Post on 06/10/2020

ลีโอนาร์โด เดล เวคคิโอ เจ้าของแว่น Ray-Ban ที่เคยสู้ชีวิตจนนิ้วเกือบขาด

ลีโอนาร์โด เดล เวคคิโอ (ขวา) กับ จิออร์จิโอ อาร์มานี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Giorgio Armani

เบื้องหลังความสำเร็จของแว่นตาแบรนด์ดังทั้งหลายอย่าง Ray-Ban, Oakley, Prada, Chanel, Versace, Bulgari, Burberry, Valentino ที่สร้างสีสันให้โลกแฟชั่นมาอย่างยาวนาน คือ ลีโอนาร์โด เดล เวคคิโอ (Leonardo Del Vecchio) ผู้ปลุกปั้น EssilorLuxottica อาณาจักรยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแว่นตาและเลนส์ระดับโลก ที่ถึงวัยจะล่วงเลยไป 80 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดทำงานและมุ่งมั่นสร้างธุรกิจของเขาให้ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ 

แม้ เดล เวคคิโอ และครอบครัวจะเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก อย่างปี 2020 ที่นิตยสาร Forbes จัดความรวยของเขาไว้ลำดับที่ 62 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 2.13 หมื่นล้านเหรียญ แต่ถ้าย้อนไปยังจุดเริ่มต้น เดล เวคคิโอ คือเด็กชายที่เกิดในครอบครัวแสนยากจน พ่อของเขาที่เป็นพ่อค้าเร่ขายผักตามท้องถนนในเมืองมิลานเสียชีวิตไปราว 5 เดือนก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลกในวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 1935 จากนั้นพออายุ 7 ขวบ แม่ก็ตัดสินใจส่งเขาไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะเธอไม่สามารถเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 5 คนได้หมด

ถึงจะยังเด็ก แต่ เดล เวคคิโอ รู้ดีว่าชีวิตต่อจากนั้นต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด เขาได้รับการศึกษาจนถึงระดับมัธยม จากนั้นก็ไปฝึกงานเป็นช่างตัดและขึ้นรูปโลหะ เดล เวคคิโอ ตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจังเพื่อที่ว่าวันข้างหน้าเขาอาจยึดเป็นอาชีพได้ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานจนนิ้วชี้ข้อบนขาด และเพราะความจนช่างน่ากลัว เดล เวคคิโอ จึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารักษาตัวแล้วรีบกลับไปทำงานให้เร็วที่สุด

ไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่าเรื่องนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต่อมา เดล เวคคิโอ เลิกฝึกเป็นช่างตัดและขึ้นรูปโลหะหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เขาเห็นว่า “แว่นตา” ก็สามารถเป็นแฟชั่นได้ จึงเบนเข็มไปฝึกฝนการขึ้นรูปกรอบแว่นตาแทน จากนั้นปี 1961 เขาก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองอากอร์โดในแคว้นเวเนโต ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมแว่นตาทั้งหลายของอิตาลี และก่อตั้งบริษัท Luxottica ขึ้นในปีนั้น

การวางตำแหน่งของแบรนด์ Luxottica ที่ชัดเจนว่าเป็นกรอบแว่นตาแฟชั่นที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ทำให้สร้างฐานการตลาดได้เร็วกว่าใคร กิจการของเดล เวคคิโอ จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว จนปี 1974 ก็เข้าซื้อกิจการ Scarrone ซึ่งเป็นบริษัทด้านจัดจำหน่าย เพื่อเป็นช่องทางกระจายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Luxottica ให้เข้าถึงคู่ค้าและลูกค้ามากขึ้น จากนั้นในปี 1981 ก็ขยายธุรกิจบริษัท Luxottica เข้าไปในเยอรมนี ตามด้วยหลายประเทศในยุโรปและทั่วโลก พอปี 1988 ก็เซ็นสัญญากับ จิออร์จิโอ อาร์มานี (Giorgio Armani) ดีไซเนอร์ชื่อดัง เพื่อผลิตสินค้าที่เป็นแว่นตาให้แบรนด์ Giorgio Armani รวมทั้งอีกหลายแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในเวลาต่อมา

ถึงจะเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมแว่นตา ด้วยการเน้นกลยุทธ์ซื้อและควบรวมแบรนด์ต่าง ๆ มาไว้ในกลุ่ม (Ray-Ban และ Oakley ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง) แต่นั่นยังไม่พอสำหรับ เดล เวคคิโอ เพราะในราวปี 2017 Luxottica Group ที่เชี่ยวชาญการผลิตแว่นสายตาและแว่นกันแดด ก็ทำการควบรวม Essilor บริษัทฝรั่งเศสที่เป็นผู้นำด้านการผลิตเลนส์ กลายเป็น EssilorLuxottica สร้างประวัติศาสตร์อภิมหาดีลเพราะมีมูลค่าสูงถึง 4.9 หมื่นล้านเหรียญ ทำให้ EssilorLuxottica กลายเป็นผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกในอุตสาหกรรมแว่นตาและเลนส์ที่ใหญ่สุดในโลกไปโดยปริยาย

“ความเสียใจของผมมีเพียงอย่างเดียวคือการเห็นใครสักคนสวมแว่นที่เราไม่ได้ผลิต เพราะผมต้องการให้แว่นของเราอยู่บนใบหน้าของทุกคน” คือความตั้งใจของ ลีโอนาร์โด เดล เวคคิโอ

 

ที่มา

https://www.forbes.com/profile/leonardo-del-vecchio/#6aa3b8b7673d

https://www.nytimes.com/2017/01/16/business/dealbook/luxottica-essilor-merger.html

https://www.ft.com/content/1fcf395e-eb39-11e9-85f4-d00e5018f061

https://danwaldschmidt.com/leonardo-del-vecchio-afraid-not-to-succeed/

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

สุรพงษ์ ภูสนาคม “วิลล่า มาร์เก็ท” ยักษ์พรีเมียมในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต

“ซีพี ออลล์” คว้าที่ 1 ของโลก บริษัทชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืน (DJSI) กลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing

ผงหอมศรีจันทร์: มันคือแป้ง…ในตำนานของผู้หญิงไทย

Nissan GT-R 2020 ก็อดซิลล่าลิมิเต็ด ที่เคยเฆี่ยนซุปเปอร์คาร์ยุโรปจนตกขอบทาง

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

ริชาร์ด เอส. ฟุลด์ ผู้ทำลาย Lehman Brothers สถาบันการเงินอายุ 158 ปี ลงในพริบตา

โรเบิร์ต คิโยซากิ: นักเขียนพ่อรวยสอนลูก ‘ไลฟ์โค้ชรุ่นใหญ่’ กับการล้มละลายที่ไร้บาดแผล

KitKat: จากขนมพักเบรก สู่เครื่องรางตอนสอบแข่งขันของเด็กญี่ปุ่น