Post on 14/02/2019

“แม่ก็เบื่อจะพูดกับพวกมันแล้วลูกเอ๊ย” เพ็กกี้ กัลลาเกอร์ แม่แท้ๆ ของโนลและเลียม Oasis ผู้เคยอ้อนวอนลูกชายให้เลิกทะเลาะกัน

สงครามของสองพี่น้องตระกูลกัลลาเกอร์อย่างโนลและเลียมแห่งวง Oasis ถือเป็นหนึ่งในมหากาพย์การทะเลาะกันที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการเพลง ซึ่งแม้แต่แม่แท้ๆ ผู้ให้กำเนิดพวกเขายังต้องยอมยกธงขาวยอมแพ้กับเรื่องนี้

       ตั้งแต่เล็กจนโตเป็นอันรู้กันดีว่าทั้งคู่ค่อนข้างจะมีความเห็นส่วนตัวที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก และยิ่งทั้งคู่มีความอีโก้สูงและติสต์มากๆ งานนี้ของร้อนเจอของร้อนผลที่ตามมาก็ย่อมไม่เป็นอื่นอยู่แล้ว ทุกคนรู้ดีว่าโนลและเลียมทะเลาะกันแทบทุกชั่วโมง ไม่มีวันไหนเลยที่ทั้งคู่จะไม่ทะเลาะกัน ยิ่งเวลาที่ต้องทำเพลงในห้องอัดทั้งคู่ก็จะทะเลาะกันหนักเป็นพิเศษ ช่วงเวลาเดียวที่ทั้งคู่ไม่ทะเลาะกันคือตอนที่ต้องขึ้นเล่นคอนเสิร์ต

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลงเรื่อยๆ และแน่นอนมันเดินทางมาถึงจุดที่อีกฝั่งหนึ่งเริ่มทนไม่ไหว ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2009 ในเทศกาลดนตรี Rock en Seine Festival ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่ทะเลาะกันหนักกว่าทุกครั้ง และฟางเส้นสุดท้ายของโนลก็ขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อเลียมเริ่มทำลายข้าวของราวกับคนบ้า โนลตัดสินใจไม่ขึ้นเล่นในวันนั้นเพราะไม่สามารถทนกับพฤติกรรมของน้องชายตัวเองอีกแล้ว และนั่นกลายวันที่วง Oasis ต้องพบกับทางตัน

ปัญหาส่วนตัวของทั้งคู่ยากเกินจะเยียวยา ทุกวันนี้เลียมและโนลก็ยังแขวะกันไปมาอยู่เรื่อยๆ มันกลายเป็นเรื่องสนุกของแฟนๆ ที่ได้เห็นพี่น้องคนดังมาทะเลาะกัน แต่สำหรับหัวอกคนเป็นแม่อย่าง เพ็กกี้ กัลลาเกอร์ นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยมีความสุขเลย ก่อนหน้านี้เพ็กกี้เคยออกมาแย้มถึงต้นตอความเกลียดชังของเลียมที่มีต่อโนล ในภาพยนตร์สารคดีของทั้งคู่อย่าง “Supersonic”

“ทั้งชีวิตของฉันอยู่กับการเป็นห่วงกังวลพวกเขา ฉันคิดว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความอิจฉาเล็กๆ โนลเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมและจากนั้นเลียมก็ตามมา มันทำให้คุณต้องหันไปดูแลคนใดคนหนึ่งมากขึ้น คุณอาจจะไม่เห็นด้วยแต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา ฉันดีใจนะที่พวกเขาเคยอยู่วงเดียวกัน ฉันไม่ต้องการให้เลียมอยู่ในวงอื่นโดยที่ไม่มีโนล แต่เรื่องทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดไว้ (การแตกกัน)”

