Post on 27/04/2022

Klaus Märtens คุณหมอเยอรมัน ผู้ให้กำเนิด Dr.Martens รองเท้าสุดไอคอนนิก

ขณะที่กระแสของตลาดรองเท้าสนีกเกอร์ยังร้อนแรงแบบสุด ๆ แต่ Dr.Martens แบรนด์รองเท้าบูตที่ดูทั้งหนัก และดูสวมใส่ลำบากกลับมีการเติบโตโดดเด่น ที่สำคัญเมื่อเดือนมกราคม 2021 ได้มีการนำเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ ซึ่ง ณ วันนั้นสามารถระดมทุนได้ 57,700 ล้านบาท และดันมูลค่าบริษัทไปอยู่ที่ 164,000 ล้านบาท

หลายคนอาจคิดว่า แบรนด์นี้มีต้นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ทว่าความจริงแล้ว รองเท้าแบรนด์นี้ ‘ดอกเตอร์เคลาส์ มาตินส์’  (Klaus Märtens) คุณหมอในกองทัพทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา จากการที่เขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขณะเล่นสกีจากภูเขา Bavarian Alps ทำให้ต้องเจอกับปัญหา เพราะรองเท้าที่ต้องใช้ประจำในกองทัพสวมใส่ไม่สบายเลยเมื่อต้องใส่ขณะที่เจ็บข้อเท้า 

ดังนั้นระหว่างกำลังรักษาตัว เขาจึงเกิดไอเดียในการปรับปรุงรองเท้าบูตให้ใส่ได้สบายมากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยพยุงและรองรับน้ำหนักที่ต้องทิ้งผ่านมายังส้นเท้าเมื่อเหยียบพื้นหรือขณะเดิน ด้วยการออกแบบพื้นรองเท้าให้สามารถรับช่วงสรีระของเท้า เหมือนมีเบาะอัดอากาศอยู่ด้านใน หรือเรียกว่า Air Cushioned โดยใช้แผ่นยางเก่า ๆ มาประกบชิดกันระหว่างชั้นให้มีช่องดักอากาศอยู่ภายใน 

การออกแบบรองเท้าแบบนี้ ทำให้สามารถสวมใส่ได้สบาย อีกทั้งยังเป็นการปฐมพยาบาลขั้นต้นสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บที่เท้าได้อีกด้วย 

ในช่วงแรกรองเท้าของดอกเตอร์เคลาส์ไม่ประสบความสําเร็จทางยอดขายนัก กระทั่งในปี 1947 ที่เมือง Munich เขาได้พบเพื่อนเก่าอย่าง ‘ดอกเตอร์เฮอร์เบิร์ต ฟังค์’ (Dr.Herbert Funck) ซึ่งดอกเตอร์เฮอร์เบิร์ตได้ดีไซน์ของรองเท้าใหม่ รวมถึงตัดสินใจร่วมกันพัฒนาและผลิตรองเท้าประเภทนี้อย่างจริงจัง โดยทั้งสองคนได้เดินทางไปทําธุรกิจรองเท้าที่เมือง Seeshaupt ในเยอรมัน 

จากการออกแบบใหม่ที่ใส่สบายและทนทาน รองเท้าของทั้งคู่ได้รับการตอบรับดีมาก ยอดขายช่วง 10 ปีแรก กว่า 80% มาจากกลุ่มแม่บ้าน และผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป

ในปี 1952 ด้วยยอดขายที่โตขึ้น ทำให้ทั้งสองคนตั้งโรงงานเป็นของตัวเอง และในปี 1959 ตัดสินใจหาบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าของพวกเขา พร้อมตั้งชื่อแบรนด์ว่า Dr.Martens เพื่อขยายตลาดสู่ต่างประเทศ 

ตอนแรกโรงงานหลายแห่งปฏิเสธ แต่สุดท้ายได้โรงงานผลิตในอังกฤษ ได้แก่ กลุ่มบริษัท The R.Griggs Group ตัดสินใจรับและซื้อใบอนุญาตในการผลิต โดยกลุ่มบริษัทดังกล่าวได้ทำการปรับปรุงทรงรองเท้าให้ดีขึ้น อาทิ ความกระชับ การเย็บด้วยด้ายเหลือง และเรียก Air-Cushioned ที่ดอกเตอร์เคลาส์คิดค้นว่า AirWair

วันที่ 1 เมษายน 1960 รองเท้าคู่แรกที่ทาง The R.Griggs Group พัฒนาและผลิตขึ้นมาก็ได้วางขายในอังกฤษ ใช้ชื่อว่า รุ่น 1460 (มาจากวันวางขายคือ วันที่ 1 เดือน 4 ปี 1960 และปัจจุบันรุ่นนี้ยังวางขายอยู่) 

