Post on 18/08/2020

Manic Street Preachers: วงร็อกซ้ายจัดที่แสดงจุดยืนทางการเมืองผ่านบทเพลง

“ถ้าหากคุณยังทน เหล่าลูกหลานก็จะต้องรับกรรมกันต่อไป”

หลายครั้งหลายหนในวงสนทนา วลี “อย่าเอาศิลปะมายุ่งกับการเมือง” คือสิ่งที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่จริงหากมองย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์ในดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลกก็จะเห็นได้ว่าศิลปะมักข้องเกี่ยวกับการเมืองมาตลอดจนแทบแยกไม่ออก นอกศิลปะที่เป็นรูปภาพ บทเพลงทุกประเภทก็ล้วนเป็นศิลปะที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเสียงดนตรี และบทเพลงของวงดนตรีต่าง ๆ ก็มักมีความเกี่ยวข้องกับสังคมการเมืองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  

Manic Street Preachers หรือที่แฟนเพลงมักเรียกสั้น ๆ กันว่า เดอะ แมนิกส์ (The Manics) วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่ตั้งวงเมื่อปี 1986 ถือเป็นวงร็อกที่ทำเพลงจัดจ้าน เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นจังหวะ ท่วงทำนอง หรือเนื้อเพลงกินใจสะท้อนชีวิตและสังคมที่มีกลิ่นอายโซเชียลลิสต์สะเทือนอารมณ์ โดยเฉพาะกับเพลงชื่อยาวเหยียดที่เป็นตำนานลือลั่นอย่าง ‘If You Tolerate This Your Children Will Be Next’ หรือในชื่อภาษาไทย ‘หากคุณยังทนกับสิ่งเหล่านี้ ลูกหลานของคุณก็จะเป็นรายต่อไป’

If You Tolerate This Your Children Will Be Next ชื่อเพลงที่ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊กว่ามีชื่อยาวที่สุดในโลก (แบบไม่มีวงเล็บคั่น) เป็นซิงเกิลในอัลบั้ม This is My Truth Tel Me Yours (1998) ที่ได้ชื่ออัลบั้มจากสุนทรพจน์ของ อานูริน เบแวน (Aneurin Bevan) นักการเมืองจากพรรคแรงงานในเวลส์ ผู้ผลักดันให้รัฐมองเห็นความสำคัญของการจัดสรรสวัสดิการให้ประชาชนในยุคสงคราม ที่เมื่อชาวเวลส์หรือชาวอังกฤษในยุคนั้นเห็นชื่ออัลบั้ม ต่างก็รู้กันดีว่าผลงานชุดนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับประเด็นสังคมและแนวคิดทางการเมืองอย่างแน่นอน

ส่วนที่มาของชื่อเพลง If You Tolerate This Your Children Will Be Next รับแรงบันดาลใจมาจากคำขวัญบนป้ายโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลสเปนช่วงปี 1936-1939 ที่กำลังเกิดสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ เมื่อความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมืองสองขั้วอำนาจระหว่าง ฝ่ายสาธารณรัฐ โดยรัฐบาลกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ในประเทศ กับ ฝ่ายชาตินิยม จากการรวมกลุ่มกันของพวกรักเจ้า ทหาร และผู้ชื่นชอบลัทธิฟาสซิสต์ร่วมกันก่อการปฏิวัติ นำโดย นายพล ฟรานซิสโก ฟรังโก (Francisco Franco)

บทเพลงของ เดอะ แมนิกส์ อ้างอิงเรื่องเล่าของทหารอาสาชาวเวลส์ที่เข้าร่วมสงครามกลางเมืองสเปน ร่วมกับโปสเตอร์ที่วาดภาพความตายของเด็ก ๆ กับเครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายชาตินิยมที่ก่อรัฐประหาร พร้อมประโยคชวนคิดตาม “หากคุณยังทนกับสิ่งเหล่านี้ ลูกหลานของคุณก็จะเป็นรายต่อไป” ที่ลอกวลีมาเป็นชื่อเพลงทั้งดุ้น

บทเพลงท่อนอื่น ๆ ยังได้แรงบันดาลใจจากหนังสือการเมืองและประวัติศาสตร์ “So if I can shoot rabbits then I can shoot fascists” หรือ “ถ้าฉันยิงกระต่ายได้ ฉันก็สามารถยิงพวกฟาสซิสต์ได้” เป็นประโยคที่นำมาจากหนังสือ Miners Against Fascism: Wales and the Spanish Civil War ของ เดวิด ไฮเวล ฟรานซิส (David Hywel Francis)

