Post on 15/06/2021

โลแกน พอล: จากยูทูเบอร์ผู้อื้อฉาว ก้าวสู่สังเวียนเพื่อลบคำสบประมาทว่าเป็นแค่ ‘มวยโชว์’

“ผมพยายามใช้ชีวิตโดยไม่คิดเรื่องเงินทอง เพราะมันไม่ได้ทำให้ผมมีความสุข การสร้างผลงานและทำให้ผู้อื่นมีความสุข คือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข สร้างเนื้อหาที่ทำให้คนยิ้มและหัวเราะ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข”

นี่คือคำสารภาพของ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์หนุ่มผมบลอนด์ชาวอเมริกันที่ชอบทำคลิปแผลง ๆ ฮา ๆ หรือบางคราอาจเรียกว่า ‘เกรียน’ โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียจนมีชื่อเสียงโด่งดัง และมีรายได้มหาศาล

แต่ความพยายามสร้างความแปลกใหม่บางครั้งอาจเกินเลยขอบเขตการยอมรับของสังคม และกลายเป็นประเด็นอื้อฉาว โดยเฉพาะวีรกรรมที่ ‘ป่าฆ่าตัวตาย’ ในญี่ปุ่น ที่ทำให้เขาเกือบหมดอนาคตบนเส้นทางดาราออนไลน์

ทว่าสุดท้าย เขายังคงไม่หายไปไหน และกำลังกลับมาบนเส้นทางสายใหม่ที่ไม่ใช่แค่ให้ความบันเทิงผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการสนองตัณหาตนเองและเพิ่มความท้าทายให้ชีวิต ด้วยการเป็นนักชกบนสังเวียนผ้าใบ และไปไกลถึงขั้นดวลกำปั้นกับตำนานแชมป์โลกไร้พ่ายอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์

โลแกน พอล มีดีอะไรจึงทำให้นักมวยค่าตัวหลายร้อยล้านดอลลาร์สนใจอยากมาตะบันหน้าด้วย และเส้นทางชีวิตของยูทูบเบอร์หนุ่มจากรัฐโอไฮโอผู้นี้ กว่าจะมาถึงจุดนี้ผ่านอะไรมาบ้าง จึงเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้

 

จากโอไฮโอสู่ฮอลลีวูด

โลแกน พอล (Logan Paul) เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1995 ที่เมืองเวสต์เลค รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขามีน้องชายอีกคนชื่อ เจค พอล (Jake Paul) มีอาชีพเป็นยูทูบเบอร์ชื่อดังไม่แพ้กัน

โลแกน และน้องชาย เริ่มอัดคลิปลงโซเชียลมีเดียครั้งแรกตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยเริ่มจากการโพสต์ลงช่อง Zoosh บนยูทูบ ก่อนหันมาทำคลิปตลกสั้น ๆ ลงบนแอปพลิเคชัน Vine ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอความยาวไม่เกิน 6 วินาที จนมีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ชั้นไฮสกูล มียอดคนติดตามสูงสุดเกือบ 10 ล้านคน

จุดเด่นของโลแกน นอกจากความฮาและหน้าตาดีผมสีบลอนด์ เขายังเป็นนักกีฬามวยปล้ำ และนักอเมริกันฟุตบอล ถึงขั้นติดทีมรวมดาราระดับไฮสกูล จนกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นทั่วไป และมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมากมายในทุกแพลตฟอร์มโซเชียล

ด้วยความดัง และรายได้ก้อนโตที่เข้ามาจากการเป็นดาราออนไลน์ ทำให้หลังจบไฮสกูล และเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในรัฐบ้านเกิดได้ไม่นาน เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย และย้ายไปฮอลลีวูด เพื่อเอาดีกับงานการแสดง และการสร้างสรรค์ผลงานบันเทิง

 

ยูทูบเบอร์เงินล้าน

โลแกนย้ายจากโอไฮโอ มาอยู่อพาร์ทเมนต์เดียวกับดาราบนแพลตฟอร์ม Vine อีกหลายคนในย่านฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาสามารถร่วมงานกับดาราดังกล่าว และเพิ่มฐานผู้ติดตามได้มากขึ้น

หลังจาก Vine ปิดตัวไปในปี 2017 โลแกนหันกลับมาเน้นโพสต์ ‘วล็อก’ (Vlog) ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอสั้นคล้ายไดอารี่ผสมเรียลิตี้โชว์ลงยูทูบอีกครั้ง และได้ฐานแฟนคลับกลับมา นอกจากนี้ยังลงเรียนการแสดงไปควบคู่กัน ขณะเดียวกันก็ทำผลงานเพลง และมีแบรนด์เสื้อผ้าของตนเองที่ชื่อ Maverick

การมาฮอลลีวูดช่วยให้เขาต่อยอดผลงานและได้ร่วมการแสดงในละครทีวีชื่อดังอย่าง Law & Order และ Stitchers รวมถึงเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์ของค่ายยูทูบเรื่อง The Thinning และได้ร่วมแจมในหนังของค่ายอื่นอีกหลายเรื่อง