โนลและเลียม กัลลาเกอร์

       ด้านเลียมก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าปัจจุบันแม่ของเขายอมแพ้กับสถานการณ์นี้แล้ว “เธอพอกับเรื่องนี้แล้ว ‘แบบช่างหัวพวกมึงสองคนแล้ว เรื่องการทะเลาะกันเป็นทั้งหมดที่ฉันแคร์ แต่ตอนนี้ฉันเพลียกับเรื่องนี้เต็มทน’ ปัญหามันมีมากว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้เธอคงพอและยอมแพ้แล้วแหละ” ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า แม่ของพวกเขาเคย “อ้อนวอน” ให้ทั้งคู่กลับมารวมวงอีกครั้ง แต่สุดท้ายมันก็ไม่สามารถลดอีโก้ของทั้งคู่ลงได้ จนเธอต้องยอมแพ้

แม้จะรู้สึกท้อและอึดอัดใจกับเรื่องนี้ขนาดไหน แต่คนเป็นแม่ก็ยังมองโลกในแง่ดีเสมอ เพ็กกี้เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อสองปีที่แล้วว่า จริงๆ แล้วสถานการณ์ของทั้งคู่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ทุกคนคิด

“พวกเขาสบายดีน่ะ หนังสือพิมพ์ทำให้มันแย่กว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น พวกเขาสองคนโอเคดีฉันว่าอย่างงั้นนะ เพราะฉันคิดว่าพวกเขาต้องการแยกออกจากกันบ้าง และสิ่งที่เขาสองคนทำตอนนี้มันก็ช่างเยี่ยมยอด พวกเขาทั้งสองต่างทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ พวกเขามีความสุขที่จะแยกกันเพราะการที่ต้องอยู่ในกรอบของอีกฝ่ายมาตลอด 20 ปี พี่น้องก็อาจขัดใจกันได้ แต่ทุกครอบครัวก็เป็นแบบนั้นใช่ไหมล่ะ”

โนล (ซ้ายสุด) เลียม (ที่สองจากขวา) และ เพ็กกี้ (ขวาสุด)

       เพ็กกี้ ที่กำลังจะมีอายุ 75 ในปีนี้ เลี้ยงดูโนลและเลียมด้วยตัวของตัวเอง เธอเป็นคนที่ติดดินมากๆ ซึ่งต่างจากลูกของเธอทั้งสองอย่างสิ้นเชิงปัจจุบันเธอก็ยังอาศัยอยู่ที่ย่านเบอร์เนจ ในเมืองแมนเชสเตอร์ และไม่คิดจะย้ายไปไหนอีกด้วย ก่อนหน้านี้เลียมเคยออกมาเปิดเผยว่า เขาเคยนำเช็คที่ได้ช่วงแรกไปซื้อบ้านหลังใหญ่ให้กับแม่ เพื่อหวังให้เธอได้มาอยู่ใกล้ๆ กับเขาและโนล แต่สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธแถมไล่เขาให้กลับไปขายคืนซะ

“ปัจจุบันเธอทำงานสามที่ เธอเป็นหญิงแกร่ง ทุกวันนี้เธอยังอยู่ที่บ้านหลังเดิม ผมเคยชวนเธอมาอยู่ที่ลอนดอน ‘มาเถอะแม่ย้ายมาอยู่นี่’ แต่เธอตอบว่า ’ฉันจะไม่ย้ายไปไหน’ ตอนนี้เธอไม่สนใจเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว (ที่ทั้งคู่ทะเลาะกัน) ‘แกจะใช้ชีวิตอย่างบ้าๆ อย่างไรก็เชิญ’ เท้าเธอติดพื้นเลยเธอไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น

ผมจำได้ว่าของชิ้นแรกที่ผมซื้อเองคือสกู๊ดเตอร์แลมเบรตต้า ปี 1954 ทุกวันนี้มันก็ยังอยู่ มันเคยขึ้นปกในอัลบั้ม Definitely Maybe ด้วยนะ ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ได้เช็คก้อนโตและผมก็นำเงินตรงนั้นไปซื้อบ้านให้แม่ แต่ก็อีกนั่นแหละ เธอไม่ต้องการมัน เธอพูดว่า ’ฉันไม่ต้องการมัน’ มันเป็นบ้านทรงกระท่อมที่สวยมากในย่านฮีตัน มัวร์ ผมยื่นกุญแจให้แม่และเธอพูดกับผมว่า ’นี่ฉันต้องการมันเหรอ?’ ผมบอกนี่มันดีกว่าที่แม่อยู่ตอนนี้นะ เธอพูดต่อว่า ’ฉันไม่ต้องการ สิ่งที่ฉันต้องการคือประตูถูกๆ อันใหม่’ เธอต้องการเพียงประตูกับรั้วเท่านั้น เธอเป็นตำนานจริงๆ”