นอกจากนี้ เนื้อเพลงท่อน “Holes in your head today but I’m a pacifist, I’ve walked La Ramblas but not with real intent” แปลความหมายได้ว่า “วันนี้ศีรษะของเธอมีรูโหว่ แต่ฉันเป็นพวกต่อต้านความรุนแรง เดินอยู่บนถนนลารัมบลาสที่ไม่ใช่เจตนาแท้จริงตั้งแต่แรก” จากการแต่งเนื้อเพลงรวมกับประโยคในหนังสือ แด่คาทาโลเนีย (Homage to Catalonia) ของ จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) บรรยายถึงความโหดร้ายของสงครามที่เขาเจอมา เห็นซากศพ ความตาย ความรุนแรง และพลังศรัทธาของผู้คนที่พร้อมสู้ จนทำให้ออร์เวลล์เขียนหนังสือกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วทั้งโลกตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพของผู้คนมากขึ้น

สมาชิกในวงเดอะ แมนิกส์ ทั้ง เจมส์ ดีน แบรดฟีลด์ (James Dean Bradfield) นักร้องนำควบตำแหน่งมือกีตาร์ นิคกี้ ไวร์ (Nicky Wire) มือเบสผู้แต่งเพลงเจ๋ง ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ฌอน มัวร์ (Sean Moore) มือกลอง และ ริชชี่ เจมส์ เอ็ดเวิร์ด (Richey James Edwards) มือกีตาร์ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1995 และภายหลังถูกประกาศว่าเสียชีวิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายในปี 2008 ซึ่งช่วงเวลาที่พวกเขาทำเพลงด้วยกัน ทุกคนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองอยากบอกไว้ในผลงานทั้งหมดแล้ว

ในปี 2009 พรรคการเมืองอังกฤษขวาจัด British National Party ได้นำเพลง If You Tolerate This Your Children Will Be Next มาทำคลิปโพสต์ลงยูทูบ เนื้อหาของคลิปคือการนำเพลงของ เดอะ แมนิกส์ มาวิจารณ์อย่างรุนแรง และลบคลิปดังกล่าวในเวลาถัดมาเพราะเสี่ยงโดนฟ้อง นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ กลุ่มสันนิบาตอังกฤษปกป้องชาติ (The English Defence League) ที่มีนโยบายอนุรักษนิยมเข้มข้นหยิบเพลงดังกล่าวมาใช้หาเสียงช่วงเลือกตั้ง โดยไม่ขออนุญาตกับทางวงดนตรีก่อน

วีรกรรมของกลุ่มสันนิบาตอังกฤษปกป้องชาติมีหลายเรื่องด้วยกัน พวกเขามักออกมาต่อต้านการขยายอิทธิพลของมุสลิมและอิสลามในอังกฤษอย่างรุนแรง จนเข้าข่ายต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงต่าง ๆ ที่ชาวมุสลิมกับชาวเอเชียถูกกระทำในเกาะอังกฤษ แถมสมาชิกของกลุ่มจะต้องเป็นคนขาวเท่านั้น เมื่อ เดอะ แมนิกส์ รู้เรื่องการนำเพลงไปใช้ จึงดำเนินการฟ้องร้องให้พรรคการเมืองเลิกใช้ผลงานของพวกเขาในการหาเสียง

การที่กลุ่มชาตินิยมหยิบเพลง If You Tolerate This Your Children Will Be Next มาใช้หาเสียง ถือว่าสวนทางกับแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดเพลงนี้ บทเพลงดังกล่าวถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนว่าจะต่อสู้กับอำนาจของพวกเผด็จการฟาสซิสต์ พวกขวาจัด หรือกลุ่มชาตินิยมแบบสุดโต่งในสงครามกลางเมืองสเปน แต่พรรคการเมืองที่มีนโยบายฝั่งขวากลับหยิบผลงานของพวกเขาไปใช้โดยไม่ขอ เลยทำให้เกิดประเด็นดราม่าระหว่างวงการเพลงกับวงการการเมืองอังกฤษ

ความนิยมล้นหลามของ If You Tolerate This Your Children Will Be Next ส่งให้อัลบั้ม This is My Truth Tel Me Yours ของ เดอะ แมนิกส์ ทะยานสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลง UK Singles Chart ด้วยยอดขายกว่า 156,000 แผ่น จากการวางขายในสัปดาห์แรก และมียอดขายมากกว่า 5 ล้านก๊อบปี้ทั่วโลก

