Post on 18/05/2020

คนโด มาริเอะ: การจัดบ้านแบบ ‘คมมาริ’ ที่ต้องยอมตัดใจทิ้งเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

เชิงเทียนของแม่ถูกวางทิ้งไว้จนฝุ่นเขรอะเป็นสิบปี พอถามว่าทิ้งได้ไหมก็ได้คำตอบเหมือนทุกที “อย่าไปยุ่งกับมัน ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ” คล้ายกับซีดีแผ่นสะดุด รู้ตัวอีกทีบ้านก็เต็มไปด้วยของที่สมาชิกในครอบครัวไม่มีวันหยิบมาใช้ ขยะเต็มบ้านแต่ตัดใจทิ้งไม่ลง ซึ่งปัญหาไม่จำเป็นมีอยู่ในบ้านทุกหลัง และด้วยเหตุผลง่าย ๆ แต่ยากจะแก้ได้ ทำให้หญิงสาวชาวญี่ปุ่นนามว่า คนโด มาริเอะ (Kondo Marie) กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพราะเธอสามารถจัดการกับเชิงเทียนแสนหวงของแม่ได้ง่ายจนลูกหลานงงไปตาม ๆ กัน

ใครหลายคนอาจได้ยินชื่อของมาริเอะกันบ่อยครั้ง และยังมีอีกไม่น้อยเพิ่งรู้จักชื่อของหญิงสาวคนนี้ ปัจจุบันเธอเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดบ้านชื่อดังอันดับต้น ๆ ของโลก เคยติด 100 บุคคลทรงอิทธิพลของนิตยสารไทม์ส ปี 2015 มาริเอะสามารถแก้ปัญหาการจัดของสุดรกของหลายบ้าน ทำบรรยากาศยุ่งเหยิงไม่น่าอยู่สวยงามให้เป็นระเบียบได้ 

แถมเวลานี้ เคล็ดลับการจัดบ้านสำหรับคนต้อง work from home จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็เป็นประโยชน์ต่อหลายคนที่กำลังพบกับความเครียดจากการทำงานที่บ้านได้ไม่น้อย

คนโด มาริเอะ โด่งดังจากการเขียนหนังสือเล่มแรก 人生がときめく片づけの魔法 ตีพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 หนังสือของเธอประสบความสำเร็จมาก สำนักพิมพ์หลายประเทศขอซื้อลิขสิทธิ์เพื่อแปลเป็นภาษาต่าง ๆ จัดจำหน่ายมากกว่า 30 ประเทศ ซึ่งการตีพิมพ์ในประเทศไทยใช้ชื่อหนังสือว่า “ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” จนกระทั่งปี 2014 หนังสือของมาริเอะเริ่มวางขายในสหรัฐฯ โดยใช้ชื่อว่า “The Life-Changing Magic of Tidying Up” มียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม เธอกลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักจัดบ้านตัวอย่างที่มียอดขายหนังสือมากกว่า 6 ล้านเล่มทั่วโลก

การจัดบ้านคือเรื่องสำคัญที่คนส่วนมากมักมองข้าม คนโด มาริเอะ กระตุ้นให้คนยอมตัดใจทิ้งสิ่งของในบ้านที่ไม่ ‘สปาร์ก จอย’ (Spark Joy) หรือสิ่งของใด ๆ ที่ไม่นำความสุขมาให้แก่เจ้าของอีกต่อไป บางคนอาจซื้อเสื้อหนึ่งตัวมาเก็บไว้แล้วไม่ได้ใส่เลยสักครั้ง หรือมีของสะสมตัดใจทิ้งไม่ลงแต่กลับไม่เคยถูกเหลียวแล จากนั้นก็ไปซื้อของมาใหม่เรื่อย ๆ จนทำให้ของที่ไม่ถูกหยิบเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

มาริเอะจะกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักคิดว่าสิ่งของชิ้นไหนบ้างที่ไม่มีก็ไม่ส่งผลต่อชีวิต แนะนำเคล็ดลับหลากหลายทั้งการจัดบ้านในพื้นที่จำกัด วิธีพับผ้าแบบประหยัดพื้นที่ ทำให้เก็บผ้าในตู้เสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ การจัดตู้เย็นสุดรกให้สะอาดขึ้น ทั้งหมดมีส่วนเปิดมุมมองใหม่ว่าการจัดบ้านสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ง่าย ๆ โดยเริ่มต้นจากการถามตัวเองก่อนว่าอยากตื่นมาเจอบรรยากาศแบบไหน จากนั้นค่อยจัดสรรพื้นที่ตามตัวเองต้องการ และเมื่อบ้านเริ่มเป็นระเบียบเป็นรูปเป็นร่าง เหล่าคนทำงานจะมีเวลาว่างเพื่อไปทุ่มกำลังกับการทำงาน หรือทำงานอดิเรกที่รัก โดยไม่ต้องห่วงว่าบ้านจะรก ของจะเยอะ และอยู่ท่ามกลางบรรยากาศโปร่งโล่งช่วยลดความเครียด กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

หลายครอบครัวมักทำความเข้าใจร่วมกันว่างานบ้านคืองานของผู้หญิง ทำให้การจัดบ้านของหลายครอบครัวมีปัญหา เนื่องจากผู้ชายในบ้านทั้งสามี ลูกชาย หรือญาติพี่น้องอยู่ร่วมกัน พวกเขามักวางของระเกะระกะเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็มีคนเก็บ  คนโด มาริเอะ พยายามสร้างความเข้าใจใหม่ว่างานบ้านคืองานของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น

คนโด มาริเอะ ประสบความสำเร็จด้านงานเขียน โด่งดังเป็นที่รู้จักจนสามารถเปิดคอร์สหลักสูตรสอนจัดบ้านสไตล์คมมาริ หรือ ทฤษฎีคมมาริ (Konmari Method) เป็นชื่อทฤษฎีการจัดบ้านที่ประยุกต์จากชื่อและนามสกุลผู้เขียน แถมเธอยืนยันว่าหากเรียนจบคอร์สแล้วนักเรียนทุกคนจะไม่ต้องกลับมาเรียนซ้ำอีกแน่นอน

เรื่องราวเคล็ดลับการจัดบ้านสไตล์มาริเอะสร้างความสนใจให้กับเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) จนทำเรียลิตี้ทีวีซีรีส์ Tidying up with Marie Kondo (2019) สร้างแรงบันดาลใจกับเคล็ดลับจัดบ้านที่ทำให้คนยอมลุกขึ้นมาจัดบ้านให้เป็นระเบียบง่าย จนกระทั่งปี 2020 เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาริเอะมองว่าเป็นช่วงเวลาแสนท้าทาย ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าวิกฤตไวรัสจะจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งเธอจะใช้เวลาปรับเปลี่ยนบ้านครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับไวรัส

มาริเอะเริ่มจัดการตั้งแต่หน้าประตูบ้าน จัดแจงทางเข้าให้โล่งตาเป็นระเบียบ ทำความสะอาดบ่อยขึ้น จากนั้นขยับไปจัดระเบียบส่วนครัวกับตู้เย็น ห้องครัวช่วงโควิด-19 ของหลาย ๆ บ้านคล้ายกับสมรภูมิขนาดย่อม ทุกคนต่างแห่ไปซื้อของสด ผลไม้ วัตถุดิบทำอาหารมากมายมาเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อลดการออกไปยังที่ชุมชน มาริเอะจะเริ่มจัดหมวดหมู่วัตถุดิบเพื่อแยกชั้นเก็บของในตู้เย็น คิดล่วงหน้าว่าจะทำเมนูไหนก่อน-หลัง เพื่อเลือกว่าควรเก็บของชิ้นไหนไว้ในสุดของตู้เก็บของ สรุปใจความสำคัญง่าย ๆ ของการจัดบ้านแบบมาริเอะช่วงโควิด-19 คือ ไม่ละเลยความสะอาด ใส่ใจส่วนครัวมากขึ้น และจัดหมวดหมู่สิ่งของให้เข้าที่เข้าทาง

