Post on 07/12/2018

บทเรียนจากโรงพยาบาล ทำไมร้านหมูทอดร้อยล้านอย่าง “หมูทอดเจ๊จง” จึงแจกผักฟรี

หากใครเคยไปกินข้าวแกงร้าน “หมูทอดเจ๊จง” จะเห็นว่าร้านนี้มี 3 สิ่งที่ฟรี นั่นคือ เติมข้าวฟรี กล้วยฟรี และผักฟรี

3 ของฟรี นี้มีที่มา จากประสบการณ์ชีวิตของ จงใจ กิจแสวง หรือ “เจ๊จง” เจ้าของร้าน “หมูทอดเจ๊จง” หนึ่งในใต้หล้าของยุทธจักรหมูทอดในบ้านเรา

ตำนานร้านหมูทอดและข้าวแกง “หมูทอดเจ๊จง” เริ่มต้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว จากสาขาพระราม 4 จนถึงวันนี้ร้าน “หมูทอดเจ๊จง” ขยายไปไกลถึง 10 สาขา กับปริมาณหมูที่ทอดต่อวันถึง 500 กิโลกรัม! ทำรายได้ให้กับเจ๊จง-จงใจ กิจแสวง ถึงวันละแสนบ้านจนได้รับฉายาว่า “หมูทอดร้อยล้าน”

ทำไม ลูกค้าถึงรัก “หมูทอดเจ๊จง”?

จุดเด่นของร้านข้าวแกงร้านนี้ นอกจากจะอร่อยแล้ว ราคายังย่อมเยาเข้าถึงง่าย ข้าวหมูทอดเพียงจานละ 25 บาทก็อิ่มท้องแล้ว และสูตรหมูทอดของเจ๊จงนี้เอง มาจากการปรับปรุงสูตรเรื่อยมา บวกกับการทอดที่ชำนาญมาเป็น 10 ปี ทำให้ได้หมูทอดที่เหลืองทองกรอบน่ากิน

“ทุกวันนี้มีลูกค้าประจำเยอะที่ร้านเจ๊เยอะมาก บางคนทานหมูทอดร้านนี้สัปดาห์ละ 6 วัน บางคนก็มาซื้อหมูทอดที่ร้านทั้งเช้า กลางวัน เย็นก็มี ลูกค้าประจำของเจ๊จงมักพูดเสมอว่า กินหมูทอดที่อื่นรสไม่เหมือนที่นี่ เขาเลยติดใจมากินอีกเรื่อยๆ”

นอกจากความอร่อยแล้ว เจ็จงเล่าว่า ที่ร้านมีวันนี้ได้เพราะคติประจำใจของเธอ “อดทน ขยัน ซื่อสัตย์”

คนที่ทำงานกับเจ๊งจงจะรู้ดีว่าหากไม่ติดธุระสำคัญจริง ๆ จะไม่เห็นวันไหนที่เจ๊จงไม่ทำงานเลย โดยกิจวัตรของเจ๊จงที่เห็นจนชินตาก็คือ ช่วงหนึ่งทุ่มเจ๊จงจะเริ่มสั่งของ ทุ่มกว่าก็เริ่มพักผ่อน ตื่นมาอีกทีตอนตีสองเตรียมหมูทอดและข้าวแกงในร้าน สักตีสามครึ่งลูกน้องเริ่มทอดหมูส่งไปสาขาต่าง ๆ ทอดทั้งวันจนถึงบ่าย ตกสี่โมงเย็นจึงปิดร้านพักผ่อน แต่ร้านก็จะเปิดอีกทีตอนห้าโมงเย็นจนถึงหนึ่งทุ่มซึ่งช่วงเวลานี้ลูกสาวเจ๊จงจะมาเปิดร้านแทน (สาขาหลักคือสาขาพระราม 4)

แม้จะทำงานอย่างหนัก เจ๊จงเล่าให้ฟังว่า เธอก็เหมือนคนปกติ บางเวลาไม่อยากทำงาน แต่ด้วยความที่เราต้องดูแลลูกน้องกว่า 200 ชีวิต เราจึงต้องอดทน ส่วนเรื่องความขยันคติของเจ๊คือ ที่จริงเจ๊ไม่ต้องลงมาทำงานก็ได้ แต่เจ๊อยากให้ลูกน้องเห็นแบบอย่างที่ดี เจ๊เลยขยันทำงานเพื่อเป็นแบบอย่างกับลูกน้อง

ส่วนเรื่องความซื่อสัตย์ เจ๊จงบอกว่า ลูกค้าของเธอต้องได้ทานของดีมีราคาที่คุ้มค่าตามหลักคิดของร้านที่ว่า “ถูก ดี มีน้ำใจ” เจ๊จงจึงเลือกใช้แต่ของมีคุณภาพ ยกตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเจ๊ซื้อปลาหมึกที่ถูกแม่ค้า “ย้อมแมว” ขาย เจ๊ยอมทิ้งปลาหมึกทั้งหมดแล้วซื้อใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของที่ดีจริง

คราวนี้ มาถึงเรื่องราวของที่มาของร้าน “หมูทอดเจ๊จง” ที่ลูกค้าสามารถเติมข้าวเพิ่มได้ฟรี ทานกล้วยน้ำว้าฟรี และเติมผักได้ฟรี

เริ่มจากข้าวฟรี เจ๊จงเล่าให้ฟังว่า “ตอนขายของ เจ๊เห็นว่าลูกค้ามักจะขอเพิ่มข้าวอยู่เสมอ เลยคิดว่า มีบริการเติมข้าวฟรีดีกว่า ถ้าทานอาหารแล้วกับเหลือสามารถเติมข้าวได้เสมอ” ส่วนเรื่องกล้วยฟรี เจ๊เล่าว่า ตอนแกไปตลาด เห็นกล้วยมันราคาไม่สูงมาก เลยอยากช่วยแม่ค้าขายกล้วยด้วยการซื้อกล้วยทีละหลายเครือซึ่งเราเองทานบ้านเดียวไม่หมดแน่ ๆ เลยซื้อมาเผื่อลูกค้าได้ทานกันด้วย

“แบ่งๆ กันไป คนขายกล้วยเขาก็มีรายได้เพิ่ม เราก็มีกล้วยให้ลูกค้าได้ทานเพิ่ม”

สุดท้ายเรื่องผักฟรี มาจากตอนที่เจ๊จงไปเฝ้าไข้สามีที่โรงพยาบาลแล้วเจ๊ก็ไม่สบายตามไปด้วย เจ๊จงเห็นว่าวันอาทิตย์คนป่วยที่โรงพยาบาลเยอะมาก แกเลยคิดว่า ลูกค้ามากินแต่หมูทอดบ้านเราต้องแย่แน่ ๆ เลยเพิ่มผักเข้าไปเพื่อช่วยเสริมสุขภาพของลูกค้า

“เจ๊ว่าถ้าลูกค้ามาทานข้าวที่ร้านเรา แล้วได้ทานผักเพิ่มด้วย สุขภาพน่าจะดีขึ้น ในร้านเลยมีผักแจกฟรีเพื่อให้ลูกค้าได้ทานกันค่ะ”

นี่คือการทำธุรกิจในแบบของเจ๊จง ที่นอกจากหมูทอดจะอร่อยลิ้นแล้ว

วิธีคิดในการค้าขายดังกล่าว ยังอร่อยใจเสมอเมื่อได้ยิน

 


บรรณาธิการ at The People

บรรณาธิการ The People ผู้สนใจเรื่องราวชีวิตของผู้คน สนใจหนังสือและภาพยนตร์แนวประวัติชีวิตบุคคล

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน