Post on 03/04/2020

ลี ฟอล์ก ผู้สร้าง The Phantom อเมริกันฮีโรในชุดรัดรูปคนแรก

“มีคนถามผมเป็นประจำว่า ผมไปได้ไอเดียของมนุษย์สวมหน้ากากใส่กางเกงรัดรูปวิ่งไปทั่วป่ามาจากไหน? มันดูไม่เหมาะใช่มั้ย? ทาร์ซานยังแต่งตัวดีกว่ากับการอยู่ในป่าเขตร้อน

“มีนักวิจารณ์คนสำคัญรายหนึ่งในปารีสที่สอนเรื่องคอมิกส์ เขียนวิจารณ์เอาไว้ว่า Phantom แต่งคอสตูมของเพชฌฆาตในยุคกลาง ซึ่งก็ใช่ แต่ผมไม่ได้มองว่าเขาคือเพชฌฆาตจากยุคกลาง ผมเห็นเขาเป็นคนดี”

ลี ฟอล์ก (Lee Falk) ศิลปิน นักวาดการ์ตูน ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง กล่าวถึง Phantom อเมริกันฮีโรในชุดรัดรูปคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มาจากการสร้างสรรค์ของเขา (Provincetown History Project)   

ลี ฟอล์ก มีชื่อโดยกำเนิดคือ ลีออน แฮร์ริสัน โกรสส์ (Leon Harrison Gross) เกิดเมื่อ 28 เมษายน ค.ศ. 1911 ในเซนต์หลุยส์ มิสซูรี ส่วนที่มาของชื่อในวงการนั้น ลี มาจากชื่อเล่น ส่วน ฟอล์ก ที่กลายเป็นชื่อที่คนส่วนใหญ่รู้จัก เป็นชื่อที่เขาเลือกใช้เพื่อเป็นเกียรติให้กับพ่อเลี้ยง (สามีใหม่ของแม่) 

Phantom ไม่ใช่ฮีโรตัวแรกของฟอล์ก ระหว่างที่เรียนด้านวรรณกรรมที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ อายุได้ 19 ปี เขาก็เกิดไอเดียสร้างฮีโรตัวแรก Mandrake the Magician เขาใช้เวลาในการวาดอยู่ 2 อาทิตย์ เมื่อครอบครัวพากันไปเที่ยวนิวยอร์กเขาก็เอาไอเดียนี้ไปเสนอกับ โจ คอนนอลลี (Joe Connolly) ผู้จัดการของ King Features Syndicate ก่อนที่มันจะได้เผยแพร่เป็นครั้งแรกในวันที่ 11 มิถุนายน 1934

Mandrake เป็นนักมายากลบนเวที ที่ทำงานล่วงเวลาด้วยการต่อสู้กับอาชญากรหลายรูปแบบ ตั้งแต่แก๊งอันธพาล ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก โดยอาศัยทริกต่าง ๆ ของนักมายากล และการสะกดจิต โดยมีลูกมือเป็น โลธาร์ (Lothar) คนผิวดำอดีต “เจ้า” (prince) ที่กลายมาเป็นผู้รับใช้ในดินแดนคนขาว นักประวัติศาสตร์บางรายจึงมองว่า Mandrake คือซูเปอร์ฮีโรคนแรก และยังเป็นวรรณกรรมว่าด้วยคู่หูปราบอธรรมที่ฝ่ายหนึ่งเป็นคนขาว และอีกฝ่ายเป็นคนดำเรื่องแรกอีกด้วย 

หลังจากนั้น 2 ปี (1936) ฟอล์กก็ได้เผยแพร่ผลงานชุดที่ 2 ของเขา “The Phantom” ซูเปอร์ฮีโรสวมหน้ากากในชุดรัดรูปคนแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นแบบอย่างให้กับฮีโรรุ่นต่อ ๆ มา ทั้งการใช้ชุดและสีสันที่สะดุดตา (ในกรณีนี้คือสีม่วง) รวมถึงหน้ากากคาดสายตาที่สวมแล้วมองไม่เห็นนัยน์ตาดำ 