นั่นนับเป็นจุดเริ่มต้นและก้าวสำคัญของ Dr.Martens ในอังกฤษ ทั้งในด้านชื่อเสียง และขยายฐานเป้าหมาย จากเดิมจะเป็นกลุ่มคนมีปัญหาสุขภาพเท้า มาสู่คนทำงาน และจากการพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้ Dr.Martens ได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วในกลุ่มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตำรวจ กลุ่มคนทำงานไปรษณีย์ ไปจนถึงคนหนุ่มสาวที่มีเอกลักษณ์และมีสไตล์เป็นตัวของตัวเอง ที่ขาดไม่ได้ก็คือกลุ่มแฟชั่น โดยเฉพาะหมู่นักดนตรีกลุ่ม Skinhead, Punk และ Goth

อย่างไรก็ตาม ในปี 2003 รองเท้า Dr.Martens ต้องเผชิญกับวิกฤตเกือบล้มละลาย จนต้องปิดโรงงานในอังกฤษ รวมถึงปลดพนักงานนับพันคนและย้ายฐานการผลิตส่วนใหญ่ไปประเทศจีน

กว่าจะฟื้นตัว Dr.Martens ต้องใช้เวลาหลายปี และปี 2013 ทางกลุ่ม Permira ได้จ่ายเงินราว 12,300 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของรองเท้าบูตแบรนด์นี้ พร้อมเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจครอบครัวมาเป็นการบริหารแบบองค์กร

สเต็ปนี้เป็นอีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Dr.Martens โตแบบก้าวกระโดด โดยในปี 2017 รายได้เติบโต 25% ขายรองเท้าได้กว่า 6 ล้านคู่ ต่อเนื่องในปี 2018 ถึงปี 2020 จากกระแสแฟชั่นยุค 90s กลับมาบูมอีกครั้ง และการบุกออนไลน์มากขึ้น 

กระทั่งเดือนมกราคม ปี 2021 แบรนด์รองเท้าบูตดังแบรนด์นี้ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ เพื่อระดมทุน 57,700 ล้านบาท ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มไปอยู่ที่ 164,000 ล้านบาท (ณ วันที่ IPO)

นี่เป็นเส้นทางของ Dr.Martens แบรนด์รองเท้าที่มีจุดกำเนิดจากคุณหมอชาวเยอรมัน แต่ไปยิ่งใหญ่ในอังกฤษ และตอนนี้เป็นหนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่คนทั่วโลกรู้จัก 

 

อ้างอิง:

https://www.drmartens.com/intl/en/history

https://www.drmartensplc.com/about-us/our-brand/

https://www.fashionmodeldirectory.com/designers/klaus-martens/

https://www.bbc.com/news/uk-england-45952572

https://www.reuters.com/article/us-dr-martens-ipo-pricing-idUSKBN29Y0NJ


Related

วทันยา อมตานนท์: จากบุญเติม สู่ ‘เต่าบิน’ คาเฟ่อัตโนมัติฝีมือคนไทย ที่ขอเป็นความสุนทรีย์เล็ก ๆ ระหว่างทาง

ชินจิโร โทริอิ : จากไวน์และวิสกี้ สู่ ‘BOSS COFFEE’ กาแฟพร้อมดื่มสุดฮิตของญี่ปุ่น

แดนนี เมเยอร์ ผู้สร้างตำนาน Shake Shack จากร้านฮอทด็อกรถเข็น สู่เชนเบอร์เกอร์โตไวที่เริ่มจากความรักที่มีให้สวนสาธารณะ

รุ้ง – วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ: ‘Ira Concept’ ผ้าอนามัยออร์แกนิคย่อยสลายได้ ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสังคมที่เท่าเทียม

Allbirds: จากนักบอลทีมชาติที่อกหักจากบอลโลก สู่สตาร์ทอัพรองเท้าขนแกะมูลค่า 4 พันล้าน

แซร์ฌ มองโซ: ออกแบบขวดน้ำหอมดัง Dior, Hermès, Lancôme, Kenzo และอีกมากมาย ที่ตีความ ‘กลิ่น’ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทัชใจ

อากิฮิโระ โยโคอิ: บิดา ‘ทามาก็อตจิ’ ของเล่นยุค ’90s ไม่มีวันตาย ที่กลับมาเกิดใหม่ในยุค ‘เมตาเวิร์ส’

Rohan Seth พ่อที่สู้เพื่อลูก และสร้าง Clubhouse เป็นโลกใหม่ของการสื่อสารให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น