Post on 06/07/2019

ลลิต ศรีธรา ผู้อาสาลดช่องว่างทางชนชั้นด้วย “สตาร์ทอัพ”

พาย-ลลิต ศรีธรา หญิงสาวผู้มีตำแหน่ง Hub and Community Manager ในทีม Startup Thailand ภายใต้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Agency) หน้าที่ของเธอคือการสนับสนุนสตาร์ทอัพในประเทศไทยเเละการเข้ามาลงทุนของสตาร์ทอัพจากต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านสตาร์ทอัพแห่งเอเชียเเละระดับโลก

ลลิตจบปริญญาตรีจาก University College London สาขาปรัชญา และกำลังศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ ที่ Cambridge Judge Business School ควบคู่ไปกับการทำงานด้านการส่งเสริมสตาร์ทอัพ แต่เชื่อไหมว่าตอนแรกเธอไม่ได้มีความสนใจด้านธุรกิจหรือสตาร์ทอัพเลยสักนิด ถึงขั้นมีความคิดไม่ชอบระบบทุนนิยมเลยด้วยซ้ำ ด้วยความคิดที่ว่าระบบทุนนิยมทำให้เกิดชนชั้นและความไม่ยุติธรรมในสังคม

“ตอนนั้นเราจะจัดงานหนึ่งขึ้น เราก็เถียงกันกับเพื่อนในทีมว่าเราจะไม่จัดที่นั่งวีไอพี เราจะไม่มีการเเบ่งชนชั้น ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน” เธอกล่าว

ความสนใจด้านความเท่าเทียมของลลิตเริ่มขึ้นเมื่อดูภาพยนตร์เรื่อง Les Misérables ซึ่งดัดแปลงจากวรรณกรรมชื่อดังของฝรั่งเศส ประพันธ์โดย วิกตอร์ อูโก ที่เเสดงถึงสังคมของฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีการแบ่งชนชั้นระหว่างขุนนางกับคนยากจน สำหรับเธอเเล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี จนสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมคนถึงต้องออกมาเรียกร้องความเท่าเทียม

ความไม่เท่าเทียมยังเป็นปมในใจ เธอมองเห็น “ความไม่เท่าเทียม” มากมายในสังคมไทย อย่างการที่คนมีฐานะมักเข้าถึงโอกาสต่าง ๆ ได้มากกว่า เช่น การศึกษา ที่คุณภาพทางการศึกษาดี ๆ มักกระจุกตัวในกรุงเทพฯ หรืออยู่ในโรงเรียนที่มีค่าใช้จ่ายสูง เธอจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมโอกาสทางการศึกษาของเราต้องถูกจำกัดเพราะฐานะหรือเพราะชนชั้น”

ทางหนึ่งที่ลลิตพอจะทำได้ในเรื่องการให้ความรู้กับสังคมคือ การทำรายการทาง YouTube กับเพื่อนในชื่อ “จับวิบัติ Fallacies Thailand” เมื่อปี 2557 เป็นรายการที่ช่วยสะท้อนสังคมให้เห็นความเชื่อผิด ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ตัวอย่างตรรกะวิบัติในไทยก็เช่น การที่เราลดชั่วโมงเวลาเรียน จะทำให้เด็กใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ นำไปสู่การมั่วสุมจนอาจทำให้เด็กเสียคนในอนาคต ซึ่งเหตุเเละผลของทั้งสองไม่ได้สอดคล้องกัน เพราะไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะเอาเวลาว่างไปมั่วสุม เป็นต้น

แต่ความตั้งใจที่จะทำรายการบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเปลี่ยนเเปลงสังคม กลับไม่สามารถสร้างผลกระทบได้เท่าที่ควร เนื่องจากกระเเสตอบรับไม่ดี ทำให้ลลิตรู้สึกท้อ เเละมองว่าถ้ามีนวัตกรรมที่สามารถมาเเก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมได้โดยตรง ก็อาจจะสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าเเค่การสร้างความตระหนักรู้

ลลิตขณะขึ้นเวทีพูดถึงเรื่องสตาร์ทอัพในงาน Techsauce Global Summit 2019

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ลลิตเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าจะสร้างนวัตกรรมขึ้นมาสักอย่าง เรายังจะปฏิเสธทุนนิยมได้ไหม และมีหนทางไหนบ้างที่จะใช้ประโยชน์จากระบบทุนนิยมได้อย่างเท่าเทียม ลลิตจึงคิดถึงวงการ “สตาร์ทอัพ” และเริ่มศึกษาหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ กระทั่งมาร่วมงานกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทำให้เธอคิดว่า สตาร์ทอัพคือโอกาสของชนชั้นล่าง ที่จะไม่ทำให้พวกเขาไม่ถูกกลืนหายไปกับทุนนิยม และยังเป็นโอกาสสำหรับตัวเธอเองที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมผ่านการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ

“สตาร์ทอัพส่วนใหญ่เริ่มจากแนวคิดที่อยากจะแก้ไขปัญหาอะไรสักอย่าง อาจจะเป็นปัญหาเชิงธุรกิจ ปัญหาเชิงสังคม หรืออะไรต่าง ๆ หากแนวคิดดีและนำไปปฏิบัติได้จริง ก็มีโอกาสที่หน่วยงานใหญ่ ๆ จะสนใจลงทุน เป็นโอกาสของสตาร์ทอัพเหล่านั้นที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ ตัวธุรกิจก็โตขึ้น สามารถสร้างรายได้ เพราะฉะนั้นก็เลยรู้สึกว่าสตาร์ทอัพอาจจะเป็นช่องทางในการลดช่องว่างระหว่างชนชั้นได้ทางหนึ่ง

“โลกของสตาร์ทอัพมันไม่ใช่เหมือนโลกทุนนิยมที่เราเกลียดตั้งเเต่เเรก เเต่มันเป็นโลกที่เต็มไปด้วยโอกาส เต็มไปด้วยความฝันใหม่ ๆ ที่คนธรรมดาสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้”

ลลิตก็มีโอกาสทำธุรกิจสตาร์ทอัพของตัวเองเช่นกัน โดยสมัยเรียนปริญญาตรีเธอนำโปรเจกต์สตาร์ทอัพไปเสนอกับทางมหาวิทยาลัย และได้รับเงินมาจำนวนหนึ่งให้ไปพัฒนาต่อ ซึ่งพอกลับเมืองไทยลลิตก็สานต่อด้วยการนำโปรเจกต์ไปเสนอกับ True และสร้างแอปพลิเคชันขึ้น ชื่อ “Smart Address Book” ซึ่งเป็นตัวช่วยในการจดจำข้อมูลของคนที่เราต้องการจดจำทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้การสนทนาครั้งต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่ผิดใจกัน แต่ปัจจุบัน ลลิตปิดแอปดังกล่าวไปแล้วเรื่องจากปัญหาส่วนตัวและความยุ่งยากในการใช้งาน

สำหรับการทำงานด้านสตาร์ทอัพอย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2560 ในสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ลลิตมีหน้าที่ประสานงานจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงงาน Startup Thailand 2019 ที่จะจัดระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคม ปี 2562 ซึ่งสถานที่จัดงานจะกระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นการรวบรวมนวัตกรรมใหม่ ๆ ในแวดวงสตาร์ทอัพ มีการเชิญสตาร์ทอัพจากต่างประเทศทั่วโลกมาร่วมงาน โดยเปิดให้เข้าฟรีตลอดงาน เป็นการสร้างโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียม

สิ่งที่ลลิตเรียนรู้จากการทำงานคือ เธอไม่สามารถขยับโลกทั้งใบให้เป็นอย่างที่ต้องการได้ แต่อย่างน้อยเธอก็มีส่วนเล็ก ๆ ในการช่วยให้ทุกคนมีโอกาสที่ดีขึ้น

“พอเข้ามาทำสตาร์ทอัพเเล้วทุกคนจะเท่าเทียมกัน ไม่มีชนชั้นเลยเหมือนโลกในอุดมคติ ก็อาจจะยังไม่ใช่ เเต่มันคือการที่สตาร์ทอัพทำให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียมกัน และเราก็หวังว่างานที่เราทำจะช่วยตรงนี้ได้มากขึ้นไปอีก” คือความหวังและแรงผลักดันในการทำงานด้านนี้ต่อไปของลลิต 

 

เรื่อง: อนัญญา นิลสำริด (The People Junior)

ภาพ: สกีฟา วิถีกุล (The People Junior)

 


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ วิศวกรก่อสร้าง สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้าหรู LVMH

“ถ้วยทอง” เจ้าตลาดยาหม่องเมืองไทย ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

เอสเต ลอเดอร์ กวนครีมในบ้านไปขายในร้านทำผม ก่อนเป็นเจ้าแม่บิวตี้ระดับโลก

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

“ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” เลือดใหม่ที่ขับเคลื่อนบุรีรัมย์ จากการขับมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวทั่วอเมริกา

วิทูร สุริยวนากุล “โกลบอลเฮ้าส์” ร้านวัสดุก่อสร้างที่โตด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง”

สุวิทย์ วังพัฒนมงคล กอบกู้ “โรซ่า” ซอสมะเขือเทศพันล้าน

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย