Post on 01/11/2021

มาดามโกลด: ตำนานนักธุรกิจการค้าประเวณีมือหนึ่งของฝรั่งเศสผู้จัดหา ‘โสเภณีไฮคลาส’ ให้คนดังระดับโลก

หลังจากที่ Netflix ได้นำเสนอเรื่องราวของ Madame Claude (มาดามโกลด) ผ่านภาพยนตร์ Madame Claude (2021) ชื่อเสียงของเธอในฐานะนักธุรกิจการค้าประเวณีไฮคลาสในตำนานก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง บทความนี้รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติชีวิตมาดามโกลดซึ่งอาจเป็นตัวช่วยสำหรับใครที่อยากจะรู้จักกับตัวตนและธุรกิจสุดอื้อฉาวของเธอ

 

ที่มาของมาดามโกลด 

มาดามโกลดเคยตีพิมพ์หนังสือชื่อว่า Madam ในปี 1994 เธอยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเธอในหนังสือเล่มนั้นเป็นเรื่องจริง

ความในหนังสือระบุว่า เธอเกิดและเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางระดับสูงที่อาศัยอยู่ในปราสาทหลังหนึ่งในเมืองลัวร์ (Loire) เธอเป็นลูกสาวของพ่อผู้เป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียง เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนสอนศาสนา ‘Visitandines’ อาชีพแรกของเธอคือเร่ขายคัมภีร์ไบเบิลตามบ้านเรือน และเธอยังเป็นผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันราเวินส์บรึค (Ravensbrück)… ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นเรื่องโกหกที่เธอแต่งขึ้น! 

สารคดีชีวิตมาดามโกลดปี 2010 ตีแผ่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีวิตมาดามโกลด ชื่อจริงของเธอคือ ‘แฟร์นองด์ กรูเดท์’ (Fernande Grudet) เกิดปี 1923 ที่เมืองอองเช่ร์ (Angers) พ่อของเธอขายแซนด์วิชและขนมขบเคี้ยวที่สถานีรถไฟเมืองอองเช่ร์ และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกล่องเสียงในวัย 58 ปี และอาชีพแรกที่เธอทำไม่ใช่การขายคัมภีร์ไบเบิล… แต่เป็นเรือนร่างของเธอ

แต่หนึ่งเรื่องในหนังสือ Madam ที่ดูท่าว่าจะมีมูลความจริงมากที่สุดคือชีวิตในค่ายกักกัน… หนึ่งในเพื่อนสนิทของเธอยืนยันว่าเขาเห็นสัญลักษณ์ของเหยื่อผู้ถูกกักขังในค่ายกักกันที่เอวของเธอ แต่ค่ายกักกันหนึ่งเดียวที่ประทับตราสัญลักษณ์นั้นคือเอาช์วิทซ์ (Auschwitz) …ไม่ใช่ที่ราเวินส์บรึค

เรื่องแต่งของมาดามโกลดทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นมโนภาพที่เธอสร้างขึ้นเพื่อลบล้างความยากจนขมขื่นในอดีตแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันให้ตัวของเธอเองสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนดังระดับประเทศหรือระดับโลกได้อย่างแนบเนียน

 

มาดามโกลดและจุดเริ่มต้นธุรกิจ

ซีลแวตต์ บาลลองด์ (Sylvette Balland) เป็นหนึ่งในอดีตเพื่อนสนิทของมาดามโกลดเล่าให้ฟังว่าโกลดไม่เคยชื่นชอบกิจกรรมทางเพศเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเธอยังมีทัศนคติในเชิงลบกับเรื่องความรักและความสัมพันธ์ ซึ่งนั่นสะท้อนผ่านคำพูดในหัว (internal monologue) ของตัวละครมาดามโกลดที่เธอพูดไว้หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับชายที่เพิ่งพบกันที่ผับว่า “ความรักคือความป่วยไข้ คนเราไม่อาจมีชีวิตอยู่ร่วมกับความป่วยไข้” 

