Post on 26/11/2020

ไม่มีมาราโดนาสอง มีแต่ ‘ลิโอเนล เมสซี’ อัจฉริยะผู้รับช่วงต่อเจตนารมณ์ลูกหนัง

ลองจินตนาการภาพทีมบาร์เซโลนา ที่ไม่มีลิโอเนล เมสซี หรือนึกภาพเมสซีในสีเสื้อสโมสรอื่นที่ไม่ใช่บาร์ซา หลายคนอาจนึกภาพนั้นไม่ออก เพราะตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นักเตะซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ เติบโตมาจนมีชื่อเสียงก้องโลกกับบาร์ซาเพียงทีมเดียว แต่ในช่วงบั้นปลายของการค้าแข้ง นักเตะร่างเล็ก วัย 33 ปี กำลังต้องการความท้าทายใหม่ และแสดงออกชัดเจนว่าอยากย้ายออกจากบ้านหลังนี้เต็มทีแล้ว

“ผมเหน็ดเหนื่อยกับการเป็นตัวปัญหาเสมอในทุกเรื่องที่เกิดขึ้นที่สโมสรแห่งนี้” เมสซีระบายความอัดอั้นตันใจ หลังถูกลุงและอดีตเอเยนต์ของ อองตวน กรีซมันน์ ศูนย์หน้าเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลนา ให้สัมภาษณ์โจมตีว่า เมสซีทำตัวเหมือนมาเฟีย และมีอำนาจในสโมสรมากจนเกินไป 

แม้ต่อมา กรีซมันน์จะออกมาปฏิเสธความสัมพันธ์กับผู้ให้ข่าวทั้งสอง และยืนยันว่า ตนเองกับเมสซีไม่ได้มีปัญหากัน แต่ท่าทีล่าสุดของกัปตันทีมบาร์ซา สะท้อนได้ชัดถึงความอึดอัดในใจ ในฐานะผู้ที่ต้องแบกรับความหวังของคนรอบกายและแฟนบอลทั่วโลกมากว่าครึ่งชีวิต

ฉายแววเจ้าหนูอัจฉริยะ

เมสซี มีชื่อเต็มว่า ลิโอเนล อังเดรส เมสซี เกิดวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987 ที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา เป็นลูกคนที่ 3 ในครอบครัวชนชั้นกลาง มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน บิดาของเขามีเชื้อสายผู้อพยพยุโรปลูกครึ่งอิตาลี-สเปน ส่วนมารดามาจากครอบครัวผู้อพยพชาวอิตาเลียนแบบเต็มตัว

“สักวันหนึ่ง เจ้าจะโตไปเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก” เซเลีย ยายอันเป็นที่รักกล่าวกับเจ้าหนูเมสซี เธอเป็นคนแรกที่เห็นพรสวรรค์ในตัวหลานชาย และพาไปโรงเรียนลูกหนังครั้งแรกตอนอายุ 4 ขวบ นอกจากนี้ยังเป็นที่มาของท่าดีใจหลังทำประตูได้ของเมสซี นั่นคือท่าชี้นิ้วขึ้นฟ้าและมองขึ้นไปเบื้องบนเพื่อระลึกถึงยาย ซึ่งลาจากโลกนี้ไปหลังเมสซีเริ่มประสบความสำเร็จในวัยเพียง 10 ปี

ด้วยความคลั่งไคล้ฟุตบอลในครอบครัว เมสซีโตมาโดยมีพ่อเป็นโค้ช และพี่ชายอีก 2 คนเป็นคู่ซ้อม ก่อนฉายแววอัจฉริยะได้เล่นให้กับทีมเยาวชนของสโมสรใหญ่ในบ้านเกิดอย่างนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ ตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ

ลีลาลูกหนังและฝีเท้าที่โตเกินตัว ทำให้แมวมองทีมใหญ่ ๆ ต่างสนใจคว้าไปร่วมทีม แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เลือกข้ามน้ำข้ามทะเลไปเล่นให้ทีม ‘เจ้าบุญทุ่ม’ บาร์เซโลนา ในศึกลาลีกา สเปน และกลายเป็นนักเตะรักเดียวใจเดียวอยู่กับสโมสรเดียวตลอดชีวิตค้าแข้งจนปัจจุบัน กลับไม่ได้มาจากความตั้งใจตั้งแต่ต้น แต่เกิดขึ้นเพราะความจำเป็นที่ต้องการเงินมารักษาอาการผิดปกติของร่างกายในวัยเยาว์

