Post on 16/03/2020

Kingdom “ประเทศนี้จบสิ้นแล้ว เราจะตายกันหมด”

*บทความนี้มีการสปอยล์เนื้อหาซีรีส์ Kingdom ซีซัน 2

“ในฤดูใบไม้ร่วง โรคระบาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุ ซึ่งแพร่มาจากภาคตะวันตกของเมือง คร่าชีวิตผู้คนในเมืองฮันยางร่วมหมื่นคนในเวลา 10 วัน” คือบางส่วนของบันทึกแห่งราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าซุนโจ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ คิมอึนฮี นักเขียนบทมือดี ต่อยอดเป็นการ์ตูนเรื่อง Land of the Gods ในปี 2011 ก่อนจะพัฒนาเป็นบทซีรีส์ Kingdom ทาง Netflix ภายใต้การกำกับของ คิมซองฮุน ที่ครองใจคนดูมาตั้งแต่ซีซันแรก ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 มกราคม ปี 2019 ต่อด้วยซีซัน 2 ที่ปล่อยมาเอาใจแฟน ๆ แบบรวดเดียว 6 ตอนจบ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา

Kingdom เป็นซีรีส์ที่มีเรื่องราวว่าด้วยโรคระบาดประหลาดที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นผีดิบในยุคโชซอน (เป็นยุคที่กินเวลายาวนานตั้งแต่ ค.ศ. 1319-1910) อันเป็นยุคที่ชนชั้นปกครองหาผลประโยชน์ส่วนตัว ขูดรีดจนราษฎรต้องดำรงชีวิตอย่างลำบาก

ท่ามกลางความทุกข์ยากดังกล่าว องค์ชายรัชทายาท อีชาง (รับบทโดย จู จีฮุน) สงสัยในอาการประชวรขององค์กษัตริย์ ผู้เป็นพระราชบิดา จึงตัดสินใจเดินทางออกนอกพระราชวัง พร้อมกับองครักษ์คนสนิท มูยอง (รับบทโดย คิมซางโฮ) เพื่อสืบหาความจริง จนได้รู้ถึงสาเหตุของโรคระบาดด้วยการช่วยเหลือของ หมอหญิง ซอบี (รับบทโดย แบ ดูนา) ซึ่งเป็นลูกศิษย์หมอหลวง อีซึงฮี และ ยองชิน (รับบทโดย คิมซองคิว) ชายปริศนาผู้มากด้วยฝีมือการต่อสู้ รวมไปถึง บอมพัล เจ้าเมืองทงเร  (รับบทโดย จอนซอกโฮ) อันฮยอน (รับบทโดย ฮอจุนโฮ) พระอาจารย์ขององค์รัชทายาท และอื่น ๆ

จุดเริ่มต้นของโรคระบาด เกิดจากกษัตริย์ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพด้วยสมุนไพรชนิดหนึ่ง ด้วยฝีมือของหมออีซึงฮี โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังคือ พระมเหสีโจ (รับบทโดย คิมฮเยจุน) พระมเหสีองค์ใหม่ และ อัครมหาเสนาบดี โจฮักจู (รับบทโดย รยูซึงรยอน) ซึ่งเป็นบิดาของพระมเหสีโจ เนื่องจากกษัตริย์สิ้นพระชนม์ขณะที่พระมเหสีโจยังไม่มีรัชทายาทสืบบัลลังก์ จึงต้องทำการปลุกชีพพระองค์ด้วยวิธีการดังกล่าว เพื่อรอให้พระมเหสีโจให้กำเนิดองค์ชายรัชทายาทเสียก่อน มิฉะนั้นบัลลังก์จะตกไปอยู่ในมือขององค์รัชทายาทอีจาง บุตรของพระมเหสีองค์เก่า ซึ่งถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ อำนาจที่อยู่ในมือของกลุ่มแฮวอนโจซึ่งเป็นตระกูลของโจฮักจูก็จะหลุดลอยไปทันที

เรื่องราวเริ่มลุกลามใหญ่โต เมื่อหมออีซึงฮีกลับจากวังหลวง ณ เมืองฮันยาง มายังสำนัก พร้อมนำศพ ทันอี ลูกมือของเขาซึ่งเสียชีวิตจากการถูกกษัตริย์ในร่างผีดิบกัดกลับมาด้วย สำนักดังกล่าวเต็มไปด้วยผู้คนอดอยากขาดแคลนอาหารที่มาขอความช่วยเหลือ ทำให้ยองชินตัดสินใจแอบนำร่างไร้วิญญาณของทันอีมาให้คนในสำนักทำอาหารกินกัน โดยโกหกว่าเป็นสัตว์ที่เขาหามาได้ ทำให้คนที่กินเนื้อดังกล่าวติดโรคระบาดกลายเป็นผีดิบในเวลาต่อมา พวกมันเหมือนสัตว์ร้ายในร่างคน ไร้สติ สภาพร่างกายไม่ต่างจากศพของมนุษย์ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต วิ่งไล่กัดมนุษย์เพื่อกินเลือดเป็นอาหาร ผู้ใดที่ถูกกัด ไม่นานก็จะกลายสภาพไม่ต่างจากพวกมัน