เธอมักเฝ้ามองพวกนักธุรกิจที่เดินผ่านไปมาในย่านการค้าอยู่บ่อยครั้ง พร้อมเกิดความปรารถนาอันแรงกล้าภายในที่อยากมีโอกาสได้แข่งขันกับคนพวกนั้น จุดนี้เองที่ทำให้เธอพัฒนาองค์ความรู้ใน ‘วิชาชีพเฉพาะ’ ของเธอจนกลายเป็นโมเดลทางธุรกิจที่พาให้เธอประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1950-1960

ธุรกิจการค้าประเวณีไม่เพียงผันแปรความปรารถนานั้นของเธอให้กลายเป็นเรื่องจริง เพราะยิ่งไปกว่านั้น เงินทุนที่เธอนำมาใช้ขยายธุรกิจก็เป็นเงินจากกลุ่มคนที่เธอเคยเฝ้ามองด้วยความอิจฉาตาร้อนเสมอมา วิถีคิด (mindset) แบบนักธุรกิจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายในหัวของเธอเพียงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของเธอ ซึ่งหลายคนที่เคยได้มีโอกาสพบเจอหรือพูดคุยกับเธอต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอดูเป็นนักการธนาคารมากกว่าจะเป็นโสเภณี

 

สาว ๆ (jeunes filles) ในสังกัดของมาดามโกลด

‘jeunes filles’ ที่แปลว่า ‘สาว ๆ’ หรือ ‘ลูกสาว’ เป็นคำเรียกที่มาดามโกลดเรียกผู้หญิงในสังกัดของเธอ (และเธอเรียกลูกค้าว่า ‘garçons’ ซึ่งแปลว่า ‘หนุ่ม ๆ’ หรือ ‘ลูกชาย’) พวกเธออยู่ในช่วงวัยประมาณ 18-25 ปี มีตั้งแต่นักแสดงที่แคสติ้งไม่ผ่านจนถึงนางแบบของแบรนด์สินค้าชื่อดัง ส่วนมากมักจะเป็นสาวสแกนดิเนเวียน ไม่ใช่สาวชาวฝรั่งเศส

มาดามโกลดเคยให้สัมภาษณ์ในรายการทีวีถึงการคัดเลือกสาว ๆ เข้ามาอยู่ในสังกัดของเธอ เธอเล่าว่าความสวยงามทางกายภาพเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่ไม่อาจเทียบได้กับมันสมองและทัศนคติที่ต้องสอดคล้องกับเธอเพื่อที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ยิ่งไปกว่านั้น สาว ๆ ทุกคนต้องผ่านการทดสอบ ‘ภาคปฏิบัติ’ กับเพื่อนชายคนสนิทของเธอ ‘ฌาคส์ กัวเรซ์’ (Jacques Quoirez) ผู้ที่จัดเกรดของสาว ๆ เหล่านั้นให้มาดามโกลด

หลังจากผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามาแล้ว พวกเธอจะได้รับการอบรมอย่างเข้มข้นทั้งเรื่องมารยาทการเข้าสังคมจนถึงสุขอนามัยทางเพศ รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านศัลยกรรมตกแต่งทุกบาททุกสตางค์ ครั้งหนึ่ง… พิธีกรชายท่านหนึ่งเคยถามมาดามโกลดว่า “ที่คุณบอกว่าความสวยงามทางกายภาพไม่สำคัญเท่าไร แล้วเหตุใดจึงต้องพึ่งศัลยกรรม” มาดามโกลดตอบกลับอย่างมีกึ๋นว่า “ฉันเพียงอยากช่วยให้ธรรมชาติสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกสักหน่อยก็เท่าน้ัน”

มาดามโกลดหักค่าเปอร์เซ็นต์จากเด็กในสังกัดของเธอในอัตราส่วน 30% จากรายรับทั้งหมด เธออธิบายว่าเธอคำนึงถึงความยุติธรรมและความสบายใจในการทำงานร่วมกัน อันที่จริงเธอจะหักมากกว่านี้ก็ได้ แต่หากเป็นเช่นนั้น สาว ๆ ก็จะทำงานกับเธอไม่นาน

