลายกำแพงความขี้อายสู่การเป็นตัวของตัวเองในแบบที่อยากจะเป็น

“รู้ไหมใครติ่ง” เราติ่ง เธอติ่ง ใคร ๆ ก็เป็นติ่ง?

เจน แคมเปียน: จาก ‘The Piano’ สู่ ‘The Power of Dog’ ผู้กำกับหญิงออสการ์ท้าสังคม

แจ็คสัน หวัง: ศิลปินผู้เต็มที่กับความฝัน และละเอียดอ่อนเหนือชั้นในทุกการกระทำ