เสน่ห์ของซีรีส์ Kingdom ไม่ใช่เพียงผู้ชมจะระทึกไปกับการต่อสู้เอาตัวรอดจากเหล่าผีดิบคลั่งเท่านั้น เนื้อเรื่องยังสื่อให้เห็นเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับโรคระบาดดังกล่าว ผ่านการกระทำและเหตุการณ์ต่าง ๆ ของตัวละคร โดยเฉพาะประเด็นการแย่งชิงอำนาจการปกครอง

โรคระบาด หรือ ผีดิบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวละคร ดังเช่นจุดเริ่มต้นของการใช้สมุนไพรเพื่อเปลี่ยนร่างของกษัตริย์ให้เป็นผีดิบ เพื่อรักษาราชบัลลังก์หรืออำนาจทางการปกครองให้อยู่ในมือของพระมเหสีโจและตระกูลของเธอ อีกทั้งการปกปิดเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ การตั้งครรภ์ของพระมเหสีโจ รวมถึงการใส่ร้ายองค์รัชทายาทอีซางว่าเป็นกบฏ ก็ล้วนแต่มีที่มาจากการโหยหาอำนาจทั้งสิ้น

แม้โรคระบาดจะลุกลามไปเรื่อย ๆ แต่ผู้มีอำนาจที่รู้เรื่องโรคระบาด กลับไม่ได้หาทางที่จะหยุดยั้งหรือกำจัดมัน หรือประกาศให้ราษฎรได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคระบาดดังกล่าวเลยสักนิด แต่กลับนำมันมาใช้ประโยชน์เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองของตน โดยไม่สนใจปากท้องราษฎรตาดำ ๆ ท้ายสุด คนที่รับเคราะห์ไปเต็ม ๆ คือราษฎรผู้อดอยาก ไม่มีจะกิน ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

“ประเทศนี้จบสิ้นแล้ว”

“เราจะตายกันหมด”

คือประโยคที่ราษฎรสองคนคุยกันใน Kingdom ซีซัน 2 ทำเอาคนดูหลายคนจุกอก เพราะสงสารชะตากรรมของราษฎรแห่งยุคโชซอนสุด ๆ

ความน่ากลัวไม่ใช่แค่โรคระบาดเท่านั้น แต่เป็นมนุษย์ผู้ใช้มันเป็นเครื่องมือในการตอบสนองความต้องการของตนต่างหากที่น่าหวั่นเกรง อย่างการที่พระมเหสีโจขังเหล่าผีดิบไว้ในคุกลับใต้ดิน เพื่อเป็นไพ่ลับใบสุดท้ายที่จะงัดออกมาใช้ในยามที่ตนเสียท่า หรือแม้แต่การตัดสินใจขององค์รัชทายาทอีซางในตอนท้าย ที่มองหน้าทารกน้อยในอ้อมกอดของหมอซอบี พร้อมกำชับดาบในมือแน่น ก็อนุมานได้ว่า ก่อนหน้านั้นเป้าประสงค์ที่สำคัญยังเป็นการต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์เพื่อให้ได้อำนาจกลับมาสู่ฝ่ายตน (แม้จะมีหลายฉากที่องค์รัชทายาทบอกว่าไม่ต้องการอำนาจก็ตาม) การต่อสู้กับโรคระบาดและฝ่ายตระกูลโจเพื่อราษฎรดังกล่าวนั้น ทำให้ราษฎรกลายเป็นเงื่อนไขหรือปัจจัยหนึ่งเพื่อสร้างความชอบธรรมในการบรรลุเป้าหมายอย่างเลี่ยงไม่ได้

ไม่เพียงแค่นั้น หากผีดิบคือโรคร้ายที่องค์รัชทายาทอีชางต้องกำจัดไปพร้อมกับคนตระกูลโจเพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจ ในมุมของผู้ครองอำนาจในมืออย่างคนตระกูลโจเอง องค์รัชทายาทอีชางผู้เป็นกบฏและปลงพระชนม์พระราชาบิดาของตนก็คือสิ่งสำคัญที่ต้องกำจัดเช่นกัน ไม่ต่างอะไรจากโรคร้ายหรือผีดิบที่น่ารังเกียจอันเป็นปฏิปักษ์ต่อความมั่นคงในอำนาจของพวกเขา

คิมอึนฮี ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ในเดือนมกราคม ปี 2019 ไว้น่าสนใจตอนหนึ่งว่า…