สาว ๆ ในสังกัดของมาดามโกลดส่วนมากจบเส้นทางอาชีพของพวกเธอได้อย่างสวยงาม บางคนกลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง บางคนเป็นภรรยานักธุรกิจ หรือบางคนมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ ซึ่งนั่นทำให้หลายคนถึงขั้นต้องกลับมาคิดทบทวนว่าแท้ที่จริงแล้วเราควรจะนิยามธุรกิจของมาดามโกลดในฐานะบริษัทจัดหาคู่มากกว่าจะเป็นการค้าประเวณีหรือไม่

ลูกค้าของมาดามโกลด

‘ฌอง ปีแยร์ เดอ ลูกาวิช’ (Jean Pierre de Lucavich) ผู้รายงานข่าวชื่อดังของ Paris Match เคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ที่อยู่ในการติดต่อมาดามโกลดมาจากเพื่อนที่ทำงาน เขาตัดสินใจไปที่ออฟฟิศของเธอซึ่งมีการตกแต่งภายอย่างหรูหราและมีรสนิยม มาดามโกลดให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดี โดยเริ่มจากบทสนทนาดินฟ้าอากาศอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเข้าคำถามอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนั้นโกลดก็หายตัวเข้าไปในห้องลับของเธอ และกลับออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่โกลดคิดว่าน่าจะตรงใจลูกค้า… ซึ่งเธอเลือกได้ตรงใจพวกเขาแทบจะทุกครั้ง

เดอ ลูกาวิช ยืนยันคุณภาพของสาว ๆ ในคลับของมาดามโกลด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องบนเตียง เขาเล่าว่า “แม้ว่าที่นี่คือประเทศฝรั่งเศส แต่บางครั้งเพศสัมพันธ์สำหรับคนทั่ว ๆ ไปก็ยังไม่ได้ร้อนแรงมากนัก เพราะเรายังมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงที่ดีส่วนมากจะไม่ค่อยฝักใฝ่เรื่องพรรค์นี้” และนั่นทำให้ชื่อเสียงของสถาบันมาดามโกลดแผ่ขยายออกไปในวงกว้าง 

โกลดเล่าว่าเธอรู้ว่า ‘หนุ่ม ๆ’ ที่มาส่วนมากไม่ได้มาเพราะความต้องการทางเพศ แต่พวกเขาอยากลิ้มลองประสบการณ์ของสาว ๆ ที่ขึ้นชื่อว่าผ่านการคัดเลือก อบรม และฝึกฝนจากเธอมาเป็นอย่างดี

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ว่ากันว่า ผู้ที่ใช้บริการสาว ๆ ของมาดามโกลดส่วนมากเป็นบุคคลระดับสูงแบบที่เกินความคาดคิดของคุณแน่นอน เช่น มาร์ก ชากาลล์ (Marc Chagall) ศิลปินชื่อดังแห่งยุคผู้วาดรูปให้แก่สาว ๆ ของมาดามโกลดเป็นของรางวัล ซึ่งแน่นอนว่าภาพวาดเหล่านั้นคงไม่อาจประเมินมูลค่าได้, ประธานาธิบดี ‘ชาร์ล เดอ โกล’ (Charles de Gaulle), ฌอร์ฌ ปงปีดู (Georges Pompidou) ผู้ต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนช่วยเหลือธุรกิจของมาดามโกลดอยู่เบื้องหลัง ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) ผู้รีเควสสาวที่หน้าตาคล้ายภรรยาของเขาเองแต่ฮอตกว่า, พระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน ผู้บำเหน็จรางวัลเป็นเครื่องประดับล้ำค่าให้แก่สาว ๆ ของมาดามโกลด ฯลฯ

ความสัมพันธ์กับกลุ่มนักการเมืองหรือบุคคลแนวหน้าของโลกทำให้หลายคนตั้งข้อสันนิษฐานว่าหลายครั้งสาว ๆ ของโกลดถูกจ้างวานให้สืบความลับหรือเป็นเครื่องมือในการทำลายคู่แข่งทางการเมืองของฝั่งตรงข้าม อย่างไรก็ตาม โกลดไม่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อย่างชัดเจน และยืนยันเสมอว่าอาชีพของเธอเป็นเพียงการรับสายโทรศัพท์และจัดหาสาว ๆ ให้ตรงใจลูกค้าของเธอเท่านั้น

