Post on 28/11/2018

ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอ นักแสดงผู้มีหัวใจสีเขียว

ทันทีที่ จูเลียน มัวร์ ประกาศชื่อผู้ชนะรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมครั้งที่ 88 เสียงเฮก็ดังลั่นทั่วทั้งฮอลล์แบบถล่มทลาย เพราะผู้ชนะหาใช่ใคร แต่คือ ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอ จากเรื่อง The Revenant (2015) ที่เข้าชิงรางวัลนี้มาแล้วถึง 5 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจบทเวทีไม่ใช่เพียงความปลาบปลื้ม ความปิติ หรือความสุขที่เขาเฝ้ารอมานานกว่า 22 ปี แต่คือสุนทรพจน์ความยาว 3 นาทีที่เรียกร้องให้ทุกคนบนโลกตระหนักถึงวิกฤตสภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ สะท้อนให้เห็นความใส่ใจเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งบทบาทที่ลีโอนาร์โดอุทิศตนเพื่อโลกสีเขียวใบนี้

The Revenant คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เราพบว่าปี 2015 เป็นปีที่อุณหภูมิโลกร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ กองถ่ายเราจึงต้องย้ายสถานที่ลงไปถ่ายทําแถบขั้วโลกใต้เพื่อเจอหิมะ สภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องจริง และกําลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ นับเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องเผชิญหน้า เราจําเป็นต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และหยุดผัดวันประกันพรุ่งเสียที”

ย้อนกลับไปในปี 1998 ลีโอนาร์โดเริ่มสนใจประเด็นสิ่งแวดล้อมหลังปิดกล้องภาพยนตร์ Titanic ระหว่างนั้นเขาสำรวจความหลงใหลของตัวเองว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะพบคำตอบว่าคือ “ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”

“ตอนเด็กๆ ผมเคยสนใจวิทยาศาสตร์และความหลากหลายทางชีววิทยา น่าจะเกิดจากการชมภาพยนตร์เกี่ยวกับป่าฝนในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ผมได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติผ่านภาพยนตร์สารคดีไอแม็กซ์และสื่ออื่นๆ ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผมรักมาตลอด หลังถ่ายทำภาพยนตร์ Titanic ผมจึงตัดสินใจทำตามความสนใจของตัวเอง โดยเข้าไปมีส่วนร่วมกับประเด็นสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

ลีโอนาร์โดมีโอกาสได้พบ อัล กอร์ รองประธานาธิบดี ณ ขณะนั้นที่ทำเนียบขาว กอร์ได้ดึงกระดานออกมาวาดรูปโลกกับบรรยากาศรอบๆ ก่อนจะพูดว่า ถ้าอยากมีส่วนร่วมในประเด็นสิ่งแวดล้อม สภาวะโลกร้อนคือเรื่องสำคัญที่มนุษยชาติกำลังจะประสบในอนาคต

“จำได้ว่าตอนนั้นราวๆ 17-18 ปีที่แล้ว สภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามใหญ่ที่มนุษยชาติไม่เคยประสบมาก่อน นั่นทำให้ผมสนใจเรื่องนี้ เราประกาศวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ในปี 1999, เริ่มก่อตั้งมูลนิธิ และเริ่มออกมาพูดถึงประเด็นนี้มากขึ้น หลังจากนั้นสารคดี An Inconvenient Truth (2006) ของกอร์ก็สร้างออกมา และนั่นก็ส่งผลกระทบต่อทุกคนในวงกว้าง”

มูลนิธิ ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอ (Leonardo DiCaprio Foundation) เริ่มโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทันที โดยมุ่งเน้นสนับสนุนให้ความร่วมมือกับองค์กรสิ่งแวดล้อมต่างๆ ก่อนต่อยอดมาสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับสัตว์ป่าจากภาวะสูญพันธุ์เพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศองค์รวม

ปัจจุบันมูลนิธิลีโอนาร์โดสนับสนุนโครงการทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ บริจาคเงินแก่องค์กรการกุศลจํานวนมาก อาทิ 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แก่องค์กร Save The Planet, 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ เพื่อพิทักษ์สัตว์ทะเล, 61,000 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนสิทธิชาวเกย์, 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สําหรับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ และ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่ออนุรักษ์เสือทั่วโลก กระทั่งประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน ยังเคยกล่าวชื่นชมเขาว่าเป็น “ลูกผู้ชายตัวจริง”