นิตยสารฟอร์บส รายงานว่า โลแกนมีรายได้ก่อนหักภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2017 – 1 มิถุนายน 2018 ทั้งหมด 14.5 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นยูทูบเบอร์ที่มีรายได้มากที่สุดเป็นอันดับ 10 ของโลก

ส่วนข้อมูลในปี 2019 พบว่า โลแกนมียอดผู้ติดตามในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรวมกันกว่า 56 ล้านบัญชี ทำให้เขาติด Top 3 เน็ตไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในปีนั้น หากนับเฉพาะในยูทูบถึงต้นเดือนมิถุนายน 2021 เขามีผู้ติดตามมากกว่า 23 ล้านคน

 

ชีวิตพลิกผันเพราะคลิปศพ

อย่างไรก็ตาม โลแกนเคยผ่านจุดตกต่ำมากที่สุดในชีวิตยูทูบเบอร์มาแล้ว โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2017 ระหว่างที่เขาเดินทางไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น และลงคลิปการเดินทางแต่ละวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเดินทางไปเชิงภูเขาไฟฟูจิ เพื่อเที่ยวป่าอาโอกิงาฮาระ ซึ่งได้ฉายา ‘ป่าฆ่าตัวตาย’

ด้วยความคึกคะนองและไม่ไตร่ตรองให้ดี โลแกนและกลุ่มเพื่อนที่เขาเรียกว่า ‘โลแก๊ง’ (Logang) เดินไปเจอศพชายผู้หนึ่ง ซึ่งคาดว่าเพิ่งผูกคอตายบนต้นไม้ เขาจึงถ่ายภาพนั้นมาลงยูทูบ โดยเบลอแค่ใบหน้า แต่ยังเห็นสภาพร่างกาย และใช้คำบรรยายในเชิงไม่เคารพผู้เสียชีวิต

แม้โลแกนอ้างว่ามีเจตนาดี เพื่อเตือนสติผู้คนที่คิดปลิดชีวิตตนเอง แต่คลิปดังกล่าวทำให้เขาถูกสังคมวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการเสนอภาพศพที่ไม่เหมาะสม และอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เนื่องจากแฟนคลับส่วนใหญ่ในโซเชียลมีเดียเป็นเยาวชน จนสุดท้ายโลแกนต้องลบโพสต์ และออกมาขอโทษ พร้อมแบนตัวเองจากการลงคลิปใหม่นาน 3 สัปดาห์ ขณะที่ กูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของยูทูบ ออกมาประณามและลงโทษด้วยการระงับสิทธิพิเศษต่าง ๆ

“ผมไม่ใช่คนเลวนะ ผมเป็นคนดีที่ตัดสินใจผิดพลาดเท่านั้น

“ต่อไปผมจะคิดทบทวนอีกรอบก่อนโพสต์อะไรลงไป บางทีอาจต้องคิดซ้ำ 3 รอบเลยด้วย” โลแกนกล่าวถึงบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิต

 

ชีวิตใหม่บนสังเวียนผ้าใบ

แม้หลังผ่านจุดตกต่ำจากคลิปที่ญี่ปุ่น และได้กลับสู่โลกยูทูบอีกครั้ง โลแกนจะยังไม่ทิ้งความเกรียน และมีประเด็นให้ถูกลงโทษอีกจากคลิปเล่นพิเรนทร์ด้วยการใช้ปืนไฟฟ้าช็อตหนูตาย และจับปลาทองมาผายปอด แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้คนพูดถึงในวงกว้าง จนกระทั่งเขาตัดสินใจหันมาสวมนวมเป็นนักมวยแบบเต็มตัว

“ผมมีภารกิจที่ต้องแสดงให้คนรู้ว่าผมเป็นคนดีกว่าภาพที่เคยเห็นก่อนหน้านี้

“การชกมวยช่วยชีวิตผมไว้ ผมเคยเดินไปบนเส้นทางที่ไม่น่าโปรดปราน แต่การชกมวยให้โอกาสผมได้กดปุ่ม ‘รีเซต’ ชีวิตใหม่ ได้สู้เพื่อเป็นคนที่ผมอยากเป็น พูดได้เลยว่าผมได้เป็นคนที่อยากเป็นแล้วในวัย 26 ปี”

ก่อนดวลกำปั้นกับฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ยูทูบเบอร์หนุ่มชาวอเมริกันผู้นี้เคยขึ้นชกมาแล้ว 2 ไฟต์กับคู่ต่อสู้คนเดียวกัน คือ KSI ยูทูบเบอร์หนุ่มผิวดำชาวอังกฤษ โดยไฟต์แรกชกกันตามกติกามวยสมัครเล่นในปี 2018 และผลออกมาเสมอกัน จึงมีไฟต์ล้างตาตามมาในปี 2019 แต่คราวนี้ใช้กติกามวยอาชีพ ซึ่ง KSI เป็นฝ่ายชนะคะแนนไปแบบไม่เป็นเอกฉันท์

