Post on 21/05/2019

คิม ซูกิ นักเขียนสาวผู้แฝงตัวเป็นครูในเกาหลีเหนือ และความจริงกับความลวงของประเทศเผด็จการ

kim suki

อะไรคือความจริง อะไรคือความลวง สำหรับดินแดนลึกลับที่น้อยคนจะได้เข้าไปสัมผัสอย่าง “เกาหลีเหนือ” เส้นแบ่งระหว่างสองสิ่งนี้ยังคงเลือนราง ด้วยกฎหมายอันเข้มข้นที่ปิดไม่ให้ข่าวสารข้างในออกข้างนอก และข้างนอกเข้าข้างใน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีเหนือส่วนมากยังคงเป็นปริศนาสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่นอกปราการคอนกรีต และชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราก็คงเป็นปริศนาสำหรับชาวเกาหลีเหนือเช่นกัน

เมื่อมีการปกปิด ก็ย่อมต้องมีคนที่พยายามท้าทายอำนาจเพื่อสืบหาความจริง นักข่าว นักสารคดี รวมถึงนักท่องเที่ยวหลายคนเคยพยายามหาทางเข้าไปในอาณาเขตคุมเข้ม ที่ทหารสามารถส่งพวกเขาเข้าคุกได้ตลอดเวลา หากถูกมองว่าเป็นภัยต่อประเทศ

หนึ่งในนั้นคือ “คิม ซูกิ” (Kim Suki) นักเขียนชาวเกาหลีใต้ ในปี 2011 เธอได้แฝงตัวเข้าไปเป็นอาจารย์ในเกาหลีเหนือเกือบ 1 ปี พร้อมทั้งถ่ายทอดแง่มุมของประเทศเผด็จการเบ็ดเสร็จ ผ่านประสบการณ์การสอนหนังสือที่นั่น

“ฉันเกิดและเติบโตที่เกาหลีใต้ ศัตรูของชาวเกาหลีเหนือ และอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ศัตรูอีกตัวหนึ่งของพวกเขา” การใช้ชีวิตในเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ทำให้ซูกิมองการลิดรอนสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นในเกาหลีเหนือเป็นเรื่องแปลกประหลาด ตั้งแต่ปี 2002 ซูกิได้เข้าไปในเกาหลีเหนือถึง 4 ครั้งเพื่อทำข่าวในวันสำคัญต่าง ๆ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเธอ

“ฉันได้รู้ว่า ถ้าฉันอยากจะเรียนรู้เบื้องลึกของเกาหลีเหนือ หรือเข้าใจเกาหลีเหนือมากไปกว่าคำชวนเชื่อของรัฐ หนทางเดียวของฉันคือการเข้าไปใช้ชีวิตในนั้น”

จนในปี 2011 ซูกิได้เข้าไปอาศัยในเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ ในฐานะอาจารย์สอนภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชายล้วนเปียงยาง (Pyongyang University of Science and Technology) แต่สำหรับซูกิ การเข้าไปในเกาหลีเหนือครั้งนี้ คือโอกาสที่เธอจะเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีเหนือที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ และสิ่งที่เธอค้นพบ คือการปกครองในแบบที่เธอไม่เคยเห็นจากที่อื่นมาก่อน

“นักศึกษาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากมหาวิทยาลัยหรือติดต่อกับผู้ปกครอง ตารางเรียนถูกออกแบบอย่างละเอียด และเวลาว่างของพวกเขา ก็ถูกใช้เพื่อเชิดชูท่านผู้นำ บทเรียนต้องผ่านการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่รัฐ คาบเรียนทุกคาบถูกบันทึกและรายงาน ห้องเรียนทุกห้องถูกสังเกตการณ์ และทุกบทสนทนาถูกดักฟัง”

ไม่ใช่แค่นักศึกษาเท่านั้นที่ถูกตรวจตรา แต่อาจารย์อย่างซูกิเองก็ถูกจับตามองเช่นกัน ถึงอาจารย์ของมหาวิทยาลัยจะสามารถออกไปนอกสถานศึกษาได้ แต่ก็ต้องเดินทางเป็นกลุ่มเท่านั้น และต้องมีทหารติดตามไปด้วยเสมอ เธอต้องอาศัยในห้องพักที่ข้างล่างลงไปคือห้องพักของคนคุ้มกัน นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่าห้องพักของเธอถูกสอดแนมอีกด้วย

แต่สิ่งที่สร้างความตกใจให้กับซูกิ คือการที่นักเรียนของเธอไม่ได้รับรู้ถึง “ความจริง” ที่คนเกือบทั่วโลกรับรู้ อย่างการมีอยู่ของทัชมาฮาล หรือ หอไอเฟล แต่กลับเชื่อใน “ความลวง” อย่างการเชื่อว่าภาษาเกาหลีเป็นภาษาที่คนใช้กันทั่วโลก หรือ บะหมี่เย็นเกาหลี “แนงมยอน” ถูกยกย่องให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
“นักศึกษาส่วนมากอยู่เอกคอมพิวเตอร์ แต่พวกเขากลับไม่รู้จักอินเทอร์เน็ต พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก หรือสตีฟ จอบส์ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ สิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมายสำหรับพวกเขา และฉันเองก็ไม่สามารถบอกอะไรให้พวกเขาได้เลย”

