Post on 11/05/2021

Lukas Graham – 7 Years: เพลงที่สอนให้รู้ว่าอยากให้ลูกหลานมองคุณแบบไหน จงเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น

ท่ามกลางภาพเคลื่อนไหวสีขาว-ดำหลากเฉด เสียงคีย์บอร์ดที่ปัจจุบันกลายเป็นจังหวะคุ้นหู ทว่ายังแปลกใหม่เมื่อปี 2015 ถูกพรมนิ้วลงบนคีย์เพื่อประสานรับด้วยถ้อยร้องติดหู ท่อน ‘Once I was seven years old’ ดังขึ้นเป็นประโยคแรกในเพลง ด้วยเสียงร้องของ ลูคัส ฟอร์ชแฮมเมอร์ (Lukas Forchhammer) นักร้องและนักแต่งเพลงของวง Lukas Graham บทเพลงอย่าง ‘7 Years’ ก็กลายเป็นเพลงเปิดหัวอัลบั้มชื่อเดียวกับวง ที่พาให้อนาคตบนเส้นทางดนตรีของวงดนตรีสัญชาติเดนนิชวงนี้พุ่งทะยานไปแสนไกล

พวกเขายังใหม่ในเวทีดนตรีโลกในวันที่ ‘7 Years’ กลายเป็นเพลงฮิต ลูคัส – เจ้าของทุกถ้อยคำและเสียงร้องในบทเพลงกล่าวถึงความฝันที่เขาซ่อนไว้ในเพลงนี้อย่างแยบยลว่า

“ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือการเป็นพ่อ พื้นฐานของเพลงนี้คือการเป็นพ่อที่ดี พ่อประเภทที่เมื่อคุณกลายเป็นคนแก่หงำและน่าเบื่อ ลูกและหลานจะยังมาเยี่ยมคุณที่บ้าน เพราะผมมีพ่อที่เจ๋งมาก ๆ ผมก็เลยอยากจะเป็นเหมือนอย่างเขาบ้าง”

เรามาไล่เลียงชีวิตของชายที่ฝันอยากเป็นพ่อคนนี้และขวบปีแห่งการเรียนรู้ของเขา โดยมองผ่านถ้อยกวีและเสียงดนตรีใน ‘7 Years’ ไปด้วยกัน

 

ปีที่ศูนย์

หลังจากลืมตาดูโลกอย่างเรียบง่ายบนโซฟาที่บ้าน ลูคัสใช้ชีวิตวัยเยาว์ของเขาในเดนมาร์ก ท่ามกลางชุมชนที่ถูกเรียกว่า ‘คริสเตียเนีย’ (Christiania) ชุมชนทางเลือกที่ประกอบด้วยอิสรชนกว่าพันชีวิต ที่มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นซึ่งกันและกัน และใช้ชีวิตนอกกรอบกฎหมายของเดนมาร์ก วัยเด็กของลูคัสในหมู่บ้านที่น้ำประปา สุขาส่วนตัว และรถยนต์ถูกจัดเข้าในหมวด ‘สิ่งฟุ่มเฟือย’ ทำให้อีกด้านของเขาที่โหยหาการเป็นศิลปินมาตั้งแต่ยังเยาว์ไม่สามารถเติบโตที่นั่นให้นานได้

 

/ Once I was seven years old, my mama told me

Go make yourself some friends or you’ll be lonely /

 

ด้วยวัยแปดปี เด็กน้อยลูคัสเข้าเรียนที่โรงเรียนในโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก พร้อมด้วยการเป็นนักร้องในโบสถ์ที่โรงเรียน ลูคัสให้เครดิตเสียงร้องของตัวเองเสมอว่ามันทำให้เขายังเรียนอยู่ในสถานศึกษาแห่งนั้นต่อได้ โดยไม่ถูกเตะโด่งออกมาเสียก่อน

“เมื่อผมมาจากคริสเตียเนีย ผู้คนและครูปฏิบัติกับผมต่างออกไป ครูเพ่งเล็งและดุด่าผมเป็นพิเศษ ผมเข้าโรงเรียนวันแรกอย่างเด็กน้อยที่เข้าสังคมได้ดีและมีอารมณ์ขัน แต่เวลาผ่านไปก็กลายเป็นเด็กเงียบ ๆ ที่ไม่ได้มีความสามารถอะไร”

ท่ามกลางวันและวัยที่ต้องปรับตัวไม่น้อย ด้วยแพสชันทางดนตรีที่ล้นปรี่ เมื่ออายุ 11 หรือ 12 เด็กชายลูคัสเริ่มเขียนเพลงแรป – ตามรอยศิลปินฮิปฮอปอย่าง NWA, Dr.Dre และ Jay-Z ที่ล้วนเป็นไอดอลในวันวานของเขา

 

/ It was a big big world, but we thought we were bigger

Pushing each other to the limits, we were learning quicker /

 