 

จุดจบของธุรกิจและบั้นปลายชีวิตของมาดามโกลด

ธุรกิจของมาดามโกลดเดินทางไปสู่จุดวิกฤตในยุคที่ ‘วาเลรี ฌิสการ์ แด็สแต็ง’ (Valéry Giscard d’Estaing) ได้รับเลือกตั้งขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในปี 1974 เขาสงสัยว่าโกลดอาจถูกจ้างวานโดยศัตรูทางการเมืองของเขาให้มาทำลายชื่อเสียงเขาและพรรคพวก เขาจึงเพ่งเล็งโกลดเป็นพิเศษ และสั่งดำเนินคดีเธอข้อหาปิดบังทรัพย์สินและหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี โกลดจึงตัดสินใจจ้างหนุ่มสวิตเซอร์แลนด์จดทะเบียนกับเธอและหลบหนีไปอยู่ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

โกลดยังคงทำธุรกิจเดิมแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก หลายคนเชื่อว่าอาจเป็นเพราะสาว ๆ ในสังกัดของเธออาจจะดูเข้าถึงยากไปสักนิดสำหรับกลุ่มลูกค้าฮอลลีวูด รวมถึงเธอต้องแข่งขันกับค่ายอื่น ๆ ที่มีมาก่อน แต่กระนั้นชื่อเสียงของมาดามโกลดก็ยังคงเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนมีชื่อเสียง 

โกลดพยายามทำเรื่องขอกรีนการ์ดเพื่อที่จะอยู่ที่นี่ในระยะยาวแม้ว่าเธอจะเบื่อที่นี่มาก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แถมเธอยังถูกจับเนื่องจากวีซ่าที่เธอถืออยู่ผิดกฎหมาย แต่แม้จะถูกตัดสินจำคุก โกลดก็ยังเดินหน้าลุยงานต่อไปได้ เธอยังสามารถรับสมัครสาว ๆ โดยมีเครือข่ายคอยช่วยเหลือเธออยู่ภายนอกห้องขัง 

หลังจากที่โกลดได้ข่าวว่า ‘ฟร็องซัวส์ มิตเเตร์รองด์’ (François Mitterrand) ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 1981 เธอตัดสินใจเดินทางกลับฝรั่งเศส และใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบในฟาร์มแพะที่เมืองโลท์ (Lot) แต่เวลาผ่านไปได้ไม่นาน เธอก็ถูกจับกุมและต้องโทษจำคุกเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อนสนิทของโกลดเล่าให้ฟังว่าคุกที่ขังโกลดหรูหรามาก เธอมีห้องนอนส่วนตัว มีคนดูแล ตัดผม และมีอาหารดี ๆ รับประทาน ฯลฯ ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่ช่วยเหลือเธอไว้ 

หลังจากที่โกลดได้รับการปล่อยตัว โกลดกลับมาที่ปารีสเพื่อเริ่มธุรกิจเดิมอีกครั้ง แต่ไม่นานเธอก็ถูกจับกุมอีกครั้ง (สำหรับประเทศฝรั่งเศสในยุคนั้น การค้าประเวณีไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่การหักหัวคิวจากรายรับของผู้ขายบริการถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)

ในปี 1994 โกลดตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่เมืองนีซ (Nice) เพื่อไปตามหาลูกสาวแท้ ๆ ของเธอ แม้ว่าทั้งคู่จะได้พบหน้ากัน แต่สายสัมพันธ์ก็ไม่อาจพัฒนาไปไกล เนื่องจากบาดแผลที่ทั้งคู่สร้างร่วมกันไว้ในอดีต จนปี 2015 โกลดจบชีวิตลงที่โรงพยาบาลนีซด้วยโรคหลอดเลือดในสมอง

เคยมีคนถามมาดามโกลดว่าหลังจากที่ต้องโทษจำคุก เธอเคยรู้สึกกลัว สำนึก หรือละอายบ้างไหม เธอตอบว่าเธอไม่รู้จักความกลัว ไม่สำนึก และไม่มีอะไรที่ต้องทำให้รู้สึกอับอาย ตรงกันข้าม หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็จะกระทำเช่นเดิมแบบเดิม…