พวกเขาสะสมชื่อเสียงด้วยผลงานเพลงที่แตกต่าง เนื้อเพลงกินใจที่เล่าเรื่องสังคมการเมืองแบบไม่สนโลก ดึงดูดนักฟังเพลงทั่วโลกให้ลิ้มลองฟังผลงานพวกเขาสักครั้ง นอกจากนี้ ในปี 2001 เดอะ แมนิกส์ สร้างตำนานด้วยการเป็นวงดนตรีจากยุโรปวงแรกที่ได้แสดงดนตรีในประเทศคิวบา หลังไม่มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมดนตรีกันอีกเลยนับตั้งแต่ยุค 70s แถมสมาชิกยังได้พบกับ ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro) ผู้มีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันอีกต่างหาก

ไม่ใช่แค่เพลง If You Tolerate This Your Children Will Be Next เท่านั้นที่แตะประเด็นหนัก ๆ อย่างสงครามและการเมือง แต่ เดอะ แมนิกส์ ได้แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจนว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายซ้ายตั้งนานแล้ว นอกจากนี้ ยังทำเพลงบอกเล่าชีวิตของเหล่าวัยรุ่นที่มีทั้งความฝันและความสิ้นหวังในตัวเอง บางครั้งเล่าถึงการดำดิ่งค้นหาความหมายของชีวิต ความโกรธแค้นของชนชั้นแรงงาน ชีวิตของโสเภณี ความเจ็บปวดจากโรคร้าย เอื้อนเอ่ยถึงความเชื่อ ศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การเมือง เล่าทุกสิ่งที่อยากเล่าโดยไม่แคร์ว่าใครจะหาว่าพวกเขาทำเพลงเพื่อชวนเชื่อเพราะ เดอะ แมนิกส์ แค่ทำเพลงตามสิ่งที่ตัวเองเชื่อก็เท่านั้น

นิกกี้ ไวร์ มือเบสผู้แต่งเพลงให้ เดอะ แมนิกส์ อยู่บ่อย ๆ เคยถูกถามว่าจุดประสงค์ของเนื้อเพลงคืออะไร สิ่งที่ต้องการสื่อกับคนฟังมีอะไรบ้าง รวมถึงคาดหวังอะไรจากการทำเพลง ซึ่งเขาก็ตอบแค่ว่า “เราทำงานในฐานะวงดนตรีที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึก เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระดั่งใจ”

แฟน ๆ ชาวไทยของ เดอะ มานิกส์ เกือบได้ดูคอนเสิร์ตของพวกเขาเมื่อช่วงปลายปี 2008 (พ.ศ. 2551) แต่ตารางทัวร์ที่จะแลนดิ้ง ณ ประเทศไทย ก็ต้องถูกพับไป เนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ทำการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 12 ปีแล้ว ที่พวกเขายังไม่หวนกลับมา และเมื่อย้อนกลับไปมองเรื่องราวตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันของ Manic Street Preachers ก็ทำให้เห็นว่าพวกเขาถ่ายทอดศิลปะทางดนตรีที่เกี่ยวข้องกับสังคมและการเมืองโดยมาตลอด

 

ที่มา

https://www.independent.ie/entertainment/music/theyre-still-manic-after-all-these-years-37681554.html

https://www.hotpress.com/culture/manic-street-preachers-on-politics-brexit-and-their-new-album-resistance-is-futile-22167461

https://www.independent.co.uk/arts-entertainment/music/features/manic-street-preachers-interview-nicky-wire-resistance-is-futile-album-tour-dates-a8306256.html

https://www.newstatesman.com/culture/2014/07/manic-street-preachers-i-ll-always-hate-tory-party-now-i-hate-labour-too

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+

Related

“บิลลี่” พอละจี: รักจงเจริญของกะเหรี่ยง ณ ใจกลางแผ่นดินแก่งกระจาน

แอนดรูว์ แยง คนเอเชียผู้สมัคร ปธน. ที่จะแจกเงินชาวบ้านเดือนละ 1,000 ดอลลาร์

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ “แม่” ผู้ยืนท้าทายอำนาจเผด็จการมาเกือบ 30 ปี

ศาลปกครอง ตัดสิทธิผู้ใหญ่บ้านเคยต้องคำพิพากษา แม้จะได้รับการล้างมลทิน

โรเบิร์ต มูกาเบ เผด็จการสังหารหมู่ แต่ได้เป็นทูตพิเศษ UN 

สมชาย แสวงการ เจ้าวาทกรรม “สื่อเทียม” มีตำแหน่งการเมือง แต่ไม่เคยลงเลือกตั้ง

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ : การแก้ไขรัฐธรรมนูญคือขั้นต่ำที่สังคมไทยจะยอมรับได้

มารี โก นายกเทศมนตรีหญิงข้ามเพศคนแรกของฝรั่งเศส