สำหรับการขึ้นชกกับนักมวยตัวจริงอย่างฟลอยด์ ที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในโลกคนหนึ่งของยุคปัจจุบันในวันที่ 6 มิถุนายน 2021 ตามเวลาสหรัฐฯ หลายคนอาจดูถูกว่าเป็นแค่มวยโชว์ (exhibition fight) เพื่อหาเงิน แต่โลแกน ยืนยันว่า เขาจริงจังกับเส้นทางสายนี้ถึงขั้นย้ายไปสร้างบ้านและค่ายมวยอยู่ที่เปอร์โตริโก (อีกเหตุผลหนึ่งเพราะที่นี่เสียภาษีถูกกว่าแคลิฟอร์เนีย)

“ผมเข้าใจทำไมคนถึงไม่พอใจตอนเราเริ่มเข้ามาในกีฬานี้ แต่อะไรจะเกิดขึ้นในอีก 2 – 4 ปีข้างหน้า เมื่อเราเก่งจริง สามารถเอาชนะคนเก่ง ๆ และขายตั๋วได้จนเต็มอัฒจันทร์ ความเกลียดชังและเหม็นขี้หน้าจะหายไปในที่สุด”

ดราม่าการชกระหว่างโลแกน กับฟลอยด์ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร หากมองแง่ดีนี่คือชัยชนะของทุกฝ่าย โดยโลแกนได้สนองความต้องการและเอ็นเตอร์เทนแฟนคลับของตนเอง ขณะที่ฟลอยด์ นอกจากจะได้ค่าตัวจำนวนมาก ยังได้โชว์ทักษะนักมวยที่แท้จริงในวัย 44 ปี ส่วนวงการหมัดมวยก็ได้ฐานคนดูที่เป็นคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผลสำรวจพบว่า ผู้ใช้ยูทูบมากถึง 1 ใน 4 มีอายุต่ำกว่า 24 ปี

“เป้าหมายของผมคือการเป็นผู้ให้ความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก การได้ร่วมชกไฟต์ใหญ่ ๆ และโชว์ใหญ่ ๆ ในฐานะนักชกฟรีแลนซ์ เป็นวิธีที่ดีในการทำสิ่งนั้น”

ไม่ว่าเส้นทางสายใหม่ของ โลแกน พอล จากยูทูบเบอร์เด็กเกรียนที่โด่งดังกลายเป็นนักร้อง ดารา จนมาถึงอาชีพนักมวย จะพบกับปลายทางอย่างไร เซเลบฯ แห่งโลกโซเชียลผู้นี้ยืนยันว่า หน้าที่หลักของเขาคือผู้ให้ความบันเทิง แต่ก็ไม่ลืมมีคำเตือนทิ้งท้ายจากบทเรียนชีวิตที่ผ่านมาว่า

“ผมขอพูดด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่าผู้ปกครองควรตรวจสอบสิ่งที่ลูก ๆ ของคุณดูให้มากกว่านี้” เน็ตไอดอลชาวอเมริกัน ซึ่งมีผู้ติดตามบนยูทูบมากกว่า 23 ล้านคนกล่าว

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.espn.com/boxing/story/_/id/31554558/how-logan-paul-won-even-fighting-floyd-mayweather

https://www.bbc.com/sport/boxing/57325413

https://www.nytimes.com/2018/01/02/business/media/logan-paul-youtube.html

https://www.businessinsider.com/who-is-logan-paul-2018-2

www.youtube.com/watch?v=-yx0bTPVob0

www.youtube.com/watch?v=D_K8viZH8FM

ภาพ: www.instagram.com/loganpaul/


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

แมทตี้ ลองสตาฟฟ์ นักเตะดาวรุ่งนิวคาสเซิล กับฝันที่เป็นจริงในฐานะ “ทูนอาร์มี” 

ไทเกอร์ วูดส์: วันชำรุดของเครื่องจักรตีกอล์ฟที่สมบูรณ์แบบ เทพเจ้าไร้พ่าย หรือมนุษย์ที่แพ้เป็น?

‘I Will Survive’ เพลงชาติเกย์ ที่คนฝรั่งเศส เอาไว้ “เชียร์ฟุตบอล”

จอห์น ซีน่า: จากนักมวยปล้ำ สู่นักเขียนนิทานเด็ก และผู้เข้าสู่จักรวาลนักซิ่ง Fast & Furious 9

ไซออน คลาร์ก: ชีวิตไร้ขีดจำกัดของนักมวยปล้ำที่มีร่างกายเพียงครึ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด: แข้งปีศาจใจนักบุญ กระบอกเสียงของเด็กหิวโหยนับล้าน

แซ็ค โกเวน นักมวยปล้ำพิการผู้เดินตามฝันด้วยขาเพียงข้างเดียว

มาเรีย เทเรซ่า เด ฟิลิปปิส นักขับหญิงคนแรกที่เข้าแข่งขันฟอร์มูล่าวัน