กลางวันซ้อมบอล กลางคืนฉีดยา

เมสซีถูกตรวจพบเป็นโรคเด็กเตี้ยผิดปกติจากภาวะขาดฮอร์โมนเจริญเติบโตตอนอายุ 10 ขวบ เขาต้องรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนเข้าร่างกายทุกวัน และมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ เวลานั้น 

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่มีทีมใดในอาร์เจนตินาต้องการแบกรับเนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ จนเรื่องราวของเด็กน้อยอัจฉริยะร่างเล็ก คล้ายตำนาน ‘เสือเตี้ย’ ดิเอโก้ มาราโดนา ของทีม ‘ฟ้าขาว’ ชาติเดียวกัน ไปเข้าหูของ ชาร์ลี รีแซค ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของบาร์ซา ทีม ‘เจ้าบุญทุ่ม’ จึงโชว์ป๋า ควักเงินค่ารักษาให้ พร้อมจรดปากกาเซ็นสัญญาดึงตัวร่วมอะคาเดมีลูกหนังในแคว้นคาตาลัน ตั้งแต่อายุ 13 ปี

ชีวิตประจำวันของเมสซีในวัยเด็กคือการซ้อมบอลในช่วงกลางวัน และฉีดฮอร์โมนเข้าไปที่ขาทั้งสองข้างตอนกลางคืน ผลการรักษาทำให้ปัจจุบัน เขามีความสูง 170 ซม. ซึ่งแม้ยังจัดว่าเตี้ยหากเทียบกับแข้งในยุโรปส่วนใหญ่ แต่ก็สูงกว่า ‘เสือเตี้ย’ มาราโดนา แข้งรุ่นใหญ่ในตำนานผู้ล่วงลับที่หลายคนมักเอาไปเปรียบเทียบกันถึง 5 ซม.

ข้อดีของการเป็นนักเตะรูปร่างไม่สูงนัก คือ การมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การเลี้ยงบอลลากเลื้อยเปลี่ยนทิศทางทำได้คล่องแคล่วว่องไวกว่าคนตัวสูงใหญ่ทั่วไป และนั่นคือสิ่งที่เมสซีและมาราโดนามีคล้ายกัน รวมถึงทักษะและพรสวรรค์ในการทำประตู จนทั้งคู่ถูกยกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลในยุคของตนเอง

แข้งซูเปอร์สตาร์จากต่างดาว

เมสซีเปิดตัวลงเล่นให้ทีมบาร์เซโลนาชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับเอฟซี ปอร์โต ปี 2003 ขณะมีอายุเพียง 16 ปี ก่อนก้าวไปคว้าแชมป์ลาลีกากับบาร์ซาได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2004-2005 ด้วยฝีเท้าอันจัดจ้าน และพรสรรค์อันล้นเหลือ ยิ่งลงเล่นบทบาทของเมสซีภายในทีมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดอาจเรียกได้ว่าบาร์ซาคือทีมเมสซี และเมสซีคือทีมบาร์เซโลนาก็ว่าได้ (แต่มุมหนึ่งก็ได้เพื่อนร่วมทีมระดับ ‘เทพ’ มาช่วยหนุนให้เขาไปไกลขนาดนี้)

ตลอดการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ 16 ฤดูกาล เขาพาบาร์ซากวาดแชมป์ได้รวมกัน 34 รายการ ในจำนวนนี้รวมถึงแชมป์ยุโรป 4 สมัย (2006, 2009, 2011, 2015) และแชมป์ลาลีกา 10 สมัย (2005, 2006, 2009, 2010, 2011, 2013, 2015, 2016, 2018, 2019) นอกจากนี้ยังสร้างสถิติใหม่มากมายจนนับแทบไม่ไหว แต่สถานะนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาล ได้มาเพราะคว้ารางวัลทรงเกียรติสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพ นั่นคือ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของโลก หรือบัลลงดอร์ รวมกันสูงสุดถึง 6 สมัย (2009, 2010, 2011, 2012, 2015, 2019)

ความสามารถในการครองบอลลากเลื้อยและเอาตัวรอดในพื้นที่แคบ ๆ คือจุดเด่นของเมสซี และสไตล์การต่อบอลที่สวยงามอย่างรู้ใจกันภายในทีมแบบ ‘ตีกี-ตากา’ ทำให้หลายคนขนานนามบาร์ซาว่าเป็นทีมจากนอกโลก และเมสซีคือมนุษย์ต่างดาว