ขณะที่ชีวิตส่วนตัว หนุ่มลีโอก็พยายามดำเนินชีวิตประจำวันตามแบบฉบับวิถีสีเขียวอยู่เสมอ ว่ากันว่าหลังคาบ้านของเขาติดแผงเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ใช้รถไฟฟ้า และพยายามขับรถไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อวัน ก่อตั้งทีมรถซิ่งไฟฟ้าเพื่อลดใช้พลังงานเชื้อเพลิง อีกทั้งยังซื้อเกาะแห่งหนึ่งในประเทศเบลีซ ด้วยความตั้งใจว่าสร้างจะรีสอร์ตเชิงนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ต่อมาในปี 2007 เขาประยุกต์ศาสตร์ภาพยนตร์กับความสนใจด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการลงมือเขียนบท อำนวยการสร้าง และบรรยายเสียงด้วยตัวเองใน The 11th Hour ภาพยนตร์สารคดีตีแสกปมวิกฤตอันตรายจากสภาวะโลกร้อน โดยมีแขกรับเชิญเป็นเหล่านักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง และผู้เชี่ยวชาญ อาทิ มีฮาอิล กอร์บาชอฟ, สตีเฟน ฮอวก์กิ้ง และวิลเลียม แม็คโดนาฟ ฯลฯ มากล่าวให้ความรู้ถึงผลกระทบจากวิกฤตนี้

“มันไม่ใช่แค่การคิดถึงสภาวะโลกร้อนสองสามชั่วโมงต่อวัน เพราะมันกำลังทำลายโลกเราอย่างช้าๆ มันไม่ใช่เหตุการณ์เอเลียนจะมายึดครองโลกนี้ในสัปดาห์หน้าแล้วเราต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ปกป้องประเทศ แต่สภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันก็น่ากลัวมาก”

ระยะเวลาผ่านไป จากเพียงความหลงใหลกลายเป็นการเสพติด กระทั่งในปี 2013 หลังสิ้นสุดการแสดง The Wolf of Wall Street เขาประกาศพักงานแสดงชั่วคราว เพื่อใช้เวลากับงานสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ โดยให้เหตุผลว่ารู้สึกเหนื่อยล้าจากการแสดง และขอทุ่มเวลาให้กับงานอนุรักษ์อย่างเดียว “ผมอยากทําให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกสักนิด ผมจะบินไปทั่วโลกเพื่อทำสิ่งดีๆ สำหรับสิ่งแวดล้อม”

และหากติดตามทวิตเตอร์ของเขาจะพบว่า ลีโอนาร์โด ทวีตเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอยู่เป็นประจํา ทั้งยังเป็นกระบอกเสียงสําคัญในการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์มาโดยตลอด กระทั่งนิตยสาร Time เคยยกย่องว่าเป็นดาราผู้ใช้ทวิตเตอร์ได้ฉลาดมากที่สุดในปี 2014 และล่าสุดเขาก็ได้รับรางวัล Crystal Award จากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) สําหรับการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ

“คนหลายร้อยล้านคนไม่ได้เป็นคนก่อสร้างปัญหานี้ แต่พวกเขากลับกลายเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ” นั่นคือความไม่ยุติธรรมที่เขาต้องการป่าวประกาศให้ทุกคนในโลกรับรู้ “เราต้องสนับสนุนผู้นำที่ไม่เข้าข้างกลุ่มก่อมลพิษรายใหญ่ แต่สนับสนุนผู้นำที่เป็นกระบอกเสียงแก่มวลมนุษยชาติ แก่ชนพื้นเมืองทั่วโลก แก่อีกหลายล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน แก่ลูกหลานของเรา และแก่ผู้คนที่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปจากความละโมบของเกมการเมือง”

ชัยชนะบนเวทีออสการ์เป็นเพียงความสำเร็จในฐานะนักแสดงเท่านั้น ทว่าสิ่งที่เขาปรารถนาลึกๆ คือชัยชนะเหนือสภาวะโลกร้อนต่างหาก และเขายังต้องต่อสู้ฝ่าฟันมันไปอีกนาน ตราบใดที่เราทุกคนยังไม่หันมารักโลกอย่างแท้จริง

 

ที่มา


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Releated

จอร์แดน พีล ดาวตลกผู้สร้างความสยองรูปแบบใหม่ในฮอลลีวูด

หู ปอ ผู้กำกับที่ฆ่าตัวตายตั้งแต่ทำหนังยาวเรื่องแรก An Elephant Sitting Still

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

เควิน ไฟกี จากเนิร์ดผู้เกือบไม่ได้เรียนหนัง สู่โปรดิวเซอร์หนังซูเปอร์ฮีโรผู้ทรงอิทธิพล

ทอม ฮิดเดิลสตัน อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย

รีวิวคอนเสิร์ต จอห์น เมเยอร์ กับโชว์เกือบ 3 ชม. ที่ดีที่สุดตลอดกาล “ขอกราบเลย !”

มาร์วิน เกย์ นักร้อง Sexual Healing ผู้ตายด้วยน้ำมือพ่อแท้ ๆ

รูพอล “คุณแม่” แห่งแดรกควีน ผู้ยกวงการแดรกจากใต้ดินสู่บนดิน