Post on 22/11/2019

คิม ดอตคอม ผู้ต้องหาคดีใหญ่ ผู้บุกเบิกเว็บไซต์แห่งการแบ่งปัน 

ปัจจุบันนี้ยังมีใครซื้อซีดีฟังเพลง หรือซื้อดีวีดีดูหนังกันอยู่บ้าง? 

น่าจะหาได้ยากแล้ว ยกเว้นคนที่มองหาประสบการณ์ในการเสพสื่อบันเทิงแบบเดิม ๆ หรือผู้ที่เชื่อในคุณภาพของสิ่งบันทึกสื่อแบบเก่า (เช่นกลุ่มที่ชอบระบบอนาล็อกมากกว่ากว่าสื่อบันทึกแบบดิจิทัล) เพราะทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ฟังเพลงดูหนังที่บ้านหรือผ่านอุปกรณ์พกพาด้วยการสตรีมมิงหรืออินเทอร์เน็ตกันทั้งนั้น

แต่หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สัก 10 ปี สตรีมมิงยังเป็นอะไรที่ไกลตัว เพราะความเร็วและความเสถียรของอินเทอร์เน็ตยังไม่อำนวยเท่าไหร่ วิธีการที่คนนิยมมากกว่าก็คือ การดาวน์โหลดไฟล์หนัง ไฟล์เพลง (ไปจนถึงเกมหรือโปรแกรม) แบบเต็ม ๆ มาเก็บในเครื่อง วิธีการก็มีทั้งอาศัยเครือข่าย P2P ซึ่งผู้ใช้แต่ละคนเป็นผู้แจกไฟล์ 

หรืออีกวิธีก็คือ อาศัยคนกลางทำหน้าที่เป็นผู้จัดเก็บไฟล์ให้คนอัพโหลดไฟล์ขึ้นมา (“คล้าย ๆ” ระบบคลาวด์ที่ใช้กันในปัจจุบัน) แล้วเอาลิงก์สื่อที่อัพโหลดไว้ไปแจกจ่ายต่อ ซึ่งเป็นวิธีการที่ผู้เสพสื่อบันเทิงนิยมมากในยุคนั้น แต่ค่ายหนังค่ายเพลงสาปแช่ง เพราะมัน “น่าจะ” เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขายของพวกเขาตก 

คิม ดอตคอม (Kim Dotcom) จึงกลายเป็นที่ต้องการตัวของรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากเขาเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์แบ่งปันไฟล์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และการเป็นคนกลางปล่อยให้มีการเผยแพร่สื่อดิจิทัลโดยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ย่อมหนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่าเป็นผู้บ่อนทำลายอุตสาหกรรมบันเทิงซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้กับสหรัฐฯ  

“บุคคล 7 ราย กับอีก 2 บริษัท ถูกตั้งข้อหาในสหรัฐฯ ฐานดำเนินกิจการก่ออาชญากรรมระดับนานาชาติซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นต้นตอของการปล้นงานมีลิขสิทธิ์สารพัดรูปแบบทางออนไลน์ขนานใหญ่ทั่วโลก ผ่านทาง Megaupload.com และเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้อง สร้างรายได้โดยผิดกฎหมายมากกว่า 175 ล้านดอลลาร์ และสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์” ประกาศของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Department of Justice) กรณีการดำเนินคดีกับ คิม ดอตคอมและพวก ระบุ หลังมีการจับกุมดอตคอมโดยหน่วยอาวุธพิเศษของนิวซีแลนด์ เมื่อปี 2012 

ข้อกล่าวหาของเขาและพวกก็มีทั้ง กรรโชกทรัพย์ ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งแพ่ง-อาญา และฟอกเงิน ซึ่งในข้อหาหลังข้อหาเดียวก็จะทำให้ดอตคอมและพวกอาจต้องติดคุกสูงสุดนานถึง 20 ปี  

ดอตคอม เป็นใคร?