แม้นักจัดบ้านคนเก่งจะไม่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ต่างจากมนุษย์เงินเดือนส่วนมากที่ยังต้องทำงานตามปกติ แค่เปลี่ยนสถานที่จากสำนักงานเป็นบ้านแสนคุ้นเคย ปัญหาตามมาของการทำงานที่บ้านคือคนส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกพื้นที่ส่วนตัวสำหรับพักผ่อนกับพื้นที่สำหรับทำงานได้ แม้เตียงนอน โซฟา หรือโต๊ะกลางห้องนั่งเล่นจะเป็นของคุ้นเคยใช้อยู่ทุกวัน เมื่อต้องปรับบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศชั่วคราว คนจำนวนมากนำเวลาการทำงานมาปนกับเวลาพักผ่อนจนทำให้เกิดความเครียดสะสม   

คนโด มาริเอะ แนะนำการจัดการเรื่องส่วนตัวกับงานให้แยกจากกันเมื่อต้องทำงานที่บ้านด้วยขั้นตอนง่าย ๆ อย่างแบ่งพื้นที่ทำงานกับส่วนพักผ่อนให้ชัดเจน ทุกอย่างต้องแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว หรือห้องทำงาน ยังมีคนอีกมากมีที่พักเป็นห้องสี่เหลี่ยมห้องเดียว เป็นทั้งที่ทำงาน ทำกับข้าว และไว้ใช้นอน 

มาริเอะแนะนำว่าถ้าอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัด เมื่อเลิกงานแล้วให้เก็บอุปกรณ์ทำงานทั้งหมดลงกล่องหรือถาดให้เรียบร้อย ต้องทำทุกวันแม้ขี้เกียจเก็บของมากแค่ไหนก็ตาม พร้อมกับหากิจกรรมง่าย ๆ ทำคลายเครียด ทั้งหมดจะทำให้บรรยากาศในบ้านกลับมาเป็นพื้นที่สำหรับผ่อนคลายอีกครั้ง

คนโด มาริเอะ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากคนทั่วโลก มีผู้คนมากมายอ่านหนังสือและดูรายการของเธอ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนชัง เธอเป็นอีกหนึ่งคนที่หนีไม่พ้นการวิจารณ์ มีนักอ่านจำนวนไม่น้อยค่อนข้างจะไม่พอใจเกี่ยวกับวิธีการจัดบ้านของมาริเอะ เนื่องจากเคยแนะนำให้นักอ่านทิ้งหนังสือจำนวนมากแบบไม่ต้องกลัวเสียดาย

“หนังสือที่บอกว่าสักวันจะอ่าน ก็คือ ไม่มีวันได้อ่าน” – คนโด มาริเอะ

นอกจากคำวิจารณ์เรื่องการทิ้งของแบบไร้เยื่อใยของเธอ ล่าสุดมาริเอะเปิดร้านออนไลน์ขายของตกแต่งบ้านและไอเทมแฟชั่นราคาสูง บอกให้ผู้คนทิ้งของไม่จำเป็นแต่ในเว็บไซต์กลับขายของที่ดูแล้วก็ไม่น่าจำเป็นต้องมีในบ้านเหมือนกัน จนทำให้เว็บไซต์เอเชียวัน (AsiaOne) เขียนพาดหัวแซวว่า ‘คนโด มาริเอะ เปิดตัวร้านเครื่องใช้ออนไลน์ราคาสูงจนคนเริ่มไม่สปาร์กจอย’

แม้มีหลายเรื่องไม่ถูกใจใครหลายคน แต่ไม่ได้หมายความว่าเคล็ดลับการจัดบ้านของเธอจะใช้ไม่ได้ผลเสมอไป มีคนจำนวนมากพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิธีการจัดบ้านของมาริเอะสามารถใช้งานได้จริง วิธีการพับผ้าทำให้ตู้เสื้อผ้ามีพื้นที่ว่างมากขึ้น หยิบใช้ง่ายเพราะจัดหมวดหมู่ไว้อย่างดี การบอกให้คนทิ้งของในบ้านมีเจตนาเพื่อให้คนยอมตัดใจทิ้งของไม่จำเป็นต่อชีวิตหรือของที่ไม่ส่งผลต่อจิตใจอีกต่อไป ไม่ได้ให้ทุกคนทิ้งทุกอย่าง แต่สิ่งของที่ถูกทิ้งคือของที่ถึงมีอยู่ เราก็ไม่มีวันหยิบออกมา และผลสุดท้ายคงหนีไม่พ้นปล่อยของไว้ให้ฝุ่นจับ

