Post on 20/02/2019

“กิตติชัย พันธมาศ” คุณครูขาร็อก สร้างความสุขให้นักเรียนด้วยเสียงเพลง

ลีดกีตาร์อันบาดแสบโสต บีทแน่นที่กระแทกตามจังหวะกระเดื่องและสายเบส เสียงตะโกนร้องแตกพร่าสุดพลัง คงเป็นภาพเจนตาหากต้นกำเนิดเสียงมาจากวงร็อกสุดเฮ้วมากประสบการณ์ ไม่ใช่วงเด็กที่มาในชุดนักเรียนประถม พร้อมคุณครูในเครื่องแบบสีกากีของข้าราชการครู บนเวที Dream Stage ในคอนเสิร์ต Bodyslam Fest วิชาตัวเบา ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

“ครูน้อย-กิตติชัย พันธมาศ” คุณครูขาร็อก คือผู้ที่นำ “วงสยึมกึ๋ย” ขึ้นมายืนบนเวทีที่อาจเรียกว่าเป็นจุดสูงสุดบนทางเส้นทางสายดนตรี แต่เขาบอกว่านั่นไม่ใช่เครื่องวัดความสำเร็จในชีวิต เพราะเป้าหมายเดียวที่เขายึดมั่นมาตลอดคือการทำให้เด็กมีความสุข

“แม่เล่าให้ฟังว่าผมเกิดในโรงเรียน คือเกิดในโรงเรียนเลย แม่ผมลงบันไดบ้านพักครู แล้วก็จะมาถ่ายเบา ผมคลอดมาเลย พูดง่าย ๆ ผมเกิดในโรงเรียนของแท้เลย แล้วผมก็อยู่ในโรงเรียน เติบโตในโรงเรียนที่พ่อผมสอนนี่แหละครับ ผมเป็นลูกข้าราชการครู พ่อเป็นครูสอนเด็กประถม ตัวผมเองเรียนอยู่กำแพงเพชรมาตลอดตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม จนได้เรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ในสาขาดนตรีศึกษา เอกกีตาร์คลาสสิค จบออกมาก็ได้เป็นครูตามพ่อ”

แม้จะเกิดในตระกูลนักการศึกษา แต่ตอนแรกครูน้อยเลือกเข้าเรียนที่วิทยาลัยเพาะช่าง เพื่อออกมาเป็นศิลปินวาดรูปอย่างที่เขาชอบ ก่อนแม่ซึ่งอยากให้เขาที่เป็นลูกคนเล็กในบรรดาลูก 5 คน รับอาชีพแม่พิมพ์ตามพ่อ ทำให้เขาเบนสายจากเส้นทางดนตรีที่หลงใหล มาเป็นคุณครูแบบเต็มตัว

หลังจากจบการศึกษา ครูหนุ่มไฟแรงจากกำแพงเพชร ได้เริ่มงานสอนแรกที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วได้สอนที่โรงเรียน กศน. ก่อนย้ายมาเป็นครูสอนดนตรีที่ โรงเรียนหนองฉางวิทยา จังหวัดอุทัยธานี สถานที่ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

“ผมเป็นครูดนตรีสากลคนเดียวในโรงเรียนที่มีนักเรียน 2,500 คน ดูแลตั้งแต่วงโยธวาทิต วงลูกทุ่ง แตรวงงานศพ ตอนนั้นเพลงร็อกกำลังมาแรง เด็กนักเรียนก็บอกอยากเล่นบ้าง เลยมาขอให้ผมสอน ผมเลยช่วยผลักดันให้เด็กฟอร์มวงร็อกขึ้นมา แต่พอไปเล่นงานแรก คนได้ยินเพลงร็อกหนัก ๆ แรง ๆ พากันเดินออกเกือบหมด”

แม้ตอนแรกแนวเพลงร็อกหนักหน่วงที่เล่นจะไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร แต่ครูน้อยก็ไม่ท้อถอย อดทนแรงกดดันจากรอบข้าง มุ่งมั่นพยายามกับนักเรียนที่ฟอร์มวงขึ้นมาชื่อวง “เดอะบึ๊ย” จากความตั้งใจฝึกซ้อมของนักเรียนทุกคนในวง ทำให้พวกเขาคว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ด้วยเพลง “รักแม่” รวมถึงรางวัลประกอบอีกหลายจากเวทีทั่วประเทศ

เราควรหาความสุขระหว่างการเดินทางไปด้วย ไม่ใช่ยึดติดที่การถึงจุดหมายปลายทางเท่านั้น

การนำดนตรีมาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนของครูหนุ่มวัย 42 นี่เอง เลยเริ่มเป็นที่ยอมรับทั้งจากผู้ปกครองนักเรียน และบรรดาคุณครูด้วยกัน โดยครูพันธุ์ร็อกคนนี้ได้เผยเทคนิคที่ช่วยให้ทีมเด็กปั้นของเขาประสบความสำเร็จว่า

“ผมบอกเด็กที่ไปแข่งประกวดตลอดเลยว่า ให้เราคิดว่าไปเล่นดนตรีให้คนฟังมีความสุข ไม่ได้ไปแข่งขันเอารางวัล ถ้าเล่นเพื่อเอาชนะจะไม่พาไป หรือถ้าไปแล้วเกิดแพ้แล้วกลับมาเสียใจ ก็จะไม่พาไปอีก เราควรหาความสุขระหว่างการเดินทางไปด้วย ไม่ใช่ยึดติดที่การถึงจุดหมายปลายทางเท่านั้น”

นอกจากวงเดอะบึ๊ยแล้ว ครูน้อยขาร็อกยังได้ช่วยให้นักเรียนที่น่ารักของเขาตั้งวงดนตรีอีกหลายวง แต่ละวงจะเล่นดนตรีต่างแนวกันตามแต่ความชอบของเด็ก ตั้งแต่เพลงร็อก ไปจนถึงเพลงแนวเร็กเก้

“ปี 2552 แม่ผมเสีย พี่สะใภ้โทรมาว่าแม่เสีย ก่อนที่แม่เสียทุกคนเขาจะอยู่กับแม่ใช่ปะ ผมไม่ได้อยู่ไง ผมทำงานไง ทำงานก็ดูเด็ก ตอนเสียเนี่ยผมพาเด็กไปเล่น ไปเล่นดนตรีที่บ้านไร่ แม่ผมบอกเสมอว่าไม่จำเป็นไม่มีอะไรไม่ต้องมาบ้านหรอก อยู่กับเด็ก ทำงานเต็มที่ อยู่กับเด็กเต็มที่ เราเป็นครู ทำให้เต็มที่เลยไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วงแม่ไม่ต้องห่วงทางบ้าน ได้แปดเดือนพี่ชายผมก็เสียตามไปด้วย กีตาร์พี่ชายก็เห็นว่าให้เผาไปกับแกด้วย ทุกคนก็เห็นพ้องว่าไม่ต้องเผา ถ่ายรูปไปแล้วน้อยเอากีตาร์ของพี่ไปสอนเด็ก มีประโยชน์มากกว่า”

หลังจากนั้นครูน้อย กิตติชัย ได้ย้ายไปสอนที่โรงเรียนวัดลาดประทุมคงคาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจุดมุ่งหมายหนึ่งคือการได้สอนเด็กระดับประถมศึกษา ซึ่งเหมือนกับพ่อที่จากไปแล้วของเขาเคยสอน

ด้วยโรงเรียนวัดลาดประทุมคงคาราม มีเด็กนักเรียนแค่ประมาณ 170 คน รวมถึงยังขาดแคลนเครื่องดนตรีสำหรับเด็กนักเรียน ทำให้ครูน้อยของเราต้องลงทุนขนเครื่องดนตรีของตัวเองที่เก็บสะสมเอาไว้ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเข้าถึงเสียงดนตรี แล้วตั้งเป้าว่านักเรียนของเขาต้องเล่นเพลงชาติให้ได้ภายในเวลา 1 เดือน ซึ่งนักเรียนของเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

พัฒนาการของเด็กที่หันมาเล่นดนตรีนั้น ทำให้คนรอบข้างทั้งครู ผู้ปกครอง เริ่มเห็นความพยายามของครูที่รักดนตรีคนนี้ แล้วคอยช่วยเหลือเป็นเครื่องดนตรีจากหนึ่งเป็นสองเครื่อง ทยอยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ครูน้อยและนักเรียนอาศัยเวลาฝึกซ้อมช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ว่างเว้นจากการเรียน จาก 170 คน มีเด็กมาเรียนดนตรีกับครูน้อยมากถึง 45 คน ทำให้บางครั้งแทบไม่มีนักเรียนมาเข้าแถวหน้าเสาธง เพราะนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนเลือกมาเล่นดนตรีกันเกือบหมด

“อยู่มาวันหนึ่งผมเกิดคิดถึงพวกลูกศิษย์ที่เคยทำวงประกวดมาด้วยกัน ซึ่งตอนนี้บางคนประสบความสำเร็จ ได้เป็นครูสอนดนตรี ได้ทำงานในค่ายเพลงก็มี ผมเลยได้คัฟเวอร์เพลง เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ของวง Ritalinn ลงยูทูบ พออัพไม่นานมีคนมาดูคลิปเกือบล้านคน”

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอัพคลิปคัฟเวอร์สั้น ๆ ความยาวไม่ถึง 5 นาที ทำให้ครูตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ตั้งใจสอนให้นักเรียนของเขารู้จักกับดนตรีร็อกมานานกว่า 13 ปี เริ่มเป็นรู้จักบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับโอกาสมากมายที่วิ่งเข้ามา ทั้งการได้ร่วมเล่นกับวง Ritalinn ตัวจริง ในงาน Gunsdown Festival และแรงสนับสนุนความตั้งใจของครูน้อยจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่จัดหาเครื่องดนตรีแบบครบชุดมาให้

อยากให้การเรียนการสอนเอาความสุขเป็นตัวตั้ง เพราะบางทีได้ 4.00 ไม่ได้การันตีความสำเร็จ

เก้าเดือนเต็มหลังจากได้เครื่องดนตรีครบมือแล้วซุ่มซ้อมอย่างต่อเนื่อง ครูน้อยและวงสยึมกึ๋ยได้มีโอกาสขึ้นไปเล่นที่เวที Dream Stage ในคอนเสิร์ต Bodyslam Fest วิชาตัวเบา งานคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งล่าสุดของบอดี้สแลม สุดยอดวงร็อกแห่งยุคที่ราชมังคลากีฬาสถาน และตัวครูน้อยเองยังมีโอกาสขึ้นไปเล่นเพลงพลังแสงอาทิตย์ ร่วมกับวง Sweet Mullet อีกด้วย

“อยากให้การเรียนการสอนเอาความสุขเป็นตัวตั้ง เพราะบางทีได้ 4.00 ไม่ได้การันตีความสำเร็จ การศึกษาไทยต้องตอบโจทย์ให้กับตัวคนเรียน ต้องมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าเรียนแล้วตัวเด็กจะได้อะไร เอาไปต่อยอดประกอบอาชีพอะไรได้ในอนาคต ครูก็เหมือนนักธุรกิจ ต้องขายศรัทธาความรู้ ความเชื่อมั่นให้กับเด็ก”

ความสุข ความมุ่งมั่น และการมีวิสัยทัศน์ อาจเป็นเคล็ดลับการสอนในแบบร็อกเกอร์ของ ครูน้อย-กิตติชัย พันธมาศ แต่ในฐานะเรือจ้างลำหนึ่ง เขาได้ฝากไปยังเรือลำอื่น ที่คอยส่งผู้โดยสารตัวน้อยให้ถึงฝั่งฝันว่า

“ครูที่สอนแบบนอกกรอบไม่ตามตำราแบบผมมีเยอะ บางคนอาจทำมากกว่าผมด้วยซ้ำ ผมอาจมีโอกาสมากกว่าคนอื่นหน่อย เพราะโชคดีที่มีคนมาเห็น อยากให้ครูคนอื่นมุ่งมั่นพยายามในสิ่งที่ชอบ มองเด็กเป็นพวกเดียวกับเรา เอาความสุขเป็นที่ตั้ง การเป็นครูไม่จำกัดแค่มีอาชีพครูเท่านั้น แค่การได้ทำอะไรดี ๆ สักอย่างเพื่อเด็ก ก็ถือว่าได้ชื่อว่าเป็นครูแล้ว

 

ภาพ : Kittichai Phantamas

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

สรศิริ จันดีบุตร ยุติสงครามลักลอบค้าไม้เถื่อนด้วยการสร้างอาชีพ

จุรีพร ตรีนนทสกุล: ปลัดอำเภอสาวนราธิวาสผู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดด้วยความเข้าใจ

“โทมัส ซัวเรส” เด็กประถมที่เขียนแอปหาเงินบริจาคเพื่อการศึกษาของเยาวชน

“แพทริก ดาวน์ส, เจสสิกา เคนสกี้” คู่รักบอสตันสตรองที่เยียวยาตัวเองด้วยการวิ่งหลังเสียขาสามข้างจากระเบิดบอสตันมาราธอน

สมพร ทองรักษ์: ความฝันที่ไม่ยอมแพ้ของชายผู้สอบปลัดอำเภอในวัย 58

“วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์” ศาสตราจารย์ตาบอด ผู้เชื่อว่าคนพิการต้องรู้จักการให้

วรางคนา พยอมยงค์: ปลัดดอกไม้เหล็กแห่งดอยเต่า ความทุ่มเทให้พื้นที่ 25 ชั่วโมง

“บริตทานี ไคเซอร์” กล้าเป็นศัตรูกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพื่อหยุด Facebook ไม่ให้แอบขายข้อมูลผู้ใช้งาน