อันที่จริงฉายามนุษย์ต่างดาว เมสซีได้รับมาตั้งแต่ย้ายร่วมทีมบาร์เซโลนาใหม่ๆ เนื่องจากมีท่าทางลึกลับ เป็นเด็กพูดน้อย ชอบนั่งหลบมุมห้องแต่งตัวคนเดียว และเดินทางข้ามทวีปมาจากแดนไกล บวกกับรูปร่างเล็ก จนเพื่อนร่วมทีมเรียกว่า ‘คนแคระ’ แต่ฝีเท้ายามลงสนามเหนือกว่าเด็กทุกคนในวัยเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็ก ๆ ยุคนั้นจะจินตนาการเขาเป็นเอเลี่ยนที่มาจากต่างดาวนอกโลก

‘เดอะ แบก’ ของทุกคน

อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงความสำเร็จที่ถาโถมเข้ามาก็มีราคาที่ต้องจ่ายไป เป็นราคาที่มาพร้อมแรงกดดันและความคาดหวังของแฟนบอลและคนรอบตัวที่เขาต้องแบกไว้

แรงกดดันแรกมาจากแฟนบอลชาวอาร์เจนตินาทั้งประเทศ ที่คาดหวังให้เขาพาทีม ‘ฟ้าขาว’ คว้าแชมป์โลกให้ได้เหมือนในปี 1986 ยุคของมาราโดนา ซึ่งเมสซียังไม่สามารถทำสำเร็จหลังร่วมทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ลุยศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว 4 สมัย (2006, 2010, 2014, 2018)

“เขาจากพวกเราไปแล้ว แต่ไม่ได้หายไปไหน เพราะดิเอโก (มาราโดนา) คือความเป็นอมตะนิรันดร์กาล” เมสซียกย่องมาราโดนาผู้ล่วงลับ หลังเคยลงเล่นภายใต้การคุมทัพของ ‘เสือเตี้ย’ ในฟุตบอลโลก 2010 แต่ไปได้ไกลสุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ และเขายังคงถูกยกให้เป็นทายาทลูกหนังของมาราโดนา ในการทำความหวังของชาวอาร์เจนตินาให้เป็นจริง

แรงกดดันต่อมามาจากครอบครัว เนื่องจากรายได้หลักของครอบครัวมาจากตัวเมสซี โดยนับตั้งแต่เซ็นสัญญาย้ายมาบาร์เซโลนา และได้สัญชาติสเปน ทุกคนในครอบครัวต่างย้ายตามมา และทำงานให้กับเมสซี พ่อของเขารับหน้าที่เอเยนต์ส่วนตัว คอยดูแลสัญญาและผลประโยชน์ต่าง ๆ ส่วนพี่ชายคนโตรับหน้าที่เลขาฯ และประชาสัมพันธ์ ขณะที่แม่และพี่ชายอีกคนมีหน้าที่บริหารมูลนิธิ ‘ลิโอเนล เมสซี ฟาวเดชั่น’ เพื่อการกุศล

การพึ่งพาครอบครัวมากเกินไปนำมาซึ่งปัญหาปวดหัว เมื่อเมสซี และบิดาถูกดำเนินคดีข้อหาเลี่ยงภาษีระหว่างปี 2007- 2009 จนเกือบติดคุก โชคดีที่กฎหมายสเปนเปิดช่องให้จ่ายค่าปรับแทนการเข้าเรือนจำได้หากต้องโทษจำคุกไม่ถึง 2 ปี ทำให้เมสซียอมสมัครใจจ่ายค่าปรับรวม 5 ล้านยูโร ตามจำนวนภาษีค้างจ่ายรวมดอกเบี้ยเพื่อแลกอิสรภาพ ขณะเดียวกันก็ยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยการปฏิเสธรู้เห็นกับการกระทำผิด โดยระบุว่า ตนเองมีหน้าที่เล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทางแยกสำคัญของชีวิต

ครอบครัวยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เมสซีไม่สามารถก้าวออกจาก ‘คอมฟอร์ตโซน’ ในถิ่นคัมป์นู ไปโลดแล่นในยุทธภพลูกหนังกับสโมสรอื่นได้ แม้ตลอดอาชีพค้าแข้ง 20 ปีที่ผ่านมา เขาเคยแสดงความสนใจหลายครั้งว่าอยากออกไปเผชิญความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเพื่อนสนิทอย่าง เชส ฟาเบรกาส และเคราร์ด ปิเก้ เคยได้ไปสัมผัสประสบการณ์นั้นมาแล้ว

“ทุกคนในครอบครัวเริ่มร่ำไห้ ลูก ๆ ของผมไม่อยากย้ายไปจากบาร์เซโลนา และก็ไม่อยากย้ายโรงเรียนด้วย” เมสซีเปิดใจเล่าบรรยากาศภายในครอบครัวที่ทำให้เขาหนักใจทุกครั้งที่คิดย้ายทีม