ส่วนประเด็นเรื่องการเปิดร้านค้าออนไลน์ที่ดูสวนทางกับทฤษฎีคมมาริ มาริเอะกล่าวกับสำนักข่าววอลล์ สตรีท เจอร์นัล (Wall Street Journal) เกี่ยวกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเรื่องแนวคิดบริโภคนิยม (การบริโภคสิ่งต่าง ๆ เกินความจำเป็นจนถึงขั้นฟุ่มเฟือย) ว่าไม่ได้จะเปลี่ยนแนวคิดให้คนใช้ของฟุ่มเฟือย แต่ไอเดียร้านเกิดขึ้นจากการถูกถามบ่อย ๆ ว่ามีสิ่งของอะไรบ้างที่รู้สึกสปาร์กจอย ซึ่งคำตอบคือของในร้านออนไลน์ที่เธอขาย และปิดท้ายไว้ว่าหากคุณมีจานกินข้าวที่สปาร์กจอยอยู่แล้ว ก็ไม่ควรเปลี่ยนของหรือต้องซื้อสินค้าในเว็บไซต์ของเธอ

พื้นฐานการจัดบ้านสไตล์มาริเอะ เริ่มต้นจากพื้นที่จำกัดในประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศไทย ดังนั้นเคล็ดลับหรือตารางชีวิตรายสัปดาห์ของเธอ อาจทำให้นักอ่านชาวไทยขมวดคิ้วกันหลายครั้ง ถึงจะมีวัฒนธรรมแตกต่าง แต่การจัดบ้านของมาริเอะได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกว่าทำได้จริงและมีประสิทธิภาพ เราสามารถหยิบเทคนิคต่าง ๆ ของเธอมาปรับใช้ตามความเหมาะสม ควบคู่กับการหาวิธีจัดบ้านที่เข้ากับตัวเอง เพื่อเปลี่ยนบ้านหลังเก่าให้ให้น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม   

 

ที่มา

 

https://time.com/5820605/work-from-home-tips-marie-kondo/?utm_source=twitter&utm_medium=social&utm_campaign=editorial&utm_term=living_covid-19&linkId=86651295

https://www.asiaone.com/lifestyle/marie-kondo-opens-online-store-high-prices-do-not-spark-joy

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2019/nov/19/marie-kondo-sparks-consternation-with-online-homeware-store

https://www.netflix.com/th-en/title/80209379

https://www.nytimes.com/2020/03/20/business/marie-kondo-coronavirus-diary.html

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์


Related

The Farewell จะเลือกอะไร? ระหว่างคำโกหกที่สบายใจ หรือความจริงที่เจ็บปวด

ปีเตอร์ เมย์ฮิว “ชิวแบคกา” ชายร่างใหญ่กับหัวใจที่ใหญ่กว่า

บรูซ กิลเดน ช่างภาพแนวสตรีท ผู้ไม่สนเรื่องจริยธรรม

เฟรด โรเจอร์ส ทำลายอคติด้วยการมองโลกในแง่บวก

โคดี้ ลี แชมป์ตาบอด ออทิสติกแห่งเวที America’s Got Talent กับความฝันที่จะเป็นร็อคสตาร์ที่มีแม่คอยผลักดันให้สำเร็จ

ไมเคิล บูเบลย์ จากอดีตลูกชาวประมงจับปลา, นักร้องงานแต่ง สู่การเป็นเงาเสียงซินาทรา ที่เพราะตื้อจนได้ดี

อดัม ไดรเวอร์ เชื่อมโลกทหารสู่การแสดง 

แกรี่ ไลท์บอดี้ แห่งวง Snow Patrol ชายที่เรียนรู้จากความเจ็บปวด กับชีวิตที่ “เกลียดตัวเอง” จนเป็นโรคซึมเศร้า ติดเหล้าติดยา