     

       แม้โนลจะเคยออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะกลับมาร่วมวงกันอีกครั้งว่า “ไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้ว” แต่ดูเหมือนหนุ่มเลียมก็พยายามหาจังหวะง้อพี่ชายตัวเองอยู่เรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เลียมเคยทวิตอวยพรวันเกิดรวมถึงวันคริสต์มาสให้กับโนลด้วย “ฉันอยากจะบอกว่าสุขสันต์วันคริสต์มาสสำหรับโนล มันเป็นปีที่เยี่ยมและขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ฉันตั้งตารอที่จะเจอนายพรุ่งนี้” ซึ่งเมื่อมีคนมาถามว่าเขาดีกับโนลแล้วเหรอ หนุ่มเลียมก็บอกว่า “ใช่เราดีกันแล้ว”

“ผมไม่ต้องการออกอัลบั้มเดี่ยว ผมไม่ต้องการทำมันด้วยตัวคนเดียว ผมไม่ใช่มือกีตาร์หรือนักแต่งเพลงโปรๆ ผมคิดถึงพี่ชายผมนะ คิดถึงการร้องเพลงเยี่ยมๆ ที่เราทำมาด้วยกัน ผมหวังว่าวันหนึ่งเราจะกลับมาเหมือนเดิมได้ ไม่ใช่แค่กับ Oasis แต่ในความเป็นพี่น้องด้วย พอคือพอ” เลียมออกมาเผยความในใจต่อพี่ชาย

“Live Forever” ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตของ Oasis ที่โนลแต่งให้กับแม่ของเขา ซึ่งมันก็เป็นเพลงที่เลียมชอบมากที่สุดเช่นกัน แม่ของพวกเขาไม่เคยต้องการของหรูหราหรือชีวิตที่เพียบพร้อมทุกอย่างเหมือนกับที่ลูกชายทั้งสองมี สิ่งสำคัญที่เธออยากได้นอกจากรั้วและประตูเก่าๆ ก็คงจะเป็นวันที่ได้เห็นลูกชายทั้งสองกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง

“วันหนึ่งผมคงจะคุยกับเขา เรื่องทั้งหมดนี้มันน่าเศร้า แต่สุดท้ายเราคงจะปล่อยวางได้มั้ง เพราะมันไม่ดีกับแม่ของเราเท่าไหร่ Oasis จะกลับมาหรือไม่นั้น ถ้ากลับก็กลับ ถ้าไม่กลับก็คือไม่กลับ” เลียม กัลลาเกอร์


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

ศาลฎีกาไทย ไม่เชื่อว่าคนไทยเป็นคนออกแบบอุลตร้าแมน

โตโตโระ ยักษ์ใหญ่ที่กุมหัวใจเด็กทั้งโลกจากสตูดิโอจิบลิ

จิม มอร์ริสัน อัจฉริยะสุดบ้า นักร้องนำ The Doors ที่แต่งเพลงเพื่อเปิดประตูสู่การรับรู้ให้กับมวลมนุษยชาติ

ชาร์ลี ไลท์เทนนิง สำรวจชีวิตเลียม กัลลาเกอร์ 10 ปีที่แตกหักจาก Oasis ในสารคดี As It Was

“เต้าหู้ยี้” เพลงเสียดสีจัดตั้ง ครม. ปี 2538 ที่ผ่านไปกี่ปีก็ยังใช้ได้เสมอ

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ผู้ถวายงานคำร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ปีนเขาด้วยมือเปล่า เสี่ยงตายทุกปลายนิ้ว

จอน จี ฮยอน (จวนจีฮุน) : 18 ปี อยากบอกให้เธอได้ฟังคิดถึงเธอจัง “ยัยตัวร้าย”