Post on 17/11/2019

โมริ โคโกโร่ หรือ “โคโกโร่นิทรา” แห่งโคนัน นักสืบไม่ได้เรื่อง (?) ที่เรารัก

หากเรานั่งจัดลิสต์ตัวละครที่ดู ‘ไม่ได้เรื่อง’ ในโลกมังงะ คาดการณ์ได้ว่าชื่อของ โมริ โคโกโร่ จากการ์ตูนดังอย่าง ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน (Detective Conan) น่าจะติดโผอยู่ตรงไหนสักแห่งของรายชื่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเรามองจากพฤติกรรมการกลายเป็นหุ่นชักใยของ คุโด้ ชินอิจิ -นักสืบมัธยมปลายที่โดนยาพิษจนร่างกายหดจิ๋วเป็นเด็กประถมในนาม เอโดงาว่า โคนัน– ด้วยการมีชื่อเสียงในฐานะนักสืบ ทั้งที่แทบไม่เคยสืบอะไรเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งเดียว มิหนำซ้ำโดนยิงยาสลบใส่จนหลับอยู่บ่อย ๆ จนได้ฉายาว่า ‘โคโกโร่นิทรา’ ก็ยังไม่เคยรู้ตัวว่าต้นทางมาจากไหน แถมหลายต่อหลายครั้งยังลากเอาครอบครัวเข้าไปเสี่ยงกับอันตรายอย่างไม่มีเจตนาร้าย (ส่วนมากก็เพราะความ เอ่อ… ซุ่มซ่ามหรือเลิ่นเล่อของเจ้าตัวนั่นแหละ) 

ดังนั้น สำหรับคนอ่านแล้ว โมริ โคโกโร่ จึงอยู่ในบทบาทของการเป็น ‘ตัวโจ๊ก’ สำหรับเรื่องเล่าสุดตึงเครียด ซึ่งนับว่าจำเป็นอย่างมากสำหรับมังงะแนวสืบสวน หากมองมังงะร่วมรุ่นอย่าง คินดะอิจิ กับคดีฆาตกรรมปริศนา, โรงเรียนนักสืบ Q หรือแม้แต่ จอมโจรลูแปง ตัวละครหลักที่ใช้เดินเรื่องก็มีบุคลิกเปิ่นเทิ่นและเรียกเสียงหัวเราะในตัวเองอยู่แล้ว แต่ คุโด้ ชินอิจิ ไม่ได้มีบุคลิกแบบนั้น และนั่นทำให้ อาโอยามะ โกโช ผู้เขียน ต้องหาทางลดแรงเสียดของมังงะ ด้วยการเขียนให้โคโกโร่ดูเป็นชายไม่ได้เรื่องและชวนให้หัวเราะอยู่บ่อย ๆ เขาขึ้นชื่อลือชาเรื่องความหลงตัวเอง ขี้โม้ (แบบที่รับชื่อโคโกโร่นิทราและความโด่งดังไปแบบเนียน ๆ) เจ้าชู้ชีกอ แถมยังหัวร้อนอยู่บ่อย ๆ 

แต่ก็อีกนั่นแหละ วัดกันในฐานะตัวละครบ๊อง ๆ สร้างสีสัน ใครจะปฏิเสธได้ว่าไม่รักตัวละครนี้บ้าง เพราะหากไม่มี โมริ โคโกโร่ มังงะเรื่องนี้อาจจืดชืดและเต็มไปด้วยความตึงเครียดของตัวละครมากกว่าที่เป็นอยู่ 

อันที่จริง โคโกโร่ก็ไม่ได้ไร้ฝีมือขนาดนั้น มีหลายสิบคดีทีเดียวที่เขาแก้ปริศนาได้เองโดยไม่ต้องอาศัยยาสลบของโคนัน (อาจจะอาศัยตัวช่วยและคำใบ้อันแสนจะโจ่งแจ้งของเจ้าเด็กแว่น) หรือหากว่าคดีนั้นมีแนวโน้มจะเกิดอันตรายขึ้นกับ เอริ ภรรยาที่แยกกันอยู่และ รัน ลูกสาวนักคาราเต้ โคโกโร่ก็พร้อมที่จะดับเครื่องชนทุกอย่างเพื่อให้ปัญหาลุล่วง ที่เราเห็นได้จากตอน “โคโกโร่ การสะกดรอยแห่งความพิโรธ” ที่โคโกโร่รับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้ ลิซ่า นักร้องสาวสวยที่ถูกปองร้ายอยู่ แต่เจ้ากรรม คนร้ายที่ตั้งใจจะลักพาตัวเธอกลับจับรัน ลูกสาวคนเดียวของโคโกโร่ไปแทน เขาจึงต้องกัดฟันสืบคดีด้วยอาการสติแตกเพราะเป็นห่วงลูกสาว 

ที่น่าสนใจคือ ตัวโคโกโร่นั้นยังมีบุคลิก ‘ละมุนละม่อม’ ในวันที่ต้องบีบให้คนร้ายเผยตัว ซึ่งเราจะเห็นได้จากตอน “วันที่โมริ โคโกโร่เลิกเป็นนักสืบ” ที่ชวนปวดหัวใจอย่างยิ่งเมื่อเขาอุตส่าห์ได้เจอ ทาเคโอกะ อดีตเพื่อนตำรวจที่ทำพลาดในอดีตจนกลายเป็นแผลฝังใจ กับบทเรียนที่เขาจำต้องยอมรับว่าการคาดคั้น ‘ผู้ต้องสงสัย’ นั้นนำไปสู่ความตายได้ในที่สุด ตลอดจนตอน “ผู้ต้องสงสัยที่มองไม่เห็น” ที่เขาพบว่าเพื่อนเก่าของเขาพยายามปกปิดความจริงว่าพ่อคือฆาตกร และโคโกโร่ไม่มีทางเลือกใดนอกจากค่อย ๆ เผยหลักฐาน เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงสาเหตุที่เขาต้องจับกุมและปิดคดีให้ได้ 

“ฉันไม่มีทางเข้าใจเหตุผลที่ทำให้ใครลงมือสังหารคนได้หรอก… และคิดว่าตัวเองคงไม่อยากรู้ด้วย” นับเป็นหนึ่งในประโยคเด็ดของโคโกโร่

แน่แท้ว่าบทบาทหลัก ๆ ของเขาในมังงะนั้นถูกเสริมเติมแต่งเพื่อให้เป็นตัวโจ๊กและลดความหนักหนาของเรื่องลง หากแต่ท่ามกลางม่านหมอกของความโปกฮานั้น มองทะลุเข้าไปเราคงพบว่าเรื่องราวของโคโกโร่นั้นน่าสนใจ -และอาจจะน่าเห็นใจด้วย- ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะมองในแง่การเป็นชายวัยกลางคนที่ออกจากวงการตำรวจมาอยู่ในฐานะนักสืบ ในแง่ของการเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ตลอดจนในแง่ของการเป็นคู่ชีวิตที่ยังพยายามกลับไปหาคนรักอยู่เสมอ เพราะตัดใจหย่าขาดจากเธอไม่ได้ และในแง่มุมความไม่ได้เรื่องที่เป็นฉากหน้าของโคโกโร่นี้ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้นี่เองที่ทำให้เขาแสนจะเป็นมนุษย์และเป็นที่รักของคนอ่านมายาวนานนับทศวรรษ


พิมพ์ชนก พุกสุข

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ถ้าเดดไลน์บอกว่าต้องเสร็จวันนี้ก็เสร็จได้แหละ