“ฉันอยากจะสื่อว่า ผู้ที่ถืออำนาจมีความสำคัญมากเพียงใด ผู้ที่มีอำนาจที่คิดไม่ดี คิดแต่ผลประโยชน์ของตนเอง อาจจะทำให้ทั้งแผ่นดิน หรือประชาชน เป็นอันตรายได้ อยากจะสื่อมุมมองในเรื่องนี้ออกมา ซึ่งออกจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในปัจจุบันด้วย”

หันมาดูสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 (Covid-19) ในปัจจุบัน กับคำอธิบายดังกล่าวของเธอนั้น ก็ยิ่งทำให้ซีรีส์ Kingdom น่าสนใจขึ้นไปอีก แม้ว่าสิ่งที่เธอบอกจะเกิดขึ้นก่อนไวรัสโควิด-19 จะแพร่ระบาดไปทั่วโลกก็ตามที

หากแยกส่วนเหตุการณ์ บางเหตุการณ์ของทั้งเรื่องราวในซีรีส์และเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้ จะเห็นได้ว่า เหตุการณ์หรือตัวบททั้งสองมีความคล้ายกันหลายส่วน

ไวรัสโควิด-19 เป็นที่รู้จักเริ่มต้นในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” เพราะเริ่มต้นระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ส่วนสมุนไพรซึ่งทำให้คนตายฟื้นคืนชีพอันเป็นต้นตอของโรคระบาด พ่อค้าก็นำมาจากประเทศจีน โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วควบคุมได้ยาก เช่นเดียวกับโรคระบาดในซีรีส์ หรือการปกปิดข้อมูล ช่วงแรกของการเกิดไวรัสโควิด-19 ก็มีข่าวเรื่องการปกปิดข้อมูล ไม่ต่างอะไรจากบรรดาผู้มีอำนาจในซีรีส์ Kingdom ที่ปกปิดข้อมูลในวังหลวงซึ่งเป็นพื้นที่การเกิดผีดิบตัวแรก ก่อนที่จะกระจายไปยังที่อื่น หรือแม้แต่ปัจจุบันที่ยังไม่สามารถหาทางหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็คล้ายกับการหยุดโรคระบาดในเรื่อง ที่แม้จะไม่พบการระบาดอย่างหนัก แต่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก

ในยุคที่โลกเผชิญหน้าวิกฤตโควิด-19 และเรายังดูซีรีส์ Kingdom มันได้สะท้อนประเด็นบางอย่างออกมาอย่างน่าคิด นั่นคือการจัดการปัญหาของรัฐหรือผู้มีอำนาจ ในโลกความเป็นจริง แต่ละประเทศมีการบริหารจัดการต่างกันออกไป บางประเทศสถานการณ์ดีขึ้น บางประเทศคงตัว บางประเทศย่ำแย่ลงทุกที การออกกฎหมายหรือมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขวิกฤตของผู้มีอำนาจในแต่ละรัฐ แสดงถึงการให้ความสำคัญและการตระหนักรู้ ที่ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่รวมทุก ๆ ด้านที่เกี่ยวข้อง

การออกนโยบายและมาตรการต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดการปัญหาทั้งหลาย ยังสะท้อนถึงวิธีคิดและการปฏิบัติของผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ประชาชนต่างต้องรับผลของบริหารงานของผู้มีอำนาจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้นแล้ว การบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ ของผู้มีอำนาจ ได้ยึดโยงกับประชาชนเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่อย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ

ดังนั้นแล้ว ความน่ากลัวของ “คน” ในซีรีส์ จึงไม่ได้น่ากลัวน้อยไปกว่า “ผีดิบ” แม้ว่าหลายตัวละครจะพยายามต่อสู้และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ดีขึ้น กระนั้น บางตัวละครพยายามทำให้ปัญหาย่ำแย่ลงเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองเท่านั้น เช่นเดียวกัน สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในโลกแห่งความจริง แม้บางคนจะพยายามทำหน้าที่หรือไม่ใช่หน้าที่ก็ตาม เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่การกระทำของบางคนก็ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ซึ่งบางอย่างเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

หากผู้มีอำนาจไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่มาจากบุคคลเหล่านี้อย่างจริงจังและเท่าเทียม ชะตากรรมของประชาชนในโลกแห่งความจริง คงไม่ต่างอะไรกับประชาชนซีรีส์ Kingdom เป็นแน่

            

อ้างอิง

การศึกษาสัมพันธบทของการเล่าเรื่องในภาพยนตร์เรื่องราโชมอนและอุโมงค์ผาเมือง ของ ธนดล กิตติพีรชล นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

https://readthecloud.co/netflix-kingdom/

http://www.hallyukstar.com/2019/01/25/kingdom-from-sketch-in-2011-to-2019-netflix-original-series/

https://www.metalbridges.com/kingdom/

https://www.komchadluek.net/news/regional/413520

https://www.thairath.co.th/news/business/1790938

 

เรื่อง: ภูธิชย์ อรัญพูล

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