Post on 18/01/2019

ลูคัส เฮดจส์ ลูกชายผู้กำกับ แต่ไม่อยากแสดงหนังของพ่อ

ปีเตอร์ เฮดจส์ คือนักเขียนบทที่มีเอกลักษณ์ในด้านของการเล่าเรื่อง “ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ” ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หรือมีอุปสรรคประเภทไหน ผลงานสร้างชื่อของเขาคือ What’s Eating Gilbert Grape (1993) และ About a Boy (2002) ที่เคยส่งให้เขาเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว ก่อนที่เขาจะหันมากำกับภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 2003 กับ Pieces of April ซึ่งลูกชายของเขาก็คือ ลูคัส เฮดจส์ นักแสดงดาวรุ่งที่เข้าชิงออสการ์ในบทหลานชายใจร้าวจาก Manchester by the Sea (2016)

ทั้งนี้ ในปี 2018 พวกเขาพ่อ-ลูก มีภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่คุณพ่อกำกับ และลูกชายเป็นคนแสดงกับ Ben Is Back (2018)

คุณพ่อ ปีเตอร์ เฮดจส์ และ ลูกชาย ลูคัส เฮดจส์

“ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมบอกกับพ่อมาตลอดว่า ผมจะไม่เล่นหนังของพ่อ” นั่นคือคำสารภาพของลูคัส ที่จริงๆ แล้ว เขาไม่ปรารถนาแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ “เพราะแค่คิดผมก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว มันคงเป็นบรรยากาศที่ดูแปลกพิลึก”

ลูคัสเองทราบมาก่อนว่าคุณพ่อปีเตอร์กำลังจะมีภาพยนตร์ใหม่ แต่ไม่ทราบว่ามีตัวละครที่ใกล้เคียงกับตัวเอง มิหนำซ้ำคุณพ่อยังบอกภายหลังอีกว่า เขาเขียนบทนี้มาเพื่อให้ลูกชายแสดง

แต่สาเหตุที่ทำให้เขากลับคำพูดตัวเอง ก็เพราะนักแสดงรุ่นใหญ่ จูเลีย โรเบิร์ตส เป็นคนที่เสนอชื่อเขาให้รับบทนี้เอง ซึ่งทำให้เขาดีใจสุดๆ ไปเลย “ผมรู้สึกดีใจมากครับ เธอเป็นเหมือนกับดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับผม และการที่เธอขอให้ผมรับบทแสดงร่วมกับเธอนั้นเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ยิ่งพอผมได้อ่านบทภาพยนตร์ ผมก็ยิ่งรู้สึกตะลึงไปกับความดีงามของมัน”

ไม่เพียงเท่านั้น จูเลียยังส่งภาพเธอที่ถ่ายคู่กับลูกชายคนโตซึ่งมีผมสีบรอนซ์ให้เขาดู พร้อมข้อความ ‘ฉันอยากให้ลูคัสรู้ว่า ชายหนุ่มผมแดงหน้าตาดีมักจะมีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้ตัวฉัน’ เพื่อเป็นการเกลี้ยกล่อมให้ลูคัสตัดสินใจรับงานแสดงครั้งนี้ด้วย

“จูเลีย ได้ทำให้ความเกรงกลัวของผมที่มีต่อการรับงานชิ้นนี้หายไป ผมเคยกลัวว่าการร่วมงานกับคุณพ่อของผมจะทำให้โฟกัสของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ผมกับคุณพ่อ แต่ด้วยการกระทำของจูเลีย มันทำให้ผมคิดได้ว่า ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้กำกับจะสำคัญก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครของผมและคุณแม่ของเขาต่างหาก”

Ben Is Back ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี “เบน เบิร์นส์” (ลูคัส เฮดจส์) ที่เดินทางกลับมายังบ้านหลังจากออกมาจากศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยไม่บอกให้คนในครอบครัวของเขารู้ นำมาซึ่งบททดสอบความรักภายในครอบครัวกับคุณแม่ “ฮอลลี เบิร์นส์” จากอดีตของลูกชายสุดที่รักของเธอ

ในการรับบทคนติดยาที่เพิ่งออกจากศูนย์บำบัด ลูคัสทุ่มเททุกอย่างเพื่อการศึกษาสาเหตุของการกระทำต่างๆ ของตัวละคร เขาพยายามหาข้อมูลว่า อะไรคือสิ่งที่ผลักดันตัวละครใช้ยาเสพติดถึงขั้นที่ทำให้ชีวิตต้องพบกับวิกฤต ซึ่งเขาได้แหล่งอ้างอิงใกล้ตัวมากๆ อย่าง “เพื่อน”

“เพื่อนรักของผมบางคนตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายได้ใช้ชีวิตเหมือนเบน พวกเขาต้องผ่านการบำบัดฟื้นฟูซ้ำแล้วซ้ำเล่า และต้องต่อสู้กับมันตลอดเวลา” ลูคัสกล่าว “ช่วงที่ผมยังเป็นเด็ก เพื่อนๆ ผมหลายคนได้ใช้ยา Adderall (ยาสำหรับรักษาโรคสมาธิสั้น) และยาอีกหลายๆ ชนิด ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ผมรู้อยู่แล้วว่าการใช้ยาเสพติดในย่านบรูคลินนั้นเป็นสิ่งที่วัยรุ่นใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย แต่สิ่งที่ผมเพิ่งจะได้รับรู้ก็คือการใช้ยาเสพติดในย่านชานเมืองและชนบทนั้นก็มีมากไม่แพ้ในเขตตัวเมือง หรือบางทีก็มีการใช้มากกว่าเสียอีก”

เหตุนี้ลูคัสจึงมองตัวละครอย่างเข้าใจว่ากำลังป่วยเป็นโรคที่ถูกสังคมส่วนใหญ่มองว่าเป็น “ความล้มเหลวทางพฤติกรรม”

“ราวกับผู้ที่กำลังต่อสู้กับฤทธิ์ของยาเหล่านั้นถูกตีตราบาปจากสังคม เราหวังว่าหนังจะสามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคร้ายนี้ และหวังว่าผู้ชมจะเดินออกจากโรงภาพยนตร์ไปพร้อมกับความเห็นใจต่อผู้ที่กำลังต่อสู้กับฤทธิ์ของยา”

ทั้งนี้ ประเด็นการแสดงในภาพยนตร์ของคุณพ่อ ลูคัสกล่าวว่ามีทั้งเรื่องดีและเรื่องน่าหงุดหงิด แต่ถึงแม้จะหงุดหงิดแต่ก็เป็นเรื่องดี “ตัวละครของผมเป็นตัวละครที่ค่อนข้างยากและซับซ้อน คุณพ่อจึงช่วยแนะนำผมอยู่เรื่อยๆ หรือไม่ก็แค่ตั้งใจยียวนกวนประสาทตามประสาพ่อลูก ถึงกระนั้นคำแนะนำของเขาก็ช่วยผมได้เยอะมาก”

ท้ายที่สุดแล้วลูคัสเองก็ยอมรับว่า เขายังเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น

“อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ พ่อทำหน้าที่ได้ดีมากๆ แล้ว เพียงแต่บางทีผมอาจจะรู้สึกว่า ผมยังคงเป็นเด็กวัยรุ่นที่ชอบทำหน้าไม่พอใจเวลาที่อยู่ใกล้พ่อเท่านั้นเอง!”


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง