Post on 03/10/2019

มนัสวี ศุระศรางค์-อมิตา ยาดาฟ ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World” ปี 2018 ที่เชื่อว่าเราทุกคนเปลี่ยนโลกได้

เมื่อพลังของผู้ที่จะขับเคลื่อนโลกให้ดีขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงผู้ใหญ่ แต่เยาวชนคนรุ่นใหม่ก็สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ พลังความมุ่งมั่น และศักยภาพในตัวที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ได้ไม่แพ้ใคร เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของ “One Young World Summit” การประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลกที่หมุนเวียนไปจัดในแต่ละประเทศ ซึ่งแต่ละปี เยาวชนที่เต็มไปด้วยความสามารถเกือบ 200 ประเทศทั่วโลกจะมารวมตัวกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วยกันหาทางคลี่คลายหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการศึกษา ความยากจน สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เพื่อทำให้โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นโลกที่ดียิ่งขึ้น โดยปีนี้ “One Young World Summit 2019” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นับเป็นปีที่ 10 ของเวทีการประชุมระดับโลกแห่งนี้ 

ไม่เพียงเป็นการรวมพลังของคนรุ่นใหม่ แต่ยังมีผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางความคิด นักเคลื่อนไหว เจ้าของกิจการและนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลก ศิลปิน นักแสดง และคนอื่น ๆ อีกมากมาย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งผู้ที่เคยขึ้นเวที One Young World มาแล้ว มีทั้ง โคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ คนที่ 7 ศาสตราจารย์ ดร.โมฮัมหมัด ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ปี 2006 จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา เซอร์ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งอาณาจักร “เวอร์จิ้น กรุ๊ป” เอ็มมา วัตสัน นักแสดงสาว เป็นต้น 

ฟังแล้วอาจคิดว่าการแก้ไขปัญหาอะไรสักอย่างดูช่างไกลตัว แถมยังดูเป็นเรื่องระดับโลกอีกต่างหาก แต่สำหรับ ไหม-มนัสวี ศุระศรางค์ และ อมิตา ยาดาฟ (Amita Yadav) สองตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World ปี 2018 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาอย่างเต็มเปี่ยมจากการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนเวทีดังกล่าว โดยเฉพาะจาก อาซีลา ดอรอแต เยาวชนไทย ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World ปี 2017 ที่มีโอกาสขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในประเด็นสันติภาพ บนเวที One Young World Summit 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย กลับเชื่อมั่นว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลกคือเรื่องใกล้ตัว และพร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจสู่ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World ปี 2019 และทุกคนในสังคมมั่นใจว่า “ตัวเรา” นี่แหละ ที่สามารถเริ่มต้นและช่วยเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้

มนัสวี (ซ้าย) และ อมิตา (ขวา) ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World Summit 2018 ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World ปี 2019

ฝ่าด่านอรหันต์ สู่One Young World”

“จุดเริ่มต้นของเราเหมือนเรื่องบังเอิญ เป็นโชคชะตามากกว่า เพราะเราไม่เคยรู้จักเวทีนี้มาก่อน แต่ปรากฏว่ามีเพื่อนที่เคยเข้าร่วมเวิร์กช็อปของเรา เอา One Young World มาแชร์ใน เฟซบุ๊ก กรุ๊ป ของกลุ่มดูใจที่เราทำ ก็เลยสมัคร” มนัสวี หญิงสาวที่มาพร้อมรอยยิ้มและความร่าเริง เกริ่นถึงที่มาของการรู้จัก One Young World ครั้งแรก

หลังจบปริญญาตรีด้านกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล มนัสวีทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดอยู่ราว 1 ปี ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทที่ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ในมหาวิทยาลัยเดิม เพราะเห็นว่าการเรียนสาขานี้ช่วยให้เรียนรู้ความรู้สึกภายใน นำสู่การเข้าใจตัวเองมากขึ้น เมื่อเรียนไปได้สักพัก มนัสวีก็อยากต่อยอดสิ่งที่เรียนให้ออกสู่วงกว้าง จึงจับกลุ่มกับเพื่อนที่เรียนปริญญาโทด้วยกัน ก่อตั้ง “กลุ่มดูใจ” ทำเวิร์กช็อปโดยมีเป้าหมายที่คนทำกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ช่วยเหลือผู้อื่น แต่อาจเกิดความไม่มั่นคงขึ้นมาในจิตใจ รู้สึกเคว้งคว้าง ซึมเศร้า ปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดี คนที่เข้ามาหากลุ่มดูใจจึงขยายไปถึงคนรุ่นใหม่ คนเมือง พนักงานออฟฟิศ ที่ประสบปัญหาเดียวกัน

“กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เจริญ แต่ขาดเรื่องความเป็นมนุษย์มากที่สุด สังคมเมืองคาดหวังให้คุณต้องประสบความสำเร็จให้เร็ว ให้ไว แล้วก็ต้องถูกต้อง ไม่มีช่องว่างของความล้มเหลว ล้มเหลวคือแย่ ล้มเหลวคือไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ความจริงการล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมชาติมาก ๆ ไหมเลยจัดพื้นที่ของกลุ่มดูใจให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เราฟังกันในแบบที่จะไม่ตัดสินกัน ให้แต่ละคนเอาความรู้สึกข้างในออกมา เมื่อได้ระบายสิ่งที่คั่งค้าง กลายเป็นว่าบางทีเราไม่จำเป็นต้องแก้ผลลัพธ์ข้างนอกเลย”

กลุ่มดูใจ ยังมีเฟซบุ๊ก กรุ๊ป ไว้อัพเดตกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งที่นี่เองที่ทำให้มนัสวีทราบว่ามีการรับสมัครตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ (delegate) เพื่อเข้าร่วม One Young World Summit 2018 ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อค้นข้อมูลดูก็พบว่า เอ็มมา วัตสัน นักแสดงชื่อดังที่เธอชื่นชอบก็เคยขึ้นเวทีนี้ด้วยเช่นกัน มนัสวีจึงสมัครเข้าโครงการซีพีสานฝันปันโอกาส สู่ผู้นำรุ่นใหม่ One Young World 2018 ซึ่งสนับสนุนเยาวชนไทยให้ไปแสดงศักยภาพใน One Young World อย่างต่อเนื่อง และผ่านการคัดเลือกแต่ละด่านที่เรียกได้ว่าทั้งโหดทั้งหินมาเรื่อย ๆ กระทั่งถึงรอบสัมภาษณ์

“ตอนสมัครจะมีประมาณ 5 หัวข้อให้เลือก ไหมเลือก mental health เพราะเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องของเรา วันที่สัมภาษณ์ กรรมการถามว่าทำไมผมต้องเลือกคุณ เลยบอกไปว่า เราเป็นนักกายภาพบำบัด เราสามารถรักษาร่างกายได้ และตอนนี้เราก็สามารถรักษาใจคนได้ด้วย ดังนั้นคนที่มาหาเรา เขาจึงโชคดีมากที่เจอนักกายภาพที่รักษาทั้งกายและใจได้ แล้วทำไมคุณถึงจะไม่เลือกฉัน” มนัสวีเล่าพร้อมรอยยิ้ม แล้วคำตอบก็พาเธอคว้าโควตาเป็นหนึ่งในตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World ปี 2018 ได้อย่างใจหวัง

ส่วนอีกหนึ่งตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World ปี 2018 อย่าง อมิตา เป็นชาวอินเดีย จบการศึกษาระดับไฮสกูลจาก Army Public School ในเมืองจัยปูร์ ด้วยคะแนนดีเยี่ยม จากนั้นก็ย้ายไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านจิตวิทยา ที่ Lady Shri Ram College for Women เมืองเดลี เพราะเห็นว่าการเรียนด้านจิตวิทยาสอนให้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ และสอนวิธีที่ทำให้มนุษย์เข้าใจกันและกันเพื่อสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้น ก่อนจบการศึกษาในปี 2018 ด้วยคะแนนระดับเกียรตินิยม 

อมิตาไม่ใช่คนที่เอาแต่เรียน ตรงกันข้าม เธอจัดสรรเวลาให้กับการทำกิจกรรมมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนไฮสกูล ทั้งการเป็นนักโต้วาทีมือรางวัลทั้งระดับภูมิภาคและระดับประเทศ การลดความเกลียดชังหรือการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มคนรักร่วมเพศ เป็นประธานสหภาพนักศึกษาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยใช้ความรู้และทักษะที่มีในการเริ่มต้นหลาย ๆ โครงการเพื่อช่วยเพื่อนนักศึกษา เช่น การกระจายข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในภาษาฮินดีและภาษาอังกฤษ กำหนดแนวคิด บริหารจัดการ และระดมทุนจัดงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งเธอสามารถหาทุนมาได้ถึง 3 ล้านรูปี หรือราว 1.3 ล้านบาท 

“อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือฉันพยายามทำให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อย่างที่มหาวิทยาลัยของฉัน คนที่ต้องนั่งรถเข็นไม่สามารถไปที่โรงอาหารด้วยตัวเองได้ ต้องให้คนอื่นพาไป เพราะฟุตบาธไม่ได้ทำไว้สำหรับรถเข็น ฉันเลยพยายามช่วยแก้ปัญหาลักษณะนี้กับทุกพื้นที่ในมหาวิทยาลัย” 

ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ One Young World Summit 2018 ที่ผ่านการคัดเลือก โดยมีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เป็นผู้สนับสนุน

หลังเรียนจบได้ 1 เดือน อมิตาเข้าทำงานที่ CP Avant Private Limited ในเครือซี.พี. ที่ประเทศบ้านเกิด และเข้าร่วมโครงการ Future Leadership ทำให้เธอมีโอกาสเดินทางมาเรียนรู้ธุรกิจของบริษัทที่ประเทศไทย และเมื่ออมิตาทราบว่า One Young World ปี 2018 เปิดรับตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ที่จะไปเข้าร่วมงาน เธอจึงสมัครผ่านเครือซี.พี. และต้องเขียนบทความที่มีให้เลือก 5 หัวข้อ ได้แก่ เรื่องการศึกษา ความยากจน สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ 

“ฉันเลือกหัวข้อสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งไปที่ประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ โปรเจกต์ของฉันให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงานที่ลูกจ้างผู้หญิงสามารถเข้าถึงสุขอนามัยที่ดี และมีความเข้าใจเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ เพราะคนที่นั่นมักจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงประจำเดือนหรือการลาคลอด ฉันคิดว่าในที่ทำงาน คุณไม่ควรต้องรู้สึกว่า ‘ฉันมีประจำเดือนแล้ว ฉันต้องรีบกลับบ้าน ฉันไม่สามารถทำงานได้’ ซึ่งปัญหาจากเรื่องพวกนี้ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ฉันคิดว่าเมื่อคุณอยู่ที่ทำงาน คุณควรจะรู้สึกว่า ‘ไม่เป็นไร นี่เป็นเรื่องปกติของผู้หญิง เราต้องเจอกับสิ่งนี้ทุกเดือน’ พวกเครื่องใช้อย่าง ถุงร้อน แก้วกาแฟ โรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ที่ผู้หญิงสามารถไปกดน้ำร้อนหรือหาเก้าอี้นั่งพักสบาย ๆ ได้ เป็นสิ่งของพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับพวกเธอมาก ฉันก็เลยคิดโปรเจกต์ที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น” อมิตาเล่า 

อมิตาฝ่าแต่ละด่านมาด้วยความสามารถ จากเพื่อนร่วมชาตินับสิบที่สมัคร ในที่สุดอมิตาก็คว้าตั๋วเดินทางไปร่วมงาน One Young World Summit 2018 สานฝันของเธอให้เป็นจริงได้สำเร็จ 

บรรยากาศ One Young World Summit 2018 ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ภาพ: อมิตา ยาดาฟ)

“One Young World” เวทีที่เชื่อมั่นว่าเราทุกคนเปลี่ยนโลกได้

การมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ One Young World Summit 2018 การประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 17-20 ตุลาคม ปี 2018 คือประสบการณ์ล้ำค่าที่มนัสวีและอมิตาจดจำไม่รู้ลืม เพราะมีตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ 1,850 คน จาก 196 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ได้รับฟังวิสัยทัศน์และประสบการณ์แบบที่หาฟังได้ยากยิ่งจากบรรดาผู้นำด้านต่าง ๆ ที่มีความสามารถ มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับระดับโลก ขณะเดียวกันก็ได้มิตรภาพแสนอบอุ่นจากตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ ที่แม้การประชุมจะจบลงแล้ว แต่มิตรภาพก็ยังยืนยาวมาถึงตอนนี้

สำหรับมนัสวี speaker คนที่เธอประทับใจคือนักเคลื่อนไหวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องห้องน้ำ เพราะการไม่มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ จะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ทั้ง อหิวาตกโรค และโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพ “ไหมประทับใจตรงที่สิ่งนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่เรามองเห็นและสามารถช่วยได้ ขณะเดียวกันก็สามารถทำให้เป็นธุรกิจ ธุรกิจไม่ได้หมายความว่าทำเพื่อความรวย แต่ทำเพื่อให้เป็นกิจการที่อยู่ต่อไปได้” มนัสวีอธิบาย