ตัวตนเบื้องหลังหน้ากาก Phantom ก็คือ คิต วอล์กเกอร์ (Kit Walker) มหาเศรษฐีเพลย์บอย มีฐานปฏิบัติการอยู่ในถ้ำหัวกะโหลก ในป่าของเบงกอล (Bengali) เขาเป็น Phantom รุ่นที่ 21 หลังรับสืบอุดมการณ์ต่อสู้กับอธรรมมาแบบรุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษ ทำให้คนนอกลือกันไปว่า Phantom เป็นอมตะ และมีศัตรูร้ายคือ พี่น้องตระกูลซิงห์ (Singh Brotherhood) ที่ฆ่า Phantom รุ่นที่ 20 พ่อของ คิต วอล์กเกอร์ นั่นเอง

ฟอล์กเขียนเรื่องนี้ขึ้นในภาวะที่สังคมยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบของการวาดภาพให้ชนกลุ่มน้อยเป็นตัวร้าย (แม้มันจะเป็นเรื่องแต่ง) เขาจึงใช้ชื่อของบุคคลและสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่เมื่อสังคมก้าวไปข้างหน้า ฟอล์กจึงเปลี่ยนโครงเรื่องในหลายจุด ตั้งแต่ฐานของ Phantom จากเบงกอลก็กลายเป็น เบงกัลลา สถานที่สมมติที่ตั้งอยู่ในแอฟริกา (แทนที่จะเป็นเอเชียซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวเบงกอลที่มีอยู่จริง) และตัวร้ายก็ถูกเปลี่ยนชื่อ (แต่ก็ยังมีเสียงคล้าย ๆ) เพื่อเลี่ยงมิให้คนอ่านชาวอินเดียรู้สึกไม่ดี 

ฟอล์กกล่าวถึงสิ่งดลใจและเหตุแทรกแซงที่เกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ จนทำให้ Phantom กลายเป็นฮีโรชุดม่วงรัดรูปที่วิ่งในผืนป่าของแอฟริกาเอาไว้ว่า

“สำหรับคำตอบว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุดคอสตูมของ Phantom นั้น ผมคงต้องบอกว่า โรบิน ฮูด คือหนึ่งในฮีโรในวัยเด็กของผม แรกทีเดียวผมจินตนาการถึง Phantom ในชุดสีเขียว แต่ผมไม่ได้แจ้งให้กับทางสำนักพิมพ์สำหรับตีพิมพ์ภาพสีหน้าวันอาทิตย์ ฝ่ายศิลป์เลยใช้สีม่วง ซึ่งเป็นอะไรที่งี่เง่าดีสำหรับการวิ่งไปมาอยู่ในป่า ในยุโรปพวกเขาใช้สีแดง เมื่อผมได้เจอหน้าคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ผมเลยถามว่าทำไมถึงใช้สีแดง เขาตอบกลับมาว่า ฝ่ายตีพิมพ์ได้ภาพมาเป็นแบบขาวกับดำเลยไม่รู้ว่าต้องใช้สีอะไร แต่พอดีว่าพวกเขามีสีแดงเหลือเยอะ (ก็เลยใช้สีนั้น)”

ส่วนการที่ Phantom ไม่มีนัยน์ตาหลังสวมหน้ากากนั้น เขาได้แรงบันดาลใจมาจากรูปแกะสลักหินอ่อนของกรีก ซึ่งมองไม่เห็นนัยน์ตา แม้ความจริงมีการระบายสีนัยน์ตาไว้แต่เลือนหายไปตามกาลเวลา

Phantom อาจจะเป็นฮีโรคนแรกซึ่งทำให้งานแนวนี้กลายเป็นที่แพร่หลาย แต่เขากลับไม่ประสบความสำเร็จในวงกว้างเท่าไรนักโดยเฉพาะในสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับฮีโรที่มาทีหลังอย่าง Superman หรือ Batman โดยเฉพาะมนุษย์ค้างคาว ที่ฟอล์กบอกว่า “Batman แทบจะเป็นของก๊อป Phantom มีถ้ำหัวกะโหลก Batman มีถ้ำค้างคาว แล้วก็เรื่องอื่น ๆ มันคือการเลียนแบบที่ประสบความสำเร็จ”

ในทางกลับกัน Phantom กลับเป็นที่นิยมอย่างเหนียวแน่นในต่างประเทศ สาเหตุอาจเป็นเพราะ Phantom มีความเป็นอเมริกันน้อยเกินไป ทั้งไม่ได้มีฐานปฏิบัติการในสหรัฐฯ และไม่ได้ต่อสู้กับอาชญากรที่เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของคนอเมริกัน (ในขณะนั้น) ความเป็นสากลของ Phantom จึงไปได้ใจนักอ่านในต่างแดนมากกว่า และประวัติศาสตร์การต่อสู้กับเผด็จการยังมีส่วนสำคัญต่อความนิยมในบางพื้นที่เช่นในนอร์เวย์

