Post on 09/05/2019

แมดส์ มิคเคลเซน ถึงร้ายก็รัก เจ้าของตำแหน่งวายร้ายที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก

“ยิ่งร้ายยิ่งรุ่ง” คือประโยคที่ต้องยกให้ แมดส์ มิคเคลเซน นักแสดงชาวเดนมาร์ก ที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวในจอเมื่อไหร่ ก็ไม่วายรับบทจอมวายร้ายทุกที ทั้งในซีรีส์ Hannibal, ภาพยนตร์ Rogue One (2016), Dr. Strange (2016) รวมถึงภาพยนตร์ในแฟรนไชส์ James Bond อย่าง Casino Royale (2006) อีกด้วย

ดีกรีความร้ายที่เพิ่มขึ้นทุกวันเป็นทวีคูณ เห็นเพียงแต่จะเพิ่มดีกรีความน่าหลงใหลของเขา จนนิตยสารผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา Glamour Magazine ฉบับเดือนพฤษภาคม ปี 2019 จัดให้แมดส์ มิคเคลเซน เป็น “ชายที่เซ็กซี่ที่สุด (Sexiest Man Alive)” โดยเป็นการครองตำแหน่งถึง 2 ปีซ้อน

ส่วนในประเทศบ้านเกิด แมดส์ มิคเคลเซน ถูกโหวตให้เป็น “ชายที่เซ็กซี่ที่สุดในเดนมาร์ก (Sexiest Man in Denmark)” มานับครั้งไม่ถ้วน และยิ่งไปกว่านั้นกับตำแหน่ง “ชายที่เซ็กซี่ที่สุดในจักรวาล (Sexiest Man in the Universe)” จนเขาพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ผมชนะ แบรด พิตต์”

ก่อนจะผันตัวมาเป็นจอมวายร้ายสุดเซ็กซี่ให้เราเห็นกันจนทุกวันนี้ แมดส์ มิคเคลเซน ใช้ชีวิตวัยเด็กของเขากับการเต้นบัลเลต์และยิมนาสติก เขาเรียนรู้และฝึกฝนการเต้นที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ Balettakaemein ประเทศสวีเดน ทำให้นอกจากภาษาเดนมาร์กที่เป็นภาษาแม่แล้ว เขายังพูดภาษาสวีเดนได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย

(คลิปเต้นแมดส์ออกมาตอน 0:50 = ผู้ชายคนซ้ายสุด)

 

“ผมมาลองคำนวณดูแล้ว วงการการเต้นมีผู้หญิงฮอต ๆ เต็มไปหมด แล้วก็ไม่ค่อยมีผู้ชายเท่าไหร่ ผมเลยอยู่กับตรงนั้นสักพัก 8 หรือ 9 ปีได้”

กว่าเขาจะตัดสินใจเข้าศึกษาที่โรงเรียนการแสดง Arhus Theatre School แมดส์ มิคเคลเซน ก็ย่างเข้าสู่วัย 30 แล้ว ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ช้ากว่านักแสดงทั่วไปพอสมควร แต่เขากลับบอกว่าการเปลี่ยนสายอาชีพในครั้งนั้นถือว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะการเต้นและการแสดงมีส่วนที่คล้ายกัน

ผลงานการแสดงแรกของเขาเริ่มด้วยด้วยบทนักค้ายาเสพติดโคเปนเฮเกนใน Pusher (1996) ที่ประสบความสำเร็จเป็นพลุแตกจนกลายเป็นภาพยนตร์ไตรภาค หน้าคม ๆ กับบทร้ายปัง ๆ ในเดนมาร์กเป็นการปูพรมแดงโรยด้วยกลีบกุหลาบสู่ฮอลลีวูดของเขากับบทผู้ร้ายตาเดียวใน Casino Royale

“อยู่ ๆ ทีมงานก็บอกว่า ‘กลับไปได้แล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้านายแล้ว แล้วนายก็ได้งานแล้ว’ แดเนียล (นักแสดงเจมส์ บอนด์) ยืนอยู่ข้างผมแล้วก็หันมากระซิบกับผมว่า ‘บอกความลับของนายมาเดี๋ยวนี้ เพราะฉันต้องออดิชันถึง 5 รอบ นายแอบไปมีเซ็กส์กับใครมา’ … จริง ๆ พวกเขาก็เคยเห็นผลงานของผมแล้ว แต่ผมอุตส่าห์เตรียมลุ้นแล้วก็เตรียมตัวจะมาแสดงความสามารถ แต่สุดท้ายพวกเขาก็แค่ ยักไหล่ อะ นายผ่านแล้ว”

หลังจาก Casino Royale แมดส์ มิคเคลเซนยังเปลี่ยนภาพฆาตกรโรคจิตอย่าง “ฮันนิบาล เล็กเตอร์” ให้กลายเป็นผู้ชายมีรสนิยม จิบไวน์ กินเห็ดทรัฟเฟิล และหลงใหลในงานอาร์ทจนทำให้ทุกโศกนาฏกรรมที่เกิดจากฝีมือของเขาออกมาเป็นศิลปะชั้นยอดใน Hannibal เวอร์ชันซีรีส์ของสหรัฐอเมริกา การแสดงที่ดึงความเซ็กซี่ของตัวร้ายออกมาได้เป็นอย่างดีทำให้เขาได้รางวัล Best Actor จากเรื่องนี้ในปี 2014 และได้รับบทตัวร้ายอื่น ๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง “กาเลน เออร์โซ” จาก Star Wars และ “เคซิเลียส” จาก Dr. Strange ภาพยนตร์ในอาณาจักรมาร์เวลที่ถือเป็นความฝันของเขามาตั้งแต่เด็ก