เธอยังประทับใจเพื่อนที่เป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวกลุ่มย่อย ที่พาแวะชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ระหว่างนั้นเพื่อนคนดังกล่าวก็สอดแทรกความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยเข้าไปด้วย กระทั่งท้ายสุดก็เฉลยว่า เขาเองก็คือผู้ลี้ภัยคนหนึ่ง

“เพื่อนคนนี้พูดว่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ต้องแบ่งแยกกันด้วยประเทศหรือด้วยการปกครอง เพราะเขาอยู่ในจุดที่ถูกหลาย ๆ ประเทศเนรเทศเขามา เพราะว่าคุณไม่ใช่ประเทศเขา แล้วความยากลำบาก ความแบ่งแยก มันกระทบต่อเขาจริง ๆ ทำให้เขารู้ซึ้งว่า จริง ๆ แล้วมนุษย์คือเพื่อนมนุษย์ที่เราจะโอบอ้อมอารีกันได้ อาจฟังดูสวยหรู แต่ถ้าเราไม่อยู่ในสถานการณ์นั้นก็จะไม่รู้ซึ้งถึงคำนั้นเลย ทำให้ไหมคิดว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนใกล้ตัวเรามาก และเป็นเรื่องที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้” 

ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ ขณะเข้าร่วม One Young World Summit 2018 (ภาพ: มนัสวี ศุระศรางค์)

ด้าน อมิตา การสัมผัสประสบการณ์ One Young World Summit 2018 ถือเป็นการเปิดโลกใหม่เลยทีเดียว เพราะได้พบเจอวัฒนธรรมที่หลากหลาย เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรู้และแรงบันดาลใจ เธอบอกว่าเพียงได้ฟังหรือพูดคุยกับคนในงานก็สามารถเกิดเป็นแนวคิดใหม่ ๆ ได้ตลอด แม้ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ จะประสบปัญหาแตกต่างกัน แต่ในปัญหาที่แตกต่างกันนั้นก็มักจะมีบางส่วนที่คล้ายกันอยู่ ซึ่งการฟังผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาแบ่งปันประสบการณ์ ก็ทำให้ผู้ร่วมงานสามารถนำแนวคิดหรือแนวทางจากคนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วได้มาปรับใช้ ไม่ว่าจะในระดับเล็ก ๆ อย่างองค์กร ชุมชน ไปจนถึงภาพใหญ่ระดับประเทศ 

อมิตาประทับใจ speaker ทุกคน เพราะล้วนแล้วแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความรู้ที่ผู้ฟังสามารถนำกลับมาประยุกต์ใช้สร้างโครงการเพื่อสังคมในพื้นที่ของตัวเองได้ แต่ผู้ที่อมิตาประทับใจเป็นพิเศษก็คือ คูมิ ไนดู นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล 

“ไนดู กล่าวว่า เราควรจะช่วยกันสร้างสังคมที่เคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งฉันเห็นด้วยมาก ๆ ตอนนี้เราควรช่วยกันสร้างสังคมแบบนั้น เราสามารถมองไปได้ไกลยิ่งกว่า SDGs17 (เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ ขององค์การสหประชาชาติ) และตัดสินใจกันได้ด้วยตัวเองว่าเราควรจะทำอะไร สิ่งที่เขาพูดทำให้ฉันมีความหวัง ความมั่นใจ และที่สำคัญทำให้ฉันกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ฉันอยากทำเพื่อช่วยเหลือสังคม” 

แม้เวลาจะผ่านไปร่วมปีนับจาก One Young World Summit 2018 ทว่าตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ทั้งสองคนกลับรู้สึกว่าเพิ่งผ่านไปไม่นานนัก พวกเธอยังสนุก มุ่งมั่น และมีพลังอย่างล้นเหลือในการทำให้โลกนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 