ปัจจุบัน เมสซีแต่งงานกับ อันโตเนลลา รอคคุซโซ่ หวานใจชาวอาร์เจนไตน์ที่เขาหลงรักมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 3 คน

“แต่เมื่อผมมองไปข้างหน้า ผมยังอยากลงแข่งในระดับที่สูงที่สุด อยากคว้าแชมป์ และลงแข่งในแชมเปียนส์ลีก คุณจะชนะหรือแพ้ที่นั่นก็ได้ เพราะมันเป็นลีกที่ยากมาก ๆ แต่คุณต้องไปแข่งที่นั่นให้ได้” กัปตันทีมบาร์ซากล่าวถึงเป้าหมายส่วนตัวก่อนสัญญาค้าแข้งฉบับล่าสุดจะหมดลงในปี 2021

ด้วยอายุอานามที่มากขึ้น ประกอบกับฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของทีมบาร์เซโลนาที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไม่สามารถคว้าแชมป์ใดมาครองได้เลยในฤดูกาล 2019-2020 เมสซีในบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง กำลังมาถึงทางแยกสำคัญในชีวิต 

มันคือทางแยกระหว่างการต้องแบกรับความหวังของคนอื่นต่อไป ด้วยการปักหลักรับใช้สโมสรขวัญใจแฟนบอลทั่วโลกที่ช่วยให้เขาก้าวข้ามอาการผิดปกติของร่างกาย จนกลายเป็นแข้งระดับตำนาน และรักษาสถานะนักเตะรักเดียวใจเดียวเล่นให้บาร์ซาทีมเดียวต่อไปจนแขวนสตั๊ด หรือจะย้ายไปสวมเสื้อสีทีมใหม่ เพื่อทำตามเสียงเรียกร้องภายในใจของตนเองสักครั้งในชีวิต

ทางเลือกนี้แน่นอนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คนที่จะตัดสินใจได้ดีที่สุดมีเพียงคนเดียว นั่นคืออัจฉริยะลูกหนังที่ชื่อ ลิโอเนล เมสซี

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.espn.com/soccer/barcelona/story/4189133/messi-and-barcelona-the-inside-story-on-how-everything-fell-apartand-whats-next

https://www.espn.com/soccer/blog-marcottis-musings/story/4107181/lionel-messis-evolution-as-a-player-from-ronaldinhos-barcelona-understudy-to-goat-candidate

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-8854603/Arsenal-Chelsea-Manchester-City-eve-RANGERS-tempted-Barcelonas-Lionel-Messi.html

https://footballleagueworld.co.uk/biography-of-lionel-messi/

https://lifebogger.com/lionel-messi-childhood-story-plus-untold-biography-facts/

https://www.goal.com/en-gb/news/we-called-him-dwarf-the-story-of-messis-first-days-at/5dg1otj0xbzi1ocoxm8dandgp

https://www.goal.com/en/news/1785/ballon-dor/2009/01/12/1057253/lionel-messi-emphasises-teamwork-before-individual-prizes#:~:text=%22Without%20a%20team%20you%20can,individual%20player%2C%22%20he%20said.

https://www.espn.com/soccer/barcelona/story/4237890/fed-up-messi-tired-of-being-blamed-for-all-of-barcelonas-problems


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล: เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูล ขอพลัง Data จงอยู่กับเรา

เชราร์ อุลลิเยร์: จากคุณครูสู่สุภาพบุรุษกุนซือผู้วางรากฐานฟุตบอลยุคใหม่ให้ลิเวอร์พูล

แมรี เคน นักวิ่งดาวรุ่ง กลายเป็นดาวร่วงหลังร่วมทีม Nike

เอเลียด คิปโชเก้: นักวิ่งมาราธอนผู้ทำลายสถิติโลก ที่เชื่อว่าแก่นแท้ของกีฬา ไม่ใช่แค่การรักษาแชมป์

เจมี ลอว์เรนซ์: ชีวิตยิ่งกว่านิยาย จุดกลับใจ จากอาชญากร สู่นักบอลพรีเมียร์ลีก

ไมเคิล โอเว่น ตำนานหงส์ที่ยอม “ทรยศ” แฟนบอลเพื่อเป็น “แชมป์” กับผี

“สแตน สมิธ” กับเรื่องราวของเทนนิสสู่รองเท้าระดับตำนานของอาดิดาส “บางคนคิดว่าผมเป็นรองเท้า”

ไมเคิล ชูมัคเกอร์ จอมมารร้ายและเทพบุตรแห่งวงการ F1