ครั้งหนึ่งเมื่ออายุยี่สิบ

ลูคัสเพิ่งพ้นวัยมัธยมฯ หมาด ๆ ในตอนที่สองเท้าของเขาเริ่มก้าวได้เร็วขึ้น และเร็วขึ้น เริ่มจากบ้านหลังเล็กในคริสเตียเนีย ลูคัสพบว่าตัวเองกำลังบินโฉบเข้าหาแสงสี ดนตรี และชีวิตในบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา ที่นั่นเองที่ลูคัสได้ยินเสียงบางอย่างที่กำลังเรียกร้องและรอคอยเขาอยู่

เขาอยากเป็นนักร้องในวงดนตรี และไม่มีอย่างอื่นที่พาเขาเข้าใกล้จุดหมายได้เร็วกว่าการแต่งเพลง

 

/ I always had that dream like my daddy before me

So I started writing songs, I started writing stories /

 

ปีถัดมาลูคัสตัดสินใจบินกลับเดนมาร์ก – บ้านเกิดของเขา และรวบรวมก๊วนเพื่อนอีก 3 คนมาตั้งวงด้วยกัน ด้วยการเขียนเพลงอย่างไม่หยุดยั้งของเขา ภายในปี 2012 หรือหนึ่งปีให้หลังนับจากวันที่วง ‘Lukas Graham’ ถือกำเนิด พวกเขาก็กลายเป็นวงดนตรีที่คนเดนมาร์กรักไม่น้อยไปกว่าวงอื่น ๆ ‘Lukas Graham’ กลายเป็นดาวเด่นของประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และได้ขึ้นเล่นบนเวทีที่น่าจดจำกว่า 107 รอบ หากทั้งหมดที่กล่าวมาก็ยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่วงดนตรีวงนี้จะไปถึง

 

การจากลาที่ตามมาด้วยความสำเร็จ

“พ่อของผมเป็นคนที่เจ๋งมาก ๆ”

คือคำพูดที่ลูคัสย้ำอยู่เสมอไม่เคยขาด สายสัมพันธ์ฉันพ่อลูกของเขากับพ่อนั้นแน่นแฟ้นมากอย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่ายิ่งรักมากเท่าไร ความเสียใจเมื่ออีกฝ่ายจากไปก็คงมากเป็นทบเท่าทวี

ปี 2012 หนึ่งปีหลังจากลูคัสมีวงดนตรี พอดิบพอดีกับวันที่เริ่มประสบความสำเร็จบ้างแล้ว พ่อของเขาก็มีอันต้องถูกโรคร้ายพรากให้จากไปในวัย 61 ปี

แม้จะโศกเศร้าเหลือร้าย หากศิลปินก็คือศิลปิน ความตายของผู้เป็นพ่อกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ลูคัสตัดสินใจแต่งเพลงหนึ่งเพลงที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล และเพลงนั้นมีท่อนขึ้นต้นแสนน่าจดจำว่า ‘Once I was seven years old’

พร้อมด้วยท่อนที่อุทิศให้ผู้เป็นพ่ออย่าง ‘Soon I’ll be 60 years old, my daddy got 61. Remember life and then your life becomes a better one’ เพลง ‘7 Years’ กลายเป็นเพลงดังตั้งแต่เผยแพร่ครั้งแรกบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่นานมันก็ทะยานขึ้นประดับบิลบอร์ดชาร์ตได้สูงที่สุดที่อันดับ 2 และกลายเป็นเพลงที่เผยโฉมหน้าของวงดนตรีที่ชื่อเหมือนนักร้องเดี่ยววงนี้ให้คนทั้งโลกได้รู้จัก

 

ความฝันเบื้องหลังบทเพลงและบทเรียนจากรักในครอบครัว

ลูคัสทำความฝันจากท่อน ‘I always had that dream like my daddy before me’ สำเร็จแล้ว เขากลายเป็นนักร้องในวงดนตรีสมใจ เพลงที่เขาแต่งกลายเป็นที่จดจำและผู้คนร้องตามได้ เขามีช่วงเวลาที่ดีมากมายกับ ‘my boys’ หรือสมาชิกในวง หากลึกลงไปข้างในจิตใจ ลูคัสรู้ว่านั่นไม่ใช่ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

เช่นเดียวกับเนื้อเพลงใน ‘7 Years’ ท่อนที่กล่าวถึงช่วงวัย 30 ลูคัสเฝ้าฝันอย่างจริงใจถึงวันที่เนื้อเพลงท่อน ‘My woman brought children for me. So I can sing them all my songs and I can tell them stories’ จะกลายเป็นความจริง

ปี 2016 ลูคัสและ ริลโล ชวาร์ตซ์ (Rillo Schwartz) ภรรยาของเขาได้อ้าสองแขนออกกว้างเพื่อโอบรับ ‘วิโอลา’ (Viola) ลูกสาวคนแรกของพวกเขา – ลูกสาวที่เข้ามาเติมเต็มความฝันของลูคัสให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“ผมฝันอยากเป็นพ่อคนมาทั้งชีวิต และยิ่งไปกว่านั้น ผมอยากเป็นพ่อที่ดี