อมิตาตั้งใจเดินหน้าโครงการให้พนักงานหญิงมีโอกาสเท่าเทียมกับพนักงานชาย ในการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีในที่ทำงาน เธอบอกว่าการเปลี่ยนแปลงมักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ อย่างที่ ศาสตราจารย์ ดร.มูฮัมหมัด ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ปี 2006 กล่าวไว้ว่า ตั้งความฝันไว้ให้ไกล แต่ให้อดทนที่จะก้าวไปทีละก้าว เมื่อคิดจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้แล้ว ก็ต้องมั่นใจว่าพวกเราจะช่วยเหลือกันและกัน เราคนเดียวอาจสร้างความแตกต่างเล็ก ๆ ได้ แต่ถ้าทุกคนร่วมมือกัน ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ 

ส่วนมนัสวีเล่าว่า บางคนคิดว่าการจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างต้องรอเวลา หรือต้องรอให้พร้อมที่สุด แต่แท้จริงแล้ว เราทุกคนต่างเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงโลกได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของเราเอง 

อย่างเธอทำเรื่องสุขภาพจิต ก็จะคิดเสมอว่าถ้าตัวเองมีสุขภาพจิตที่ดี ก็จะไม่ส่งพลังงานลบออกไปให้ใคร ในวันที่เครียดกับงาน ถ้าจัดการอารมณ์ได้ดี ก็จะไม่พาลทะเลาะกับคนรอบข้าง ทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง คนรัก หรือพ่อแม่ เมื่อไม่ส่งพลังงานลบไปให้พวกเขา พวกเขาก็ไม่ส่งต่อไปให้ใคร ดังนั้น โลกของมนัสวีจึงไม่ได้หมายถึงโลกที่มีหลายประเทศเท่านั้น แต่โลกอาจหมายถึงคนรอบข้าง สังคมรอบตัว เมื่อพลังงานบวกถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้โลกนี้มีความสุขได้ 

“บางครั้งเราคิดว่าเราจะเปลี่ยนแปลงโลกจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือโปรเจกต์ที่พิเศษ แต่ว่าเวที One Young World ทำให้เห็นว่าทุกอาชีพและทุกตำแหน่งในโลกมีความสำคัญหมด คุณไม่ต้องทำเป็นโปรเจกต์ที่ต่างจากงานที่คุณทำอยู่ก็ได้ คุณแค่ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด และทำสิ่งเหล่านั้นในแบบที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์

“One Young World เป็นเวทีหนึ่งที่ฉายสปอตไลท์มาในสิ่งที่เราทำ แต่ความจริงแล้วเรายังมีโอกาสทำอะไรได้อีกมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าเวทีนี้จะฉายสปอตไลท์ใส่คุณหรือเปล่า ไม่ได้สำคัญเท่าคุณเริ่มต้นทำหรือเปล่า ไหมรู้สึกว่าทุก ๆ คนสามารถที่จะเป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเองได้ แล้วก็สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้”

แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคม สามารถส่งต่อถึงกันได้อย่างทรงพลัง เช่นเดียวกับที่มนัสวีและอมิตาได้รับจากการเป็นตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก One Young World Summit ปี 2018 และทั้งสองคนก็ได้ส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นสู่ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ที่จะเข้าร่วม One Young World Summit ปี 2019 และพร้อมจะถ่ายทอดสู่ทุก ๆ คนในสังคมอย่างไม่สิ้นสุด 

ทั้งหมดก็เพื่อสร้างโลกที่เราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง 

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

สัมภาษณ์ อาทิมา สุรพงษ์ชัย Country Manager iflix Thailand ในวันที่ video streaming กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน

สัมภาษณ์ พีระพงศ์ จรูญเอก ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือนออกตามหาฝัน ปั้น “ออริจิ้น” จุดกำเนิดอสังหาฯ หมื่นล้าน

ดุษฎี ตันเจริญ กับ “Well-Being” หมุดหมายใหม่ของมั่นคงเคหะการ

สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ MD หนุ่มแห่ง ‘The Origin’ ผู้รักการท้าทายตัวเอง

สัมภาษณ์ ชาติชาย เกษนัส ความแตกต่างทางวัฒนธรรมหนังไทย-พม่า และการไม่พัฒนาของหนังไทย

สัมภาษณ์ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ และ ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล ผู้จัดงาน Hotel Art Fair ที่จับงานศิลปะมารวมอยู่ในห้องโรงแรม

สัมภาษณ์ วิน นิมมานวรวุฒิ กับเรื่องราวสุดโรแมนติกร้ายของชายที่เป็น male feminist

สัมภาษณ์ โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์ นักแสดงผู้ถูกหล่อหลอมด้วยความเป็นเหตุเป็นผล