จากข้อมูลของ Britannica ดอตคอม ดั้งเดิมเป็นชาวเยอรมัน นามสุกลเก่าคือ ชมิตซ์ (Schmitz) เริ่มตั้งบริษัทด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี 1994 ก่อนย้ายมาเปิดบริษัท Data Protect Limited จดทะเบียนในฮ่องกงตามชื่อบริษัทเก่าในบ้านเกิด จนปี 2005 (ไม่รู้ว่าซินแสฮ่องกงทักหรือไม่?) จึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Megaupload พร้อมกับเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น คิม ดอตคอม และอีกนามแฝงในชื่อ คิม ทิม จิม เวสเตอร์ (Kim Tim Jim Vestor) พร้อมตั้งบริษัทโฮลดิง (บริษัทที่ตั้งเพื่อถือหุ้น หรือลงทุน และควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทอื่น) ในชื่อ Vestor Limited ขึ้นมาเป็นบริษัทแม่ของ Megaupload อีกที 

เขาใช้ชีวิตอยู่ในฮ่องกงจนถึงปี 2008 เมื่อมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวนิวซีแลนด์กับครอบครัว เขาก็เกิดติดใจและตัดสินใจซื้อคฤหาสน์หลังโตและย้ายภูมิลำเนามาตั้งรกรากที่ดินแดนแห่ง “ครีมรกแกะ” จนได้สิทธิในการพักพิงอย่างถาวรที่นี่

จุดเริ่มต้นของ Megaupload ดอตคอมเล่าในช่องยูทูบ Ivan on Tech ว่า เขาและเพื่อน ๆ เป็นแฟนการแข่งรถยนต์ แล้วก็ชอบส่งคลิปการแข่งรถและการจัดปาร์ตีมาแชร์กัน ซึ่งตอนนั้นการจะแชร์คลิปพวกนี้ได้ก็ต้องอาศัยอีเมลเท่านั้น แล้วอีเมลก็มักจะจำกัดขนาดไฟล์เอาไว้ คลิปวิดีโอยาว ๆ จึงส่งถึงกันได้ลำบาก 

ดอตคอมก็เลยหาทางแก้ด้วยการสร้างเว็บไซต์ให้คนอัพโหลดไฟล์มาเก็บไว้ แล้วก็เอาลิงก์ที่ได้จากเว็บฝากไฟล์ไปส่งทางอีเมลแทน ซึ่งคนที่ได้รับลิงก์ก็จะสามารถเข้าถึงไฟล์ที่เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางได้ ไม่ต้องมาลำบากอัพโหลด-ดาวน์โหลดไฟล์ทางอีเมล 

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่คนเล่นเน็ตยุคนั้นเจอกันทุกคน เมื่อเขาหาทางแก้นี้ได้เป็นคนแรก ๆ Megaupload จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว 

Megaupload อ้างว่า พวกเขามีผู้ขึ้นบัญชีใช้งานกับพวกเขากว่า 150 ล้านบัญชี มีผู้เข้าใช้วันละกว่า 50 ล้านคน และมีสัดส่วนทราฟฟิกการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งโลกในสมัยนั้นที่ 4% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อคำนึงว่า สมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดียที่ผูกขาดการเป็นแหล่งกระจายคอนเทนต์อย่างเช่นทุกวันนี้

(ถ้าจะเทียบกับสถิติในปัจจุบัน หากวัดกันที่ปริมาณการถ่ายโอนข้อมูล อันดับ 1 เป็นของ Google ที่ 12% ตามมาด้วย Netflix ที่ 11.44% และ Facebook ที่ 5.48% ทั้งนี้จากสถิติของ Sandvine ผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่มีเครือข่ายทั่วโลก แต่ก็ยังไม่รวมข้อมูลจากทางจีนและอินเดีย)  

Megaupload แสดงตัวเป็นเว็บให้บริการฝากไฟล์ ผู้ใช้ก็มีทั้งผู้ที่ฝากไฟล์ที่ตัวเองมีสิทธิอย่างเต็มที่ หรือได้มาโดยถูกลิขสิทธิ์แต่ไม่มีสิทธิที่จะเผยแพร่ต่อ หรือได้มาก็ไม่ถูกและจงใจที่จะใช้เป็นแหล่งเก็บและเผยแพร่ต่อซึ่งงานอันละเมิดลิขสิทธิ์ โดยตัวเว็บ Megaupload เองไม่สามารถค้นหาได้ว่า ภายในโครงข่ายมีข้อมูลอะไรเก็บไว้บ้าง และไฟล์ที่ถูกเก็บไว้ก็จะมีการเข้ารหัสทำให้ทางผู้ให้บริการก็ไม่รู้ว่าผู้ใช้เก็บไฟล์อะไรไว้ แต่พวกเขาก็มีอะไรบางอย่างจูงใจให้ผู้ใช้เก็บไฟล์ที่มีการดาวน์โหลดบ่อย ๆ ทำให้ Megauplaod ถูกมองว่าพวกเขาจงใจให้มีการอัพโหลดงานอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