“ผมโตมากับการ์ตูน จักรวาลมาร์เวล แล้วก็ บรูซ ลี แล้วอยู่ดี ๆ ผมก็ได้บทที่เหมือน บรูซ ลี ในโลกของมาร์เวล… ผู้กำกับสกอตเสนอเรื่องนี้ให้ผมตอนที่ผมยังไม่ได้อ่านบทอะไรเลย แต่เขาพูดถึง กังฟูกลางอากาศ ตอนนั้นในหัวผมคิดว่า อะไรนะ เดี๋ยวก่อน ผมรับเลย ผมอยากทำอะไรแบบนี้มาตั้งแต่ 9 ขวบแล้ว”

การได้บทตัวร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เคยทำให้แมดส์ มิคเคลเซนผิดหวัง เขากลับมองว่าเป็นโอกาสที่ดีของเขาที่จะได้ทำงานในระดับนานาชาติ

“ชาวบริทิชได้เล่นเป็นผู้ร้ายอยู่หลายปีเพราะสำเนียงอังกฤษ ตอนนี้เป็นตาของสำเนียงสแกนดิเนเวียตลก ๆ ของผมบ้าง … ผมไม่ถือนะ ถ้าผมไม่ได้เล่นอย่างอื่น ผมก็จะเล่นเป็นผู้ร้ายเนี่ยแหละ”

อย่างไรก็ตาม บทบาทวายร้ายเห็นจะเป็นเพียงภาพที่เขาสลัดไม่หลุดในฮอลลีวูดเท่านั้น ในประเทศบ้านเกิด แมดส์ มิคเคลเซนรับทั้งบทรัก บทคอเมดี หรือแม้กระทั่งบทผู้เคราะห์ร้ายอย่างคุณครูที่ถูกกล่าวหาว่าลวมลามเด็กอนุบาลในเรื่อง The Hunt (2012)

รวมถึงในปี 2019 แมดส์ มิคเคลเซน กลับมาให้แฟน ๆ ชาวไทยได้เห็นกันในภาพยนตร์เดนมาร์กเรื่อง Arctic (2018) พร้อมบทบาทการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางหิมะอันเหน็บหนาว ซึ่งถือเป็นหนึ่งการถ่ายทำที่ทรหดของเขา เนื่องจากผู้กำกับกล่าวว่าเขาได้เลือกบริเวณที่ “สภาพอากาศโหดร้ายที่สุดในโลก” นั่นคือบริเวณที่เป็นทุนดราของประเทศไอซ์แลนด์ ที่มีลมแรงและอากาศเฉลี่ยในฤดูหนาวอยู่ที่ -10 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า

“สภาพอากาศมันทำลายทุกอย่างเลย แค่เราเปิดประตูรถ ประตูก็พังแล้ว แถมยังลอยหายไปในหุบเขาด้วย เราไม่เห็นมันอีกเลย”

สภาพอากาศอันโหดร้ายทำให้ถ่ายทำได้เพียง 19 วัน จากที่วางไว้ 30 วันในตอนแรก และยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้เข้าถึงตัวละครที่ไม่ได้เตรียมตัวไปติดกลางหิมะ ทีมงานจึงไม่ให้แมดส์ออกกำลังฟิตร่างกายก่อนบินไปถ่าย แต่เมื่อถึงเวลาถ่ายทำ เขาต้องเดินท่ามกลางหิมะวันละ 12-15 ชั่วโมง จนน้ำหนักลดไปถึง 7 กิโลกรัม

“มันคือบทที่ดูดีตอนคุณอ่าน แต่ก็เป็นบทที่ 2-3 เดือนต่อมาทำให้คุณด่าตัวเองที่ตกลงที่จะมายืนอยู่ในหิมะแบบนั้น นั่นมันบ้ามาก … มันคงง่ายกว่านี้ถ้าผมอายุ 30 ไม่ใช่ 53 แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจทำมันอยู่ดี”

แมดส์ มิคเคลสเซนทำให้บทพระเอกในเรื่องนี้น่าติดตามและได้รับกระแสตอบรับที่ดีพอสมควร ความพยายามและความทุ่มเทต่อทุกบทบาทที่เขาได้รับเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า เขาสามารถทำให้ทุกตัวละครมีเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นพระเอกหรือตัวร้าย นอกจากรูปร่างหน้าตาที่อ่อนกว่าวัย 50 ไปมากแล้ว เสน่ห์ที่ออกมาระหว่างการแสดงนี่แหละ ที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้ชายที่เซ็กซี่และน่าค้นหาที่สุด!

 

อ้างอิง
mediamass.
entertainment
madsmikkelsen
planetnews
huffingtonpost
theguardian

 

เรื่องโดย: จิดาภา กนกศิริมา (The People Junior)


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Releated

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

แก้ว อัจฉริยะกุล ชายผู้แต่งเพลง “วันนี้เป็นวันสงกรานต์”

ทาโบล แรปเปอร์คนดังผู้ชีวิตเกือบพัง เพราะโดน “ใส่ร้าย”

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

“สแตน สมิธ” กับเรื่องราวของเทนนิสสู่รองเท้าระดับตำนานของอาดิดาส “บางคนคิดว่าผมเป็นรองเท้า”

ทอม ฮิดเดิลสตัน อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย

“หยำฉา” แห่ง Dragon Ball โดนกระทืบ โดนแย่งแฟน ตัวละครขี้แพ้ที่คนรัก

“20 ปีตำนานเน็ตไอดอลคนแรกของไทย” บอลลูน – พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์