“การกลายเป็นพ่อคนทำให้ผมรู้ว่าถ้าผมไม่เป็นพ่อหรือสามีที่ดี ผมจะเสียพวกเขาไป มันเป็นความคิดที่น่ากลัว แต่ขณะเดียวกันก็จำเป็น การรับรู้ว่าใครสักคนสำคัญยิ่งกว่าตัวของคุณเอง มันทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”

ด้วยความฝันอย่างนั้นเองที่ทำให้อัลบั้มถัดจาก ‘Lukas Graham’ (2016) ของเขาอย่าง ‘3 (The Purple Album)’ (2018) เจือไปด้วยกลิ่นอายสุขล้นและความกังวลของคนเป็นพ่อ ที่ฉายชัดทั้งในเพลง ‘Love Someone’ ที่เล่าถึงสุขและรักภายในบ้าน และ ‘Lullaby’ ที่เขาเคยเล่าถึงไว้ว่า

“ผมพยายามจะบอกกับเธอ (ลูกสาว) ว่าไม่ว่าจะอย่างไร วันหนึ่งผมก็ต้องตาย ความตายของผมจะทำให้หัวใจเธอเจ็บยิ่งกว่าที่ใครบนโลกเคยทำ แต่จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ผมจะเป็นพ่อที่ดีที่สุดของเธอ”

เช่นเดียวกับการเฝ้าฝันถึงความสำเร็จของวงดนตรี ความฝันถึงการเป็นพ่อคนของนักร้องจากคริสเตียเนียคนนี้สำเร็จแล้ว ฉากต่อไปของเขาคือการพยายามด้วยชีวิตเพื่อที่จะเป็น ‘the best dad’ อย่างในเพลง ‘Lullaby’ และได้คำตอบที่น่าพอใจสำหรับคำถามสุดท้ายใน ‘7 Years’

 

/ Soon I’ll be 60 years old, will I think the world is cold

Or will I have a lot of children who can warm me /

 

พร้อมด้วยคำถามว่าเมื่อแก่เฒ่าเขาจะต้องเหงาเพียงลำพังในบ้าน หรือเป็นที่รักของลูกหลานและมีคนมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ ลูคัสเคยพูดถึงอีกเบื้องหลังความคิดจากเพลงดังกล่าว – และกลายมาเป็นบทสรุปในบทความชิ้นนี้ ที่เราเขียนจั่วหัวไว้ว่า ‘อยากให้ลูกหลานมองคุณแบบไหน จงเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น’ ด้วยถ้อยคำจากปากเขาเองอย่าง

“มีคนแก่มากมายที่ทำตัวเป็นเด็ก พวกเขาเอาอายุเป็นตัวตัดสินว่าเขาสามารถชี้หน้าคนที่เด็กกว่าและบอกว่าคนอื่นโง่เง่าได้

“แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมอาจจะฉลาดกว่าคนแก่บางคนก็ได้นะ อย่างน้อยผมก็อ่านหนังสือมากกว่า ลงมือทำอะไรมากกว่า และอาจจะเห็นโลกมามากกว่าพวกเขาด้วยซ้ำไป”

หรืออย่างน้อยที่สุดแต่สำคัญที่สุด

“ผมสามารถเขียนเพลงอย่าง ‘7 Years’ และร้องมันออกมาได้ เพราะถึงผมจะอายุ 27 แต่ผมก็รู้ว่าความฝันของตัวเองคืออะไร”

 

(Photo by Mariano Regidor/Redferns)

ที่มา:

https://www.bbc.co.uk/music/articles/ebc04a06-88f2-49ba-8aed-2e46e51a4cbd

https://www.songfacts.com/facts/lukas-graham/7-years

https://atwoodmagazine.com/7-years-lukas-graham/

https://www.officialcharts.com/chart-news/who-are-lukas-graham-here-are-7-things-about-the-band-behind-the-smash-hit-7-years__13799/

https://www.tennessean.com/story/entertainment/music/2016/05/04/interview-lukas-graham-life-loss-and-7-years/83922824/

https://www.theknotnews.com/lukas-graham-engaged-proposal-exclusive-36683


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

เซียวจ้าน: #ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซูเปอร์สตาร์สุดฮ็อตอันดับ 1 ของจีน

แอมเบอร์ เจ. หลิว ไอดอลผู้ทำลายขนบเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี ด้วยลุคทอมบอย

SMAP: ตำนานไอดอล 28 ปีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

ทาเคอุจิ ยูโกะ: Be with You จะอยู่ข้างเธอเสมอ

“ต้น-ฟลุ๊ค-เซน” คัมแบ็คงานดนตรี ส่งซิงเกิ้ล “Moon (พระจันทร์)” ภายใต้โปรเจ็กต์ “456.Four.Five.Six”

เซอร์ แอนโทนี ฮ็อปกินส์: 29 ปีแห่งการรอคอยดับเบิลออสการ์ จากฮันนิบาล สู่ผู้ป่วยสมองเสื่อม

เท็นชินฮังและเจาซือ: ความรักดุจพี่น้องของคนตรงที่โชคร้ายได้ครูไม่ดี

บริทนีย์ สเปียร์ส กับชีวิตที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ และ #FreeBritney เพื่อปลดแอกชีวิตเพื่ออิสรภาพ