“ข้อกล่าวหาระบุว่า ผู้สมรู้ร่วมคิดได้ทำกิจการอันขัดต่อกฎหมาย โดยอาศัยโครงสร้างธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการอัพโหลดงานอันมีลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นที่นิยมสูงโดยชัดแจ้ง เพื่อให้ผู้ใช้นับล้าน ๆ รายเข้ามาดาวน์โหลดต่อ ข้อกล่าวหาระบุต่อไปว่า โดยโครงสร้าง เว็บถูกสร้างขึ้นโดยไม่ประสงค์ให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้งาน Megaupload ระยะยาว หรือเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว โดยจะมีการลบคอนเทนต์ที่มิได้ถูกดาวน์โหลดเป็นประจำทิ้งโดยอัตโนมัติ ผู้สมรู้ร่วมคิดยังมีการเสนอรางวัลโดยใช้ประโยชน์ทางการเงินล่อให้มีการอัพโหลดคอนเทนต์ซึ่งเป็นที่นิยมและดึงทราฟฟิกเข้ามาที่เว็บไซต์ โดยมากผ่านทางเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น หรือที่รู้จักกันว่า ไซต์เชื่อมต่อ (linking sites) ผู้สมรู้ร่วมคิดยังถูกกล่าวหาว่าได้จ่ายเงินให้ผู้ใช้ซึ่งตัวผู้สมรู้ร่วมคิดเองรู้ดีว่าคือผู้อัพโหลดงานอันผิดกฎหมายและเผยแพร่ลิงก์ให้กับผู้ใช้อื่น ๆ ทั่วโลก” อีกตอนหนึ่งของประกาศจากกระทรวงยุติธรรมระบุ

“Megaupload สร้างขึ้นบนระบบจูงใจซึ่งให้รางวัลกับผู้ใช้ที่อัพโหลดงานที่เป็นที่นิยมที่สุดบนเว็บไซต์ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นหนัง ทีวีโชว์ และงานบันเทิงเชิงพาณิชย์ที่ขโมยมาทั้งนั้น” สตีเวน ฟาบริซิโอ (Steven Fabrizio) ตัวแทนระดับสูงของสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งอเมริกา กล่าวกับ The Guardian 

“Megaupload ไม่ใช่ผู้ให้บริการเก็บข้อมูลแบบคลาวด์เลยแม้แต่น้อย มันคือแหล่งแพร่กระจายสิ่งผิดกฎหมายขนานใหญ่” 

แต่การจับกุมดอตคอมกลับทำให้ชาวนิวซีแลนด์เกิดเห็นใจดอตคอมขึ้นมา แม้ว่านั่นอาจจะเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่พวกเขาได้ยินชื่อของดอตคอม เนื่องจากภาพการจับกุมดอตคอมนำโดยเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษที่ขนกำลังกันมาถึง 77 นาย พร้อมติดอาวุธครบมือ และเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ ราวกับการบุกทลายซ่องโจรขนาดใหญ่ ในขณะที่คนส่วนใหญ่เห็นดอตคอมเป็นเพียงเนิร์ดขี้โอ่ที่ไม่ได้มีภัยร้ายแรงเหมือนพ่อค้ายา หรือเจ้าพ่อมาเฟีย การที่รัฐใช้กำลังขนาดนั้นจึงถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจอย่างไม่ได้สัดส่วน และยังทำตัวเหมือนเป็น “รัฐบริวาร” ของสหรัฐฯ 

ทั้งนี้ คดีละเมิดลิขสิทธิ์โดยหลักเป็นคดีทางแพ่ง แต่ทางการสหรัฐฯ พ่วงความผิดฐานฟอกเงินเข้ามาด้วยเพื่อให้เป็นคดีที่อยู่ในข่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้โดยง่าย เพราะถือเป็นความผิดร้ายแรงที่แทบทุกประเทศเห็นพ้องต้องกันอยู่แล้ว (โดยหลักการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหากจำเลยอยู่ในประเทศ A แต่เป็นที่ต้องการตัวจากประเทศ B เนื่องจากกระทำความผิดในประเทศ B หรือต่อชาวประเทศ B ความผิดนั้นต้องเป็นความผิดในประเทศ A ด้วย ประเทศ A ถึงจะยอมส่งตัวให้) 

ดอตคอมเลือกที่จะเผชิญหน้ากระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในนิวซีแลนด์ ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดีก็ทำให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบต่อดอตคอม เพื่อให้ได้มาซึ่งหมายศาลในการบุกค้นคฤหาสน์ของดอตคอม เช่น การลักลอบดักฟัง ซึ่งขัดต่อกฎหมายของนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของประชาชน จนนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ต้องออกมาขอโทษดอตคอมด้วยตัวเอง

“ผมขอโทษคุณดอตคอม ผมขอโทษต่อชาวนิวซีแลนด์ทั้งปวง เพราะชาวนิวซีแลนด์ทุกคนย่อมได้รับการปกป้องตามกฎหมายจากการดำเนินการของ GCSB (หน่วยงานด้านข่าวกรองของนิวซีแลนด์) และเราก็ล้มเหลวกับการให้การคุ้มครองแก่เขา (ดอตคอม) อย่างเหมาะสม” (TechCrunch)

Megaupload ถูกปิดให้บริการพร้อม ๆ กับการจับกุม และดอตคอมก็ยังถูกรัฐบาลนิวซีแลนด์อายัดทรัพย์ แต่อีกหนึ่งปีต่อมา (2013) ดอตคอมก็เปิดระบบคลาวด์ตัวใหม่ใช้ชื่อว่า “Mega” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร ก่อนที่เขาจะถอนตัวออกมาในปี 2015 เนื่องจากนักลงทุนจากจีนเข้ามาเทกโอเวอร์ จากนั้นรัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ยึดหุ้นของนักลงทุนรายดังกล่าวไป ทำให้เขาไม่อาจวางใจความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ที่เขาสร้างขึ้นมาอีกต่อไป (TNW)

ในปี 2014 ดอตคอมยังเคยตั้งพรรคการเมืองในนิวซีแลนด์ โดยใช้ชื่อว่า Internet Party อ้างว่าจะเป็นพรรคที่ผลักดันเรื่องการสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ส่งเสริมเรื่องการศึกษาและระบบโครงสร้างขั้นพื้นฐาน เพื่อที่จะสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาภาคการเกษตรลง แต่พรรคของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งหวัง และยังถูกมองว่า เป็นการตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อผลักดันวาระส่วนตัว ซึ่งก็คือการขัดขวางการส่งตัวเขาไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ (ซึ่งเขาปฏิเสธ)

หลายปีผ่านไป เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าขึ้นไปมาก ความต้องการของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนตาม การดาวน์โหลดสื่อบันเทิงมานั่งดูไม่ได้รับความนิยมเหมือนก่อน เมื่อผู้ใช้สามารถกดดูสื่อบันเทิงนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องโหลดให้เสียเวลาและเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ผู้ให้บริการฝากไฟล์ก็มีมากมายหลายเจ้า ซึ่งให้บริการโดยเน้นการฝากไฟล์จริง ๆ มากกว่าจะเป็นการฝากเพื่อนำไปแพร่กระจายต่อเหมือนในยุครุ่งเรืองของ Megaupload

แต่คดีของดอตคอมซึ่งถูกบรรยายว่าเป็นคดีละเมิดลิขสิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดก็ยังไม่จบ ในปี 2018 ศาลอุทธรณ์ของนิวซีแลนด์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ส่งตัวดอตคอมไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ได้ตามคำขอ แต่ดอตคอมก็ยังไม่ยอมแพ้ สู้คดีต่อถึงชั้นฎีกา และยังฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลนิวซีแลนด์หลายล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์คือต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องเสียชื่อเสียง เสียโอกาสทางธุรกิจ และการลงทุน (The New York Times

ชาวเน็ตไม่น้อยโดยเฉพาะชาวคริปโตเคอร์เรนซี (ตลาดใหม่ที่ดอตคอมพยายามรุกเข้าทำประโยชน์) ยังคงเห็นดอตคอมเป็นฮีโรในฐานะผู้บุกเบิกกิจการที่สร้างประโยชน์ให้กับคนหมู่มาก มากกว่านายทุนที่มีจำนวนน้อยแต่ครองทรัพย์สินและอำนาจมหาศาล และไม่เห็นว่าการกระทำของเขาเป็นความผิดร้ายแรงเมื่อเทียบกับเจ้าของกิจการโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบันที่แอบเอาข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาไปขาย   


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