Post on 21/01/2021

อาชญากรที่แท้จริงในซีรีส์ LUPIN อาจไม่ใช่จอมโจรลูแปง?

ท่ามกลางพื้นที่กว้างขวางที่ถูกจัดวางด้วยผลงานศิลปะล้ำค่า หลายชิ้นถูกยกย่องทั้งความงดงามและราคา หลายชิ้นสูงค่าเชิงประวัติศาสตร์ มรดกและตำนานของโลกมากมายถูกติดตั้งและคุ้มกันอย่างดีในมูว์เซดูลูฟวร์ หรือลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางกรุงปารีส ฝรั่งเศส เป็นที่เพลินตาของศิลปินผู้ศึกษาศิลปะและผู้เข้าชมจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นที่หมายปองจะจับจอง – หยิบฉวย โดยหัวขโมยจากทั่วสารทิศไม่ต่างกัน

จอมโจรลูแปง หรืออาร์แซน ลูแปง (Arsène Lupin) คือหนึ่งในนั้น แม้ตัวตนของเขาจะเป็นเพียงเรื่องสมมติจากปลายปากกาของ มอริส เลอบล็อง (Maurice Leblanc) นักเขียนชาวฝรั่งเศส หากลูแปงก็มีชื่อเสียงโด่งดังพอ ๆ กับ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ (Sherlock Holmes) นักสืบในวรรณกรรมที่มอริสหยิบยกบุคลิกและความฉลาดมาเป็นต้นแบบของลูแปง เขาเขียนให้หัวขโมยลุคสุภาพชนคนนี้ฉวยเอาสร้อยพระศอของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette) ที่ถูกจัดประมูลขึ้นในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไป

การโจรกรรมของลูแปงนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์กลและมนตร์เสน่ห์อย่างเหลือร้าย เป็นเหตุให้ อัสซาน จ็อป (Assane Diop) ตัวเอกของซีรีส์ LUPIN (2021) ยึดถือสุภาพบุรุษหัวขโมยคนดังกล่าวเป็นไอดอลตั้งแต่ได้อ่าน “Arsène Lupin, Gentleman Burglar” ครั้งแรก และยิ่งเจริญรอยตามลูแปงมากขึ้นเมื่อความตายของผู้เป็นพ่อ ชักนำให้อัสซานเข้าสู่วงการหัวขโมยโดยมีเป้าหมายเป็นการล้างแค้น

/ บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาภายในซีรีส์ LUPIN (2021) /

 

หัวขโมยที่ไม่ถูกมองเห็น

“พวกนายมองไม่เห็นฉันเลย พวกเขาก็เหมือนกัน พวกเขามองไม่เห็นเราหรอก พวกเขาไม่มีทางเห็นคนจน”

ประโยคสั้น ๆ ของอัสซานถูกเอ่ยขึ้นมาใน episode แรกของซีรีส์ แม้จะเป็นไปเพื่อหว่านล้อมให้โจรกระจอกอีกสามคนร่วมมือกับเขาขโมยสร้อยในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ก็แฝงไว้ด้วยความจริงที่น่าเศร้าเกี่ยวกับชีวิตของเขาเอง 

อัสซานเป็นคนผิวดำ เขาและพ่อเป็นผู้อพยพจากเซเนกัล ประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่ระหกระเหินมายังกรุงปารีสในฐานะผู้ลี้ภัยความจน พ่อของเขาได้งานเป็นคนขับรถประจำตระกูลเพลเลกรินี ก่อนที่จะถูกกล่าวหาว่าขโมยเครื่องเพชรจนพ่อของอัสซานต้องจบชีวิตตัวเองในคุก อัสซานเชื่อว่าพ่อของเขาถูกใส่ร้าย เด็กชายวัย 14 จึงได้คิดที่จะล้างแค้นนายเพลเลกรินีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้พ่อนับตั้งแต่นั้น

25 ปีให้หลัง อัสซานเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ มีภรรยาเก่าและลูกชายหนึ่งคน อัสซานเก็บงำความลับที่ว่าเขาเป็นหัวขโมยที่อยากล้างแค้นให้พ่อไว้ให้พ้นจากครอบครัว เขาทำงานเพียงลำพัง ติดหนวดเครา แต่งหน้า สวมเสื้อผ้าอำพรางตัว ฉกแหวน สร้อย และของมีค่าจากคนที่เดินผ่านโดยไม่ให้เหยื่อรู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ

บางครั้งเขาใช้ทักษะด้านไอที บวกกับท่าทีเป็นมิตรน่าไว้ใจในการหลอกเอา ‘ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด’ จากคนอื่นเพื่อปล่อยขายแลกเงิน

 

ความตายตามกฎหมาย

อัสซานทำผิดกฎหมาย ไม่มีใครสงสัยเรื่องนั้น หลังเหตุการณ์ขโมยสร้อยเพชรในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ตำรวจทั้งปารีสไล่ตามเขาตามคำสั่งของนายในฐานะที่เขาเป็นอาชญากร โดยน้อยคนนักที่จะระแคะระคายว่า ‘นาย’ ของพวกเขาที่นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมตำรวจนั้น ก็อาจเข้าข่าย ‘อาชญากร’ ไม่ต่างกับอัสซานเลย