สาเหตุสืบย้อนไปถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 หลังนอร์เวย์ตกอยู่ใต้การยึดครองของนาซี ซึ่งมีการเซ็นเซอร์สื่อและปลุกปั่นด้วยข่าวปลอม (เฟกนิวส์) อย่างเข้มข้นโดยผู้ยึดครอง มีการรายงานเท็จว่า นิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ถูกนาซีบินไปถล่มมาแล้ว และสหรัฐฯ ที่เป็นความหวังของฝ่ายสัมพันธมิตรกำลังระส่ำระสาย 

แต่เนื่องจากสวีเดนเพื่อนบ้านของนอร์เวย์นั้นวางตัวเป็นกลาง และยังมีการตีพิมพ์ Phantom อย่างสม่ำเสมอ ฝ่ายต่อต้านจึงลักลอบนำ Phantom มาตีพิมพ์ในนอร์เวย์ได้ทุกวัน แสดงให้เห็นว่า เมืองสำคัญของสหรัฐฯ ยังอยู่ดี ไม่ได้เป็นอย่างโฆษณาชวนเชื่อของนาซีอ้าง และนาซีก็ไม่รู้จัก Phantom จึงไม่รู้ว่ามันเป็นการ์ตูนที่มีฐานผลิตอยู่ที่สหรัฐฯ 

“พวกเขา (ชาวนอร์เวย์) เห็นว่า พวกเยอรมันดูเป็นคนโง่ไปเลย ที่ปล่อยให้การ์ตูนสั้นของอเมริกันมาปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ที่พวกเขาเซ็นเซอร์อย่างหนักหน่วง พวกใต้ดินของนอร์เวย์จึงใช้คำว่า The Phantom เป็นรหัสลับระหว่างกัน” ฟอล์กกล่าว

ประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ทำให้ Phantom มีฐานแฟนสำคัญอยู่ในสแกนดิเนเวีย ซึ่งฟอล์กได้ยินมาว่า Phantom Fan Club ในสแกนดิเนเวียนั้นถือเป็นสมาคมเยาวชนที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกกว่า 140,000 คน เยอะเสียยิ่งกว่าลูกเสือ และแม้แต่กษัตริย์นอร์เวย์เองในวัยเด็กก็เป็นหนึ่งในสมาชิกแฟนคลับกับเขาด้วย  

ทั้งนี้ แม้ ลี ฟอล์ก จะเป็นผู้ออกแบบตัวละครทั้ง Mandrake และ Phantom แต่หลัก ๆ เขาจะเป็นคนเขียนบทเสียมากกว่า คนที่วาดจริง ๆ เป็นศิลปินคนอื่น (เช่น ฟิล เดวิส [Phil Davis] และ เฟรด เฟรเดอริกส์ [Fred Fredericks]) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขายังทำหน้าที่ในหน่วยสงครามข้อมูล (สมัยนี้ต้องเรียกว่า ไอโอ) หลังสงครามจึงได้เริ่มต้นอาชีพใหม่ในฐานะผู้อำนวยการผลิตละครเวที ผู้กำกับ และผู้เขียนบทละคร ก่อนเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1999


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Related

‘คัง ดงวอน’ พระรองนิยายแจ่มใส สู่ความภูมิใจในฐานะสมบัติชาติ

เอนนิโอ มอร์ริโคเน สิ้นปรมาจารย์แห่งวงการเพลงประกอบหนัง ชายผู้เนรมิตเพลงอันสวยงามใน Cinema Paradiso

ไมเคิล แจ็กสัน 10 ปีแห่งการจากไป ของ ‘King of Pop’ ผู้มีหัวใจเยาว์วัยตลอดกาล

สุรพล โทณะวณิก ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย

G-Gundam – จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนิยายกิมย้งมาผสมกับนิยายสงครามอวกาศกันดั้ม

ปีเตอร์ เมย์ฮิว “ชิวแบคกา” ชายร่างใหญ่กับหัวใจที่ใหญ่กว่า

บ็อบ ไอเกอร์​ ประธานบริหารดิสนีย์ ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการฮอลลีวูด

มาเรีย ซาลุด รามิเรซ กาบาเยโร หญิงอายุ 105 ปี ต้นแบบ มาม่าโคโค่ ที่ไม่ได้เงินลิขสิทธิ์แม้แต่เซนต์เดียว