ซูกิเก็บข้อมูลและประสบการณ์ทั้งหมดของเธอในเกาหลีเหนือลงบนยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ และเมมโมรีการ์ดกล้อง ซึ่งเธอพกติดตัวตลอดเวลา พร้อมกับลบข้อมูลออกจากคอมพิวเตอร์ทันทีเมื่อบันทึกเสร็จ การบันทึกข้อมูลของเธอถือเป็นเรื่องอันตรายที่อาจเปลี่ยนสภาพของเธอจากอาจารย์เป็นนักโทษได้หากถูกค้นพบ

จนในเดือนธันวาคมของปี 2011 ซูกิถูกเรียกตัวกลับอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นหนึ่งวันก่อนวันเสียชีวิตของ “คิม จอง-อิล” (Kim Jong-il) ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในสมัยนั้น ซูกิเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาพร้อมกับข้อมูลที่เธอรวบรวมตลอดหลายเดือนของเธอในเกาหลีเหนือ ซึ่งภายหลังได้ถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือ “Without You, There is No Us” (ถ้าไม่มีคุณ ก็ไม่มีเรา) ส่วนชื่อของหนังสือนั้น มาจากเพลงที่เธอได้ฟังในเกาหลีเหนือ โดย “คุณ” หมายถึง ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และ “เรา” หมายถึงประชาชนชาวเกาหลีเหนือ

ถึงผลงาน Without You, There is No US จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็มีกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงหลักฐานที่คลุมเครือในหนังสือ หรือกระแสที่มองว่าเธอนำชีวิตของลูกศิษย์มาเสี่ยงเพื่อเงินและชื่อเสียงเช่นกัน เธอถูกประณามจากสมาคมคริสตจักรซึ่งเป็นสื่อกลางที่ส่งเธอเข้าไปเป็นอาจารย์ในเกาหลีเหนือ ด้วยข้อหาละเมิดสัญญาที่จะไม่นำเรื่องในเกาหลีเหนือมาเผยแพร่ข้างนอก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จากคริสตจักรยังกล่าวอ้างว่าสิ่งที่เธอเขียนนั้น บิดเบือนความจริงหลายประการเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ

ถ้าลองมาคิดดูแล้ว ซูกิเองก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรมายืนยันเช่นกัน ว่าสิ่งที่เธอเขียนนั้นเป็นความจริง และแม้ซูกิจะใช้ชื่อปลอมในการปิดบังตัวตนของนักศึกษา ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่า 100% ว่านักศึกษาจะปลอดภัยจากการสืบสวนของรัฐ ในขณะเดียวกัน การประณามของสมาคมคริสตจักรก็อาจเป็นเพียงมาตรการเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของคริสตจักรกับเกาหลีเหนือเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานของซูกิก็ยังเป็นหนึ่งในงานเขียนเกี่ยวกับเกาหลีเหนือไม่กี่เรื่อง ที่ไม่ได้ถูกตรวจตราโดยทางการของเกาหลีเหนือก่อนตีพิมพ์

สุดท้ายส่วนไหนคือความจริง ส่วนไหนคือความลวง เราคงไม่มีวันได้รู้ตราบใดที่เกาหลีเหนือยังคงซ่อนตัวจากโลกภายนอก

 

เรื่อง: พัทธมน สินธุวณิชเศรษฐ์ (The People Junior)

ภาพ : http://www.sukikim.com

ที่มา :
https://www.ted.com
https://theintercept.com
https://www.channelnewsasia.com
https://www.nytimes.com


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

“ณัฐวัฒน์ แปวกระโทก” ทิ้งเงินเดือนหลายหมื่นเพื่อมาเป็นคนเลี้ยงนกกระเรียน

แซนดรา คันนิงแฮม เด็กที่ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางเงินล้านตอน 9 ขวบ เพราะคุณพ่อไม่ยอมซื้อลิปบาล์มให้

“หมออ้อย” เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล คุณหมอ “สัตว์แปลก” ที่ได้รักษาตัวเหี้ย เพราะลูกแมวที่บ้าน

มารุ ชิบะใจดี เฟรนด์ลี่ ขี้เล่น ขวัญใจโลกโซเชียล

นักศึกษาปีหนึ่ง ที่เปลี่ยนโลกด้วยการเปลี่ยนของเหลือใช้เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

“คนหัวใจสีเขียว” ชวนแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการรณรงค์ให้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากไม้และเยื่อไม้ที่มีการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “Easy Choice to Save the World”

“หวง หย่ง ฟู่” ทหารผ่านศึกเฒ่า ผู้ใช้สีและพู่กันปกป้องหมู่บ้านที่กำลังจะถูกทำลาย

“เคที โบวแมน” สตรีผู้อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายหลุมดำครั้งแรกของโลก