 

บทวิเคราะห์มาดามโกลดเวอร์ชัน Netflix 

นักวิจารณ์ส่วนมากไม่ค่อยปลื้มกับมาดามโกลดเวอร์ชันนี้ (Madame Claude (2021)) เท่าไรนัก เนื่องจากมิติของตัวละครดูขาดความซับซ้อนและความสุขุมนุ่มลึก ซึ่งต่างจากมาดามโกลดตัวจริงที่เราเคยพบเห็นในรายการโทรทัศน์โดยสิ้นเชิง

อีกทั้งผู้สร้างยังลดทอนความซับซ้อนในมิติเพศวิถีของยุคที่โกลดทำธุรกิจซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศฝรั่งเศสมีการปฏิวัติการเมืองและวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่ หลายคนจึงคาดหวังว่าจะได้เห็นประเด็นอันหลักแหลมของพื้นที่ทับซ้อนในธุรกิจของมาดามโกลดระหว่างการค้าประเวณีหรือการจัดหาคู่ หรือการให้ความหมายกับเรือนร่างของผู้หญิงในฐานะวัตถุแห่งปรารถนาที่สามารถเป็นเครื่องมือต่อรองกับอำนาจชายเป็นใหญ่มากกว่าเป็นได้เพียงสินค้าแบบที่ภาพยนตร์จงใจจะสื่อให้เป็นเช่นนั้น

 

เรื่อง: ณัฐ วิไลลักษณ์

ภาพ: Getty Images + Netflix (ขวา-มาดามโกลดตัวจริง ซ้าย-มาดามโกลดในภาพยนตร์ Madame Claude (2021))

 

อ้างอิง: 

https://maze.fr/2021/04/madame-claude-la-fin-du-mythe/ 

https://dmtalkies.com/madame-claude-summary-analysis-ending-explained-2021-film/ 

https://dmtalkies.com/madame-claude-summary-analysis-ending-explained-2021-film/

https://www.bfmtv.com/people/cinema/madame-claude-sur-neflix-la-fiction-qui-revele-le-vrai-visage-de-la-cruelle-maquerelle_AN-202104010192.html  

https://www.cineman.ch/fr/article/netflix-madame-claude-la-maquerelle-de-la-république-contée-par-sylvie-verheyde?__cf_chl_captcha_tk__=pmd_2U2MBs87uFS34vWeKhKHEziC1XSfxigL3_WqCHn3ffU-1630340569-0-gqNtZGzNAzujcnBszQel 

https://www.vanityfair.com/style/society/2014/09/madame-claude-paris-prostitution 

https://youtu.be/zPOINAsFaOs

https://youtu.be/Fok9O9YUJ08 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

Lady Justice: เทพีแห่งความยุติธรรมผู้สวมใส่ผ้าคาดตา

โจ ดิตต์มาร์: ผู้วิ่งลงบันได 105 ชั้น จนรอดชีวิตจากเหตุการณ์ ‘9/11’ เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด

เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์: ปฏิบัติการปิดเมืองเพื่อสร้างระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สอง

ที่มาของแป้นพิมพ์เกษมณี และชุดอักษร ‘ฟ ห ก ด  ่ า ส ว’

โจ ดิตต์มาร์: ผู้วิ่งลงบันได 105 ชั้น จนรอดชีวิตจากเหตุการณ์ ‘9/11’ เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด

เลสรา มาร์ติน: จากเด็กสลัมไม่รู้หนังสือสู่แสงสว่างผู้ปลดปล่อยรูบิน คาร์เตอร์ จากการจองจำกว่า 19 ปี

พระพุทธรูปแห่งบามิยัน: กำเนิดและพัฒนาการของมรดกประวัติศาสตร์ที่ถูกตาลีบันทำลายในปี 2001

อาแวสะดอ ตาเละ: ตำนานโจรตายคาโรงพัก ในประวัติศาสตร์มืดหม่นยุค ‘นาย’ ปราบ ‘เสือ’