Post on 06/12/2019

โคโดะ นิชิมูระ พระเกย์ญี่ปุ่น ผู้เผยแพร่ความเท่าเทียมด้วยการแต่งหน้า

ว่ากันตรง ๆ ในสังคมญี่ปุ่น ยังเป็นเรื่องยากที่ LGBTQ จะใช้ชีวิตได้อย่างเปิดเผย เห็นได้จากรายการโทรทัศน์ ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่ยังคงนำเสนอความเจ็บปวดของ LGBTQ ที่ต้องต่อสู้กับสายตาบางอย่างจากคนในสังคม เช่น รายการโทรทัศน์ Queer Eye We’re in Japan! ตอนพิเศษทาง Netflix ที่นำ 5 เกย์ Fab Five บุกไปถึงญี่ปุ่น เพื่อเปลี่ยนโฉมแขกรับเชิญให้กลายเป็นคนใหม่ ทั้งทรงผม การแต่งกาย ไลฟ์สไตล์ ที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งทัศนคติ

หนึ่งในนั้นคือ คัง (Kan) หนุ่มวัย 27 ปี ที่อาศัยกลางเมืองหลวงโตเกียว แต่กลับทุกข์ใจที่ต้องหลบซ่อนตัวตนจากสังคม Fab Five จึงพาเขาไปพบ โคโดะ นิชิมูระ (Kodo Nishimura) พระญี่ปุ่นที่ใช้ชีวิตเปิดเผยว่าเป็นเกย์ แถมยังรับจ็อบเป็นนักแต่งหน้าอีกด้วย นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนทัศนคติการใช้ชีวิตของคัง 

คาราโม, โคโดะ และคัง 

 

จริง ๆ แล้ว โคโดะ นิชิมูระ โด่งดังอยู่แล้วในประเทศญี่ปุ่น หรืออาจกล่าวได้ว่ามีชื่อเสียงระดับโลก เพราะมีสื่อหลายสำนักเคยสัมภาษณ์เขา เช่น Time, BBC, Buzzfeed หรือ NHK และเคยได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ L’oreal’s NYX Professional Makeup ของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

“ครั้งที่ฉันรู้จักการแต่งหน้า คือการที่ฉันเล่นอายชาโดว์ยี่ห้อชาเนลของคุณแม่ แต่งออกมาบ้ามากเหมือนตัวตลก แต่ฉันไม่อยากให้คุณแม่รู้ว่าฉันแอบเอามาเล่น จึงป้ายให้หน้าตัวเองกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”

ย้อนกลับไปโคโดะเติบโตในวัดอันเงียบสงบกลางเมืองหลวง ทำให้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็ก เขาเริ่มเรียนการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และพออายุ 18 ปีก็ย้ายไปเรียนศิลปะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถานที่บ่มเพาะให้เขาหลงใหลศาสตร์การแต่งหน้า

ในรายการ Queer Eye โคโดะเล่าให้ฟังว่า “ตอนเด็กมีคนล้อเลียนฉันเสมอ แต่พอตัดสินใจเรียนศิลปะที่นิวยอร์ก ทำให้เรียนรู้ว่า การรู้จักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับฉันที่เป็นเกย์เอเชียจึงลองแต่งหน้า ซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจ รู้สึกว่าเป็นตัวเอง เริ่มใส่ส้นสูงออกไปข้างนอก วันนั้นมีคนตะโกนด่าตามถนน ซึ่งทำให้ฉันโกรธมาก แต่พอไปถึงร้านกาแฟ มีผู้หญิงฝรั่งเศสลุคหรูหราคนหนึ่งบอกฉันว่า ‘ฉันชอบรองเท้าของคุณจัง’ ฉันก็รู้สึกว่า ‘ว้าว มีคนชมฉันด้วย’”

ครั้นกลับมาญี่ปุ่น โคโดะก็ตัดสินใจบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา และฝึกฝนเป็นพระโดยสมบูรณ์ในปี 2015 เขายอมรับว่าตอนแรกสับสนในตัวเอง เพราะใจอยากบวช แต่ด้วยตัวตนที่เป็นเกย์อาจทำให้ภาพลักษณ์ของศาสนาเสื่อมเสีย “ฉันไม่อยากให้ภาพลักษณ์พระรูปอื่นแย่ลงเพราะฉัน” ขณะที่พระอาจารย์ของเขากลับตอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง หากการบวชและการแต่งหน้าของเขาสามารถถ่ายทอดใจความสำคัญของพระพุทธศาสนาได้ว่า “ทุกคนเท่ากัน” นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร 

“มันน่าเศร้ามาก หากศาสนาตีกรอบให้คนทุกข์ แทนที่จะยกระดับจิตใจของเขา ทำให้เป็นคนดีและมีความสุข”  เขาอธิบาย “ตั้งแต่วันนั้นฉันรู้สึกถึงความเป็นอิสระ เพราะนั่นทำให้เห็นว่า ฉันจะเป็นตัวเองอย่างไร”

“อิสระ” ที่ว่าคือความอิสระจากความหวาดกลัวในวัยเด็กที่อาศัยอยู่แต่ในวัด โคโดะไม่สามารถแสดงตัวตนได้เพราะคิดว่าหากเปิดเผยตัวตนออกมา อาจทำให้เขากลายเป็นคนโดดเดี่ยว “ฉันอาจไม่สามารถหาเพื่อนได้ ไม่สามารถเชื่อใจใครได้ และฉันก็กังวลว่าครอบครัวจะเข้าใจว่าฉันชอบเด็กผู้ชาย” 

 

“ตอนเด็กมันยากมากที่จะสบายใจกับเพศสภาพของตัวเอง แต่ตอนนี้ ทุกวันนี้ ฉันเริ่มได้อ่านสิทธิ LGBTQ ในหนังสือพิมพ์ และมีเรื่องเหล่านี้ในหนังสือหรือรายการโทรทัศน์บ้างแล้ว” เขาอธิบาย “บางโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนแต่งตัวข้ามเพศ ผู้หญิงสามารถใส่กางเกง ผูกเนคไท หรือบางมหาวิทยาลัยก็เริ่มยอมรับคนข้ามเพศแล้ว”

แน่นอนว่าไม่ใช่โคโดะคนเดียวที่ต้องหลบซ่อนตัวตนในสังคมญี่ปุ่น เพราะถึงแม้ประเทศจะเปิดกว้างเรื่องกฎหมาย LGBTQ แต่ในเชิงสังคมก็ยังมองเป็นเรื่อง “แปลกแยก” อยู่ดี ถึงกระนั้นก็ยังดีกว่าหลายประเทศในเอเชียที่ทำเหมือนยอมรับ แต่ในทางกฎหมายกลับยังไม่ยอมรับจริง ๆ “เวลามันเดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด ในยุคเรากำลังเรียนรู้ประเด็น LGBTQ และมันค่อย ๆ ดีขึ้น ประตูใหม่ ๆ กำลังจะเปิดออก”

ในบทสัมภาษณ์หลายชิ้น โคโดะกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า แม้ร่างกายจะเป็นผู้ชาย แต่จิตใจภายในรู้สึกอยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ซึ่งแก่นแท้ของพระพุทธศาสนามิได้เคยออกไปจากใจเขาเลย ทำให้เขาตัดสินใจแสดงตัวตนอย่างที่เห็นทุกวันนี้

“ฉันผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไปแล้ว ในฐานะพระและช่างแต่งหน้า ฉันต้องการช่วยเหลือ LGBTQ ในการตามหาความหมายของชีวิต มันเป็นวิธีช่วยเหลือสองทาง ซึ่งทั้งสองทางมาจากสิ่งเดียวกัน -หัวใจของฉัน” 

ทุกวันนี้ โคโดะกลายเป็นบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจให้ LGBTQ ทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงให้ LGBTQ ค่อย ๆ มีความเท่าเทียมมากขึ้น ขณะที่อาชีพนักแต่งหน้าก็ทำให้เขาเดินทางไปทั่วโลก มีผลงานทั้งในนิตยสาร เช่น Nylon, LA Weekly, Men’s Health, Esquire, US Weekly Magazine, Vogue, The New York Style Magazine, Cosmopolitan และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งการเป็นช่างแต่งหน้านางงามจักรวาล และนางแบบอีกหลายคน

“ในฐานะพระ ฉันหวังว่าจะช่วยให้ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุขและมีความสามัคคี ในฐานะช่างแต่งหน้า ฉันคิดว่าการแต่งหน้าเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คนเหล่านั้นมีความสุข ฉันคิดว่าทั้งสองสิ่งที่กำลังทำอยู่มันเชื่อมโยงถึงกัน”

 

 

ที่มา

https://www.kodonishimura.com/about/

https://hivelife.com/kodo-nishimura/

https://www.pinknews.co.uk/2019/04/20/gay-buddhist-monk-makeup-artist/

ภาพประกอบจาก IG @kodomakeup


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

ช.อ้น ณ บางช้าง เขาหาว่าผมเป็นมือกีตาร์มาเฟีย?!?

โมริ โคโกโร่ หรือ “โคโกโร่นิทรา” แห่งโคนัน นักสืบไม่ได้เรื่อง (?) ที่เรารัก

“20 ปีตำนานเน็ตไอดอลคนแรกของไทย” บอลลูน – พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์

เอ็ดดี้ แวน แฮเลน แอบอัด ‘Beat It’ ให้ไมเคิล แจ็กสัน ฟรี เพื่อแลกกับเบียร์ และแก้เหงา

Chanel No.5 น้ำหอมที่ โคโค ชาแนล ได้มาจากกลิ่นตัวผู้หญิง

ชิมูระ เคน-คาโต้ ชะ แห่ง “คู่หูคู่ฮา” รายการตลกที่มาพร้อมประโยคเด็ด “ไดโจบุได”

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ “คนรู้จัก โทนี สตาร์ค มากกว่าตัวผมเสียอีก”

[3] ชาร์ลี พาร์คเกอร์ อัจฉริยะดนตรีผู้ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง: จุดเริ่มต้นของตำนานบีบ็อพ