สร้อยเพชรที่อัสซานขโมยไป เป็นสร้อยที่กำลังถูกประมูลด้วยมูลค่าสูงลิ่วหลายสิบล้านยูโรที่ถือครองโดยตระกูลเพลเลกรินี และเป็นสร้อยเส้นเดียวกับที่พ่อของอัสซานถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ขโมยเมื่อ 25 ปีที่แล้ว อัสซานสืบจนได้รู้ความจริงว่าที่จริงแล้วสร้อยเส้นนั้นไม่เคยหายไปไหน หากเป็นแผนของเพลเลกรินีที่หลอกใช้ความซื่อและไร้ทางสู้ ใส่ร้ายพ่ออัสซานเพื่อเพิ่มมูลค่าอัญมนีในมือ

ภรรยาของเพลเลกรินีบังคับให้พ่อของอัสซานเขียนจดหมายรับสารภาพในบาปที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นช้าจนเกินไปทำให้เธอยื่นมือมาช่วยออกค่าเลี้ยงดูและให้ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษากับอัสซานอย่างลับ ๆ โดยหวังว่าสักวันเด็กชายที่สูญเสียพ่อจะให้อภัย

“คุณทำให้พ่อของผมตายแต่ก็มาทำดีกับผมเพื่อความสบายใจของตัวเอง” คือคำที่อัสซานพูดกับเธอด้วยความเจ็บแค้นที่คุกกรุ่นอยู่ในใจ

พ่อของอัสซานตาย นายตำรวจ ‘ดูมองต์’ ที่ต่อมากลายเป็นอธิบดีกรมตำรวจมีส่วนรู้เห็น เขาร่วมกับเพลเลกรินีปิดบังความจริงของคดีนี้ และหยิบยื่น ‘ความตายตามกฎหมาย’ ให้กับพ่อของอัสซานอย่างไร้หนทางหลีกเลี่ยง

 

อาชญากรขโมยกระเป๋า vs อาชญากรขโมยชีวิต

อาชญากรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตระกูลเพลเลกรินีไม่ได้มีเพียงเท่านั้น นอกจากการป้ายสีคดีสร้อยเพชรให้พ่อของอัสซาน นายเพลเลกรินีที่เบื้องหน้าอ้างตัวเองว่าเป็นเศรษฐีนักบุญ – ผู้รักประเทศชาตินั้นกลับมีวีรกรรมมากมายที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บและตายของผู้คน เรื่องราวเน่าเฟะของเขาถูกตีแผ่โดย ‘ฟาเบียนน์ เบริโอต์’ นักข่าว – นักเขียน และเพลเลกรินีก็ทำให้หล่อนกลายเป็นหญิงวัยกลางคนที่ล้มละลาย 

“มือของคุณเปื้อนเลือดเหยื่อที่กัวลาลัมเปอร์หรือเปล่า”

คือคำถามที่ฟาเบียนน์ถามเพลเลกรินีก่อนที่เธอจะถูกฆ่าปิดปาก

พ่อของอัสซานตาย ฟาเบียนน์ตาย ผู้คนมากมายที่ระแคะระคายและพยายามจะเปิดโปงเพลเลกรินีล้วนถึงแก่ความตาย นอกจากผู้เขียนบทและทีมสร้างซีรีส์คงไม่มีใครตอบได้ว่าสุดท้ายแล้ว สิ่งที่รออัสซานอยู่จะเป็นความตายเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ หรือไม่ หรือจอมโจรผิวดำที่เจริญตามรอยลูแปงคนนี้จะสามารถเอาตัวรอดจากโครงข่ายอำนาจและเงินตราที่โยงใยอยู่ในฝรั่งเศสไปได้อีกครั้ง

อาจจะพูดได้ว่าอัสซานคืออาชญากรขโมยของที่กำลังหลบหนีการตามล่าจากอาชญากรขโมยชีวิต พอ ๆ กับที่สรุปได้ว่าซีรีส์ LUPIN คือหนังโจรกรรมที่สนุกใช้ได้ ดูง่าย แต่สอดไส้ปัญหาสังคมและเล่าถึงความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว 

 

เรื่อง: จิรภิญญา สมเทพ


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

จอห์นนี คิตากาวะ ชายผู้มอบความฝันให้ชายหนุ่ม (และหญิงสาว) ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปี

“หลบหน่อยหนูป๋าจะเต้น” มิค แจ็กเกอร์ ร็อคสตาร์รุ่นเก๋าที่แดนซ์ “ไม่กลัวตาย” มาตั้งแต่ยุค 60s

รีวิวคอนเสิร์ต PENGUIN VILLA WHY FLY? เมื่อเพนกวิน ‘บินได้’ เพราะเสียงเพลง

อุลตร้าแมน ยอดมนุษย์ผู้กำราบปีศาจร้ายในหัวใจเด็กและผู้ใหญ่มาตลอด 5 ทศวรรษ

ชิมปลาร้ารสเด็ด วัตถุดิบคุณภาพและอาหารอีสานแบบแซ่บ ๆ ทั้งอีสานแท้และฟิวชั่นที่ ‘ร้านแซ่บคัก’ (ZAB KAK)

“เพื่อนกูรักเมียมึงว่ะ” รักสามเศร้า สะท้านวงการเพลง กับ ภารกิจเคลมเมียเพื่อนของ เอริค แคลปตัน

หนุ่มหน่ายคัมภีร์: ภาพสะท้อนอำนาจนิยมภายใต้ระบบซิเนียริตี้ที่ 50 กว่าปีผ่านไปก็ยังเหมือนเดิม

เสก โลโซ(เสกสรรค์ ศุขพิมาย):ความหมายในเพลง จากวิถีร็อคแอนด์โรลล์สู่นิพพาน